ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากที่มีปริมาณฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้มีน้ำท่วมขังบนถนนและซอยหลายสาย อาทิ ดินแดง, วิภาวดีรังสิต, ลาดพร้าว, จตุจักร, สุขุมวิท, เพชรเกษม, เอกมัย, พระราม 4, นราธิวาสราชนครินทร์, พระราม 9, รัชดา, สีลม, พญาไท, พระราม 1 โดยเฉพาะถนนวิภาวดีรังสิต ตั้งแต่ช่วงโรงพยาบาลวิภาวดีจนถึงดินแดง มีน้ำท่วมขังสูงกว่า 60 เซนติเมตร ทั้งขาเข้าและขาออก ทำให้รถเล็กไม่สามารถใช้งานได้ มีรถจอดติดจำนวนมากอีกทั้งมีรถยนต์ส่วนบุคคลจอดเสียเป็นระยะๆ โดยเฉพาะช่วง 5 แยกลาดพร้าว ซึ่งมีการก่อสร้างตลอดเส้นทาง ถ.วิภาวดีรังสิต นายณรงค์ เรืองศรี รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เปิดเผยเมื่อ 02.28 น.ว่า ฝนหนักทั่วกรุงเทพมหานคร ได้รับรายงานมีน้ำท่วมขัง 21 จุด มีที่ 5 แยกณระนอง สวนพลู ดินแดง และที่หนักสุดอยู่ที่เขตพระนคร สนามหลวง วัดปริมาณน้ำฝนได้ 120 กว่ามิลลิเมตร เจ้าหน้าที่กำลังเร่งระบายน้ำ แต่ฝนก็ยังคงตกทุกจุดที่มีปัญหา มีเจ้าหน้าที่และเครื่องสูบน้ำเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ส่วนบริเวณถนนราชดำเนินใน มีน้ำท่วมแต่เร่งดำเนินการระบายน้ำ ปริมาณฝน 170 กว่ามิลล
วันที่ 14 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ที่ยังคงขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ จากน้ำเหนือ ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือน ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องอพยพขึ้นมาอาศัยหุงหาอาหาร และหลับนอนริมถนนแล้ว จำนวนกว่า 500 หลัง ซึ่งเป็นการใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก ซึ่งวันนี้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย อ.สรรพยา ได้เปิดเผยตัวเลขความเสียหายล่าสุด มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมแล้วจำนวน 42 หมู่บ้าน ใน 7 ตำบล บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมไปแล้ว 1,717หลัง รวมมีผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยแล้วกว่า 5,100 คน ส่วนการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา ล่าสุดตรวจสอบพบว่า ยังคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่2,589ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นได้อีก 10 ซ.ม. ขณะที่ด้านเหนือเขื่อนระดับน้ำยังทรงตัวอยู่ที่ 16.80 เมตร ซึ่งต่ำกว่าตลิ่งเพียงเล็กน้อย ขณะที่ น้ำเหนือที่ไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น วัดได้ 2,744 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่กรมชลประทานยังมั่นใจว่าในปีนี้จะไม่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมหนักเหมือนมหาอุทกภัยปี 2554 อย่างแน่นอน
ท่านผู้อ่านโปรดทราบ ตามหลักวิชาโหราศาสตร์ไทย ยึดถือว่าแรงดึงดูดระหว่างดาวพระเคราะห์มีอิทธิพลต่อชีวิต จิตใจ และการกระทำของมนุษย์แต่ละคน ดาวพระเคราะห์โคจรเคลื่อนที่ไปแต่ละวัน จะมีอิทธิพลต่อลัคนา (ลั) ผ่านเรือนชะตา ลัคนา (ลั) ราศีอะไร จะหาได้จากการผูกดวง (ทำดวงชะตา) โดยใช้ข้อมูล วัน เดือน ปีเกิด และเวลาเกิดทำดวงชะตาขึ้น ดังนั้น ท่านจะต้องรู้ว่า ลัคนา (ลั) ในดวงชะตาของท่านอยู่ในราศีอะไรเสียก่อน จึงค่อยอ่านคำทำนายจาก ลัคนา (ลั) ราศีนั้น ลัคนา (ลั) ราศีเมษ วันนี้ท่านจะคล่องตัวในการเคลื่อนไหวติดต่อประสานงาน มีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก มีความเป็นอยู่สมถะเป็นที่นับถือของญาติมิตร ใครพบเห็นท่านแล้วรู้สึกชื่นชมโสมนัสกลับไป มีจิตใจเข้มแข็งมั่นคง ไม่ค่อยมีสตางค์ใช้ หรือมีก็ไม่ค่อยได้ใช้ เพราะต้องเก็บไว้ใช้จ่ายในเรื่องอื่นๆ ห้ามขึ้นที่สูงโดยไม่จำเป็นหรือไม่ใช่หน้าที่ ลัคนา (ลั) ราศีพฤษภ วันนี้ท่านจะขยายกิจการงาน จะมีการใช้เงินทุนหมุนเวียนมากขึ้น แม้ยังไม่ได้ทำงานก็มีรายจ่ายสูงมาก ไปเที่ยวหรือนั่งรับประทานตามร้าน ควรปิดกระเป๋าสตางค์ให้มิดชิดจากสายตาผู้อื่น มีเงินทองไม่ควรให้ใครรู้ แม้แต่คนในบ้านหรือญาติที่สน
วันที่ 13 ต.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลตามแผงต่าง ๆ ในเชียงใหม่ ประชาชนเริ่มออกมาหาซื้อเลขเด็ดกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะเลขมงคลในเดือนนี้ ไมว่าจะเป็นเลข 27,28,29, เลข 13 รวมทั้งเลข 89 ,เกลี้ยงแผง หวยตามแผงย่านถนนมหิดล อ.เมืองเชียงใหม่ ย่านถนนเชียงใหม่ลำพูน อ.สารภีเชียงใหม่ หวยขายดีเป็นพิเศษ พ่อค้าแม่ค้าหวยต่างพากันยิ้มบางแผงขายหมดแล้วก็มี นายชาตรี ขุนอินทร์ พ่อค้าขายหวย ที่ห้างบิ๊กซีเอ็กตร้า อ.เมืองเชียงใหม่ และเป็นนายกสมาคมผู้ค้าสลากคนพิการเชียงใหม่ได้เปิดเผยว่า หวยของตนนั้นขายดีจนหมดแล้วมีคนมาเหมาซื้อทั้งแผงเลย เลขมงคลเดือนนี้แรงสุด ประชาชนหากันหาซื้อเพื่อเป็นสิริมงคล ของเดือนนี้ เป็นเดือนสำคัญทางประวัติศาสตร์ ทำให้เลขเหล่านี้ ขายดี ส่วนเซียนหวยหลายสำนักทำใบปลิวออกมาเลขตรงกันหลายเลจขเลขเด็ดเด่น ก็จะมี 7,3,6 ที่หลายสำนักให้ซ้ำกัน ก็มี 07,97,06,07,17,36,37,25,26,35 ก็ลุ้นกันใช้วิจารณาญาณกัน สำหรับตนแล้ว เลขที่ตนนำมารวมกัน ก็จะเป็นเลข 364,297,658 หากวิ่ง 6,8 และเลขมงคล 9 ราคาหวยก็ตกใบละ 80 บาท ส่วนหวยชุดก็ตกใบละ 100 บาท ทางด้านนางพลอยไพรินทร์ เจ้าแม่คำนวนหวยต
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 13 ตุลาคม นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นางผกาพันธ์ เทหะมาศ ผอ.วังไกลกังวล นำคณะผู้บริหารเทศบาล ข้าราชการ คณะครูนักเรียนและประชาชนชาวหัวหินจำนวนมาก ใส่ชุดไว้ทุกข์สีดำตั้งริ้วขบวนอัญเชิญภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมถือต้นดาวเรืองคนละต้นจากสวนสาธารณโผนกิ่งเพชรไปตามถนนเพชรเกษมจนถึงหน้าวังไกลกังวล ระยะทางราว 2 กม. เพื่อนำต้นดาวเรืองไปประดับตกแต่งรั้วด้านหน้าวังไกลกังวลให้สวยงามสมพระเกียรติ และจุดเทียนเพื่อถวายความอาลัยครบรอบ 1 ปีแห่งการเสด็จสู่สวรรคาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ โดยก่อนเริ่มพิธีจุดเทียน นางเกศวลี มะลิโชติ ครูโรงเรียนวังไกลกังวลได้ขับเสภาถวายอาลัยพร้อมกับนางรำซึ่งเป็นสุภาพสตรีทั้งรุ่นเล็ก-รุ่นใหญ่จากชมรมนาฏศิลป์เมืองหัวหินและสุภาพสตรีจิตอาสาเมืองหัวหินเกือบ 1,000 คน สวมใส่ชุดไทยจิตรลดาสีดำถือโคมเทียนร่ายรำในกิจกรรม “รำเทียนถวายอาลัย หน้าบ้านพ่อ” ในบทเพลงทูลกระหม่อมแก้ว เบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” ขนาดใหญ่ที่ตั้งด้านหน้าวังไกลกังวล
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณถนนประชาอุทิศใกล้เคียง ทางเข้าอบต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีประชาชนทั่วไปออกมารับแจกกล้วยทอดฟรี ซึ่งเจ้าของร้านกล้วยทอด ชื่อป้าน้อย ภัครดี อายุ 65 ปี ชาวบ้าน หมู่ 10 ต.วัดจันทน์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการทอดกล้วย โดยมีผู้คนยืนรอรับแจกตลอดเวลา ป้าน้อย กล่าวว่า ปกติตนและลูกสะใภ้จะทำข้าวเหนียวมูลและขนมไทยมาขายอยู่บริเวณนี้เป็นประจำ ซึ่งตนชอบทำบุญตามงานบุญหรือโรงทานต่างๆ โดยจะอาสาไปทอดกล้วยทอดแจกให้ประชาชน ยิ่งในวันนี้เป็นวันที่สำคัญของประชาชนชาวไทยเนื่องในวันครบรอบ 1 ปี วันเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตนมีความตั้งใจทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เพราะตนอายุมากแล้วไม่สามารถไปช่วยงานเป็นจิตอาสาร่วมกับจังหวัดได้ จึงขอทำความดีเพื่อพ่อด้วยการทอดกล้วยแจกประชาชนให้รับประทานฟรี ป้าน้อย กล่าวอีกว่า วันนี้ได้เตรียมกล้วยมาจำนวน 130 หวี มาทอดแจกตั้งแต่ช่วง 6 โมงเช้า โดยส่วนผสมทั้งหมดตนและครอบครัวได้เตรียมเองทั้งหมด มีลูกสะใภ้และหลานชายเป็นลูกมือส่วนเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่ทราบข่าวก็ออกมาช่
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. นพ.วิฑูรย์ เรืองสุขศรีวงษ์ จักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ เจ้าของคลินิกตาหมอวิฑูรย์ ตั้งอยู่สี่แยกยืนยง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่และพยาบาลแผนกจักษุโรงพยาบาลบุรีรัมย์ เปิดคลินิกตรวจรักษาและจ่ายยาฟรี ให้กับประชาชนที่ป่วยหรือมีปัญหาทางสายตาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี ทรงเสด็จสวรรคต โดยได้ให้บริการตรวจวัดสายตา ตรวจวัดความดันลูกตา ตรวจการมองเห็น และถ่ายภาพจอประสาทตา โดยตลอดทั้งวันได้มีทั้งผู้สูงอายุ และประชาชนที่มีปัญหาทางด้านสายตา มาเข้าคิวรอรับบริการตรวจรักษาทางสายตามากกว่า 500 คน ซึ่งปีนี้หมอวิฑูรย์ ได้เปิดให้บริการตรวจรักโรคตาให้กับประชาชนฟรีเป็นครั้งที่ 2 เพราะตั้งใจจะทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช นอกจากนี้ ทางเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ พร้อมด้วยมูลนิธิกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมสถาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังได้มาช่วยดูแลจัดลำดับคิว และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่ผู้มารับบริการด้วย และนอกจากนั้นทางผู้ประกอบการห้างร
เนื่องใน วันครบรอบ 1 ปี การเสด็จสวรรคต ของในหลวงรัชกาลที่ 9 วันที่ 13 ตุลาคม 2560 “ทีมข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงพื้นที่ พูดคุยกับแม่ค้า ที่ตลาดวังหลัง ซึ่งเป็นตลาดย่านค้าขาย ด้านข้าง โรงพยาบาลศิริราช นางจิระสุตา ชงเชื้อ แม่ค้าขายกุยช่ายหน้าโรงพยาบาลศิริราช ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วันวิปโยค วันที่ 13 ตุลาคม 2559 กล่าวว่า ปีที่แล้วขณะขายกุยช่ายตามปกติ หลังจากทางโรงพยาบาลศิริราช ประกาศการสวรรคตของ ในหลวง ร.9 ตนถึงกับหยุดนิ่ง บรรยากาศตลาดย่านวังหลังเงียบสงัด ไม่มีพ่อค้า แม่ค้าคนไหนมีกะจิตกะใจขายของ ทุกคนปิดร้านและหลั่งน้ำตาออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ “วันที่13ตุลาคม 59 ดิฉันยังขายของตามปกติ แต่บรรยากาศหน้าโรงพยาบาลนิ่งและเงียบสงัด ผู้คนหลั่งไหลมาที่นี่ทั่วทุกทิศ ไม่เคยเห็นคนจำนวนมหาศาลขนาดนี้มาก่อน ต้องนำโต๊ะมาต่อกัน เพื่อให้เห็นบรรยากาศภายในโรงพยาบาล” นางจิระสุตา กล่าวต่อว่า บรรยากาศหน้าโรงพยาบาลในปีนี้ ยังหดหู่และอบอวลไปด้วยความเศร้าหมองไม่แพ้ปีที่ผ่านมา แต่สังเกตได้ว่าผู้คนเริ่มมีสติมากขึ้น และบางส่วนก็เริ่มทำใจได้บ้างแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ในหลวง ร.9 ก็ยังสถิตอยู่
โย่ง เชิญยิ้ม ตัวแทนสมาชิกสมาคมศิลปินตลกแห่งประเทศไทย กล่าวกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า วันนี้สมาชิกสมาคมตลกฯ กว่า 80 ชีวิต นำทีมโดยนายศรสุทธา กลั่นมาลี หรือ ถั่วแระ เชิญยิ้ม มาร่วมถวายความอาลัยแด่ในหลวง ร.9 โดยมาร่วมกิจกรรมขับร้องเพลง “ล้นเกล้าเผ่าไทย” ในเวลา 17.00 น. นับเป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวที่ได้มีส่วนร่วม “วันที่ 13 ตุลาคม ปีที่แล้ว นับเป็นวันวิปโยคที่คนไทยทุกคนเสียใจเป็นอย่างมาก ผมในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่เสียใจ และจะขอถวายความจงรักภักดีแด่ในหลวง ร.9 ตลอดจนกว่าชีวิตจะหาไม่” สำหรับกิจกรรม ขับร้องเพลง “ล้นเกล้าเผ่าไทย”. จะจัดขึ้นเวลา 17.00 น.ที่บริเวณตึก 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช โดย โย่ง เชิญยิ้ม เดินทางมาจากบ้านย่านรามอินทรา ตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อเตรียมความพร้อม
บรรยากาศการเดินทางทางเรือ ของประชาชนที่เดินทางมายังโรงพยาบาลศิริราช ยังคงเนืองเเน่น เพื่อมาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครบ 1 ปี เสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งจะจัดขึ้นตลอดทั้งวันในวันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม นี้ โดยท่าเรือตากสิน ซึ่งเป็นท่าเรือที่เชื่อมต่อกับบีทีเอส ยังคงมีประชาชนจำนวนมาก รอเรือด่วน เพื่อเดินทางมายังโรงพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่ท่าเรือ กล่าวว่า วันนี้จำนวนคนเดินทาง มากกว่าวันปกติ 2 เท่า และเดินทางไปยังท่าเรือศิริราชมากที่สุด โดยกลุ่มคนที่เดินทางมีทุกเพศทุกวัย ร่วมถึงชาวต่างชาติด้วย เจ้าหน้าที่ที่ดูแลท่าเรือ ยังดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยจำกัดจำนวนคนขึ้นเรือต่อรอบตามมาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนเอง ด้านบรรยากาศที่ท่าเรือข้ามฝาก ท่าศิริราช หรือท่าน้ำวังหลัง ซึ่งเป็นท่าเรือ ที่เชื่อมต่อมาถึงโรงพยาบาลศิริราช โดยตรง ก็ยังมีประชาชนเดินทางหลั่งไหลมายังโรงพยาบาลศิริราชจำนวนมาก และต่อเนื่อง เพื่อมาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครบ 1 ปี เสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งจะจัดขึ้นตลอดทั้งวันในวันนี้
