ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 19/1 ม.4 ต.วัดจันทร์ อ.เมืองพิษณุโลก โดยทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพิษณุโลก และองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ ตลอดทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ความช่วยเหลือ เด็กชายโภคิม พึ่งพิน อายุ 13 ปี และเด็กชายปิยะชัย พึ่งพิน อายุ 11 ปี ซึ่งได้รับความเดือดร้อนลำบากที่ได้ถูกตัดกระแสไฟฟ้า ทำให้อยู่ด้วยความลำบากในยามค่ำคืนมานานกว่า 2 เดือน เนื่องจากไม่มีเงินไปจ่ายค่าไฟฟ้า และกำลังจะถูกตัดน้ำประปาอีกด้วย โดยเด็กชายทั้งสองได้อยู่อาศัยกับพ่อ คือนายธงชัย พึ่งพิน อายุ 43 ปี ในสภาพบ้านเป็นบ้านไม้เก่าๆ โดยใช้ป้ายโฆษณาไวนิลปิดบังเอาไว้พอให้คุ้มแดด คุ้มฝน มีมุ้งขาดๆ ที่กางนอนกันยุงกัด จากการสอบถามว่า นายธงชัย พึ่งพิน ผู้เป็นพ่อมีอาชีพรับซื้อของเก่า แต่มีปัญหาจากการเจ็บป่วย เป็นโรคไขมันในเส้นเลือด หอบหืด ความดันสูง ปวดกล้ามเนื้อบริเวณด้านหลัง ทำให้ยกของหนักไม่ไหว และเวลาก้มหน้าเกิดอาการหน้ามือ ทำให้ไม่สามารถออกไปหาของเก่าขายได้ จนไม่มีเงินจ่ายค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ตลอดท
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ก.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร เข้าตรวจสอบเหตุไฟไหม้รถเก๋ง ภายในอพาร์ตเมนต์ เขตเทศบาลเมืองกำแพงเพชร ถ.ราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เกือบวอดทั้งคัน ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน กน 8917 พิษณุโลก ด้านหน้าพบร่องรอยไฟไหม้เสียหาย ตั้งแต่ป้ายทะเบียน ฝากระโปรงหน้า หม้อน้ำ เสียหายทั้งหมด สอบถาม น.ส.จันจิรา เที่ยงอยู่ อายุ 24 ปี ต.หนองโสน อ.สามง่าม จ.พิจิตร ทำงานเป็นพนักงานสินเชื่อของสถาบันการเงินแห่งหนึ่งในเมืองกำแพงเพชร เจ้าของรถคันเกิดเหตุ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุในช่วงเช้าตนได้จุดธูปเทียนไหว้แม่ย่านางรถ เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันสารทจีน โดยได้ปักธูปเทียนไหว้ตรงป้ายทะเบียนรถจากนั้นได้กลับเข้าห้องพักไปอาบน้ำเตรียมไปทำงาน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงแม่บ้านเอะอะโวยวายจึงออกมาดู พบว่ารถของตนกำลังไฟไหม้ แต่โชคดีที่คนสวนได้นำน้ำมาฉีดดับไฟได้ทันก่อนที่จะไหม้ลุกลามไปทั้งคัน ขณะที่แม่บ้านอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนเพิ่งกลับจากไปซื้อของเข้าหอพัก เมื่อเข้ามาถึงพบไฟกำลังลุกไหม้ด้านหน้ารถจึงได้ตะโกนเรียกคนสวนเข้ามาช่วยดับไฟดังกล่าว
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จ.แพร่ มีธุรกิจใหม่รักษาโรคปวดเท้าและเท้าเหม็นด้วยไส้เดือนสปา โดยกลุ่มวิสาหกิจเพาะเลี้ยงไส้เดือน ของชาวบ้านทุ่งศรี ม.3 ต.ทุ่งศรี อ.ร้องกวาง จ.แพร่ จากการสอบถาม นางเกสร ขันทอง อายุ 58 ปี ทีมงานสปาบ้านทุ่งศรี กล่าวว่า นำไส้เดือนพันธุ์ไทเกอร์มาเปิดให้บริการสปาเท้าเป็นครั้งแรก โดยขั้นตอนจะนำไส้เดือนจากบ่อเลี้ยงมาล้างเพื่อชำระโคลนออก แล้วนำมาผสมกับฉี่ไส้เดือนที่ได้จากการเพาะ เพื่อที่จะได้มีเมือกของไส้เดือนออกมา จากนั้นให้ผู้ใช้บริการ ล้างเท้าให้สะอาด แล้วนำไส้เดือนปล่อยให้เลื้อยไปตามเท้าของผู้รับบริการ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นนำไส้เดือนออกแล้วนำเท้าไปล้างให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าล้างเมือกของไส้เดือนออก แล้วล้างด้วยน้ำมะกรูดเพื่อเพิ่มความนุ่มของเท้าและลดกลิ่นคาวของไส้เดือน แล้วล้างน้ำสะอาดอีกรอบ พอเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่บริการจะนวดเท้าให้เพื่อผ่อนคลาย เพื่อคลายจุดตรงบริเวณเท้า แรกๆ อาจรู้สึกกลัว แต่เมื่อปล่อยให้ไส้เดือนได้เลื้อยแล้ว ปรากฏว่าอาการหายจากอาการปวดเมื่อย ส่วนบางคนที่มีปัญหากลิ่นเท้า หายไปด้วยเช่นกัน คิดค่าบริการครั้งละ 399 บาท ทีมงานสปาบ้า
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 5 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวรรณ ตรีรัตนกุลพร (กำนันฮง) กำนันแหนบทองคำ ปี 2557 กำนัน ต.ห้วยบง อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในโอกาส ครบรอบการเกษียณอายุ 60 ปี ในวันที่ 30 กันยายนที่จะถึงนี้ โดยมี พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์ รองเจ้าคณะจังหวัด นครราชสีมา เดินทางมาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธี พร้อมด้วยพระเถระชั้นผู้ใหญ่ทั่วอำเภอด่านขุนทด อีกจำนวน 9 รูป โดยมี ร.ท. วสันต์ สุขสมบูรณ์ นายอำเภอด่านขุนทด เดินทางมาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยราษฎรในพื้นที่กว่า 1 พันคนที่เดินทางมาร่วมงานในพิธีครั้งนี้ ในโอกาสเดียวกันนี้ นายสุวรรณ กำนันแหนบทองคำ ได้ให้ผู้นำแต่ละหมู่บ้านคัดเลือกราษฎรที่ยากจน หมู่บ้านละ 20 คน จำนวน 25 หมู่บ้าน รวม 500 คน เข้ารับบริจาคถุงยังชีพ และสลากสร้อยคอทองคำเส้นละ 1 สลึง ที่ซ่อนเอาไว้อยู่ใต้เก้าอี้ที่ชาวบ้านที่เดินทางมาร่วมงานนั่ง จำนวน 20 เส้น จากนั้น น.ส.ชลลดา ตรีรัตนกุลพร บุตรสาวคนเล็กของนายสุวรรณ ได้ทำเซอร์ไพรส์วันคล้ายวันเกิดพ่อกำนันโดยการนำรถสปอร์ต สีขาว 2 ประตู ยี่ห้อ ฟอร์ดมัสแตง ป้ายแดง เลขทะเบียน ผ.-8140 กทม. ราคา 4 ล
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน เพชรบูรณ์ และอุตรดิตถ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกห
วันที่ 5 ก.ย. ร.ต.อ.วีรชัย ไกรวาปี รองสวป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจากนายปริญญา ทีสุกะ อายุ 39 ปี ผู้จัดการฝ่ายธุรการทั่วไป ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ใน ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี ว่า ในขณะนี้ได้ควบคุมตัวหญิงสาวคนหนึ่งที่เข้ามาขโมยสินค้าในห้าง ไว้พร้อมของกลางที่ทางออกของห้าง หลังจากนั้นจึงนำกำลังชุดสายตรวจ 191 ไปที่ห้างดังกล่าว พบว่า หญิงดังกล่าวชื่อ นางใจฟ้า เจริญสมบัติ ถูกควบคุมตัวไว้พร้อมของกลางเป็น เนื้อสะโพกวัว คิดเป็นเงิน 301 บาท และปีกไก่ 60 บาท ที่อยู่ในกระเป๋าสะพายหนังสีดำ จึงควบคุมตัวมาทำการสอบสวน ที่ สภ.เมืองอุดรฯ นายปริญญา ให้การว่า ก่อนหน้านี้พวกอาหารของสด ประเภท เนื้อวัว หมู และไก่ ได้หายไปวันละหลายกิโลกรัม คิดค่าเสียหายเป็นเงิน 5,000 บาท ต่อวัน จึงได้ให้พนักงานในห้าง ปลอมตัวเป็นลูกค้า คอยสอดส่องดูแลในโซนขายอาหารสด จนกระทั่งได้มีหญิงคนดังกล่าว สะพายกระเป๋าหนังสีดำ เข้ามาในห้าง และใช้เวลาประมาณ 15 นาที เดินเลือกหยิบเนื้อวัวและปีกไก่ ใส่ในกระเป๋าสะพาย แล้วเดินผ่านเคาเตอร์จ่ายเงินไปทางประตูทางออกของห้าง ซึ่งพนักงานได้สังเกตเห็นจึงได้มาดูกล้องวงจรปิด แล้วขอตรวจสิ่งของในก
นายรังสรรค์ เนียมสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานประสานความร่วมมือพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผยว่า สถาบันยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มข.ร่วมกับมูลนิธิปิดทองหลังพระ และหน่วยงานทุกภาคส่วนใน จ.กาฬสินธุ์ ช่วยฟื้นฟูสินค้าทางการเกษตรของเกษตรกรจาก อ.เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น โดยจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าแปรรูปทางการเกษตรบริเวณ ลานชั้น 1 ด้านหน้าที่กราบสักการะหลวงพ่อคูณคณะแพทยศาสตร์ มข.ทั้งนี้ สืบเนื่องจากปัญหาน้ำท่วมนาข้าว และสินค้าจากเกษตรกรโดยเฉพาะพริก ประสบกับปัญหาพริกล้นตลาด จึงแนะนำให้เกษตรกรแปรรูปโดยการตากแห้ง แต่เนื่องจากมีพริกแห้งนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก มูลนิธิปิดทองหลังพระจึงขอความร่วมมือ มข.เพื่อหาช่องทางจำหน่ายพริกโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เพื่อให้เกษตรกรได้รับรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพื่อที่เกษตรกรจะได้มีกำลังใจในการประกอบอาชีพต่อไป นางสุวิมล จันทร์เพ็ง เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการฯ กล่าวว่า นอกจากพริกที่นำมาแปรรูปขายแล้ว ยังขายสินค้าทางการเกษตรอื่นๆ ซึ่งขายดีมาก โดยส่วนตัวปลูกสินค้าทางการเกษตรเป็นรายได้หลัก แต่มักได้ผล
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า นายฮิโรชิเกะ เซโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น จะนำคณะเอกชนรายใหญ่ของญี่ปุ่น 500 ราย เดินทางเยือนไทย เพื่อสำรวจลู่ทางการค้า การลงทุน และหารือแนวทางการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและญี่ปุ่น ในระหว่างวันที่ 11-13 ก.ย. 2560 นี้ โดยในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ เตรียมจัดกิจกรรมเจรจาการค้าและสร้างเครือข่ายธุรกิจ ระหว่างคณะเอกชนจากญี่ปุ่น คณะญี่ปุ่นในประเทศไทย และเอกชนไทย รวมกว่า 1,200 ราย ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ 1.ยานยนต์ 2. ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 3. เกษตร อาหาร และสุขภาพ 4. ธุรกิจบริการด้านโลจิสติกส์และนิคมอุตสาหกรรม และ 5. สถาบันการเงินและหน่วยงานภาครัฐ ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างญี่ปุ่นและไทย ซึ่งจะครบ 130 ปี ในวันที่ 26 ก.ย.2017 นี้ อีกทั้งเป็นการขยายผลจากการที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 4-8 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยนอกจากกระทรวง เศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม และคณะเอกชนจากญี่ปุ่นแล้ว ฝ่ายญี่ปุ่นยังประกอบด้วยอีกหล
ครม. ไฟเขียวงบกลาง 804 ล้านบาท เลี้ยงดูเด็กแรกเกิดคนละ 600 บ. เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอขออนุมัติให้กรมกิจการเด็กและเยาวชนเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2560 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจำนวน 804,705,200 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดที่ไม่รับเงินมาแล้วกว่า 2 เดือน จนเกิดปัญหาความเดือนร้อนในการเลี้ยงดูเด็กในครอบครัวซึ่งยากจน ถือเป็นการจัดสวัสดิการพื้นฐานของ พม. ในการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดจนอายุครบ 3 ปี ในอัตราเดือนละ 600 บาทต่อคน โดยจะจ่ายให้กับผู้มีสิทธิที่ต้องได้รับเงินต่อเนื่อง 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน 2560 จำนวน 85,752 คน งบประมาณ 205,804,800 บาท และผู้มีสิทธิได้รับเงินต่อเนื่อง 5 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กันยายน 2560 จำนวน 136,229 คน งบประมาณ 408,687,000 บาท รวมถึงผู้มีสิทธิที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปี 2560 จำ
ในโอกาสที่ “นิตยสารเส้นทางเศรษฐี” เครือมติชน ในฐานะผู้นำด้านการให้ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมายาวนานกว่า 22 ปี จึงเล็งเห็นความสำคัญในการ “ติดอาวุธ” กระตุ้นต่อมคิด เพิ่มพูนความรู้ สร้างความเท่าทันให้กับผู้ประกอบการระดับรากหญ้า เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ เพื่อให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิตอล อันเป็นที่มาของโครงการสัมมนาประจำปี “เปิดเส้นทาง SMEs 4.0 : เศรษฐียุคดิจิตอล ใครว่ายาก” พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมกับนักศึกษา สาขาวิชาการจัดการประชุมนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษ (สาขาอีเว้นท์) คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและผู้ประกอบการที่สนใจมากมาย ภายในงานครั้งนี้นักศึกษาสาขาวิชาการจัดการประชุมนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษ (สาขาอีเว้นท์) คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังได้เรียนรู้ประสบการณ์ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากวิทยากรต้นแบบ SMEs 4.0 โตแตกต่างอย่างแข็งแกร่งในยุคไทยแลนด์4.0 ที่มากด้วยความสามรถ ได้แก่ คุณเสกสรรค์ อุ่นจิตติ เกษตรกรผู้ปลูกผักที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เจ้าของสโลแกน “ไม่แปลก ไม่ปล
