ข่าววันนี้
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 35 ที่กำหนดจัดวันที่ 17-19 พฤศจิกายน ที่จ.สุราษฎร์ธานี ว่า จากการสำรวจและสอบถามนักธุรกิจใน 5 ภูมิภาค ถึงมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยขณะนี้ พบว่า ด้านความเชื่อมั่นของประชาชนและนักธุรกิจยังไม่อยู่ในระดับปกติและมองอนาคตยังไม่สดใสนัก โดยเฉพาะมุมมองจากนักธุรกิจต่างจังหวัดและเอสเอ็มอี ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรยังไม่เพิ่มขึ้นโดดเด่น ส่งผลให้กำลังซื้อของเกษตรกรไม่ฟื้นตัวนัก แม้ว่าภาพรวมของเศรษฐกิจมหภาคจะเติบโต แต่เศรษฐกิจในพื้นที่ยังไม่ฟื้นตัวนัก เนื่องจากการแข่งขันที่สูงในพื้นที่ มีธุรกิจเกี่ยวกับดิจิทัลเข้ามาแข่งขัน ทำให้ธุรกิจดั้งเดิมยอดขายหายไป และกำลังซื้อของเกษตรกรไม่เพิ่มขึ้น เพราะราคาสินค้าเกษตรทรงตัวต่ำ ดังนั้น แม้เศรษฐกิจภาพรวมดีขึ้น แต่ในมุมมองนักธุรกิจท้องถิ่นยังไม่รับรู้ถึงการฟื้นตัว คาดว่าจะรับรู้ว่าเศรษฐกิจไทยเติบโตเต็มที่และฟื้นตัวปลายไตรมาส 2 ปี 2561 นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยปีหน้า มาจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวโดดเด่น โดยเฉพาะประเทศคู่ค้าหลัก เช
ทุนนิยมในยุคนี้จำเป็นต้องมี “หัวใจ” ถ้าหากต้องการที่จะอยู่อย่างสง่าผ่าเผย ยาวนาน และยั่งยืน แต่การมี “หัวใจ” นั้น คงไม่ได้หมายเพียงแค่การทำ ซีเอสอาร์ หรือการบริจาคข้าวของ เงินทอง เพราะหากจะทำอะไรให้ยั่งยืน สิ่งที่ทำนั้นจะต้องยึดหลักตามสุภาษิตที่ได้ยกมาข้างบน คือไม่ได้ให้เปล่าในแบบที่ผู้รับจะต้องรอเป็นผู้รับอยู่ตลอดไป เพราะ”ปลา” หนึ่งตัวอาจจะช่วยประทังหิวไปได้เพียงแค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่หากเป็นการให้ความรู้ หรือสอน “วิธีการตกปลา” ผู้รับก็จะไม่ต้องมาแบมือรอขอปลา แต่สามารถลุกออกไปจับปลาด้วยตัวเอง และจะไม่มีวันหิวอีกต่อไป หนึ่งในนักธุรกิจไทยที่มองภาพนี้ออกได้อย่างเฉียบขาดและแหลมคมคือ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ เจ้าของทฤษฎี “สามประโยชน์” ธนินท์กล่าวว่า “สามประโยชน์” ในความหมายของเขาคือ การทำกิจการได้ก็ตาม จะต้องเกิดประโยชน์ต่อทั้งสามฝ่าย ได้แก่ ประเทศ และประชาชนของประเทศนั้นๆก่อน แล้วประโยชน์ของบริษัทจึงตามมาทีหลัง โครงการเลี้ยงไก่ไข่ 3 ล้านตัวที่ เมืองผิงกู่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นหนึ่งในตัวอย่างของ โครงการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ยึดอยู่บนหลักสามประโยชน์ โดยซีพี
ด้วยจุดบริการจำหน่ายสินค้าชุมชน ผ่านเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ด้วยระบบโลจิสติกส์ของไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ และรูปแบบ E-Commerceตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพิ่มช่องทางการตลาดให้หมู่บ้าน กลุ่มเกษตรกรในการนำสินค้าจากชุมชนมาจำหน่าย และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยิ่งขึ้น นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมลงนามในพิธีบันทึกข้อตกลงระหว่างบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ณ อาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่ เพื่อพัฒนาช่องทางการจำหน่ายสินค้าชุมชน ผ่านระบบ E-Commerce ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ช่วยสนับสนุนให้ชุมชนสามารถกระจายสินค้าและผลิตภัณฑ์ของชุมชน สินค้า OTOP และ SMEs ข้ามภูมิภาคได้อย่างทั่วถึงทั้งในและระหว่างประเทศ นายอรรถพล เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ปตท. ได้นำศักยภาพของเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นจุดให้บริการจำหน่ายและกระจายสินค้าชุมชนทั้งในรูปแบบร้านค้าและระบบ E-Commerce โดยใช้
บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” โดย นางสาวปริม ปัญญาเสรีพร ผู้อำนวยการ – การตลาดเพื่อการท่องเที่ยวและสันทนาการ (โรงแรม) ร่วมส่งเสริมและกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลท่องเที่ยว สานต่อแคมเปญ “กิน พัก เที่ยว เปรี้ยวยกแก๊ง” เอาใจสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่ชื่นชอบการเดินทาง กับสิทธิพิเศษในการเลือกพักผ่อน หรืออิ่มอร่อยไปกับห้องอาหารชั้นเลิศ ในโรงแรมและ รีสอร์ทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ พร้อมร่วมลุ้นรางวัลใหญ่ ทริปสุดหรูสู่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย 5 วัน 4 คืน รางวัลห้องพักในประเทศ และบัตรรับประทานอาหาร รวมทั้งสิ้น 79 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท เพียงสมาชิกใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดโรงแรมครบ 1,000 บาท ต่อเซลส์สลิป รับ 1 สิทธิ์ โดยส่งข้อความลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ พิมพ์ KPT เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 16 หลัก ส่งมาที่หมายเลขโทรศัพท์ 061 384 5000 หรือลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ ผ่านเว็บไซต์ www.ktc.co.th/kinpaktiew2017 ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ถึง 31 มกราคม 2561 รายละเอียดของรางวัลจากแคมเปญ “กิน พัก เที่ยว เปรี้ยวยกแก๊ง” รางวัลที่ 1 แพ็คเกจท่องเที่ยวซิดนีย์ ประเท
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงความคืบหน้าคณะกรรมการสรรหาเอกชนในโครงการส่งเสริมการจัดตั้งตลาดกลางข้าวสารสู่มาตรฐานสากล แห่งแรกของประเทศไทย ที่้มีผู้มาแสดงวิสัยทัศน์ 2 รายคือ กลุ่มตลาดไท ของบริษัท ไทยแอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด กับ ตลาดต่อยอด ของกลุ่มตะวันนาของบริษัท ตะวันนา ไนท์บาซาร์ ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี นั้น ล่าสุดกรมได้เสนอรายชื่อทั้ง 2 รายให้นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พิจารณา และได้อนุมัติให้ทั้ง 2 รายเป็นผู้จัดตั้งตลาดกลางข้าวสาร เนื่องจากเห็นว่าทั้ง2รายมีจุดอ่อนจุดแข็งที่ต่างกัน เช่นรายหนึ่งมีจุดแข็งเรื่องการทำตลาดในประเทศ อีกรายโดดเด่นด้านเชื่อมโยงตลาดต่างประเทศ “การให้เอกชนทั้ง 2 ราย เป็นผู้จัดตั้งตลาดกลางข้าวสาร จะช่วยให้ตลาดกลางข้าวสารเชื่อมโยงกับเกษตรกรได้อย่างสมบูรณ์ ที่จะนำสินค้าเกษตรจากแหล่งผลิตมาจำหน่ายในตลาดนี้ เชื่อว่าตลาดทั้ง 2 แห่งพร้อมสนับสนุนการจัดตั้งตลาดกลางข้าวสาร ที่มีกระทรวงฯเป็นพี่เลี้ยง โดยจะเชิญทั้ง 2 รายมาลงนานเอ็มโอยูต้นเดือนธันวาคมนี้ จากนั้นจะวางระบบต่างๆให้เสร็จภายใน 4 เดือน เช่น ระบบออนไลน์ เส้นทางเข้าอ
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) จับมือพันธมิตรธุรกิจ FundRadars สตาร์ทอัพในโครงการ Bangkok Bank InnoHub เปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ “BF Mobile Application” ซึ่งจะช่วยนำพากองทุนบัวหลวง เข้าสู่เทคโนโลยี ดิจิทัลอย่างเต็มภาคภูมิ ภายใต้แนวคิด ‘มองโลกผ่านกองทุนบัวหลวง’ “BF Mobile Application” จะเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกการเข้าถึงข้อมูลและทำธุรกรรมต่างๆ แก่ลูกค้าผู้ถือหน่วยลงทุน เป็นการประกาศความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมของโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพกลุ่มฟินเทค (FinTech : Financial Technology) ระดับโลกโครงการแรกในประเทศไทย ที่จัดขึ้นโดยธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อสนับสนุนบริษัทสตาร์ทอัพกลุ่มฟินเทค พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและธุรกิจการเงินในอนาคตของไทย นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) เปิดเผยว่า บริษัท ได้ร่วมกับ FundRadars ซึ่งเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพที่ได้รับคัดเลือกจากโค
สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและโรงงานอุตสาหกรรมรวม 80 ราย ยื่นขอรับคำปรึกษาและขอรับเครื่องหมาย “รสไทยแท้” จาก 13 เมนูที่กำหนดมาตรฐานไปเมื่อปีที่แล้ว และเพิ่มอีก 5 เมนูใหม่ในปีนี้ เดินหน้าเผยแพร่ความรู้เรื่องมาตรฐานอาหาร “รสไทยแท้” และมาตรฐานการจัดการอาหารปลอดภัย คาดมีบุคลากรในแวดวงอุตสาหกรรมอาหารได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 1,000 ราย นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในปี 2561 นี้ สถาบันอาหารได้รับงบประมาณจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ในการดำเนินงานโครงการ “ยกระดับมาตรฐานรสไทยแท้อุตสาหกรรมอาหารไทยในตลาดโลก (Authentic Thai Food For the World)” เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตอาหารในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการอาหารของไทยให้มีคุณภาพปลอดภัยและมีคุณค่าโภชนาการที่เหมาะสม รักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของอาหาร “รสไทยแท้” โดยการให้การรับรองมาตรฐาน “รสไทยแท้” ให้กับร้านอาหารไทย และผลิตภัณฑ์อาหารจากโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าให้แก่อาหารไทยสู่ผู้บริโภคทั่วโลก อันเป็นการส่งเสริมธุรกิจบริการร้านอาหารไทย และยกระดับอาหารไทย
ในห้วงช่วงนี้ถ้าจะถามว่าจะทำอะไรดี จะปลูกอะไรดี จะขายอะไรดี… ผู้ที่ถูกถามคงจะอึดอัดลำบากใจมิใช่น้อย เพราะเศรษฐกิจของประเทศไทยในหลายด้านไม่ค่อยจะดี และอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนในหลากหลายมิติ เช่นการปรับยุทธศาสตร์ชาติในระยะยาวเป็น 10 ปี 20 ปี ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่าการที่เราวางแผนยาวนานเกินไปนั้น จะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่กับโลก “ดิจิตอล” ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น แต่ก่อนเป็นวีดิโอเทป แล้วเปลี่ยนเป็น วีซีดี ดีวีดี มาตอนนี้กลายเป็น ดาวน์โหลด หรือดูจากยูทูปแทน และปัจจุบันมีเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) มาแทนที่ทำให้นักร้องและบริษัทที่ขายเทปในอดีตต้องปรับเปลี่ยนวิถีการทำงาน และวิธีขายกันแทบไม่ทัน ถ้ารูปแบบการตั้งกฎระเบียบต่างๆ ไม่ยืดหยุ่น ไปยึดหรือล็อคมากๆ เข้า ในระยะยาววิถีชีวิตของลูกหลานในอนาคตจะสอดคล้องกับสิ่งที่รัฐบาลในยุคนี้วางไว้หรือไม่ หรืออาจจะกลายเป็นเรื่องล้าหลังกับโลกในอนาคต ทำให้การพัฒนาประเทศเจออุปสรรคจากกฎที่ตั้งไว้ในปัจจุบันก็เป็นได้ และเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับผู้ที่จะวางแผนอนาคตของชาติ หลายท่านคงจะทราบกันดีว่าประเทศชาติของเรากำลังมุ่งไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ต้องการก้าวข้ามไปสู่การเป็
วิถีการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษาในยุคดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยก่อนที่ไม่หยุดอยู่แค่ในห้องเรียนและห้องสมุดอีกต่อไป เพราะการเรียนการสอนในยุคปัจจุบันเน้นให้เด็กเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ เป็นผู้เริ่มตั้งคำถาม และออกค้นคว้าหาข้อมูลจากสิ่งต่างๆ รอบตัว “ศูนย์การค้า” จึงกลายเป็นจุดนัดพบที่สำคัญ สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการแลกเปลี่ยนความรู้ ทำการบ้าน ค้นหาไอเดียใหม่ๆ เช่นเดียวกับ ศูนย์การค้า เดอะสตรีท ที่ได้แชร์พื้นที่ส่วนกลาง สร้างเป็น “Co-Learning Space (โค เลิร์นนิ่ง สเปซ)” ให้นักเรียนนักศึกษามาใช้พื้นที่เพื่อการเรียนรู้ร่วมกันได้ 24 ชม. นายพงษ์ศักดิ์ นันตวรรณกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ สตรีท รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา กล่าวว่า “พื้นที่ Co-Learning Space (โค เลิร์นนิ่ง สเปซ) เกิดขึ้นจากการมองเห็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่มาใช้บริการในศูนย์การค้า และมาใช้พื้นที่ต่างๆ เพื่อท่องตำรา ทำงานกลุ่ม และติวหนังสือ ทางศูนย์การค้าจึงได้แชร์พื้นที่ส่วนกลางเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้นี้ขึ้นมา โดย “Co-Leaning Space” ของศูนย์การค้า เดอะสตรีท รัชดา มีพื้นที
ตูน ปิดเซตสุดท้าย 676 กิโลต่อสุราษฎร์อีกคืน ยอดบริจาคพุ่ง273 ล้าน พักหยุดวิ่ง 1 วันก่อนเข้าชุมพร เมื่อเวลา 21.10 น. วันที่ 17 พฤศจิกายน ตูน บอดี้สแลม และทีมวิ่งก้าวคนละก้าว ได้วิ่งถึงเส้นชัยที่หน้าหน่วยบริการประชาชน และ อบต.คันธุลี อ.ท่าชนะ หลังจากวิ่งออกจากสามแยกบ้านห้วยไผ่ ต.ป่าเว อ.ไชยา ระยะทางรวม 24 กิโลเมตรจบเซตที่ 3 ซึ่งเป็นเซตสุดท้ายของวัน โดยมีดาราแหม่ม จินตรา สุขพัฒน์ เหมี่ยว ปวันรัตน์ นาคสุริยะ และหมอก้อง สรวิชญ์ สุบุญ ร่วมเข้าเส้นชัยด้วย ซึ่งมีนายวิสูตร อินทกำเนิด นายอำเภอท่าชนะ ให้การต้อนรับพร้อมมอบเงินสมทบจากหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ 246,246 บาท และครูนักเรียนโรงเรียนพะโต๊ะวิทยา อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ที่อยู่นอกเส้นทางวิ่งเดินทางนำเงินมาร่วมสมทบด้วย ท่ามกลางประชาชนที่รอต้อนรับอย่างแน่ขนัด อย่างไรก็ตาม ก่อนถ่ายภาพเข้าเส้นชัย ตูน ได้แวะร่วมร้องเพลงแสงสุดท้าย กับนักเรียนชั้นประถมใน อ.ท่าชนะ ที่นำเครื่องดนตรีมาเล่นอย่างสนุกสนานเป็นกันเองท่ามกลางเสียงตบมือ โดยไม่มีทีท่าแสดงความเหนื่อยล้าออกมา ทั้งนี้ พิธีกรประจำรถนำขบวนของทีมวิ่งก้าวคนละก้าว ได้ประกาศว่าในวันพรุ่งนี้(18 พ.ย.60) ตูน
