ข่าววันนี้
วันที่ 27 ต.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ค Drummergame Justice แชร์คลิปวิดีโอระหว่างยืนรอถวายดอกไม้จันทน์ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีเด็กหญิงคนหนึ่งยืนร้องเพลง เล่าสู่หลานฟัง ของครูสลา คุณวุฒิ และเพลงพระราชนิพนธ์ ความฝันอันสูงสุด พร้อมเขียนข้อความระบุว่า #เพราะจับใจ เหตุเกิดระหว่างต่อแถววางดอกไม้ ให้ในหลวงรัชกาลที่ ๙ แม่น้องคนนี้อยู่ด้านหลังของผม แล้วก็ได้รู้จักกันในตอนนั้นก็ถามกันไปมาได้เจอคนรู้จักใหม่ๆซึ่งเป็นอะไรที่ดีมาก สักพักแม่น้องคนนี้ก็พูดออกมาว่า ลูกเขาร้องเพลงเพราะมากนะ แล้วก็บอกให้ลูกเขาร้องเพลงให้ผมฟัง แล้วนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น ผมนี่อึ้งไปพักใหญ่ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว พร้อมกับถามในใจว่า นี่เพราะเกินไปหรือป่าว ดีใจมากๆที่เด็กตัวแค่นี้ ร้องเพลงขนาดนี้ ซึ้งใจจริงๆครับ “พรสวรรค์ที่ฟ้ามอบให้เด็กคนนี้มา ชั่งพิเศษยิ่งนัก” คนที่กอดคอน้องคือแม่ของผมเอง ร้องเพลงตามน้องทั้งน้ำตา… แชร์ได้ครับ 🙂
สืบเนื่องกรณีนก 9 ตัวบินวนเหนือพระเมรุมาศระหว่างพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในคืนวันที่ 26 ตุลาคม ซึ่งสร้างความอัศจรรย์ใจให้แก่พสกนิกรที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงผู้ได้เห็นภาพดังกล่าวเป็นอย่างมาก นายพัทรยุทธ ฟักผล ช่างภาพในเครือมติชน ซึ่งเป็นผู้ที่สามารถถ่ายภาพปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ในทันท่วงทีเปิดเผยว่า ในขณะนั้นเป็นเวลาราว 21.30 น. ตนยืนถ่ายภาพอยู่บริเวณใกล้กับเวทีการแสดงดนตรีของกรมศิลปากรซึ่งหันหลังให้พระเมรุมาศ เพื่อนช่างภาพคนหนึ่งเรียกให้ดูลำแสงเหนือยอดเศวตฉัตร แต่ปรากฏว่าเมื่อหันไปดู กลับพบฝูงนกบินอยู่พอดี เลยรีบคว้ากล้องบันทึกภาพไว้รวม 10 กว่าภาพ ตอนนั้นรู้สึกขนลุก คิดว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ เนื่องจากตนเป็นช่างภาพที่สนใจการถ่ายภาพนกอยู่แล้ว จึงทราบว่านกที่บินจับฝูงกันเช่นนี้ โดยทั่วไปจะไม่ออกมาในเวลากลางคืน “ตอนนั้นผมยืนอยู่หน้าวงดนตรีเวทีกรมศิลปากรซึ่งหันหลังให้พระเมรุ ช่างภาพคนหนึ่งชี้ให้ให้ดูลำแสงเหนือยอดเศวตฉัตร แต่ปรากฏว่าพอหันไปดู เห็นวัตถุสีขาวเป็นกลุ่ม ตอนแรกนึกว่าเป็นจานบิน แต่พอดูดีๆ พบว่าเป็นนกที่บินเ
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 27 ต.ค. ที่ท่าเรือหอประชุมกองทัพเรือ นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม นักจัดการงานในพระองค์ชำนาญการ กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง พร้อมด้วยช่างศิลปกรรม สำนักพระราชวัง และช่างฝีมือทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ ร่วมทำพิธีจำเริญน้ำ (ลอยน้ำ) ซึ่งเป็นการอัญเชิญเครื่องสดบางส่วนจากการถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไปจำเริญน้ำ นับเป็นธรรมเนียมพิธีโบราณของเหล่าช่างหลวง และถือเป็นการเสร็จสิ้นในการทำงานเครื่องสดถวาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่างราชสำนักอัญเชิญเครื่องสดบางส่วนที่หลงเหลือจากงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่ทางเจ้าพนักงานสำนักพระราชวัง อัญเชิญลงมาเมื่อเวลา 04.00 น. ซึ่งห่อด้วยผ้าขาววางบนพานทอง อาทิ กาบกล้วย ดอกไม้ ม่านตาข่ายดอกไม้สด กรองดอกไม้จากเขตพระราชฐานชั้นใน ภู่กลิ่น พวงแขวนที่ประดับที่มุมของพระจิตกาธาน ลายแทงหยวกประดับชั้นรัดเอว ชั้นรัดเกล้า นำล่องเรือไปบริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ หน้าป้อมวิไชยประสิทธิ์ ซึ่งเป็นคุ้งน้ำที่มีน้ำผ่านตลอดเวลา โดยที่ผ่านมาได้ทำพิธีที่บริเวณนี้ตั้งแต่สมัยพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสม
หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ก่อนอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคาร มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นในช่วงเย็นวันที่ 29 ต.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมขบวนกองทหารม้านำและตามอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร มายังสุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ก่อนทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส จากนั้นอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร มายังวัดบวรนิเวศวิหาร ทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ ดังนั้นจึงขอพาย้อนไปดูประวัติของสุสานหลวง ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร โดยสุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นสุสานที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ด้วยมีพระราชประสงค์จะให้ผู้ที่มีความรักใคร่ห่วงใยอย่างใกล้ชิดคือ พระมเหสี เจ้าจอมมารดา และพระราชโอรส พระราชธิดา ได้อยู่รวมกันหลังจากที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งเป็นการสร้างอนุสาวรีย์ของพระมเหสีและเจ้าจอมมารดา เพื่อให้ลูกได้อยู่รวมกับแม่หรืออย่างน้อยในบ้านของแม่ เว้นแต่ในกรณีที่พระราชโอ
งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และพระศพเจ้านาย นับว่าเป็นประเพณีเพื่อถวายพระเกียรติยศ และถวายความจงรักภักดีอย่างสมพระเกียรติยศ ซึ่งจะมีขั้นตอนประเพณีซับซ้อน มีหลักฐานปรากฎเป็นลายลักษณ์อักษรมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างน้อย แม้ว่า วิถีปฏิบัติจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่วิธีธรรมเนียมปฏิบัติยังคงสืบต่อมา อาจมีปรับเปลี่ยน ลดทอน หรือ เพิ่มเติมตามความเหมาะสมของบ้านเมืองแต่ละสมัย แต่การสร้างพระเมรุมาศยังยึดคติการทำให้สมพระเกียรติ โดยโลกออนไลน์มีการส่งต่อภาพพระเมรุมาศในสมัยต่างๆ รวมทั้งเจ้านายองค์สำคัญ ซึ่งถือเป็นภาพหาดูได้ยากอีกด้วย พระเมรุมาศ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระเมรุมาศ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประชาชนเดินทางมาสักการะพระบรมศพสมเด็จย่า *** Local Caption *** ภาพสแกนจากฐานข้อมูลห้องสมุดภาพ พระเมรุมาศ สำหรับถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี *** Local Caption *** ภาพสแกนจากฐานข้อมูลห้องสมุดภาพ พระเมรุมาศ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระเมรุมาศ ในหลวง รัชกาลที่ 8 พระเมรุมาศสมเด็จพระ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 27 ต.ค.60 นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วยข้าราชการระดับสูงของจังหวัดหนองคาย ได้อัญเชิญพระโกศและถุงบรรจุเถ้าดอกไม้จันทน์จากพระเมรุมาศจำลอง วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมืองหนองคาย มายังท่าเรือหายโศก เขตเทศบาลเมืองหนองคาย ก่อนจะนำลงเรือของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตหนองคาย ประกอบพิธีลอยเถ้าดอกไม้จันทน์กลางแม่น้ำโขงบริเวณพระธาตุกลางน้ำที่จมอยู่กลางแม่น้ำโขง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคายได้นำโปรยเถ้าดอกไม้จันทน์ลงในแม่น้ำโขง ตามด้วยผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดหนองคาย รอง ผอ.กอ.รมน.หนองคาย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย นายกเหล่ากาชาดหนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ทั้ง 2 ท่าน และผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตหนองคาย
วันที่ 27 ตุลาคม 2560 ที่พระเมรุมาศจำลอง สวนสาธารณะธาราเทศบาลเมืองกระบี่ พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานพิธีสวดพระพุทธมนต์และพิธีอัญเชิญเถ้าดอกไม้จันทน์เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และจิตอาสาเฉพาะกิจฯ ร่วมพิธี จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ร่วมพิธี ร่วมกันบรรจุเถ้าดอกไม้จันทน์ลงในถุงบรรจุเถ้าดอกไม้จันทน์ก่อนวางมาลัยกรบนโกศและถุงบรรจุเถ้าดอกไม้จันทน์ และอัญเชิญมาประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์ โดยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 9 รูป ประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์ หลังเสร็จพิธีแล้วผู้ว่าราชการจังหวัดอัญเชิญเถ้าดอกไม้จันทน์เข้าประกอบขบวนรถอัญเชิญเถ้าดอกไม้จันทน์จากอีก 7 อำเภอ ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังท่าเทียบปากคลองจิหลาด ต.ไสยไทย อ.เมืองกระบี่ เพื่อประกอบพิธีลอยเถ้าดอกไม้จันทน์สู่ท้องทะเลอันดามันผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดกระบี่ได้สรุปการวางดอกไม้จันทน์ รายงานผลการวางดอกไม้จันทน์ของจังหวัดกระบี่ที่สวนสาธารณะธารา 27,000 คน อ.อ่าวลึก 13,715 คน อ.เขาพนม 13,500 คน อ.เกาะลันตา 1,400 คน อ.คลองท่อ
รัฐบาลเปิดให้ดาวน์โหลดแผ่นพับที่ระลึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่แจกให้ผู้เข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2560 เลขาธิการพระราชวังกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญเสด็จและเริ่มยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพระบรมอัฐิเข้าพระบรมมหาราชวัง จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงจากพระที่นั่งทรงธรรม โดยมี 8 ตำรวจหลวง นายทหารราชองครักษ์เชิญธงชัยพระครุฑพ่าห์ ธงชัยราชกระบี่ยุทธ นำเสด็จตามขบวนอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคาร พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเข้าริ้วไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคารออกทางประตูพระเมรุมาศด้านเหนือ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ขบวนพระบรมราชอิสริยยศเลี้ยวขวาถนนตัดเข้าพระเมรุมาศ ออกถนนราชดำเนินในเลี้ยวขวาเข้าถนนหน้าพระลาน เวลา 11.16 น. ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศยาตราเข้าสู่พระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี ถนนจักรีจรัณย์ ขบวนพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย คู่เคียง อินทร์ พรหม พระกลด บังพระสูรย์ พัดโบก แยกออกไปเลี้ยวถนนหน้าศาลาสหทัยสมาคมเทียบพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยที่เกยประตูหลังวัดพระศรี
เมื่อเวลา 9:00 น. วันที่ 27 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ บริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง มีประชาชนปักหลักรอชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ริ้วขบวนที่ 4 ซึ่งเป็นขบวนอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ ไปยังพระบรมมหาราชวัง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและอำนวยความสะดวก แจกจ่ายดื่ม โดยประชาชนทุกคนต่างพร้อมใจหันหน้าไปทางจุดตั้งของพระเมรุมาศ ที่ประดิษฐานอยู่ภายในท้องสนามหลวง พร้อมพนมมือไหว้ในช่วงที่มีการประกอบพิธีเก็บพระบรมอัฐิภายในพระเมรุมาศ ด้าน นางชูศรี โรจนกร อายุ 68 ปี จากจ.กาฬสินธุ์ เล่าว่า มาถึงสนามหลวงตั้งแต่เมื่อเช้า วันที่ 26 ต.ค. และปักหลักอยู่ในท้องสนามหลวงตั้งแต่เวลา 23:00 น. เพื่อรอเข้าร่วมชมพระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ ในช่วงเช้า โดยเมื่อวานช่วงงานพระราชพิธีฯ สิ่งที่สัมผัสได้คือ ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ไร้เงาเมฆฝน แต่พอพิธีทุกอย่างผ่านไป กลับมีฝนเทลงมาอย่างหนัก เหมือนกับท้องฟ้ากลั้นความเสียใจต่อไปไม่ไหวแล้ว จึงร้องไห้ออกมา หลังพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯเสร็จสิ้นแล้ว ในใจรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ใน
