ข่าววันนี้
ดวงใครดวงมัน หมอทรัพย์ สวนพลู (ไม่ได้รับทำนายเป็นการส่วนตัว) ราศีเมษ เกิดตั้งแต่ 13 เม.ย.-14 พ.ค. ท่านมีความเบื่อหน่ายกฎระเบียบต่างๆ ที่มักมีแต่ผู้ละเมิด การเงินรั่วไหลโดยนึกไม่ออกว่าไปทางไหนบ้าง เพื่อนฝูงกินเหล้าเมายาปรึกษาอะไรไม่ได้ มีปัญหาต่างๆ ที่ท่านคิดไม่ออกหลายเรื่อง ราศีพฤษภ เกิดตั้งแต่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย. ท่านเสียเงินสดก้อนหนึ่ง หรือเคยมีหนี้สินติดค้างกันมาช้านานจนท่านลืมไปแล้ว ท่านเกิดแตกร้าวกับพี่น้อง การพูดจากับผู้ใหญ่มักผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ เพื่อนๆ เดือดร้อนเพราะไฟ ราศีมิถุน เกิดตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค. ท่านจะทำเอกสารหรือสิ่งของต่างๆ สูญหาย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวแก่การงานด้วย ถ้าทำหายแล้วจะหาได้ด้วยความยากลำบาก ไม่ควรพาเด็กๆ ออกเที่ยวงานเพราะอาจหลงทางกันได้ ราศีกรกฎ เกิดตั้งแต่ 16 ก.ค.-16 ส.ค. ท่านได้รับทราบเหตุการณ์ต่างๆ อย่างกว้างขวางเป็นอันมาก บริวารที่อยู่ห่างไกลไปมาหาสู่ มีโชคดีเกี่ยวแก่บ้านเรือนและที่ดิน บริวารที่อยู่ห่างไกลนำลาภมาให้ ราศีสิงห์ เกิดตั้งแต่ 17 ส.ค.-16 ก.ย. ท่านได้รับความกระทบกระเทือนเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่องการเงิน อาจมีเรื่องกล่าวหาในทางที่ไม่เป็นความจริง
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปลายเดือนพฤษภาคมนี้ รัฐบาลเตรียมจัดงาน มหกรรมเอสเอ็มอี ทรานฟอร์เมชั่น ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่สุดของเอสเอ็มอีซึ่งจะรวบรวมมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)ที่ครบวงจร เข้มข้น นำไปสู่การปฎิบัติ โดยจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(เอสเอ็มอีแบงก์) ธนาคารออมสิน ธนาคารพาณิชย์ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางละขนาดย่อม(สสว.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ทั้งนี้ภายในงานจะมีหน่วยงานต่างๆเข้ามาตั้งบูทเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้ามาในงานเดียว ไม่ต้องเดินทางไปติดต่อหลายแห่ง แบ่งแป็นโซนแต่ละประเภท อาทิ ภาคการผลิต เกษตรแปรรูป เปิดศูนย์ให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จำลองการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร รวมทั้งนำระบบหุ่นยนต์ หรือออโตเมชั่น เพื่อเพิ่มผลิตภาพ และลดต้นทุนการผลิต ขณะเดียวกันจะนำ 9 มาตรการขับ
บุพเพสันนิวาสฟีเวอร์ ดันกระแสหนังสือประวัติศาสตร์ขายดีที่สัปดาห์หนังสือ ศูนย์ฯสิริกิติ์ งานหนังสือประจำปี 2561 เปิดให้นักอ่านชาวไทยเลือกซื้อหนังสือตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา ด้วยกระแสของละครดัง “บุพเพสันนิวาส” เรื่องราวข้ามเวลาย้อนยุคไปยังสมัยอยุธยา ทำให้หนังสือประวัติศาสตร์ได้รับความนิยมจากผู้เดินงานหนังสือครั้งนี้ สำนักพิมพ์มติชนได้จัดมุมหนังสือ “ตามรอยออเจ้า กับ ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ” นำหนังสือประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในละครดัง “บุพเพสันนิวาส” ที่สร้างจากนวนิยายชื่อเดียวกันบทประพันธ์ของ “รอมแพง” วางจำหน่ายที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 46 โดยมีเล่มที่ได้รับความสนใจจากนักอ่าน เป็นหนังสือขายดีของบูธมติชน คือ “ข้ามสมุทร” นิยายอิงประวัติศาสตร์ของดร.วิษณุ เครืองาม โดยหนึ่งในผู้อ่านที่เลือกซื้อหนังสือเล่มนี้ให้สัมภาษณ์ว่า “นิยายอิงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจและสนุกนั้น ขึ้นอยู่กับการใช้ภาษาและการเล่าเรื่อง จากการดูละครบุพเพสันนิวาสแล้วชอบเพราะสนุก ทำให้สนใจอยากอ่านประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับละครเพิ่มเติมอีก มาที่บูธมติชนแล้วลองเปิดอ่านนิยายเรื่องข้ามสมุทรแล้ว
พระเอกห้างแตก โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ให้สัมภาษณ์หลังไปร่วมรำแก้บนเมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 เม.ย.ว่า “เมื่อเช้านี้ต้องบอกว่าจริงๆ ผมตั้งใจจะไปร่วมงาน ไปแสดงความยินดีเฉยๆ เราไม่ได้รำ ตอนแรกโปรดิวเซอร์เขาบอกว่าถ้าเรตติ้งเกินเดี๋ยวจะรำ ใครสนใจบ้าง ก็มีคนสนใจเยแะแยะ ผมก็บอกว่าไปได้ แต่ไม่รำนะ แต่สุดท้ายทุกคนก็จัดเต็มเลย แล้วเอาเรามายืนหน้าคู่เลย จะไม่รำก็ไม่ได้ ก็ต้องรำ อย่างที่เห็นครับ ก็ตลกๆไป แข็งมาก เขิน แฟนคลับก็ตามมาดูเยอะ ทุกคนข้างทางก็จะบอก ไหนบอกไม่รำๆ (หัวเราะ)” ต้องไปตระเวนรำที่อื่นอีกไหม “ไม่ครับ น่าจะที่นี่ที่เดียว เรตติ้งเกินสิบ ทางบรอดคาซท์ฯ ก็เลยบอกว่าจะรำแก้บนถวาย ตอนนี้ก็จะทะลุยี่สิบแล้วครับ” ถ้าเรตติ้งสูงขึ้นช่องจะให้โบนัส “ไม่รู้เลยครับ ผมยังไม่ได้ยินข่าวว่าจะได้โบนัสครับ ส่วนตัวและทีมงานก็ไม่ได้หวังตรงส่วนนี้ครับ แค่ทำงานแล้วประชาชนชอบ ช่อง 3 ก็ดีใจกับเราก็น่าจะพอ แต่ถ้าได้โบนัส ก็ดีครับผม (หัวเราะ) เป็นกำลังให้ทีมงานต่อๆ ไปด้วยครับ” เคยได้โบนัสไหม “นักแสดงทุกคนก็ได้โบนัสกับช่องอยู่แล้ว อย่างเวลามีเลี้ยงวันเกิดช่อง ช่องก็จะแจกรางวัลให้นักแสดงเยอะอยู่แล้วครับ” ครั้งนี้น่าจ
วันที่ 1 เม.ย. นายศิริศักดิ์ ศรีระพันธ์ อายุ 52 ปี ชาว ต.นาคำไฮ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ในหมู่บ้าน เดินทางไปเข้าพบ พ.ต.ต.นิรันดร์ ปัสสาโท สว.(สอบสวน) สภ.เมืองหนองบัวลำภู เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังโชคดีถูกรางวัลที่ 1 ได้รับเงินรางวัล 6 ล้านบาท โดยนำสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 412073 งวดประจำวันที่ 1 เม.ย.61 จำนวน 1 ใบ มาลงบัทึกไว้ด้วย นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาปฎิบัติภาระกิจติดตามโครงการไทยนิยมยั่งยืนที่ จ.หนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา และได้มาที่ศูนย์จำหน่ายผ้าเทวาผ้าไทยและกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ ต.นาคำไฮ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู โดยนายกรัฐมนตรี ได้นั่งรถตู้สีขาวทะเบียน กจ 7 อุดรธานี เข้ามาก่อนจะถึงจุดพบปะประชาชน ตนเห็นรถที่นายกรัฐมนตรีนั่งลดกระจกข้างลง พล.ประยุทธ์ ได้ชู 3 นิ้วเป็นสัญลักษณ์ “ไอเลิฟยู” มาตลอดทางที่มีชาวบ้านรอต้อนรับสองข้างทาง ตนก็ติดตามข่าวนายกมาตลอดและมีข่าวทะเบียนรถนายกรัฐมนตรีมักให้โชคเสมอ แต่เห็นรถมีเพียงหมายเลขเดียว และเห็นนายกชู 3 นิ้ว จึงตั้งใจจะซื้อเลข 73 กระทั
วันที่ 1 เม.ย. นางคำมี โพธิ์เพชร อายุ 72 ปี ชาว ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย เจ้าของร้านนวดเพื่อสุขภาพยายคำมี ถนนชายโขง และ น.ส.นพพร แดงทอง อายุ 47 ปี ชาว ต.บุฮม อ.เชียงคาน จ.เลย ซึ่งเป้นลูกจ้างในร้าน เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ราเชน โพธิ์จันทร์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เชียงคาน จ.เลย เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังเป็นโชคดีถูกรางวัลที่ 1 คนละ 6 ล้านบาท โดยให้นำสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 412073 งวดประจำวันที่ 1 เม.ย.61 คนละ 1 ใบ มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานด้วย นางคำมี กล่าวว่า ตนซื้อสลากแต่ละงวดหมดไปแล้วกว่า 1,500-2,000 บาท มีเลขเด็ดก็ซื้อหนัก สำหรับงวดนี้พี่ชายเสียชีวิตจึงเดินทางไปบ้านพี่ชาย จากนั้นมีแม่ค้ามาขายล็อตเตอรี่ ซึ่งตนมีเงินเหลืออยู่ 120 บาท จึงตัดสินใจซื้อล็อตเตอรี่และได้เลข 412073 กระทั่งมาถูกรางวัลดังกล่าว โดยสิ่งแรกที่จะคือไปทำบุญ และเก็บเงินเอาไว้ให้ลูกหลานเรียนหนังสือ และส่วนหนึ่งก็นำมาปรับปรุงร้าน คาดว่าเลขที่ถูกรางวัลที่ 1 เป็นเพราะพี่ชายที่เสียไปให้โชคหลังกลับมาจากงานศพ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ น.ส.นพพร ซึ่งเป็นลูกจ้างในร้านของ นางคำมี ที่ถูกรางวัลที่ 1 เช่นกัน แต
หลังจากที่คนเมืองกาญน์ถูกหวยอีกแล้ว รับ 30 ล้าน ชุดใหญ่ 5 ใบ โดยเศรษฐีใหม่รายนี้คือ นายสหัสนัยน์ ฤทธิ์รักษ์ หรือจิมมี่ อายุ 46 ปี มีอาชีพเป็นผู้รับเหมาตรวจสายสัญญาณทรูมูฟ ในพื้นที่ จ. กาญจนบุรี เพจ ตระเวนข่าว3 รายงานว่า ชาวบ้านที่ทราบข่าว ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้เคียง กล่าวว่า สมควรแล้วที่นายจิมมี่จะถูกรางวัล 1 เพราะเป็นคนใจบุญสุนทานขนาดเห็นแมวถูกรถชนบาดเจ็บนำไปรักษาหมดหลายหมื่น
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 1 เม.ย. นายทองเลื่อน วังคีรี อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 หมู่ที่ 3 อ.ด่านซ้าย จ.เลย เป็นพ่อค้าลอตเตอรี่ เข้าพบพ.ต.ท.สมพงษ์ คำมูลมี รองผกก.สอบสวน สภ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 เม.ย.2561 จำนวน 4 ใบ เป็นเงิน 24 ล้านบาท จึงขอให้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นนายทองเลื่อนให้การว่า มีอาชีพขายล็อตเตอรี่ แต่งวดนี้ขายไม่หมด จึงเก็บเอาไว้เอง ปรากฏว่าเมื่อนำมาตรวจก็พบว่าทั้ง 4 ใบถูกรางวัลที่ 1 เลข 412073
วันที่ 1 เม.ย. นายพิสูตร กวางกระเจิง อายุ 50 ปี ชาว ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ยม พรหมศาสตร์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง เพื่อลงบันทึกประจำวัน หลังเป็นผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 เม.ย.61 ได้รับเงินรางวัล 12 ล้านบาท พร้อมกับนำสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 412073 จำนวน 2 ใบ มาลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานด้วย นายพิสูตร เศรษฐีหน้าใหม่ เปิดเผยว่า ตนซื้อฉลากทั้ง 2 ใบ มาจากตลาดใกล้บ้าน โดยไม่คิดว่าจะโชคดีถูกรางวัลใหญ่ ซึ่งหลังจากนี้จะนำเงินรางวัลที่ได้ไว้ทำทุน และเป็นทุนการศึกษาให้บุตร รวมถึงทำบุญด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าเมื่องวดวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ก็มีเจ้าของไร่สับปะรดถูกรางวัลที่ 1 รับเงินรางวัลไป 12 ล้านบาท จนเป็นที่ฮือฮาของชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก เพราะมีคนโชคดีถูกรางวัลที่ 1 ถึง 2 งวดติดกันพื้นที่
วันที่ 1 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังสลากกินแบ่งรัฐบาลประกาศผลรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 เม.ย.61 ได้แก่หมายเลข 412073 ซึ่งล่าสุดทราบว่ามีผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 ได้รับเงินรางวัลจำนวน 30 ล้านบาท ทราบว่าเป็นชาย อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นพนักงานตรวจรับเหมาสายสัญญาณโทรศัพท์ อยู่ในตลาดท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี หลังถูกรางวัลดังกล่าวก็ได้มาลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ขณะเดียวกันเจ้าตัวก็ไม่ประสงค์จะเป็นข่าว และไม่ขอเปิดตัวแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังชาวบ้านทราบข่าวดังกล่าว ก็ได้พากันพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา ว่าจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกับครูปรีชา และหมวดจรูญ หรือไม่ เนื่องจากมีคนถูกหวย 30 ล้านที่ จ.กาญจนบุรีอีกแล้ว
