ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ตามที่ กทม. ได้จัดหาพื้นที่รองรับผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบทางเท้า เช่น ที่บริเวณหน้าภัตตาคารกุ้งหลวง หน้าทางเข้าโรงพยาบาลเจ้าพระยา ย่านปิ่นเกล้า ซึ่งอนุญาตให้ทำการค้าขายได้ตั้งแต่เวลา 10.00-15.00 น. นั้น ปรากฏว่า ผู้ค้าไม่สามารถทำการค้าขายได้ เนื่องจากช่วงกลางวันไม่มีลูกค้า ผู้ค้าจึงขอให้ กทม. ขยายเวลาเป็นขายช่วงเวลา 16.00-22.00 น. ในส่วนนี้ กทม. พิจารณาแล้วว่าไม่กีดขวางทางเท้า และไม่กระทบกับผู้ที่สัญจรไปมา จึงอนุญาตขยายเวลาค้าขายได้ตามเวลาดังกล่าว ขณะที่บริเวณข้างห้างโลตัส ใกล้กับสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ช่วงเช้ามีผู้ค้าขายของสด เช่น หมู ผัก เนื้อ ปลา ไก่ ฯลฯ หลังจากนั้น เวลา 10.00-15.00 น. มีการตั้งร้าน แผงค้า ขายอาหาร กรณีนี้ผู้ค้าได้ขอขยายเวลาถึง 20.00 น. เนื่องจากช่วงกลางวันไม่มีลูกค้า กทม. จึงอนุญาตเพราะไม่กีดขวางทางสัญจรเช่นกัน พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวอีกว่า กทม. เป็นห่วงผู้ค้าบริเวณใต้ทางด่วนแยกพงษ์พระราม เพราะตลาดยังซบเซา จึงมอบหมายให้ นายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม
เวลา 18.00 น. วันที่ 13 พ.ย. 60 กลุ่มแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาทั้งชายและหญิง ที่เป็นหมอนวดสปา รวม 42 คน ในอ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันหลังจากที่แรงงานทั้งหมด ได้รวมตัวกันประท้วงนายจ้าง ซึ่งเป็นบริษัทนวดสปาให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน ตั้งอยู่บริเวณถนนวัดศรีวารีน้อย ที่ทางนายจ้างหักค่าประกันจากค่าแรงงวดละ 200 บาท (ต่อ 10 วัน) จนครบ 2,000 บาท รวมแล้วเดือนละ 600 บาท กลุ่มแรงงานทั้งคนไทยและชาวกัมพูชา เปิดเผยให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ทางนายจ้างได้มีมติให้พนักงานทุกคนทั้งคนไทยและชาวกัมพูชาต้องให้ทางบริษัทหักเงินค่าประกันตามที่กล่าวมาทั้งหมด และทางบริษัทจะคืนให้ครบทั้ง 2,000 บาท เมื่อพนักงานนั้นมีการแจ้งกับทางบริษัทล่วงหน้าก่อนลาออกอย่างน้อย 15 วัน ซึ่งทางพนักงานเองได้รับเงินค่าจ้างงวดละ 2,000-3,000 บาทเท่านั้น จึงไม่อยากให้ทางบริษัทหักค่าประกันดังกล่าว จึงนัดรวมตัวกันประท้วงไม่ไปทำงาน ด้านผู้จัดการของบริษัทนวดสปา ได้เปิดเผยว่า เบื้องต้นพนักงานที่เป็นแรงงานชาวกัมพูชาทั้ง 42 ราย ที่ไม่ยอมรับเงื่อนไขของทางบริษัท ทางบริษัทจะให้พ้นสภาพการเป็นพนักงานทันที และจะแจ้งข้อหาบุกรุกหากพน
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนลับแลศรีวิทยา ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เพื่อพบกับ นายชยพล เอ็บมูล เป็นผู้อำนายการโรงเรียนลับแลศรีวิทยา และ น.ส.ฑิฆัมพร เมนโดซ่า หรือน้องโมเดล อายุ 17 ปี เป็นลูกสาวของนางคุณกฤต และนายอพอลโล่ เมนโดซ่า ลูกครึ่งชาวฟิลิปปินส์ กับประเทศไทย นายชยพล กล่าวว่า น้องโมเดลก่อนหน้านี้เรียนอยู่ที่โรงเรียนในจ.พิษณุโลก เพิ่งมาเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่โรงเรียนลับแลศรีวิทยา น้องโมเดลเป็นเด็กที่เรียนดีเขียนหนังสือได้สวยแม้ว่าจะต้องใช้เท้าเขียนหนังสือแทนมือ และมีความสนใจในพุทธศาสนา นายชยพล กล่าวว่า เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา น้องโมเดลได้เข้าสอบธรรมสนามหลวง หรือธรรมศึกษาวิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม ชั้นตรีของโรงเรียนลับแลศรีวิทยา สังกัดคณะสงฆ์ จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งพระวินัยสาทร ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ฝ่ายธรรมยุต และเจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล ถึงกับเอ่ยปากชมน้องโมเดลว่า เขียนหนังสือได้สวย และเป็นเด็กที่มีความมานะอดทนสู้ชีวิต ซึ่งน้องโมเดลเคยเข้าแข่งขันคัดลายมือที่กรุงเทพมหานครมาแล้ว และอีกไม่กี่
นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเซีย (APRC) เผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เอพีอาร์ซีร่วมกับสภาหอการค้าฮ่องกงจัดการประชุมโต๊ะกลมระดับสูงกับภาคเอกชน( APRC- Private Sector High Level Roundtable on Business Opportunities in the South China Sea ) เพื่อรับฟังความเห็นภาคเอกชนต่อโอกาสทางธุรกิจในทะเลจีนใต้ โดยเฉพาะนักธุรกิจที่ลงทุนในอาเซียนและจีน ผู้เข้าร่วมการประชุม อาทิ นายโบ ก๊วก เจ้าของเคอร์รี่ กรุ๊ป ทำกิจการโลจิสติคและเครือโรงแรมแชงกริล่าทั่วโลก , นายฟู่ ยู หนิง ประธานบริษัทไชนารีซอร์สเซส ทำกิจการท่าเรือในเอเชียหลายประเทศ และอสังหาริมทรัพย์ และเป็นเจ้าของโครงการออลซีซั่นส์ ถนนวิทยุ วิคเตอร์ ฟุง นักธุรกิจที่ลงทุนทั่วอาเซียนและเศรษฐีอันดับ10 ของฮ่องกง นายเฟรด ลัม ประธานผู้บริหารสนามบินฮ่องกง, วินเซนต์ โล ประธานสมาคมสภาการค้าและพัฒนาฮ่องกง, โจนาธาน ชอย ประธานสมาคมหอการค้าจีนในฮ่องกง, นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานสมาคมนักธุรกิจจีนโพ้นทะเล และนายศุภกิจ เจียรวนนท์ , ผู้บริหารระดับสูงจากปตท. สผ., ตัวแทนเบอร์ลี่ ยุคเกอร์, สมาคมตลาดหลักทรัพย์ สิงคโป
การท่องเที่ยวถือเป็นหัวใจหลักสำคัญ ในการพัฒนาเศรษฐกิจ “จังหวัดน่าน หรือ น่านนคร” เป็นอีกหนึ่งจังหวัด ที่หลายปีที่ผ่านมา ได้รับการยอมรับ จากนักท่องเที่ยวทั้งไทยเเละต่างประเทศในเรื่องการท่องเที่ยว เพราะ “น่านนคร” มีความเงียบสงบ ทั้งยังแฝงไปด้วยวัฒนธรรม วิถีชุมชน ที่อ้าเเขนต้อนรับผู้มาเยือน “วิถีธุรกิจชุมชน” ของน่านนั้นน่าสนใจไม่น้อย “ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” ขอพาไปฟังทัศนะจากผู้เกี่ยวข้องที่มีประสบการณ์ในพื้นที่มาบอกเล่ามุมมอง ผ่านงานเสวนา “การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” หัวข้อ “ทิศทางการท่องเที่ยววิถีน่านยุค 4.0” ที่โรงแรม น่าน บูติค โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน จัดโดย SME Development Bank เพื่อพัฒนาและยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน เริ่มจากธุรกิจขนาดกลางและเล็กของ “น่าน” จะไปในทิศทางไหน “สำเริง สวัสดีนฤนาท” อุตสาหกรรม จ.น่าน ปูพื้นเล่าถึงสิ่งที่ต้องพัฒนา SME ใน จ.น่าน ว่า มีอยู่ 3 ด้าน คือ 1. ต้องพัฒนาคน คือ การพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความพร้อม ความเข้มแข็ง เพื่อไปแข่งขันกับตลาดภายนอก 2.พัฒนาเทคโนโลยี ขบวนการผลิตต่างๆ เเละ 3.การพัฒนาพื้นที่ชุ
วันที่ 13 พ.ย. หลังจาก “ตูน บอดี้สแลม” ต้องพักทำการกายภาพบำบัดนานเกือบ 3 ชม. ที่วัดเขาพนมไตรรัตน์ ต.กลาย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่ถูกเหยียบเท้าและดึงตัวเพื่อขอถ่ายเชลฟี่ ก่อนจะวิ่งต่อไปยังจุดพักที่ 3 ที่โรงเรียนวัดขรัวช่วย ต.เสาเภา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช และได้พัก 40 นาที จากนั้นเวลาประมาณ 18.00 น.ได้ออกจากโรงเรียนวัดขรัวช่วยวิ่งต่อไปยังวัดกลางนิคมพัฒนาราม ต.ทุ่งใส อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ทั้งนี้ “ตูน” ได้ยกเลิกจุดพักที่ปั้ม ปตท.สิชล และได้มุ่งหน้าไปยังวัดกลางนิคมพัฒนารามโดยไม่หยุดพัก ซึ่งระยะทางจากโรงเรียนวัดขรัวช่วยไปยังวัดกลางนิคมพัฒนาราม ประมาณ 21 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาในการวิ่งนานร่วม 4 ชั่วโมง เพื่อจะได้พักผ่อนที่จุดพักสุดท้ายในวันนี้ ซึ่งทีมงานได้ระบุว่า “ตูน” ต้องฝืนสังขารเพื่อให้ถึงจุดหมายโดยเร็ว และเป็นความต้องการของ “ตูน” เองที่บอกว่ายังไหวอยู่ สำหรับอาการบาดเจ็บของตูนนั้น ทางทีมงานระบุว่า บาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวาย ซึ่งหากให้แพทย์วิเคราะห์อาจจะต้องพักถึง 2 สัปดาห์กว่าอาการจะปกติ แต่ “ตูน” ยังต้องการที่จะทำภารกิจให้ลุล่วงและได้วิ่งต่อไปโดยไม่ยอมหยุดพัก สำห
นายพงศ์สิษฐ์ สินคุณาธาร เลขที่ 228 ม.5 ต.ฝายกวาง ตัวแทนเกษตรผู้เลี้ยงหมูในพื้นที่เชียงคำ อ.เชียงคำ จ.พะเยา เปิดเผยว่าร่วมกับผู้เลี่ยงหมูรายย่อยในพื้นที่เชียงคำ 10 ตำบล และร่วมกันกว่า 30 คน เข้าร้องเรียนยื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมเชียงคำ โดยยื่นผ่านนายจรัญ กาญจนปัญญานนท์ นายอำเภอเชียงคำ และการร้องเรียนได้รับความเดือดร้อนในหลายด้าน ประกอบด้วยต้นทุนในการเลี้ยงหมูสูงพอสมควร เช่น อาหารหมูก็แพง,ค่าแรงก็สูงวันละกว่า 300 บาท นายพงศ์สิษฐ์ กล่าวว่า ทางผู้ประกอบการเลี้ยงหมู่รายย่อย เดือนร้อนหนักไปกว่านี้ก็คือ ได้มีนายทุนฟาร์มหมูในพื้นที่พะเยาเเละภาคเหนือตอนบน มาชำแหละฆ่าหมูขายในรูปแบบราคาถูกตัดหน้ากันเช่น หมูเนื้อแดงในราคา กก.ละ 95 บาท ในส่วนราคาหมูของผู้ค้ารายย่อย หรือของพวกตนหน้าคอก/ฟาร์มเลี้ยง กก.ละ 40-44 บาท หมูชำแหละเนื้อแดง,ทั่วไป กก.ละ 120-130 บาท ภาพรวมหากว่าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากทางการ จากทางรัฐบาล พวกตนคงประกอบอาชีพอยู่ไม่ได้ เพราะต้นทุน ค่าแรงงานสูงและยังมีการแทรกแซงราคาของกลุ่มนายทุนอีก ทำให้ราคาหมู่ของพวกตนตกต่ำขายไม่ได้อีกต่างหาก
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังกระทรวงพาณิชย์ประชุมกับห้างค้าปลีกและผู้ผลิตประมาณ 50 ราย เพื่อหาแนวทางจัดงานลดภาระค่าครองชีพประชาชน รองรับมาตรการช้อปช่วยชาติ ว่า ที่ประชุมเห็นพ้องจัดโครงการ “รวมใจ เพิ่มสุข ลดรับปีใหม่” ลดราคาตั้งแต่ 20-80% ระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2561 รวม 22 วัน ถือว่าเป็นโครงการลดราคารับปีใหม่ที่จัดมาอย่างต่อเนื่องปีที่ 4 และปีนี้คาดว่าจะมียอดขายรวมกันไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท และช่วยให้ประชาชนประหยัดค่าครองชีพไม่ต่ำกว่า 7-8 พันล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่จัดโครงการรวม 21 วัน หรือวันที่ 15 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2560 สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะเข้าร่วมโครงการนี้จากผู้ผลิตเบื้องต้น 32 ราย ซึ่งเตรียมสินค้ามาจำหน่ายไม่ต่ำกว่า 10,000 รายการ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน เช่น สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก แชมพู ข้าวสาร น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้ปีนี้จะมีสินค้าโอท็อป สินค้าชุมชน สินค้าของเอสเอ็มอี เข้าร่วมโครงการด้วยเพื่อสร้างตลาดและสร้างรายได้ให้กับผู้ประก
วันที่ 13 พ.ย. หลังจาก “ตูน บอดี้สแลม” ต้องพักทำการกายภาพบำบัดนานเกือบ 3 ชม. ที่วัดเขาพนมไตรรัตน์ ต.กลาย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่ถูกเหยียบเท้าและดึงตัวเพื่อขอถ่ายเชลฟี่ ก่อนจะวิ่งต่อไปยังจุดพักที่ 3 ที่โรงเรียนวัดขรัวช่วย ต.เสาเภา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช และได้พัก 40 นาที จากนั้นเวลาประมาณ 18.00 น.ได้ออกจากโรงเรียนวัดขรัวช่วยวิ่งต่อไปยังวัดกลางนิคมพัฒนาราม ต.ทุ่งใส อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ทั้งนี้ “ตูน” ได้ยกเลิกจุดพักที่ปั้ม ปตท.สิชล และได้มุ่งหน้าไปยังวัดกลางนิคมพัฒนารามโดยไม่หยุดพัก ซึ่งระยะทางจากโรงเรียนวัดขรัวช่วยไปยังวัดกลางนิคมพัฒนาราม ประมาณ 21 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาในการวิ่งนานร่วม 4 ชั่วโมง เพื่อจะได้พักผ่อนที่จุดพักสุดท้ายในวันนี้ ซึ่งทีมงานได้ระบุว่า “ตูน” ต้องฝืนสังขารเพื่อให้ถึงจุดหมายโดยเร็ว และเป็นความต้องการของ “ตูน” เองที่บอกว่ายังไหวอยู่ สำหรับอาการบาดเจ็บของตูนนั้น ทางทีมงานระบุว่า บาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวาย ซึ่งหากให้แพทย์วิเคราะห์อาจจะต้องพักถึง 2 สัปดาห์กว่าอาการจะปกติ แต่ “ตูน” ยังต้องการที่จะทำภารกิจให้ลุล่วงและได้วิ่งต่อไปโดยไม่ยอมหยุดพัก สำห
พาณิชย์จังหวัดมหาสารคามจับมือศูนย์ชั่งตวงวัดขอนแก่น ติวเข้มกฎหมายชั่งตวงวัด หวังให้เกษตรกรรู้ทันกลโกงพ่อค้าหัวใส เผยมีเครื่องชั่งไฟฟ้าที่ใช้รับซื้อข้าวเปลือก ยางพารา แอบใช้รีโมตกำหนดน้ำหนักเองได้ กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 300 เครื่อง ระบาดหนักสุดในภาคอีสาน ปัญหาใหญ่ที่เกษตรกรชาวไร่ชาวนาประสบอยู่ทุกปีเมื่อนำพืชผลการเกษตรไปขายให้พ่อค้าคือ การถูกโกงตาชั่ง เนื่องจากเกษตรกร ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายชั่งตวงวัดรวมทั้งไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของพ่อค้าว่าถูกโกงตาชั่งอย่างไร กรณีดังกล่าว ทางศูนย์ชั่งตวงวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ขอนแก่น) ได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมหาสารคาม จัดฝึกอบรมโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรด้วยกฎหมายชั่ง ตวง วัด เพื่อให้เกษตรกรรู้ทัน รู้ราคา รู้รายได้ ไม่ถูกโกง โดยผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมในครั้งนี้ ประกอบด้วยเกษตรกรผู้ปลูกข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา จาก 13 อำเภอในจังหวัดมหาสารคาม รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองประจำพื้นที่ นายสุชาติ สินรัตน์ ที่ปรึกษาการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โครงการอบรมเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรด้วยกฎหมายชั่งตวงวัด มีวัตถุประ
