ข่าววันนี้
วันที่ 29 มี.ค. พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงผลการประชุมสภาทหารผ่านศึกที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม เป็นประธานว่า ที่ประชุมเห็นชอบเพิ่มเงินสงเคราะห์ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้น 1 หรือผู้พิการทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ ,ผู้ที่ได้รับเหรียญกล้าหาญ ,ผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันมีศักดิ์รามาธิบดีด้วยความกล้าหาญ และครอบครัวผู้เสียชีวิตในสนามรบ โดยให้เพิ่มเงินเลี้ยงชีพรายเดือน ,เงินช่วยเหลือค่าครองชีพเพื่อผดุงเกียรติเป็นรายเดือน และเงินเชิดชูเกียรติ มีผลตั้งแต่ 1 มิ.ย.นี้ สำหรับเงินช่วยเหลือครั้งคราวที่ให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการทุกชั้นบัตรและผู้ถือบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึก บัตรชั้นที่ 1 จะมีผลตั้งแต่ 1 ต.ค.2561 ทั้งนี้ จะแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับสภาทหารผ่านศึกและทหารนอกประจำการปี 2522 ให้มีผลบังคับใช้ตามกำหนด สำหรับการปรับเพิ่มเงินช่วยเหลือรายเดือน แก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการประเภท บัตรชั้น 2,3 และ 4 ที่พิการทุพพลภาพหรือพิการ รวมทั้งเงินสงเคราะห์ค่ารักษาพยาบาลแก่ทหารผ่านศึกทุกชั้นบัตรและครอบครัว จะมีผลบังคับใช้ตั
รัฐบาลเปิดตัวเฟซบุ๊ก-สายด่วน“ไทยนิยม” 3 เม.ย. เป็นช่องทางให้ชาวบ้านร้องเรื่องเดือดร้อนถึงนายกฯโดยตรง เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลจะเปิดสายด่วนไทยนิยม ตามแนวคิดของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า เนื่องจาก นายกรัฐมนตรีอยากให้มีช่องทางสำหรับประชาชนที่มีเรื่องเดือดร้อนหรือข้อเสนอใดๆ ในการแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรวมได้สื่อสารถึงนายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลโดยตรง โดยให้มีทั้งโทรศัพท์สายด่วนและเพจในเฟซบุ๊ก ซึ่งจะเป็นช่องทางที่ให้ประชาชนได้เข้าถึงนายกรัฐมนตรีง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน นายกฯจะได้สั่งการเองหรือมีทีมงานของนายกฯดูแลโดยตรง เพราะอยู่ในการกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรีที่บูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวถือเป็นช่องทางเพิ่มเติมที่ประสานงานร่วมกับโทรศัพท์สายด่วน 1111 ของรัฐบาล ขณะที่กระทรวงมหาดไทยส่งทีมงานไปลงพื้นที่และดำเนินการงานเชิงพื้นที่ อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีจะเปิดตัวสายด่วนไทยนิยมอย่างเป็นทางการในเช้าวันที่ 3 เม.ย.นี้ ที่ตึกบั
ถึงวันนี้อาจจะกล่าวได้ว่า สถานการณ์ของอุตสาหกรรมกุ้งไทยอยู่ในช่วงที่ไม่สดใสนัก จากข้อมูลของกรมประมงที่เผยแพร่ภายในงานวันกุ้งไทยครั้งที่ 28 ที่โรงแรมวังใต้ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พบว่า ผลผลิตกุ้งไทยลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552 และเสียอันดับการส่งออกหลังจากโรคระบาด EMS เมื่อช่ วงปี 2555 ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตกุ้งไทยลดต่ำสุดในปี 2557 เหลือเพียง 2 แสนกว่าตัน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหลังวิกฤต โรค EMS จะผ่านไป และกุ้งไทยก็เริ่มฟื้นตัวในปี 2558 และมีผลผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2559 เป็น 310,979 ตัน แต่ในปี 2560 ผลผลิตกุ้งของไทยกลับลดลงอีกครั้งเหลือเพียง 297,111 ตัน นายสรพัศ ปณกร ตัวแทนบริษัท โนโวไซม์ ไบโอโลจิคอล จำกัด ประมาณการในปี 2560 ว่าผลผลิตกุ้งในหลาย ๆ ประเทศมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้น เช่น อินเดีย มีปริมาณผลผลิต 560,000 ตัน เอกวาดอร์ 430,000 ตัน และเวียดนาม 420,000 ตัน อินโดนีเซีย 280,000 ตัน ละตินอเมริกา 300,000 ตัน จีน 400,000 ตัน ด้าน น.สพ.ปราการ เจียรคงมั่น ตัวแทนจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด บอกว่า ปัจจุบันการเลี้ยงกุ้งไทยมีคู่แข่งที่น่ากลัวหลายประเทศ อาทิ เวียดนาม อินเดีย ซึ่งขณะนี้ท
จากกรณีที่ พระประดิษฐ์ หรือ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เจ้าของห้างดัง The mall ประธานคณะกรรมการบริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด (ตลาดไท) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง อดีตเลขาธิการพรรครวมชาติพัฒนาและพรรคประชาธิปัตย์ และ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร4สมัยได้ตัดสินใจหันหลังให้ทางโลกบวช (อ่านข่าวเก่าได้ที่นี่) ล่าสุด 29 มีนาคม 2561 นาย เจนศิลป์ เจริญบวรศักดิ์ เลขาพระประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ กล่าวว่า พระประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ บวช เป็นพระภิกษุเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2561 ที่วัดราชบพิธ จากนั้นได้ไปจำวัดเป็นพระภิกษุอยู่ในวัดในถิ่นกันดาร โดยจำวัดที่วัดป่าวังศิลา หมู่ 8 ต.สันมะค่า อ.ป่าแดด จ.เชียงราย โดยการบวชเป็นพระภิกษุในครั้งนี้เนื่องจากอยากบวชมานานแล้ว อีกทั้งบวชเพราะทดแทนคุณแม่เพื่อให้ท่านนั้นมีสุขภาพแข็งแรง อีกทั้งเป็นการพักผ่อนไปในตัว นอกจากนี้ยังได้ เป็นการศึกษาด้านธรรมะอีกด้วย นาย เจนศิลป์ เจริญบวรศักดิ์ เลขาประพระประดิษฐ์ กล่าวอีกว่า “ส่วนวันที่ 14-16 เมษายน2561 พระประดิษฐ์ จะเดินทางมาจำวัดอารามหลวง หรือวัดท่าหลวง พิจิตร เพื่อร่วมพิธีสรงน้ำพระในวันสงก
ภายหลังจากที่เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2011 หรือเมื่อราว 7 ปีก่อน ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวความรุนแรงขนาด 9.0 ริกเตอร์ และเกิดคลื่นยักษ์สึนามิสูงราว 15 เมตร ซัดถล่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมืองแถบชายฝั่งภูมิภาคโทโฮคุ สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนหลายเมืองในประเทศญี่ปุ่น และมีผู้เสียชีวิตนับหมื่น China Xinhua News รายงานว่า ปัจจุบันเมืองมิยาโกะ ใน จ.อิวาเตะ ที่มีผู้คนเสียชีวิตจากเหตุการณ์เมื่อ 7 ปีก่อนกว่า 2,000 คน ได้สร้างกำแพงสูงขึ้นมาตามแนวชายฝั่งเพื่อป้องกันสึนามิ โดยกำแพงดังกล่าวสูงประมาณ 12 เมตร นี้จะสามารถช่วยป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของชาวเมืองได้แม้ว่าจะบดบังทัศนียภาพชายหาดก็ตาม
เมืองใหญ่ๆหรือมหานครใหญ่ๆของโลกกำลังประสบปัญหาค่าที่พักหรือต้นทุนการเป็นเจ้าของห้องพัก ที่พักที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เช่นที่ฮ่องกง เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ขึ้นชื่อเรื่องที่ดินแพงติดอันดับต้นๆของโลก และแน่นอนว่าส่งผลถึงเรื่องราคาที่พักอาศัย ทำให้เรามักจะเห็นภาพของอพาร์ทเมนต์สูงที่ภายในแบ่งซอยห้องพักหลายหมื่นหลายพันยูนิต เมื่อที่ดินมีน้อยและราคาแพงทำให้สถาปนิกชาวฮ่องกงที่ชื่อ เจมส์ ลอว์ ได้ลองใช้แนวคิดปรับเปลี่ยนท่อประปาให้กลายเป็นที่พักอาศัยสำหรับ 1-2 คน มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นฟังก์ชั่นจำเป็น ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นงานไอเดียจากมุมมองสถาปนิก โดยเขาให้ชื่อโครงการนี้ว่า Opod Tube Housing System โดยแนวคิดที่พักในท่อระบายน้ำทรงกลมนี้ได้ถูกนำมาแสดงตัวอย่างให้ชม ว่าแต่จะเวิร์กหรือไม่ และอาจเป็นหนึ่งในแนวทางของอนาคตได้หรือไม่ ลองชม ที่มาภาพ steemit
พาไปดูนวัตกรรมเครื่องตัดหญ้าที่สามารถทุ่นแรงและเวลาในการตัดหญ้าได้ทั้งพื้นราบ พื้นเนินบนเขา โดยมีทั้งแบบควบคุมเอง และใช้อุปกรณ์ควบคุมทิศทาง เราไปดูประสิทธิภาพกัน This company makes crazy lawnmowers which can be used on any terrain. pic.twitter.com/iS9gw6ho22 — Insider International (@InsiderIntl) January 12, 2018
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม นายอิสสระพงษ์ แทนศิริ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า กระแสนักท่องเที่ยวแต่งกายชุดไทย เข้ามาชมวัดและโบราณสถานในเมืองกรุงเก่า โดยเฉพาะตามสถานที่ซึ่งอยู่ในฉากละครดัง เช่นวัดไชยวัฒนาราม วัดพุทไธศวรรย์ พระราชวังโบราณ ป้อมเพชร มีเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว นายอิสสระพงษ์ แทนศิริ และเพียงในเดือนมีนาคมนี้ ประเมินแล้วว่า มีนักท่องเที่ยวเข้ามายังโบราณสถาน ตามฉากละครดังถึง 3 แสนคนแล้ว โดยหากคำนวณว่า นักท่องเที่ยวมีการใช้จ่าย คนละไม่ต่ำกว่า 500 บาท เท่ากับว่ามีเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวตามกระแสนี้ แล้วกว่า 150 ล้านบาท สำหรับตามสถิติที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท.เก็บไว้ พบว่านักท่องเที่ยวทุกประเภท เข้ามาที่อยุธยา เพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยในปี 2559 มีเข้ามารวมกว่า 7 ล้านคน แยกเป็นนักท่องเที่ยวกว่า 2 ล้านคนและกลุ่มทัศนาจร กว่า 5 ล้านคน สร้างรายได้รวม 15,300 ล้านบาท ส่วนในปี 2560 มีเข้ามา 8 ล้านคน แยกเป็นนักท่องเที่ยว 2 ล้าน 2 แสนคน และ กลุ่มทัศนาจรกว่า 5 ล้าน 8 แสนคน สร้างรายได้ 15,600 ล้านบาท ส่วนในปีนี้มั่นใจ จะมีนักท่องเที่ยวและรายได้
ว่ากันว่าการที่คนเรานั้นจะมีเงินใช้หรือไม่มีเงินใช้นั้น ขึ้นอยู่กับนิสัยทางการเงินของคนนั้น หากว่ามีนิสัยการเงินที่ดีก็จะช่วยให้ไม่มีปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ แถมจะยังมีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินอีกด้วย แต่กลับกันหากว่ามีนิสัยการเงินที่ไม่ดี ก็จะทำให้เรามีปัญหาเรื่องเงินทองอยู่บ่อยครั้ง รวมอาจจะไม่มีเงินใช้สอยจนถึงขั้นเป็นหนี้ก็ได้ ดังนั้นพวกเราจึงควรที่จะสร้างนิสัยทางการเงินที่ดีให้ติดตัวไว้เพื่อที่จะได้ไม่ลำบาก และ MoneyGuru.co.thก็มี นิสัยทางการเงินที่ดี ที่ควรมีติดตัวไว้เพื่อไม่ให้ลำบาก มาฝากกันเพื่อที่จะได้เป็นแนวทางให้กับทุกคนๆ ได้สร้างนิสัยการเงินที่ดีเหล่านี้ไว้ติดตัวกัน นิสัยทางการเงินที่ดี ที่ควรมีติดตัวไว้เพื่อไม่ให้ลำบาก นิสัยวางแผนการเงิน ถึงจะฟังดูแล้วว่าจะยุ่งยากและใช้เวลามากในการทำ แต่หากเราค่อยๆ ทำไปอย่างตั้งใจ ไม่นานก็จะกลายเป็นเรื่องที่ไม่ยาก รวมถึงจะทำให้การเงินของเราดีขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย ยิ่งเริ่มวางแผนตั้งแต่อายุยังน้อยก็ยิ่งดีครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าคนที่มีอายุมากแล้วจะเริ่มไม่ได้นะ เพราะไม่มีคำว่าสายหากเราตั้งใจที่จะทำให้มันดีขึ้น และสิ่งแรกๆ ที่เราจะได้รับจากการรู้จั
ขอบคุณภาพประกอบจาก YingsakfoodTV เป็นอีกเมนูโปรดของ ‘พี่หมื่น’ ที่แม่หญิงการะเกดทุ่มเทลองเข้าครัวทำให้ สำหรับเมนูหมูโสร่ง เมนูอาหารว่างของไทยอีกหนึ่งเมนูที่ชื่อไม่คุ้นเคยกันซักเท่าไหร่ โดยเป็นเมนูที่ทำจากหมูบดละเอียดมาผสมเครื่องปรุงรส พันด้วยเส้นหมี่ซั่ว เหมือนลูกตระกร้อ หรือก้อนไหมพรมแล้วนำไปทอดจนเหลืองกรอบ นับได้ว่าเป็นอาหารว่างที่หน้าตาน่ารับประทานและรสชาติยังอร่อยอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งเมนูที่แนะนำ ซึ่งปัจจุบันได้ประยุกต์ดัดแปลงวิธีการทำเล็กน้อย เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย สำหรับสูตรอาหารหมูโสร่ง (อาหารว่างไทยโบราณ) วัตถุดิบหมูโสร่ง 1. เนื้อหมูบดละเอียด 2. รากผักชี (หั่น-โขลกละเอียด) 3. กระเทียม (หั่น-โขลกละเอียด) 4. พริกไทยป่น 5. เกลือ 6. น้ำปลา 7. ไข่ไก่ 8. น้ำมันสำหรับทอด 9. เส้นหมี่ซั่วขาว (ชนิดเส้นไม่เค็ม) จุ่มน้ำพอชุ่ม ผึงใส่ตะแกรง คลุมผ้าขาวบาง วิธีทำหมูโสร่ง (อาหารว่างไทยโบราณ) 1.อ่างใส่หมูบด เครื่องปรุงทั้งหมด คลุกนวดให้เหนียว 2.เส้นหมี่ซั่ว 4-5 เส้น ใส่หมูเล็กน้อย พันให้เป็นก้อนกลม (เหมือนลูกตะกร้อ ก้อนไหมพรม) เรียงใส่ถาด คลุมด้วยผ้าขาวบาง 3.กะทะใส่น้ำมัน ตั้งไฟอ่อนกลาง ใส่ก้อนหม
