ข่าววันนี้
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ (พณ.) กล่าวว่า ได้ทำโครงการ “พัฒนาต้นแบบร้านค้าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น MOC Biz Shop” เพื่อสร้างช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและพัฒนาความรู้ด้านการบริหารจัดการ การออกแบบผังร้าน การจัดวางสินค้าที่สื่อถึงเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น รวมถึงเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและผู้ผลิตสินค้าท้องถิ่นให้อยู่ในห่วงโซ่เดียวกัน ตั้งใจจะให้เป็นร้านค้าต้นแบบที่นำเสนอความเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น ขณะเดียวกันทำให้ร้านค้ามีความน่าดึงดูด ผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งรายย่อยสามารถแข่งขันได้ รวมทั้งยังส่งเสริมธุรกิจภาคบริการ ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและการค้าเข้าด้วยกัน ขณะนี้ร้านค้าสนใจเข้าร่วมกว่า 80 ร้านค้า ในกว่า 30 จังหวัด การทำงานอาศัยเครือข่ายของ MOC Biz club ร่วมกัน โดยกรมจะเปลี่ยนร้านค้าเดิมๆ ให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยในเฟสแรกจะจัดทำให้เป็นร้านต้นแบบใน 10 จังหวัดก่อนขยายให้ครบทั่วประเทศต่อไป ในอนาคตยังมีแผนที่จะขยายร้าน MOC Biz Shop เชื่อมโยงเข้ากับแหล่งท่องเที่ยว และเข้าสู่การตลาดแบบออนไลน์ ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
อะโกลนีมา เป็นไม้ประดับที่มีความโดดเด่น สวยงาม เป็นที่ต้องการของประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย หัวใจสำคัญของวิธีการปลูกอะโกลนีมา คือ แสง พืชชนิดนี้ต้องการแสงเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น หากได้รับแสงมากเกินไปใบจะหดสั้น ต้นตั้งชูขึ้น หรืออาจเกิดอาการใบไหม้ขึ้นได้ แสงต้องส่องเข้าได้ทุกทิศทางอย่างสม่ำเสมอ ถ้าได้รับแสงเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ต้นอะโกลนีมาก็จะเอียงเข้าหาแสงทางด้านนั้น วัสดุปลูก นับว่าสำคัญไม่แพ้กัน วัสดุปลูกทั่วไปใช้ส่วนผสมของดินร่วนสะอาด กาบมะพร้าวสับ ปุ๋ยหมักเก่า อัตรา 2 : 1 : 1 คลุกเคล้าให้เข้ากัน หรืออาจปรับได้ตามแหล่งที่หาวัสดุปลูกได้ เช่น ใช้แกลบดิบ หรือขี้เถ้าแกลบเป็นส่วนผสมได้บางส่วน การให้ปุ๋ยบำรุงบ้าง ด้วยสูตร 15-15-15 ใส่เพียงเล็กน้อย 2-3 เดือนครั้งก็พอ โรคที่พบเสมอ คือโรคโคนเน่า วิธีป้องกันกำจัด ใช้วัสดุปลูกที่โปร่ง อย่าให้น้ำขัง หากระบาดรุนแรงให้ใช้สารเทอราคลอร์ผสมน้ำตามอัตรา แนะนำราดที่โคนต้นให้ทั่ว การใช้สารเคมีขอให้ใช้อย่างระมัดระวังตามคำแนะนำข้างฉลากอย่างเคร่งครัด
วันที่ 31 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โพสต์ภาพถ่ายจากห้องขังในแดนแรกรับ ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และได้โพสต์ข้อความระบุว่า มีหลายคนอยากทราบว่า เรือนจำจัดให้ผู้ต้องขังที่เป็นคนเด่นดังมีชื่อเสียงนอนอย่างไร ต้องเรียนว่า ที่นอนผู้ต้องขังทั่วประเทศในปัจจุบันเหมือนกันหมดครับ มีเพียงผ้า 3 ผืน ให้ปูนอน พับหนุนศีรษะ และห่ม เป็นการปรับชีวิตสู่ความสมถะเรียบง่าย เพื่อสร้างภูมิชีวิตกันใหม่ ทั้งนี้ ภาพดังกล่าวเป็นภาพถ่ายจากห้องขังในแดนแรกรับ ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ต้องขังใหม่จะต้องนอนในห้องนี้ รวมถึงนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตผู้ดำเนินรายการชื่อดัง
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 31 ส.ค. ที่ตลาดประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. พระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ) วัดสวนแก้ว เดินรับบาตรญาติโยมพุทธศาสนิกชน ที่มาซื้อและทานอาหาร ร่วมใส่บาตรและปัจจัยจำนวนมาก โดยมีลูกศิษย์ 6-7 คน เดินตามช่วยถ่ายข้าวปลาอาหารจากบาตร พร้อมแจกหนังสือและหน่อไม้ที่ปลูกจากสาขาของวัดที่ จ.ปราจีนบุรี อ่านข่าว พระพยอม ลื่นล้มหัวฟาดพื้น เย็บ 11 เข็ม ลูกศิษย์เผยคลิปนาทีอุบัติเหตุ (คลิป) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ลูกศิษย์ที่ติดตามบอกอาการที่บาดเจ็บจากการลื่นล้มหัวฟาดพื้นจนต้องเย็บถึง 11 เข็มเมื่อ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา ว่าบาดแผลหายสนิทดีแล้ว หลวงพ่อจึงออกบิณฑบาตโปรดสัตว์ ซึ่งเป็นกิจที่ท่านปฏิบัติอยู่เป็นประจำ
ประสบความสำเร็จในธุรกิจความงามมายาวนานกว่า 16 ปี สำหรับ “ศรัณย์แคร์ คลินิก” คลินิกเสริมความงามแบรนด์คนไทยมาตรฐานสากล บริหารงานโดยคนหนุ่มไฟแรง “ดร.ศรัณย์ รัตนจรัสกุล” หรือ ดร.บิ๊ก ปัจจุบันคลินิกแห่งนี้มีด้วยกัน 5 สาขา ได้แก่ สาขาสยามสแควร์ สาขาลาดพร้าว สาขาสุขุมวิท สาขาเจริญกรุง และใหม่ล่าสุดที่สาขาปิ่นเกล้า ล่าสุดนักธุรกิจหนุ่มในวัย 38 ปี ทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท ต่อยอดธุรกิจความงาม บุกตลาดอาหารเสริมเต็มสูบ นำร่องผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ภายใต้แบรนด์ ITCHA (อิชช่า) ภายใต้สโลแกน “รูปร่างใหม่ที่ใครก็อิจฉาคุณ” เจาะกลุ่มสาวที่อยากมีรูปร่างดีวัย 25-45 ปี เน้นทำการตลาดออนไลน์และออฟไลน์ สร้างกระแสผ่านคลิปวิดีโอไวรัล ดึงจั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข เป็นพรีเซ็นเตอร์ ตั้งเป้ายอดขายก่อนสิ้นปีนี้ 50 ล้านบาท ดร.บิ๊ก เผยว่า แผนธุรกิจ “ศรัณย์แคร์ คลินิก” ปี 60 จะเน้นประชาสัมพันธ์ทางสื่อออนไลน์มากขึ้น เช่น ทำคลิปสั้นเพื่อเปิดประสบการณ์ลูกค้า เพิ่มเนื้อหาในช่องรายการผ่านยูทูบ โฆษณากูเกิ้ลอย่างเต็มรูปแบบ เป็นต้น ด้านการแข่งขันธุรกิจคลินิกความงาม ดร.บิ๊ก ฉายภาพว่า ปัจจุบันธุรกิจน
ทำเอา หม่ำ จ๊กมก ตลกดังถึงกับดีใจน้ำตาซึม ทราบข่าวดี เอ็ม บุษราคัม ตั้งท้องลูกคนแรก ล่าสุด สาวเอ็ม ในฐานะผู้กำกับหญิงของภาพยนตร์เรื่อง “ส่มภัคเสี่ยน” อุ้มท้อง 3 เดือนกว่า พร้อมควงว่าที่คุณตามาร่วมงานฉายรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์เรื่อง “ส่มภัคเสี่ยน” ณ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ โคราช สาวเอ็ม : มีน้องแล้วก็ดีใจตื่นเต้น จริงๆ แล้วทราบมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่คราวที่เราไปเที่ยวที่นครพนมด้วยซ้ำ แล้วก็ทราบผลวันเกิดคุณพ่อพอดีเป๊ะ เหมือนหลานจะรู้ว่าอยากมาเป็นของขวัญวันเกิดตา แล้ววันนั้นพ่อก็ปลื้มมาก น้ำตาซึม หม่ำ : ก็เอาลูกข้างบ้านมาเลี้ยงกดดันเขา แล้วเขาก็ท้อง ก็ดีใจ แต่ผมไม่เท่าไหร่หรอก เมียผมหนักกว่า ยายหนักกว่า (เห็นในคลิปบอกจริงเหรอลูก?) ก็ดีใจ แล้วก็ตอนตัดส่มภัคเสี่ยนเขาก็แพ้ท้องอย่างหนัก ก็เลยบอกไม่ต้องไป เดี๋ยวพ่อไปดูให้ เขาก็แพ้ เหม็นมะม่วง เหม็นอะไรทุกอย่าง ไม่เหม็นพ่อกับแม่แค่นั้นเอง ของรับขวัญหลานว่าจะซื้อชายหาดสักอันให้ลูก ชายหาดใหญ่ๆ ให้ลูกเล่นน้ำทะเล เอ็ม : พยานเยอะนะ” หม่ำ : (หัวเราะ) เอ็ม : ตอนนี้ประมาณ 3 เดือนกว่าแล้ว เริ่มดีขึ้นแล้ว ก็มีแพ้ท้องบ้าง แต่ว่าก่อนหน้านั้นจะแพ้หนักเลย ไม่ค่อยอ
จากกรณี นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดังและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด จำเลยในคดียักยอกเงินค่าโฆษณารายการ ‘คุยคุ้ยข่าว’ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อสมท. มูลค่ากว่า 138 ล้านบาท โดยศาลตัดสินจำคุก 13 ปี 4 เดือน หลังเมื่อคืนนี้เป็นคืนแรกที่นายสรยุทธ ต้องนอนในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครนั้น นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ได้มีโอกาสพูดคุยกับนายสรยุทธ ทราบว่ามีความวิตกกังวลและอาการเครียดเล็กน้อย ซึ่งตั้งแต่เช้าวันนี้ นายสรยุทธก็จะเข้าสู่กระบวนการกิจกรรมของผู้ต้องขังปกติทั่วไป ในแดนแรกรับ เช่น เข้าแถว สวดมนต์ เคารพธงชาติ เป็นต้น เพื่อให้ผู้ถูกคุมขังสามารถปรับตัวในการอยู่ในเรือนจำได้ ไม่คิดฟุ้งซ่าน ซึ่งขณะนี้พบว่าเริ่มปรับตัวได้ดี เมื่อคืนได้จัดให้นายสรยุทธนอนรวมกับผู้ต้องขังรายอื่นๆ ซึ่งในนั้นก็มีผู้ต้องขังที่เป็นนักการเมืองรวมอยู่ด้วย อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง โดยก่อนนอนได้ขออ่านหนังสือธรรมะ ทั้งนี้หากยังไม่มีการยื่นประกันตัวภายใน 15 วันก็จะจำแนกไปยังแดนอื่นๆ ของเรือนจำ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับ อายุ
บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดเครื่องสุขภัณฑ์และผู้ผลิต-จำหน่ายสินค้าแบรนด์ อเมริกันสแตนดาร์ด (American Standard) เปิดตัวแคมเปญการตลาดใหม่ล่าสุด “Dream Bathrooms” สร้างสรรค์ให้เห็นจริงกว่าความฝัน พร้อมส่งกิจกรรมรองรับแคมเปญนี้เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนๆ อเมริกันสแตนดาร์ดและประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสลุ้นแปลงโฉมห้องน้ำที่บ้านของคุณเองเป็นห้องน้ำในฝัน ในกิจกรรมที่มีชื่อว่า “Dream Bathrooms –สร้างสรรค์ให้เห็นจริงกว่าความฝัน แปลงโฉมที่บ้านคุณ” โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นที่ Facebook American Standard Thailand ภายใต้กติกาการร่วมสนุกดังต่อไปนี้ กด Like เฟซบุ๊ก แฟนเพจ American Standard Thailand กด Like และ Share กิจกรรมนี้ ตั้งเป็นสาธารณะเท่านั้น พร้อมติด แฮชแท็ก#AmericanStandard#DreamBathrooms โพสต์ภาพพร้อมบรรยายว่า “ห้องน้ำที่คุณเลือกบ่งบอกความเป็นตัวคุณอย่างไร?” และใส่ แฮชแท็ก #AmericanStandard #DreamBathrooms ใต้คอมเมนต์กิจกรรมนี้เท่านั้น ซึ่งภาพนั้นจะต้องเป็นภาพห้องน้ำ 1 ภาพที่คุณชื่นชอบ ซึ่งสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ American Standard Thailand ล่าสุด เปิด AS Dr
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมโครงการธงฟ้าประชารัฐร่วมกับภาครัฐและเอกชนผู้ผลิตสินค้า 11 ราย ที่กระทรวงพาณิชย์ ว่า ขณะนี้มีผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าร่วมโครงการธงฟ้าประชารัฐแล้ว 5 ราย ได้แก่ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) บริษัท ยูนิลีเวอร์ไทย เทรดดิ้ง จำกัด บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีอีก 8 รายที่สนใจเข้าโครงการ ได้แก่ บริษัท กรีนสปอต บริษัท ไอ.พี.เทรดดิ้ง บริษัท ดัชมิลล์ โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) บริษัท น้ำมันพืชปทุม สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย จำนวน 6 บริษัท และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้ 5 รายเดิม ส่งสินค้าเข้าโครงการจำนวน 18 สินค้า 48 รายการ จำหน่ายราคาต่ำกว่าปกติ 15-20% และมีร้านค้าทั่วประเทศแล้ว 6,500 แห่ง โดยมีแผนดึงร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เข้าในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เข้าไปด้วย และวางเป้าหมา
ในช่วงนี้ดวงชะตาของใครหลายคนอาจมีการเปลี่ยนแปลง หมอแอ้ เดอะเมจิกแมน ได้ทำนายถึงดวงชะตาของคนเกิดวันไหนที่ช่วงนี้มีเกณฑ์อาจได้เลื่อนขั้นหรือขึ้นเงินเดือน นั่นก็คือ คนเกิดวันพฤหัสบดี และวันศุกร์ ช่วงนี้จะได้ปรับทั้งตำแหน่งและเงินเดือนมากถึง 25% หรือบางทีก็อาจถูกบริษัทอื่นซื้อตัว และได้ค่าตอบแทนสูงกว่าเดิมถึง 35-45% นอกจากนั้นช่วงสิ้นปียังมีได้โบนัสเพิ่มขึ้นด้วยแบบไม่คาดฝันอีกด้วย เจ้าของกิจการ นักธุรกิจ กำลังรวยและมั่นคงขึ้นในครึ่งปีหลัง ส่วนคนเล่นหุ้น ทองคำ ขายที่ดิน จะมีเงินไหลเข้ามาไม่ขาด ขอบคุณที่มา Horosociety199
