ข่าววันนี้
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เก็บภาษีจากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Business) หรือภาษีอีคอมเมิร์ซ จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาและมีผลบังคับใช้ให้ได้ปีงบประมาณ 2561 ซึ่งจะทำให้การเก็บภาษีของกรมสรรพากรได้เพิ่มขึ้นและเป็นไปตามเป้าหมาย หลังจากที่หลายปีที่ผ่านเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมายจำนวนมาก สำหรับร่าง พ.ร.บ.ภาษีอีคอมเมิร์ซ กำหนดให้เก็บภาษีกับผู้ประกอบการนิติบุคคลซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ประกอบกิจการโดยการใช้ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เกิดรายได้ในประเทศไทย เช่น เฟซบุ๊ก กูเกิล ยูทูบ ไลน์ เป็นต้น จะมีการกำหนดอัตราเพดานสูงสุดไว้ในกฎหมาย ให้เสียภาษีหักที่จ่ายไม่เกิน 15% โดยผู้จ่ายเงินเป็นผู้มีหน้าที่หักภาษีและนำส่งให้กรมสรรพากร อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการออกกฎหมายลูกเพื่อกำหนดอัตราที่แท้จริงอีกครั้ง ซึ่งจะมีหลายอัตราตามประเภทการประกอบธุรกิจ นายสมชัย กล่าวว่า ปลายปีงบประมาณ 2560 ที่ผ่านมาทาง 3 กรมภาษีได้ทำแผนเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีให้กระทรวงการคลังพิจารณา ซึ่งได้สั่งการให้นำมาใช้ในปีง
นักท่องเที่ยว แห่เที่ยวชม “ทุ่งดาวเรือง รวมใจภักดิ์” 450,000 ต้น ที่เนินเขาทอง บานเหลืองสะพรั่งเต็มพื้นที่ 50 ไร่ จากการที่ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ร่วมกับ จังหวัดกาญจนบุรี อบจ.กาญจนบุรี อบต.แก่งเสี้ยน และ กลุ่มจิตอาสาต่างๆ จัดกิจกรรม โครงการ “ทุ่งดาวเรือง รวมใจภักดิ์” ปลูกต้นดาวเรือง จำนวน 450,000 ต้น บนเนื้อที่ 50 ไร่ บริเวณเนินเขาทอง หมู่ 5 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อถวายเป็นราชสักการะเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเปิดให้ประชาชนนักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมตั้งแต่ 13-20 ต.ค. 60 หลังจากนั้นก็จะขนลำเลียงเข้ากทม. และนำส่งให้ทางจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อประดับที่พระเมรุมาศจำลองต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 ต.ค. 60 ที่ “ทุ่งดาวเรือง รวมใจภักดิ์” บริเวณเนินเขาทอง หมู่ 5 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมืองกาญจนบุรี ได้มีบรรดานักท่องเที่ยวทั้งชาวกาญจนบุรี และจังหวัดใกล้เคียง จำนวนกว่า 5,000 คน ขับรถเข้ามาจอดเต็มพื้นที่จอดรถ 3,000 คัน ได้เข้ามาเที่ยวชมและถ่ายรูปที่แปลงดาวเรืองด้วยความสนุกสนาน โดยทาง อบต.แก่งเสี้ยน กำนัน ผู้ใหญ่บ้
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศพายุ “ขนุน” (KHANUN) ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2560 ระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (16 ต.ค. 2560) พายุโซนร้อน “ขนุน” (KHANUN) บริเวณอ่าวตังเกี๋ยได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ทางด้านตะวันออกของกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ประมาณ 390 กิโลเมตร หรือที่ ละติจูด 20.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.5 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางใต้ ด้วยความเร็ว 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในอ่าวตังเกี๋ยภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามและลาวตอนบน โดยพายุนี้ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้
นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เงินตรา เพื่อดำเนินการผลิตเหรียญกษาปณ์ ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อใช้หมุนเวียนในระบบ โดยยังอยู่ระหว่างจัดเตรียมกระบวนการผลิต ซึ่งเบื้องต้นมีรูปแบบที่จะใช้ในการผลิตเรียบร้อยแล้ว แต่ยังต้องมีกระบวนการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้มีความสมบูรณ์ที่สุด โดยคาดว่าจะมีรายละเอียดที่ชัดเจนทั้งหมดภายหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร “ตอนนี้เรามีปริมาณ จำนวน รวมถึงรูปแบบเบื้องต้นที่จะผลิตเหรียญกษาปณ์ใหม่ที่จะใช้หมุนเวียนในระบบเรียบร้อยแล้ว โดยภายหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะมีการทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพิจารณาปรับแก้ข้อความบางส่วนให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ซึ่งยืนยันว่าเหรียญดังกล่าวนี้ไม่ใช่เหรียญที่ระลึกแต่อย่างใด โดยคาดว่าจะดำเนินการผลิตเหรียญกษาปณ์ใหม่ได้ภายในปีงบประมาณ 2561” นายพชร กล่าว นายพชร กล่าวอีกว่า หลังจากผ่านกระบวนการผลิตและตรวจพิจารณาปรับแก้เรียบร้อยแล้ว ก็จะท
เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก นายวรพจน์ วรพงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล ฝ่ายปฏิบัติการ ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความในโซเชียลมีเดียว่า ขณะนี้เขื่อนภูมิพลและเขื่อนใหญ่ มีระดับการกักเก็บน้ำ อยู่ในขั้นวิกฤต และจะมีการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลอีกกว่าวันละ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และจะทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ นั้น ขอยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากเขื่อนภูมิพลหยุดการระบายน้ำตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. เป็นไปตามมติของคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์อุทกภัยและไม่เป็นการซ้ำเติมผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และเพื่อเก็บกักน้ำของทั้งสองเขื่อนไว้เพื่อใช้ในทางเกษตรกรรมในช่วงฤดูแล้ง “กฟผ. ขอยืนยันว่าไม่มีการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลตามที่เป็นข่าว และเขื่อนยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกประมาณ ร้อยละ 30 ของความจุ และอยู่ต่ำจากสันเขื่อนถึง 15 เมตร ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด สำหรับปริมาณน้ำล่าสุด วันนี้ เขื่อนภูมิพล มีปริมาณกัก
เป็นเรื่องที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์หลังจากกรุงเทพฯ เกิดน้ำท่วมฉับพลันแบบไม่มีใครทันตั้งตัว ซึ่งพบภาพของขยะจำนวนมากเกลื่อนถนน และผุดออกมาจากท่อจำนวนมาก โดยมีการแชร์ภาพขยะตามจุดต่างๆ และพบว่า มีภาพระหว่างการสูบน้ำออกจากท่อ ซึ่งพบขยะจำนวนมากอุดอยู่จนทำให้เครื่่องสูบน้ำทำงานได้ล่าช้า ขอบคุณภาพ จส.100
เมื่อเวลา 05.40 น. วันที่ 16 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้ขับรถจาก อ.กะปง จะไปยัง อ.ตะกั่วป่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา มาถึงช่วงหนองน้ำ ต.เหมาะ อ.กะปง พบเต่าขนาดเท่าฝ่ามือตัวหนึ่ง กำลังคลานอย่างช้าๆ จากริมถนนอีกฝั่งเพื่อไปยังอีกฝั่ง ด้วยความสงสารกลัวว่าจะถูกรถทับ จึงได้หยุดรถไปเก็บเต่าเพื่อนำไปปล่อยยังหนองน้ำในที่ปลอดภัย นางทองทิพย์ สิริโวหาร ชาวบ้าน ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา กล่าวว่า เต่าที่พบชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าเต่าหับ เป็นเต่าน้ำชนิดหนึ่ง จะมีลักษณะมีฝาปิดเปิดได้ทั้งด้านหัวและด้านท้าย เต่าชนิดนี้เมื่อรู้ตัวว่าจะมีภัยมารบกวน ก็เก็บทั้งหัวและหางได้สนิท แบบมีฝาปิดและเมื่อรู้ตัวว่าปลอดภัย ก็สามารถเปิดฝากระดองออกมาเดินได้ตามปกติ เต่าหับหรือเต่าน้ำชนิดนี้ ชาวบ้านบอกว่าหากใครพบเห็นถือว่าจะนำโชคลาภมาให้ ดังนั้นก่อนที่จะนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ชาวบ้านที่ทราบข่าวก็จะถือโอกาสไปขอโชคขอลาภบ้างเป็นตามความเชื่อของชาวบ้าน บางคนก็จุดธูปเทียนบนบานศาลกล่าว บางคนก็ใช้แป้งโรยตามตัวเพื่อค้นหาโชค จนชาวบ้านบางรายได้กล่าวออกมาว่าพบเห็นตัวเลข 1-3-9 เมื่อดูกันพอหอมปากหอมคอแล้ว ก็ได้นำเต่าตัวดังกล่าวปล่อยคืนสู่ธร
เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาต ให้สำนักพระราชวังจัดทำซุ้มประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริเวณริมกำแพงหน้าพระบรมมหาราชวัง ระหว่างประตูวิเศษไชยศรีและประตูมณีนพรัตน์ สำหรับให้ประชาชนได้ถวายสักการะ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งวันนี้ได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเป็นวันที่ 5 มีประชาชนหลั่งไหลเดินทางมาถวายสักการะอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังอำนวยความสะดวกโดยการนำแผงเหล็กมากั้นช่องทางเดินเชื่อมระหว่างจุดคัดกรองหลังศาลหลักเมือง ถ.อัษฎางค์ ข้างกระทรวงกลาโหม และจุดคัดกรองบริเวณท่าช้าง นางกิติมา บุญรักษา อายุ 52 ปี ชาวกรุงเทพฯ กล่าวว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตก็อยากจะมาไหว้ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรก ก็รู้สึกตื้นตันใจมาก เพราะหลังจากนี้อาจจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว ตนเคารพและเทิดทูนพระองค์มาก พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระอัจฉริยภาพหลากหลายด้าน ที่สำคัญคือพระองค์ทรงรักประชาชนและทรงช่วยคนที่ยากไร้มากมาย ทรงเป็นแบบอย่างในการทำความดี ส่วนตัวน
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ใน อ.สรรพยา จ.ชัยนาท พบว่า 7 ตำบล ประกอบด้วย ต.สรรพยา ต.บางหลวง ต.เขาแก้ว ต.ตะหลุก ต.หาดอาษา ต.โพนางดำออก และ ต.โพนางดำตก บ้านเรือนประชาชนจำนวน 2,344 หลังคาเรือนต้องจมอยู่ใต้น้ำ บางจุดน้ำลึกกว่า 1.8 เมตร ไม่สามารถเดินหรือใช้พาหนะชนิดอื่นได้นอกจากเรือ และชาวบ้านต้องขนของอพยพขึ้นมาอาศัยอยู่บนถนนจำนวนมากกว่า 500 ครัวเรือน โดยชาวบ้านที่ทราบข่าวว่าในระยะนี้จะมีฝนเพิ่มจากอิทธิพลของพายุขนุนต่างก็ยิ่งมีความวิตกกังวลเพิ่มขึ้นว่า สถานการณ์น้ำท่วมจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น และอาจจะเดือดร้อนหนักเหมือนปี 2554 ได้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าพายุขนุนจะมีผลกับสถานการณ์ในปัจจุบันมากน้อยเพียงใด ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เช้าวันนี้พบว่าปริมาณน้ำเหนือที่ผ่าน จ.นครสวรรค์ เข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยายังคงสูงขึ้น โดยวัดได้ 2,849 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยเขื่อนเจ้าพระยาได้พิจารณาลดการระบายน้ำลงไว้ที่ 2,598 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนลดลง 4 เซนติเมตร วัดได้ 15.81 เ
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ภายใต้โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมี “เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน” ชุมชน ม.1 ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้จัดให้มีพิธีมอบต้นดาวเรือง 5,000 ต้น ที่ได้จัดแต่งเป็นรูปตัวเลขเก้าไทย มอบให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนหมู่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ ไปประดับตามสถานที่ราชการ อาคาร บ้านเรือน โดยนายกล้าณรงค์ ยุติธรรม นายอำเภอเกาะสมุย ประธานในพิธี ได้นำประชาชนยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัยเป็นเวลา 89 วินาที ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทาน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ประชาชนชาวไทยตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ทรงครองสิริราชสมบัติ นายวิศาล บรมธนรัตน์ ประธานชุมชนหน้าอำเภอ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลโครงการ ได้กล่าวว่า โครงการ 9101 ปลูกต้นดาวเรืองนี้ได้ปลูกไว้ 5,000 ต้น เพื่อแจกจ่ายให้กับภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนในพื้นที่ เพื่อประดับตกแต่งตามบ้านเรือน หน้าร้าน ให้เกิดความสวยงาม ทุกคนที่มาร่วมทำในโครงการได้เกิดความอิ่มอกอิ่มใจ แสดงออกถึงความจงรักภักดีและแสดงความอาลัย สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิต
