ข่าววันนี้
หากเป็นคนอื่นคงมีกุมขมับ แต่นี่เป็นนักร้องสาวร้อยล้าน อย่าง ‘จ๊ะ อาร์สยาม’ เลยแค่ตกใจเล็กน้อย เมื่อกำลังสร้างบ้านหลังงาม 2 ชั้นสุดหรูให้พ่อแม่ในอ.แสวงหา จ.อ่างทอง เบื้องต้นวางงบไว้ราว 10 ล้านบาท โดยตอนนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ล่าสุดจ๊ะอัพเดตบ้านหลังนี้ที่มุงหลังคาเรียบร้อย กำลังฉาบปูนและก่อสร้าง ตกแต่งรายละเอียดอื่นๆ พร้อมโพสต์เฟซบุ๊กว่า “สร้างบ้านไม่มีวันจบสิ้น หึหึ!!! อย่าถามว่าราคาทั้งหมดเท่าไร ตัวบ้าน บิ้วอิน ผ้าม่าน มุ้งลวดนิรภัย แอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด โซฟา โต๊ะ เตียง เห็นตัวเลขแล้วต้องร้อง “โอ้โฮ”” โดยเฉพาะค่ามุ้งลวดนิรภัยทั้งหลังต้องจ่ายถึง 9 แสนบาท แต่นักร้องสายบุญให้ข้อคิดว่า “กว่าจะถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย จนมาถึงจุดนี้ ก็ยังทำงานเยอะอยู่ คนเราบุญวาสนาไม่เท่ากัน แต่ที่แน่ๆชาตินี้ต้องขยัน แค่นั้นไม่อดตาย รู้จักใช้เงิน รู้จักเก็บ เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ” ขอบคุณที่มา นงผณี มหาดไทย ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เวลา 09.51 น.วันที่ 22 ต.ค. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งมายังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทรงร่วมซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสสริยยศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ริ้วขบวนที่ 4 เชิญพระบรมอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยานและเชิญพระบรมราชสรีรางคารโดยพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย จากพระเมรุมาศเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นริ้วขบวนในวันที่ 27 ต.ค.2560 และริ้วขบวนที่ 5 เชิญพระบรมอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยานจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขึ้นประดิษฐานที่พระวิมาน บนพระที่นั่งจักรมหาปราสาท ซึ่งเป็นริ้วขบวนในวันที่ 29 ต.ค.2560 โดยทั้งสองริ้วขบวนนี้เป็นการซ้อมพื้นที่จริงเป็นครั้งแรก ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศ บริเวณโดยรอบท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา มีประชาชนจำนวนมาก ทยอยเดินทางมาชม การซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ริ้วขบวนที่ 4 โดยประชาชนหลั่งไหลมาเฝ้าชมอย่างต่อเนื่องจนเต็มพื้นที่ ด้านหน้าศาลฎีกา ยาวไปจนถึงบริเวณด้
ในช่วงเทศกาลกินเจ หรือถือศีลกินผัก หลายคนคงถือโอกาสเข้าวัดหรือศาลเจ้ากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ทางอ.คฑา ชินบัญชร จึงได้โพสต์แนะนำคนเกิดทั้ง 12 นักษัตรว่าควรไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไหน เพื่อช่วยเสริมดวงชะตา ขอบคุณที่มา คฑา ชินบัญชร และ Horo Life Publishing
เป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อเพจแหม่มโพธิ์ดำเผยเรื่องราวที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งร้องเรียนพนักงานร้านอาหาร ระบุไปกินอาหารที่ร้านอาหารอีสานแห่งหนึ่ง ซึ่งหลังรับประทานอาหารเสร็จก็เรียกคิดเงิน ภายในบิลคิดค่าน้ำเกินไป 1 ขวด จึงถามพนักงาน แต่พนักงานพูดจาไม่ดีใส่ลูกค้าสาว จึงเขียนข้อความลงไปในบิลว่า “พูดกับลูกค้าแบบนี้เหรอ อี… ฝากให้คนคิดเงินค่ะ” จากนั้นพนักงานได้เดินมาหาที่รถ พร้อมทำสีหน้าไม่พอใจ ต่อว่าลูกค้าสาวที่เขียนแบบนี้ก่อนปากระดาษบิลใส่ หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าของเรื่องได้โพสต์เรื่องราวที่เกิดขึ้นลงบนเฟซบุ๊ก ปรากฏว่าพนักงานคนนั้นตามมาราวีในเฟซบุ๊กด้วย พร้อมจะแจ้งความดำเนินคดีกับลูกค้าสาว รวมถึงท้าให้มาเจออีกด้วย ด้านชาวเน็ตมองเรื่องนี้ว่า ลูกค้าสาวไม่ควรไปเขียนต่อว่าพนักงานใส่บิล แทนที่จะแจ้งเจ้าของร้านให้ไปปรับปรุงพฤติกรรม ขอบคุณที่มา แหม่มโพธิ์ดำ
ดวงรอบสัปดาห์ โดย เสฏฐวุฒิ แนวโน้มความน่าจะเป็นในรอบสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 23-29 ตุลาคม 2560 ลัคนา (ลั) ราศีเมษ ในรอบสัปดาห์นี้ ท่านจะขยายกิจการงาน จะมีการใช้เงินทุนหมุนเวียนมากขึ้น แม้ยังไม่ทำงานก็มีรายจ่ายสูงมาก ไปเที่ยวหรือนั่งรับประทานอาหารตามร้านควรปิดกระเป๋าสตางค์ให้มิดชิดจากสายตาผู้อื่น เพราะดวงชะตาของท่านระยะนี้มีเกณฑ์ที่จะถูกต้มโดยพวกเซียนเหยียบเมฆคอยประกบต้มตุ๋นหาประโยชน์ มีเงินทองไม่ควรให้ใครรู้แม้แต่คนในบ้านและญาติที่สนิทที่สุด เอกสารสำคัญเก่าๆ จะกลับเป็นปัญหาถึงตัวท่านอย่างนึกไม่ถึง ระยะนี้ควรระมัดระวังไม่ควรเชื่อถือหรือไว้วางใจใครจนเกินไป แม้แต่ผู้ใหญ่ที่เคยอุปถัมภ์ท่านมาก่อน ความรักจะเปิดเผยแต่ก็คลี่คลายไปในทางที่ดี ลัคนา (ลั) ราศีพฤษภ ในรอบสัปดาห์นี้ ท่านจะเด่นในสังคม ผู้ใหญ่จะให้ลาภ บางคนอาจได้ส่วนแบ่งซึ่งเป็นมรดกก็ได้ จะได้ผู้ใหญ่ที่จริงใจแนะนำประโยชน์ให้ท่านไม่มากก็น้อย จะท่องเที่ยวเดินทางด้วยความสนุกสนาน มีเกณฑ์ชะตาจะได้ลาภเป็นเงินก้อนโตหรือมีโชคแบบพิสดาร จะมีผู้ขอความช่วยเหลือหรือรับบริการจากท่านมากขึ้น ธุรกิจติดต่อเริ่มมีความสำเร็จหรือมองเห็นอนาคตสดใสขึ้น ได้เงินก้
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศสภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 21-23 ต.ค. 2560) ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2560 ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว และคาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศลาวในวันนี้ (22 ต.ค. 60) ทำให้มีแนวโน้มจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในคืนนี้ (22 ต.ค. 60) ในขณะที่ประเทศไทยยังคงมีอากาศร้อนชื้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน ซึ่งมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียส ซึ่งพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆ มีดังนี้ ในช่วงวันที่ 22-23 ต.ค. 2560 ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย และกำแพงเพชร ภาคกลาง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท อุทัยธานี สุพรรณบุรี นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัด
นักท่องเที่ยวเริ่มเข้ามาชมแมงกระพรุนสี หลังปรากฏให้เห็น เตือนระวังพิษ ห้ามสัมผัส หลังปรากฏเป็นข่าวไปแล้วเมื่อแมงกระพรุนสีเริ่มปรากฏให้เห็นในบ้านคลองสน ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมแมงกระพรุนสีแล้ว และยังมีการจองเรือประมงพื้นบ้านเพื่อชมด้วย ที่บ้านคลองสน หมู่ 7 ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด นายสัญญา บุญปี และนายสมนึก หงษ์วิเศษ รองนายกอบต.แหลมกลัด และประธานชมรมท่องเที่ยวชุมชนต.แหลมกลัด ได้นำนักท่องเที่ยวเดินทางไปชมแมงกระพรุนสีที่ปรากฏขึ้นที่หน้าทะเลบ้านคลองสน จำนวน 2 เที่ยว หลังเกิดปรากฏเป็นข่าวขึ้น และพบว่า แมงกระพรุนสีมีจำนวนมาก และมีสีสวยงามเหมือนทุกปี แต่ยังมีไม่มากเหมือนปีที่ผ่านมา นายสัญญา บุญปลี ชาวประมงพื้นบ้านคลองสนที่พานักท่องเที่ยวไปชมแมงกระพรุนบอกว่า แมงกระพรุนมีมานานนับเดือนแล้ว แต่มีฝนตกลงมาทำให้นำทะเลขุ่นจึงยังมองไม่เห็นมแต่เมื่อฝนหยุดตก และทะเลมีสีใส ทำให้มองเห็นแมงกระพรุนสีได้ชัดเจน ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวทุกคน ซึ่งการมีแมงกระพรุนสีเกิดขึ้นทำให้ชาวประมงมีรายได้ และชุมชนสามารถขายสินค้าได้ด้วย นายส
กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานยอดการส่งออกสินค้าไทยในเดือนกันยายน 2560 ปรากฏมีมูลค่าถึง 21,812.3 ล้านเหรียญสหรัฐหรือขยายตัว 12.22% นับเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ถือเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 18,454.1 ล้านเหรียญหรือเพิ่มขึ้น 9.73% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ประเทศไทยเกินดุลการค้ามูลค่า 3,358.2 ล้านเหรียญ ส่วนการส่งออกรวม 9 เดือนของปี 2560 (ม.ค.-ก.ย.) มีมูลค่า 175,435.2 ล้านเหรียญหรือเพิ่มขึ้น 9.3% เป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 6 ปี และการนำเข้ามีมูลค่า 163,203.7 ล้านเหรียญหรือเพิ่มขึ้น 14.75% โดยเกินดุลการค้ามูลค่า 12,231.4 ล้านเหรียญ โดยมีข้อน่าสังเกตว่า การส่งออกในเดือนกันยายนที่เพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์นั้น เป็นผลมาจากการขยายตัวของกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร 7.9% เช่น ยางพารา, น้ำตาลทราย, ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป รวมถึงข้าวและอาหาร ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 12.5% จากทองคำ, ผลิตภัณฑ์ยาง, น้ำมันสำเร็จรูป, คอมพิวเตอร์/ส่วนประกอบ, รถยนต์/อุปกรณ์/ส่วนประกอบ และอุปกรณ์สื่อสาร สินค้าดาวเด่นพุ่งพรวด หากพิจารณา “ไส้ใน” ตัวเลขส่งออกสินค้าไทยในเด
วันที่ 21 ต.ค. เฟซบุ๊กเพจ คลังประวัติศาสตร์ไทย เผยข้อมูลที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการถวายพระเพลิงพระบรมศพจริงของราชสำนัก ที่ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย รวบรวมได้ 4 รูปแบบ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ถวายพระเพลิงบนพระจิตกาธาน 1.การสุมเพลิงพระบรมศพบนพระจิตกาธาน กรณีพระบรมศพอยู่ในพระบรมโกศ เป็นการถวายพระเพลิงแบบโบราณราชประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่ครั้งกรุงเก่า ที่มีการประดิษฐานพระบรมศพอยู่ในพระบรมโกศ แต่ปัจจุบันไม่มีการใช้วิธีนี้แล้ว เพราะคุมเพลิงได้ยาก ต้องคอยฉีดน้ำเลี้ยงแล้วคอยดูทิศทางลมตลอดเวลา โดยในปัจจุบันได้นำเตาเผาสมัยใหม่มาใช้แทน 2.การสุมเพลิงพระบรมศพบนพระจิตกาธาน ในกรณีที่พระบรมศพอยู่ในหีบพระบรมศพ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อครั้งงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในปี 2539 เนื่องจากพระบรมศพของพระองค์ประดิษฐานในหีบ สำนักพระราชวังจึงตั้งหีบพระบรมศพบนพระจิตกาธานแล้วนำพระบรมโกศวางทับอีกชั้นหนึ่ง ก่อนถวายพระเพลิงบนพระจิตกาธานนั้น พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ส
วันที่ 22 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมามีประชาชนจำนวนมากทยอยเดินทางมาจับจองพื้นที่โดยรอบสนามหลวง เพื่อชมการซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยในวันนี้จะมีการซ้อมริ้วขบวนที่ 4 เสมือนจริง ซึ่งเป็นขบวนอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิและพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร ไปยังพระบรมมหาราชวัง สำหรับบรรยากาศในช่วงเช้ามืดเวลา 05.00 น. มีฝนตกโปรยลงมาเล็กน้อย แต่ประชาชนยังคงเดินทางมาจับจองที่นั่ง เพื่อร่วมชมการซ้อมริ้วขบวนอย่างต่อเนื่องจนเต็มพื้นที่ ด้านหน้าศาลฎีกายาวไปจนถึงบริเวณด้านหน้าศาลหลักเมือง สำหรับริ้วขบวนที่ 4 จะเริ่มเคลื่อนออก จากพระเมรุมาศเลี้ยวขวาผ่านหน้าศาลฏีกา แล้วเลี้ยวขวาไปเข้าพระบรมมหาราชวังด้านประตูวิเศษไชยศรี จากนั้นพระที่นั่งราเชนทรยานจะเข้าไปทาง ประตูพิมานไชยศรี อัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิไปประดิษฐานที่บุษบกแว่นฟ้าทอง บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ส่วนพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย จะแยกเข้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารพักไว้ที่พระศรีรัตนเจดีย์ ทั้งนี้ ในเวลา 17.00 น. พระเ
