ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า ตลอดช่วงเช้านี้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังรอการระบาย บริเวณด้านหน้าและสนามหน้าตึกไทยคู่ฟ้า เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและข้าราชการในทำเนียบฯต้องถอดรองเท้าเพื่อลุยน้ำเข้าไป ส่วนสภาพการจราจรหลังจากฝนกระหน่ำลงมาตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ทำให้การจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครติดขัดตลอดทุกเส้นทาง โดยเฉพาะถ.วิภาวดี, งามวงศ์วาน และรามคำแหง อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร รายงานสภาพอากาศและปริมาณฝนในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ว่า มีฝนตกในกรุงเทพฯ สาเหตุจากพายุฤดูร้อน+ลมทะเลตอนเช้า ปริมาณฝนปานกลางแถบริมแม่น้ำเจ้าพระยา อาจขยายตัวมากขึ้น ขอให้วางแผนเดินทางกัน ตรวจเช็กการจราจรด้วย เนื่องจากมีฝนตกกระจาย โดยในเวลา 08.00 น. มีปริมาณฝนปานกลางปกคลุมพื้นที่ฝั่งธนบุรี แนวริมแม่น้ำและพื้นที่ฝั่งพระนครชั้นใน เคลื่อนตัวทิศตะวันตก ปริมาณฝนสูงสุดเขตบางแค 83.5 มม. ขณะที่ กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศและปริมาณฝนว่า พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นต่อไปอีกหนึ่งวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะ
เมื่อวันที่ 9 มี.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา เผยประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่อง “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบถึงวันที่ 9 มีนาคม 2561)” ฉบับที่ 17 ลงวันที่ 09 มี.ค. 2561 ประเทศไทยจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นต่อไปอีก 1 วัน โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยจะมีผลกระทบดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิง
วันที่ 8 มี.ค. โลกออนไลน์แห่แชร์เรื่องราวของสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง เล่าเหตุการณ์ที่ตนเองประสบมา คนขับรถยนต์ บีเอ็มดับเบิ้ลยู คันหรู ถือวิสาสะเปิดประตูรั้วบ้านคนอื่นแล้วขับรถเข้าไปจอด ทั้งที่ไม่ใช่บ้านของตนเอง เหตุเกิดในพื้นที่ จ.ภูเก็ต โดยสมาชิกดังกล่าว โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า คือ คุณเจ้าของรถบีเอ็มคะ คือบ้านน้องชาย คุณถือวิสาสะเปิดประตูรั้วเอารถคุณเข้าไปจอดได้ยังไง คุณไม่มีมารยาทเลยค่ะ มีเงินแต่มารยาทต่ำ … (ตามหาเจ้าของรถค่ะ มาเอารถออกไปค่ะ) มารยาทมีไหม? …. ตอบที !!!! (ทางเจ้าของรถติดต่อมาแล้วค่ะ .. ทำการขอโทษเรียบร้อย เปิดประตูเอารถออกเรียบร้อยแล้วค่ะ) เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยชาวเน็ตจำนวนมากตำหนิพฤติกรรมไม่เหมาะสมของเจ้าของรถ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์จบด้วยดีเมื่อเจ้าของรถขอโทษแล้วนำรถออกจากบ้านไปแล้ว
เป็นเรื่องที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ เมื่อเพจ แหม่มโพธิ์ดำ เผยแพร่เรื่องราวของนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ที่เดินทางไปเที่ยวชมวัดแห่งหนึ่งในจ.พระนครศรีอยุธยา โดยผู้ที่ไปพบเจอเหตุการณ์ไม่แน่ใจว่านักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ แต่ก็ถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เป็นหญิงสาวขึ้นไปนั่งบนตักพระพุทธรูปโบราณ โดยมีเพื่อนอีกคนคอยถ่ายรูปให้ พร้อมฝากให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดและคอยตักเตือนไม่ให้มีผู้กระทำในลักษณะนี้อีก โดยโพสต์ระบุว่า “เมื่อวานผมไปวัดที่อยุธยาเจอนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ไม่แน่ใจนะครับว่าคนไทยหรือต่างชาติ เพราะผมอยู่ด้านบน ซึ่งมองลงไปเจอกับภาพเหล่านี้ครับ มันไม่น่าดูเลย อยากให้มีเจ้าหน้าที่คอยห้ามปรามหรือชี้แนะตักเตือนถึงสิ่งที่ห้ามทำ และไม่เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวเหล่านี้ด้วย ไม่รู้ไม่ผิดหรอกครับ วัฒนธรรมแต่ละประเทศแตกต่างกัน” ขอบคุณที่มา แหม่มโพธิ์ดำ
ทำเอาโซเชียลน้ำลายไหลย้อยจนต้องลงมาเข้าครัวหาอะไรทานยามดึก ก็เพราะแม่หญิงการะเกด แห่ง “บุพเพสันนิวาส” ละครที่ฮิตมาแรงที่สุดในตอนนี้ ดั๊นโชว์เสน่ห์ปลายจวัก ทำสองเมนูเด็ดมัดใจพี่หมื่นและคุณหญิงแม่ กุ้งเผา และ มะม่วงน้ำปลาหวาน ที่น่าทานจนทะลุจอโทรทัศน์ เอาทำกระแสโซเชียล ต้องออกมาพูดถึง และเข้าครัวทำตาม หรือออกไปหาซื้อมาทานจิ้มดูละครกันยกใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่เพจอาหาร ยังมีการเกาะกระแสแชร์สูตร สอนวิธีทำจำนวนมาก จนส่งให้แฮชแท็ก #บุพเพสันนิวาส ติดอันดับ 1 ในทวิตเตอร์ โดยคาดว่าตอนต่อไป น่าจะมีเมนูขวัญใจมหาชนอย่างหมูกระทะมายั่วคนดูอีกแน่ ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์ @PandoraCherploy @HaRABuD
ดวงชะตาของใครหลายคนในช่วงเดือนมี.ค.นี้ มีการเปลี่ยนทั้งในทางที่ดีและต้องระมัดระวัง ทางอาจารย์นำ เสขบุคคล หมอดูชื่อดัง ได้ทำนายดวงชะตาในเดือนมี.ค.ว่าคนเกิดแต่ละปีนักษัตรจะเป็นอย่างไรบ้าง ท่านที่เกิดปีชวดหรือปีวอก ในเดือนนี้คุณจะมีปัญหาด้านการเงิน มีรายจ่ายมาก หรือปัญหาขัดข้องเกี่ยวกับการเงิน อาจเกิดการขัดแย้งกับผู้ใหญ่ มีความอึดอัดขัดข้องขัดเคืองใจ ถูกภาวะกดดัน ระวังจะมีคนเลื่อยขาเก้าอี้ มีความมัวหมองในตำแหน่งหน้าที่การงาน ควรระวังเรื่องอารมณ์ ความใจร้อน ความหงุดหงิด จะเป็นเหตุให้คุณมัวหมอง เสื่อมเสีย อีกทั้งเรื่องสุขภาพของตนหรือผู้ใหญ่ในบ้านจะป่วยไข้ไม่สบาย การค้าการขายการลงทุนต้องระวังโอกาสเสี่ยง ส่วนด้านความรักก็ควรระวังเรื่องความขัดแย้งกันเพราะเหตุที่มาจากผู้ใหญ่ ส่วนท่านที่ยังไม่มีคนรักจะเจอคนที่มีเจ้าของมารักมาชอบ บางคนอาจมีลูกแล้ว ส่วนท่านที่แต่งงานแล้ว มีเกณฑ์ว่าจะได้บุตร การเสริมดวงหรือแก้ดวง เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล คือ การทำบุญเกี่ยวกับหลอดไฟ แสงสว่าง เติมน้ำมันตะเกียง สวดมนต์บทโมรปริตร และอย่าใจร้อน อย่าตัดสินปัญหาด้วยอารมณ์ มีเหตุกระทบกระทั่งให้ถอยหลังก้าวหนึ่ง แล้วใช้เ
เป็นภาพที่ได้รับการแชร์ในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นภาพน้ำใจของเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่ตัดสินใจเหนื่อยเพื่อคนอื่น โดยพบว่าบริเวณดังกล่าวมีน้ำท่วมขังบริเวณฟุตปาธแม้ว่าไม่เยอะ แต่หากต้องเดินผ่านก็เชื่อว่าจะต้องเปียกแน่นอน แต่เธอกลับทำเรื่องที่แตกต่างออกไป โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “เด็กคนนี้ขนหินมาปูทางเดินให้คนเดินข้ามน้ำ พี่ปอนด์ถาม : หนูเรียนชั้นไหนครับ น้อง : ชั้นป.6 ค่ะ พี่ปอนด์ถาม : หนูทำแบบนั้นทำไม ?! น้อง : หนูไม่อยากให้คนอื่นเปียกแบบหนูค่ะ พิกัดทางเข้า-ออก ไทวัสดุ แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด #ฝนตก”
กลายเป็น “มหากาพย์” เรื่องยาวไปเสียแล้ว กับการ “ทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย” ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นับเป็บการคอร์รัปชั่นที่สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ แม้การพบทุจริตจะเป็นเรื่องที่ “ไม่โอเคหนักมาก!!” ในความรู้สึกคนไทย แต่หากไม่มีการออกมาเปิดโปง “คนไม่ดีก็คงจะลอยนวล” และ “คนจนคนยากไร้” ทั่วประเทศก็ยังคงถูก “เอารัดเอาเปรียบ” ไม่มีที่สิ้นสุด เรื่องนี้ต้องยก “ความดีความชอบ” ให้นักศึกษาฝึกงาน “น้องแบม-น.ส.ปณิดา ยศปัญญา” อายุ 23 ปี นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่กล้าออกมาเปิดโปงการทุจริตศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดขอนแก่น จนนำไปสู่การตรวจสอบศูนย์คนไร้ที่พึ่งทั่วประเทศ ทำให้พบการทุจริตลุกลามบานปลายขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ ณ ขณะนี้รวม 24 จังหวัด ที่ “พีคยิ่งกว่า” คือ การเปิดโปงครั้งนี้ ได้ไป “สะกิดแผลเก่า” ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีหนังสือด่วนลับมากถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ขณะนั้น เพื่อขอให้ตรวจสอบภายในข้
กลายเป็นเรื่องที่สังคมจับตาและให้ความสนใจอย่างหนัก ในกรณีเสือดำโดนยิง ที่มี นายเปรมชัย กรรณสูต เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาและอยู่ในกระบวนการสอบสวนนั้น ล่าสุดในวันนี้ (8 มี.ค.) ที่บริเวณหน้าบริษัท อิตาเลียนไทย พบว่ามีชายไม่ทราบชื่อ สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า นำแผ่นป้ายเสือดำ อาบไปด้วยสีแดงของเลือด และกำลังร้องไห้ ซึ่งเป็นป้ายแบบตั้งได้ ไปวางไว้ที่บริเวณหน้าป้ายอาคารอิตัลไทย ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท อิตาเลียนไทย จำนวน 2 ป้ายด้วยกัน โดยภาพดังกล่าวได้รับการแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวภายหลังนำเจ้าหน้าที่ค้าภายในจังหวัด และกรมศุลกากร ออกสุ่มตรวจแหล่งจำหน่ายกระเทียมขนาดใหญ่ ในบริเวณตลาดไท รังสิต เพื่อควบคุมให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 7 มีนาคมว่า มีผู้ค้ากระเทียมไม่น้อยกว่า 5 ราย ไม่แจ้งปริมาณการครอบครอง และไม่มีบัญชีการซื้อและขาย ซึ่งต้องทำเป็นรายวัน จึงได้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยโทษหากไม่แจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ และจัดทำบัญชีคุม จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกิน วันละ 2,000 บาท จนกว่าจะดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนการไม่แจ้งการขออนุญาตขนย้าย โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้กรมการค้าภายในได้ร่วมกับกรมศุลกากร ตั้งด่านตรวจสอบการลักลอบนำเข้ากระเทียม หอมหัวใหญ่ และหอมแดงอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องปรามช่วยให้เกษตรกรในประเทศจำหน่ายได้ในราคาเหมาะสม ทั้งนี้ได้จัดชุดสายตรวจเพื่อตรวจสอบในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เน้นหนักภาคเหนือและภาคกลาง และในวันที่ 9 มีนาคม นี้ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รั
