ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 15 พ.ย. หลังจากนายอาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม ได้รับพระราชทานดอกไม้ สิ่งของ จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ฯ อัญเชิญสิ่งของพระราชทาน ช่อดอกไม้ และเครื่องดื่มบำรุงกำลัง มอบให้นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม และคณะโครงการก้าวคนละก้าว พร้อมมีกระแสรับสั่ง ว่า “ขอให้มีสุขภาพที่แข็งแรง และจิตใจที่เข้มแข็ง และปฏิบัติภารกิจที่ตั้งใจ ให้ประสบความสำเร็จ” โดย ตูน เปิดเผยความรู้สึกภายหลังว่า ผมถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้จากพระองค์ท่าน ทรงเมตตามองเห็นในสิ่งที่พวกเราทำ ตอนนี้แม้ยังไม่ถึงปลายทาง แม้อยู่ระหว่างทางพระองค์ท่านทรงมองเห็นและพระราชทานกำลังใจ พระองค์ท่านไม่ได้ส่งแค่กำลังใจ แต่ยังส่งขนมนมเนย ขนม วิตามิน น้ำ เหมือนยาวิเศษที่ทำให้เราได้ไปต่อ ถ้าเราผ่านไปถึงวันที่ 55 ได้ วันนี้จะเป็นวันที่สำคัญที่สุด ที่พวกเราได้เติมพลัง “พระองค์ท่านไม่ได้มองเห็นเพียงผมคนเดียว แต่ยังชื่นชมทีมงาน ซึ่งผมเองก็ขนลุกเพราะงานนี้มันเกิดขึ้นไม่ได้ด้วยตั
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า การแจกซิมอินเตอร์เน็ตฟรี ให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียน 11.67 ล้านคนในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน คลังมั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์ เพราะจะทำให้ผู้มีรายได้น้อย สามารถเข้าถึงข้อมูล ความรู้ การประกอบอาชีพต่างๆ ทั้งที่เป็นข้อมูลทั่วไป และข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพรัฐจัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งหากผู้มีรายได้น้อยมีช่องทาง มีความรู้เพิ่มขึ้น สามารถประกอบอาชีพ พัฒนาฝีมือแรงงานได้ ในระยะยาวก็จะหลุดพ้นจากการเป็นผู้ที่มีรายได้น้อยต้องได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ส่วนกรณีที่หากมีการแจกซิมอินเทอร์ เน็ต ฟรีให้กับผู้มีรายได้น้อย และพบว่ามีปัญหา เพราะผู้มีรายได้น้อยบางรายไม่สามารถซื้อสมาร์ทโฟน หรือเครื่องมือที่จะใช้กับซิมได้ กระทรวงการคลัง จะต้องมีการแจกสมาร์ทโฟน พ่วงซิมอินเทอร์ เน็ตฟรี ด้วยหรือไม่ รมว.คลัง กล่าวว่า จะต้องดูอีกที แต่เบื้องต้นซิมอินเตอร์ เน็ต จะมีการจ่ายค่ารายเดือนให้ด้วย โดยจะให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เข้ามาร่วมโครงการ เนื่องจากคงไม่สามารถไปทำสัญญากับบริษัท เอไอเอส ดีแทค หรือ ทรูมูฟ ได้ เพราะจะถูกมองว่าเป็นการไปเอื้อให้เอกชนอีก นายอภิศ
เรื่องราวของโครงการ “ก้าวคนละก้าว” เพื่อสมทบทุนเงินบริจาคให้ 11 โรงพยาบาลที่ยังขาดแคลนเครื่องมือทางการแพทย์ จากอ.เบตง ถึงอ.แม่สาย ระยะทาง 2,191 กิโลเมตร ที่นำทัพโดย “ตูน บอดี้สแลม” นั้น มีอยู่เป็นจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวและภาพความประทับใจที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะภาพของตูนที่ทุกครั้งเมื่อเห็นคนเฒ่าคนแก่นั่ง ยืนรอ อยู่ริมถนนก็จะวิ่งเข้าไปหา นั่งลงและยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อมถ่อมตนตลอด โดย “หมอเมย์” หรือพญ.สมิตดา สังขะโพธิ์ แพทย์หญิงผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลพระรามเก้า แพทย์ที่เราจะเห็นว่าเธอคนนี้จะคอยวิ่งอยู่ข้างกายของตูนตลอด ซึ่งหมอเมย์มีหน้าที่หลักคือการดูแลเรื่องกล้ามเนื้อและการกายภาพบำบัดให้กับตูนนั้น หมอเมย์ได้เล่าความประทับใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Samitada May Sungkapo” ซึ่งเป็นภาพที่เกิดขึ้นในวันที่ 14 ของการวิ่ง โดยเป็นภาพของคุณยายท่านหนึ่งที่พยุงร่างกายเดินออกมาจากบ้านพร้อมกับไม้เท้าที่ทำจากท่อพีวีซีและเงินในมือที่เตรียมนำมามอบให้กับโครงการดังกล่าว ก่อนจะปล่อยไม้เท้าและยกมือขึ้นรับไหว้ พร้อมรอยยิ้มที่มอบให้กับตูน ทำเอาหมอเมย์อดยิ้มและน้ำตาไหลไม่ได้ ขอบคุณเฟซบุ๊ก
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป.สั่งการให้ พ.ต.ต.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1บก.ป. นำกำลังจับกุมผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เกินกว่าราคาที่กฎหมายกำหนด ประกอบด้วย นางรัชนีกร คำแก้ว อายุ 51 ปี ชาว จ.สกลนคร น.ส.พรมะณี การประกอบ อายุ 43 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด นายสัมฤทธิ์ แถวบุญตา อายุ 32 ปี ชาว จ.เลย และนางอำภา ตองอ่อน อายุ 63 ปี ชาว จ.นครราชสีมา พร้อมสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 20 ใบ และเงินล่อซื้ออีก 2,000 บาท ได้บริเวณด้านหน้าห้างบิ๊กซี ถนนลาดพร้าว แขวงจองพล เขตจตุจักร กทม. โดยมีพ่อค้าแม่ค้าเดินเร่ขายสลากฯให้กับประชาชน จึงทำการล่อซื้อและควบคุมตัวไว้ดังกล่าว จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดย นางอำภา ให้การว่า ก่อนหน้านี้อาศัยอยู่จ.นครราชสีมา ไม่ได้ทำอาชีพอะไร จึงมาพักกับลูกสาวที่ จ.ปทุมธานี ช่วยกันแบ่งเบาภาระลูกสาวโดยไปรับสลากมาจากยี่ปั๊วหน้ากองสลากแถวสนามบินน้ำ ก่อนนำมาเร่ขายย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน เลขไม่สวยรับมาในราคาใบละ 70.40 บาท นำมาขายในราคาใบละ 80 บาท ส่วนสลากชุด 5 ใบ ซื้อมาใบละ 90-92 บาท เนื่องจากเลขสวยเป็นที่นิยมของลูกค้า จึงนำมาขายในราคาใบละ
กรณีขุดพบพระเนื้อสำริดนาคปรกโบราณอายุหลายร้อยปี พร้อมกับกำไลนาค กริชและพระบริวารอีก 10 องค์ ที่บ้านเลขที่ 160 บ้านโคกสง่า ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ของนางบัวลอย อายุ 39 ปี และ นายจำรูญ คำแหง อายุ 46 ปี โดยที่หน้าบ้านพบร่องรอยการขุดเป็นหลุมลึกลงไปประมาณ 2 เมตร และใช้เชือกกั้นไว้ ใกล้กันเจ้าของบ้านชาวบ้านจำนวนมากพากันกราบไหว้พระสำริดนาคปรกโบราณอายุหลายร้อยปี หน้าตักกว้าง 7.5 นิ้ว สูงประมาณ 30 เซนติเมตร สภาพเป็นพระเก่าแก่โบราณ พร้อมกำไลนาค 1 คู่และกริชความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร 1 เล่ม และยังมีพระสำริดนาคปรกบริวารขนาดเล็กอีก 10 องค์ ตั้งบนแคร่และมีเครื่องเซ่นไหว้บูชาอยู่โดยรอบ ซึ่งพระสำริดนาคปรกโบราณและเครื่องบริวาร เป็นสิ่งที่นางบัวลอย คำแหง เจ้าของบ้าน ได้ฝันเห็นและไปพบกับร่างทรงมาทำพิธี แล้วมาทำการขุดที่หน้าบ้าน ลึกลงไป 2 เมตรจึงพบและนำขึ้นมา ซึ่งหลังจากที่นำขึ้นมาชาวบ้านทราบข่าวต่างพากันมากราบไหว้ เพื่อขอโชคลาภและความเป็นสิริมงคล ต่อมา นางสาวอรุณี แช่เล้า เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์ กรมศิลปกร พร้อมด้วยวัฒนธรรมอำเภอกาบเชิง ลงพื้นที่พบผู้นำชุมชนและเจ้าของบ้านที่ขุดพบพระเ
ตามที่มีการเผยแพร่ ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดียว่า ต้องการซื้อใบกำกับภาษีจากผู้ที่ซื้อสินค้า แต่ไม่ได้นำไปใช้ลดหย่อนภาษีให้เอามาขายได้ โดยจะมีค่าตอบแทนให้จำนวนหนึ่ง นั้น กรมสรรพากร ขอแจ้งให้ทราบว่า การประกาศซื้อ-ขายใบกำกับภาษีดังกล่าวข้างต้นเป็นเรื่องที่มีความผิดทางกฎหมาย โดยผู้นำใบกำกับภาษีดังกล่าวไปใช้จะได้รับโทษทางอาญาตามมาตรา 90/4(7) แห่งประมวลรัษฎากร มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท และรับโทษทางแพ่ง ต้องรับผิดเบี้ยปรับสองเท่าของเงินภาษี ตามมาตรา 89(7) และเสียเงินเพิ่ม ตามมาตรา 89/1 อีกด้วย จึงขอเตือนให้ยุติการกระทำดังกล่าว และกรมสรรพากรจะดำเนินการติดตามตรวจสอบเพื่อหาผู้กระทำความผิดโดยเข้มงวดต่อไป ทั้งนี้ หากผู้เสียภาษีมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ทุกพื้นที่ หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. 1161
เป็นนักร้องยอดกตัญญูอีกคน สำหรับนักแต่ง-นักร้อง “อาม ชุติมา” ที่แต่งเพลงดัง ‘ผู้สาวขาเลาะ’ จนดังเป็นพลุแตก โดยล่าสุด “อาม ชุติมา” ร้องเพลงเก็บเงินตลอด 1 ปี ก่อนถอยรถป้ายแดงให้พ่อขับทำงาน แถมยังควักกระเป๋าต่อเติมบ้านเกิดจ.บึงกาฬ ให้กว้างขวางกว่าเดิม โดยยังมีโครงการเตรียมสร้างรั้วบ้านใหม่ จากรั้วไม้ไผ่เป็นรั้วปูน ถือเป็นนักร้องสาวยอดกตัญญูที่น่ายกย่องจริงๆ ขอบคุณที่มา ประจักษ์ชัย ไหทองคำ และอาม ชุติมา (ชุติมา โสดาภักดิ์)
เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการขายล็อตเตอรี่ที่จ.เชียงใหม่ ดูคึกคักอย่างมาก ทั้งย่านถนนมหิดล อ.เมืองเชียงใหม่ ย่านตลาดเช้าต่างๆ ย่านถนนเชียงใหม่ ลำพูน อ.สารภีเชียงใหม่ โดยเลขมงคลนั้นขายหมดแผงไปนานแล้ว ยังคงค้างเลขเด็ดทั่วไป ซึ่งก็ขายดีเช่นกัน ราคาหวย ใบละ 80 บาท ส่วนหวยชุดนั้นพ่อค้าแม่ค้าขาย 5 ใบ 550 บาท ส่วน 10 ใบ ขาย 1,300 บาท พ่อค้าแม่ค้าที่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สาเหตุที่ขายหวยชุดแผงตกใบละ 130, 150 บาท นั้น เนื่องจากไปรับจากยี่ปั๊วมาแพงมากถึงใบละถึง 92 บาท เลยทีเดียว หมายถึงหวยชุดที่ยี่ปั๊วรวมให้แล้ว ก็ต้องมาขายราคาแพงขึ้น ส่วนหวยใบเดียวก็ยังคงขายราคาเดิม 80 บาท หากเจ้าหน้าที่จะจับ ก็ขอให้ไปจับยี่ปั๊ว อย่ามาจับพ่อค้าแม่ค้าเลย ด้านนายชาตรี ขุนอินทร์ พ่อค้าขายหวยย่านห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีเอ็กตร้า อ.เมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เหล่ายี่ปั๊วไล่ตระเวนซื้อหวยจากกลุ่มพวกที่ได้โค้วต้าจากหวยกดตู้เอทีเอ็ม ไล่ขอซื้อใบละ 82 บาท พวกเหล่าที่โควต้าหวยจากตู้เอทีเอ็มที่ไปกดมาได้ก็ขายได้กำไรอย่างมาก ทราบว่ายี่ปั๊วนำไปรวมเป็นหวยชุดแล้วขายให้พ่อค้าแม่ค้าปลีกทั่วไปในราคาถึงใบละ 50-
เพจ ตามฮอยอีสาน เผยแพร่บรรยากาศตลาดนัดโค-กระบือแหล่งใหญ่แห่งหนึ่งในภาคอีสาน โดยมี “นายฮ้อย” ยุค 4.0 จากทุกสารทิศมาชุมนุมกันอย่างคึกคัก
ชาวนากาฬสินธุ์อ่วมซ้ำอีกปี! นายทุนรับซื้อข้าวยังกดราคา รับซื้อข้าวเปลือกเพียงตันละ 6 พัน ขณะที่ผู้จัดการตลาดกลางข้าวและพืชไร่ ระบุผลกระทบน้ำท่วมที่ผ่านมา ทำความเสียหายให้กับพื้นที่นาข้าวในกลุ่มลูกค้าเพียงส่วนน้อย พร้อมแนะชาวนาหากอยากขายข้าวได้ราคาดี ควรตากให้แห้งก่อนนำมาขาย และเข้าโครงการชะลอการขายกับรัฐบาล วันที่ 15 พ.ย.60 จากการติดตามบรรยากาศการรับซื้อข้าวเปลือกนาปี ตามลานรับซื้อทั่วไปในจังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่าชาวนาเริ่มทยอยนำข้าวเปลือกที่เกี่ยวสดมาจำหน่ายอย่างคึกคัก จากการสอบถามพบว่ายังถูกนายทุนรับซื้อกดราคา โดยข้าวเปลือกเหนียวราคาตันละ 6 พันบาท ขณะที่ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิราคาตันละ 1 หมื่นบาทเท่านั้น นอกจากนี้ ยังถูกหักค่าสิ่งเจือปนและส่วนผสมอีกด้วย ทั้งนี้ ชาวนาที่นำข้าวมาขายระบุว่า จากที่ประเมินว่าราคารับซื้อข้าวเปลือกปีนี้จะสูงขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากพื้นที่ปลูกข้าวหลายอำเภอถูกน้ำท่วมเสียหาย แต่ถึงวันนำข้าวมาขาย ราคาก็ไม่แตกต่างจากปีที่แล้ว ซึ่งเมื่อนำรายได้หักลบกลบหนี้กับรายจ่ายด้านต้นทุนการทำนา โดยเฉพาะค่าจ้างแรงงานเกี่ยวข้าววันละ 300 บาท และรถเกี่ยวไร่ละ 1 พันบาท รวมทั้ง
