ข่าววันนี้
วันที่ 13 ต.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลตามแผงต่าง ๆ ในเชียงใหม่ ประชาชนเริ่มออกมาหาซื้อเลขเด็ดกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะเลขมงคลในเดือนนี้ ไมว่าจะเป็นเลข 27,28,29, เลข 13 รวมทั้งเลข 89 ,เกลี้ยงแผง หวยตามแผงย่านถนนมหิดล อ.เมืองเชียงใหม่ ย่านถนนเชียงใหม่ลำพูน อ.สารภีเชียงใหม่ หวยขายดีเป็นพิเศษ พ่อค้าแม่ค้าหวยต่างพากันยิ้มบางแผงขายหมดแล้วก็มี นายชาตรี ขุนอินทร์ พ่อค้าขายหวย ที่ห้างบิ๊กซีเอ็กตร้า อ.เมืองเชียงใหม่ และเป็นนายกสมาคมผู้ค้าสลากคนพิการเชียงใหม่ได้เปิดเผยว่า หวยของตนนั้นขายดีจนหมดแล้วมีคนมาเหมาซื้อทั้งแผงเลย เลขมงคลเดือนนี้แรงสุด ประชาชนหากันหาซื้อเพื่อเป็นสิริมงคล ของเดือนนี้ เป็นเดือนสำคัญทางประวัติศาสตร์ ทำให้เลขเหล่านี้ ขายดี ส่วนเซียนหวยหลายสำนักทำใบปลิวออกมาเลขตรงกันหลายเลจขเลขเด็ดเด่น ก็จะมี 7,3,6 ที่หลายสำนักให้ซ้ำกัน ก็มี 07,97,06,07,17,36,37,25,26,35 ก็ลุ้นกันใช้วิจารณาญาณกัน สำหรับตนแล้ว เลขที่ตนนำมารวมกัน ก็จะเป็นเลข 364,297,658 หากวิ่ง 6,8 และเลขมงคล 9 ราคาหวยก็ตกใบละ 80 บาท ส่วนหวยชุดก็ตกใบละ 100 บาท ทางด้านนางพลอยไพรินทร์ เจ้าแม่คำนวนหวยต
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 13 ตุลาคม นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นางผกาพันธ์ เทหะมาศ ผอ.วังไกลกังวล นำคณะผู้บริหารเทศบาล ข้าราชการ คณะครูนักเรียนและประชาชนชาวหัวหินจำนวนมาก ใส่ชุดไว้ทุกข์สีดำตั้งริ้วขบวนอัญเชิญภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมถือต้นดาวเรืองคนละต้นจากสวนสาธารณโผนกิ่งเพชรไปตามถนนเพชรเกษมจนถึงหน้าวังไกลกังวล ระยะทางราว 2 กม. เพื่อนำต้นดาวเรืองไปประดับตกแต่งรั้วด้านหน้าวังไกลกังวลให้สวยงามสมพระเกียรติ และจุดเทียนเพื่อถวายความอาลัยครบรอบ 1 ปีแห่งการเสด็จสู่สวรรคาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ โดยก่อนเริ่มพิธีจุดเทียน นางเกศวลี มะลิโชติ ครูโรงเรียนวังไกลกังวลได้ขับเสภาถวายอาลัยพร้อมกับนางรำซึ่งเป็นสุภาพสตรีทั้งรุ่นเล็ก-รุ่นใหญ่จากชมรมนาฏศิลป์เมืองหัวหินและสุภาพสตรีจิตอาสาเมืองหัวหินเกือบ 1,000 คน สวมใส่ชุดไทยจิตรลดาสีดำถือโคมเทียนร่ายรำในกิจกรรม “รำเทียนถวายอาลัย หน้าบ้านพ่อ” ในบทเพลงทูลกระหม่อมแก้ว เบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” ขนาดใหญ่ที่ตั้งด้านหน้าวังไกลกังวล
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณถนนประชาอุทิศใกล้เคียง ทางเข้าอบต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีประชาชนทั่วไปออกมารับแจกกล้วยทอดฟรี ซึ่งเจ้าของร้านกล้วยทอด ชื่อป้าน้อย ภัครดี อายุ 65 ปี ชาวบ้าน หมู่ 10 ต.วัดจันทน์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการทอดกล้วย โดยมีผู้คนยืนรอรับแจกตลอดเวลา ป้าน้อย กล่าวว่า ปกติตนและลูกสะใภ้จะทำข้าวเหนียวมูลและขนมไทยมาขายอยู่บริเวณนี้เป็นประจำ ซึ่งตนชอบทำบุญตามงานบุญหรือโรงทานต่างๆ โดยจะอาสาไปทอดกล้วยทอดแจกให้ประชาชน ยิ่งในวันนี้เป็นวันที่สำคัญของประชาชนชาวไทยเนื่องในวันครบรอบ 1 ปี วันเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตนมีความตั้งใจทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เพราะตนอายุมากแล้วไม่สามารถไปช่วยงานเป็นจิตอาสาร่วมกับจังหวัดได้ จึงขอทำความดีเพื่อพ่อด้วยการทอดกล้วยแจกประชาชนให้รับประทานฟรี ป้าน้อย กล่าวอีกว่า วันนี้ได้เตรียมกล้วยมาจำนวน 130 หวี มาทอดแจกตั้งแต่ช่วง 6 โมงเช้า โดยส่วนผสมทั้งหมดตนและครอบครัวได้เตรียมเองทั้งหมด มีลูกสะใภ้และหลานชายเป็นลูกมือส่วนเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่ทราบข่าวก็ออกมาช่
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. นพ.วิฑูรย์ เรืองสุขศรีวงษ์ จักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ เจ้าของคลินิกตาหมอวิฑูรย์ ตั้งอยู่สี่แยกยืนยง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่และพยาบาลแผนกจักษุโรงพยาบาลบุรีรัมย์ เปิดคลินิกตรวจรักษาและจ่ายยาฟรี ให้กับประชาชนที่ป่วยหรือมีปัญหาทางสายตาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี ทรงเสด็จสวรรคต โดยได้ให้บริการตรวจวัดสายตา ตรวจวัดความดันลูกตา ตรวจการมองเห็น และถ่ายภาพจอประสาทตา โดยตลอดทั้งวันได้มีทั้งผู้สูงอายุ และประชาชนที่มีปัญหาทางด้านสายตา มาเข้าคิวรอรับบริการตรวจรักษาทางสายตามากกว่า 500 คน ซึ่งปีนี้หมอวิฑูรย์ ได้เปิดให้บริการตรวจรักโรคตาให้กับประชาชนฟรีเป็นครั้งที่ 2 เพราะตั้งใจจะทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช นอกจากนี้ ทางเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ พร้อมด้วยมูลนิธิกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมสถาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังได้มาช่วยดูแลจัดลำดับคิว และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่ผู้มารับบริการด้วย และนอกจากนั้นทางผู้ประกอบการห้างร
เนื่องใน วันครบรอบ 1 ปี การเสด็จสวรรคต ของในหลวงรัชกาลที่ 9 วันที่ 13 ตุลาคม 2560 “ทีมข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงพื้นที่ พูดคุยกับแม่ค้า ที่ตลาดวังหลัง ซึ่งเป็นตลาดย่านค้าขาย ด้านข้าง โรงพยาบาลศิริราช นางจิระสุตา ชงเชื้อ แม่ค้าขายกุยช่ายหน้าโรงพยาบาลศิริราช ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วันวิปโยค วันที่ 13 ตุลาคม 2559 กล่าวว่า ปีที่แล้วขณะขายกุยช่ายตามปกติ หลังจากทางโรงพยาบาลศิริราช ประกาศการสวรรคตของ ในหลวง ร.9 ตนถึงกับหยุดนิ่ง บรรยากาศตลาดย่านวังหลังเงียบสงัด ไม่มีพ่อค้า แม่ค้าคนไหนมีกะจิตกะใจขายของ ทุกคนปิดร้านและหลั่งน้ำตาออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ “วันที่13ตุลาคม 59 ดิฉันยังขายของตามปกติ แต่บรรยากาศหน้าโรงพยาบาลนิ่งและเงียบสงัด ผู้คนหลั่งไหลมาที่นี่ทั่วทุกทิศ ไม่เคยเห็นคนจำนวนมหาศาลขนาดนี้มาก่อน ต้องนำโต๊ะมาต่อกัน เพื่อให้เห็นบรรยากาศภายในโรงพยาบาล” นางจิระสุตา กล่าวต่อว่า บรรยากาศหน้าโรงพยาบาลในปีนี้ ยังหดหู่และอบอวลไปด้วยความเศร้าหมองไม่แพ้ปีที่ผ่านมา แต่สังเกตได้ว่าผู้คนเริ่มมีสติมากขึ้น และบางส่วนก็เริ่มทำใจได้บ้างแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ในหลวง ร.9 ก็ยังสถิตอยู่
โย่ง เชิญยิ้ม ตัวแทนสมาชิกสมาคมศิลปินตลกแห่งประเทศไทย กล่าวกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า วันนี้สมาชิกสมาคมตลกฯ กว่า 80 ชีวิต นำทีมโดยนายศรสุทธา กลั่นมาลี หรือ ถั่วแระ เชิญยิ้ม มาร่วมถวายความอาลัยแด่ในหลวง ร.9 โดยมาร่วมกิจกรรมขับร้องเพลง “ล้นเกล้าเผ่าไทย” ในเวลา 17.00 น. นับเป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวที่ได้มีส่วนร่วม “วันที่ 13 ตุลาคม ปีที่แล้ว นับเป็นวันวิปโยคที่คนไทยทุกคนเสียใจเป็นอย่างมาก ผมในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่เสียใจ และจะขอถวายความจงรักภักดีแด่ในหลวง ร.9 ตลอดจนกว่าชีวิตจะหาไม่” สำหรับกิจกรรม ขับร้องเพลง “ล้นเกล้าเผ่าไทย”. จะจัดขึ้นเวลา 17.00 น.ที่บริเวณตึก 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช โดย โย่ง เชิญยิ้ม เดินทางมาจากบ้านย่านรามอินทรา ตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อเตรียมความพร้อม
บรรยากาศการเดินทางทางเรือ ของประชาชนที่เดินทางมายังโรงพยาบาลศิริราช ยังคงเนืองเเน่น เพื่อมาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครบ 1 ปี เสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งจะจัดขึ้นตลอดทั้งวันในวันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม นี้ โดยท่าเรือตากสิน ซึ่งเป็นท่าเรือที่เชื่อมต่อกับบีทีเอส ยังคงมีประชาชนจำนวนมาก รอเรือด่วน เพื่อเดินทางมายังโรงพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่ท่าเรือ กล่าวว่า วันนี้จำนวนคนเดินทาง มากกว่าวันปกติ 2 เท่า และเดินทางไปยังท่าเรือศิริราชมากที่สุด โดยกลุ่มคนที่เดินทางมีทุกเพศทุกวัย ร่วมถึงชาวต่างชาติด้วย เจ้าหน้าที่ที่ดูแลท่าเรือ ยังดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยจำกัดจำนวนคนขึ้นเรือต่อรอบตามมาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนเอง ด้านบรรยากาศที่ท่าเรือข้ามฝาก ท่าศิริราช หรือท่าน้ำวังหลัง ซึ่งเป็นท่าเรือ ที่เชื่อมต่อมาถึงโรงพยาบาลศิริราช โดยตรง ก็ยังมีประชาชนเดินทางหลั่งไหลมายังโรงพยาบาลศิริราชจำนวนมาก และต่อเนื่อง เพื่อมาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครบ 1 ปี เสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งจะจัดขึ้นตลอดทั้งวันในวันนี้
โลกโซเชียลมีการแชร์ภาพและเรื่องราวสุดประทับใจ โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก พรรษประเวศ พลอยสีสุข ได้โพสต์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “เมื่อเวลา 09.20 (12 ต.ค.) ผมมีคนไข้ฉุกเฉิน บนรถ ระหว่างทางนำส่งได้ เจอกับ ขนวบรถพระที่นั่งของสมเด็จพระเทพฯ ด้วยมีรถติดตาม 10 กว่าคัน แต่รถท่านทรง เบี่ยงซ้ายและ เปิดทางให้กับ รถพยาบาล ของผม ด้วยให้ไปก่อน ผมพูดอะไรไม่ออก #ขอพระองค์ทรงพระเจริญ” โดยผู้โพสต์ได้เปิดเผยว่า ในวันดังกล่าวได้ไปรับผู้ป่วยย่านประชานิเวศน์ 1 เพื่อนำส่ง รพ.รามาธิบดี โดยผู้ป่วยมีอาการขาดอ๊อกซิเจน จึงมีการเปิดไฟและเสียงไฟเรน ระหว่างทางจะถึงโรงพยาบาล ขณะนั้นเจอขบวนรถพระที่นั่งแต่ไม่มีการปิดถนนแต่อย่างใด โดยมีสัญญาณจากรถคันที่ 4 ในรถขบวน โบกให้รถพยาบาลไปก่อน ระหว่างผ่านรถขบวนได้เห็นตราสัญลักษณ์บริเวณหลังรถจึงทราบว่าเป็นขบวนรถของพระองค์ใด ซึ่งตนรู้สึกปลื้มปิติในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง
วันที่ 13 ต.ค. บรรยากาศที่โรงพยาบาลศิริราช ในการจัดงานศิริกรานพระภูบาลนวมินทร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครบรอบ 1 ปี แห่งการสวรรคต ประชาชนจำนวนมากได้เดินทางมาร่วมทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์จำนวน 199 รูปเพื่ออุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยพระภิกษุสงฆ์ออกเดินเท้าบิณฑบาตตั้งแต่หอประชุมกองทัพเรือโดยใช้ถนนอรุณอมรินทร์เลี้ยวหัวมุมโครงตรงแยกศิริราชเข้าสู่โรงพยาบาลศิริราชซึ่งมี นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาพา คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นประธานในการทำบุญตักบาตร พร้อมด้วย นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ คณะแพทย์หลวงประจำพระองค์ ผู้ถวายการดูแลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มา ข่าวสดออนไลน์
จากกรณีโลกโซเชียลแห่แชร์คลิปจากเพจ Thai Aviation Careers เป็นคลิปพนักงานชายขนถ่ายสัมภาระสายการบิ่นแห่งหนึ่ง กำลังเปิดกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสารที่ถูกลำเลียงจากอาคารผู้โดยสารขึ้นมาจัดเรียงอยู่ใต้ท้องเครื่องบินแล้วรื้อค้นหาทรัพย์สินกระเป๋าของผู้โดยสารหลายใบอย่างสบาย โดยไม่แคร์สายตาเพื่อนร่วมงาน โดยคาดว่าเหตุการณ์นี้น่าจะกิดขึ้นภายในสนามบินภูเก็ต จ.ภูเก็ต ความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 12 ต.ค. นายวุฒิไกร มาศสุวรรณ ผู้อำนวยการ สปป.ฝรก.ทภก. ประสาน ร.ต.ต.วิทยา คงสมบูรณ์ รองสว.ส.ทท.2 กก.5 บก.ทท. พร้อมด้วย ส.ต.ท.ณฎฐพล ปิ่นแก้ว ผบ.หมู่งาน ป.สภ.สาคู นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ตำรวจ สภ.สาคู และเจ้าหน้าที่การท่าอาการยานสนามบินภูเก็ต เข้าจับกุมตัวนายอับดุลเลาะ หะยีมะเย๊ะ อายุ 27 ปีชาว จ.ปัตตานี พนักงานขนถ่ายสัมภาระของบริษัทแบ็ค (BAGS) จำกัด พร้อมของกลางลำโพงบลูทูธสีดำ 1 ชิ้น หลังก่อเหตุรื้อค้นกระเป๋าผู้โดยสายการบินเจ็ทสตาร์ เที่ยวบินที่ 3 K 535 เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ตามคลิปที่ปรากฎในโลกโซเชี่ยล จากการสอบสวนทราบว่า วันเกิดเหตุนายอับดุลเลาะทำหน้าที่ขนถ่า
