ข่าววันนี้
หลังเพิ่งเข้ารับล่รางวัล ‘ลูกกตัญญูอย่างสูงต่อแม่’ ในวันแม่แห่งชาติที่ผ่านมา ล่าสุด 2 นักร้องคู่จิ้น “เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม”และ “ธัญญ่า อาร์สยาม” กำลังสร้างบ้านให้พ่อแม่ด้วยงบหลายล้าน! โดยเฉพาะ‘เบิ้ลพสร้างบ้าน 2 ชั้นหลังใหญ่อย่างสวย ที่บ้านเกิดจ.อำนาจเจริญ นับว่าทั้งคู่ขยันทำงาน อดออมจริงๆ ทั้งๆ ที่แจ้งเกิดในวงการ แค่ปีกว่าๆเท่านั้น ล่าสุดมีคอนเสิร์ตแซ่บๆ ‘สบายดีทีวี แซ่บซิ่งอีสานตลาดแตก’ ช่องสบายดีทีวี 141 ที่ลุย 4 จังหวัดรวด เบิ้ลเผยว่า เราก็เก็บเล็กผสมน้อยกันไปครับ ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมาย มีงานมีเงินเข้ามาก็พยายามหาทางต่อยอดทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ อยากให้พ่อกับแม่มีชีวิตเป็นอยู่ที่สบายขึ้น อย่างน้องธัญญ่า ก็อยู่ระหว่างการเดินเรื่องซื้อบ้านใหม่ เค้าอยากให้แม่ภูมิใจครับ ขอบคุณที่มา ข่าวลูกทุ่ง และ ble_patumrach_rsiam
เป็นอีกครอบครัวดาราแสนอบอุ่น สำหรับครอบครัวของหนุ่ม ‘เจ เจตริน’ และ ‘ปิ่น เก็จมณี’ พร้อมลูกชายสุดหล่อทั้ง 3 คน อย่าง เจ้านาย, เจ้าขุน และเจ้าสมุทร โดยครอบครัวนี้เพิ่งย้ายเข้าบ้านหลังใหม่ใหญ่กว่าเดิม แถมยังตกแต่งอย่างสวยงาม ล่าสุดรายการตีสิบเดย์ ทางช่อง 3 ได้พาไปลัดเลาะดูรอบบ้านครอบครัววรรธนะสินหลังใหม่ มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท โดยมีทั้งฟิตเนสแบะสระว่ายน้ำ รวมไปถึงสถานที่ทำกิจกรรมนอกบ้าน อย่างสนามไดรฟ์กอล์ฟเล็กๆ และสนามบาสที่มีไว้ให้ลูกชายทั้ง 3 คนทำกิจกรรมร่วมกัน ขอบคุณที่มา 2020 ENTERTAINMENT, jjetrin
จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ Karn Motorbike ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความลงในโปรไฟล์ส่วนตัวเเละกลุ่มขับรถแบบนี้ต้องประจานภูเก็ต โดยระบุข้อความว่า “เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมไปโลตัสถลาง ผมได้ทำโทรศัพท์หล่น บนเก้าอี้ดำ ตอนแรกผมนั่งก่อนแล้วลุงแกก็นั่งด้วย พอเสร็จเรื่องก็ออกขับรถมาถึง 3 แยกในยาง นึกขึ้นได้ว่าโทรศัพธ์หาย เลยเช็ค find my iPhone ก็เลยทราบว่าอยู่ที่เก่า และรีบขับรถกลับไป นั่งดูไปดูมาก็พบว่า ทำไม โทรศัพท์ไม่เคลื่อนที่ ทีแรกคิดว่าคงจะไม่มีใครเห็น ในใจคิดว่าจะเป็นไปได้ไงวะโทรศัพท์หล่นที่คนเยอะๆแถมเป็นที่โล่งในห้าง และแล้วผมมาถึงก็ได้เห็นว่า ผมได้เจอลุงคนเดิมที่นั่งกับผม แกรอผมอยู่และรอสายโทรเข้า เพื่อที่จะให้มารับโทรศัพท์คืน ทำไมผมไม่โทรตอนหาย เพราะผมไม่กล้าโทรกลัวคนที่เจอจะปิดเครื่องหนี ทำให้เหมือนตายใจว่าไม่รู้ตัวทีว่าหล่น ถ้าปิดเครื่องก็จะเช็คที่ตั้งไม่ได้ (ถ้าคนที่เจอเป็นคนอื่น) แต่ผมโชคดีที่ผมมาเจอคนดีๆแบบลุง แป๊ะอี๊น นาย เพียร พิมานพรหม เลยได้นั่งคุยกันและขอบคุณ เลยรู้ว่าเป็นคนไม้ขาวบ้านเรานี้เอง แกขับTaxi ป้ายเขียว ลีมูซีนสนามบิน มานั่งรอแขก แกคืนโทรศัพท์ให้ แล้วบอกว่า แกนั่งรอเดียวคงม
ผู้ใช้เฟซบุ๊ก คุณ อ.ท๊อป ป.หางยาว ได้โพสต์ข้อความที่กลายเป็นเรื่องดราม่าในโลกโซเชียล โดยระบุว่า หนุ่มคนดังกล่าวตั้งใจที่จะบวชที่วัดแห่งหนึ่ง ใน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นการบวชแก้บน เจ้าอาวาสก็ยินยอมให้บวช แต่พระที่มียศสูงกว่าเดินมาบอกว่า “ไม่ให้บวชหรอก เดี๋ยวโดนด่าตายเลย” จนหนุ่มคนนี้เกิดความน้อยใจ เนื่องจากตามร่างกายมีรอยสัก โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า แต่เห็นว่ายังไม่ได้ทำอะไรผิด แค่ต้องการอยากห่มผ้าเหลืองเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังติดตามข้อเท็จจริงจากทางวัดถึงกรณีดังกล่าว โดยจะเสนอข้อมูลให้รับทราบต่อไปเร็วๆนี้ ที่มา อ.ท๊อป ป.หางยาว
นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 บริษัทจะปรับราคาค่าโดยสารที่เรียกเก็บสำหรับรถไฟฟ้าบีทีเอสในส่วนของเส้นทางสัมปทานระยะทาง 23.5 กิโลเมตร สายสุขุมวิท สถานีหมอชิต-สถานีอ่อนนุช และสายสีลม สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ-สถานีสะพานตากสิน ไม่รวมส่วนต่อขยายของกรุงเทพมหานคร จากราคา 15 บาท-42 บาท เป็น 16 บาท-44 บาท โดยจะเรียกเก็บสถานีแรก 16 บาท สองสถานี ราคา 23 บาท สามสถานี ราคา 26 บาท สี่สถานี ราคา 30 บาท ห้าสถานี ราคา 33 บาท หกสถานี ราคา 37 บาท เจ็ดสถานี ราคา 40 บาท แปดสถานีเป็นต้นไป ราคา 44 บาท ซึ่งอัตราใหม่นี้เพิ่มขึ้น 1-3 บาท เมื่อเทียบกับค่าโดยสารเดิม ทั้งนี้ การปรับราคาค่าโดยสารใหม่ยังคงอยู่ต่ำกว่าเพดานอัตราค่าโดยสารตามสัญญาสัมปทานซึ่งอยู่ในอัตรา 20.11-60.31 บาท การปรับอัตราค่าโดยสารครั้งนี้บริษัทจะปรับราคาจำหน่ายเที่ยวเดินทาง 30 วัน ทั้งสำหรับประเภทบุคคลทั่วไปและนักเรียนนักศึกษา ซึ่งเป็นบัตรโดยสารราคาพิเศษด้วย โดยปรับขึ้นเที่ยวละ 1 บาท ดังนี้คือ สำหรับบุคคลทั่วไป ประเภท 50 เที่ยว 1,300 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 26
เทรนด์โชว์ขอสาวแต่งงานและถ่ายภาพเผยแพร่บนโลกโซเชียลมีเดียนั้นฮิตในหลายประเทศ หนึ่งในประเทศที่มีข่าวลักษณะนี้เป็นระยะ คือ ประเทศจีน ล่าสุดเป็นกระแสไวรัลที่หนุ่มจีนรายหนึ่งใช้วิธีขอสาวแต่งงานแบบที่สงสัยว่า โรแมนติกหรือไม่ ด้วยการจัดช่อดอกไม้มอบให็หญิงสาวในร้านอาหาร แต่ที่ประหลาดคือช่อดอกไม้ที่จัดนั้นไม่ได้เป็นดอกไม้ แต่เป็น “ช่อเนื้อวัว” !!? ข่าวรายงานว่าหนุ่มจีนที่ชื่อ มู่ ซิเหยา ได้ขอแฟนสาว หวัง ชีชี แต่งงานในภัตตาคารแห่งหนึ่งด้วยช่อบูเก้ที่ออกแบบเอง ด้วยการใส่เนื้อวัวดิบพร้อมกับผักกาดหอม รวมทั้งย่อตัวตามแบบฉบับยื่นแหวนและช่อเนื้อวัวให้หญิงสาวที่คบกันมานาน 2 ปี โดยเขาบอกว่าเขาจำได้เสมอว่าแฟนสาวของเขานั้นโปรดปรานและชอบกินเนื้อวัวขนาดไหน ดังนั้นจึงจัดช่อบูเก้เนื้อวัวดิบมาด้วยนั่นเอง เรียกว่าเอาอกเอาใจกันขนาดนี้ แต่ความโรแมนติกนั้นไม่แน่ใจนัก…
ผู้ใช้เฟซบุ๊ก คุณ อ.ท๊อป ป.หางยาว ได้โพสต์ข้อความที่กลายเป็นเรื่องดราม่าในโลกโซเชียล โดยระบุว่า หนุ่มคนดังกล่าวตั้งใจที่จะบวชที่วัดแห่งหนึ่ง ใน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นการบวชแก้บน เจ้าอาวาสก็ยินยอมให้บวช แต่พระที่มียศสูงกว่าเดินมาบอกว่า “ไม่ให้บวชหรอก เดี๋ยวโดนด่าตายเลย” จนหนุ่มคนนี้เกิดความน้อยใจ เนื่องจากตามร่างกายมีรอยสัก โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า แต่เห็นว่ายังไม่ได้ทำอะไรผิด แค่ต้องการอยากห่มผ้าเหลืองเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังติดตามข้อเท็จจริงจากทางวัดถึงกรณีดังกล่าว โดยจะเสนอข้อมูลให้รับทราบต่อไปเร็วๆนี้ ที่มา อ.ท๊อป ป.หางยาว
ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวตอนหนึ่งในงานเสวนาการดูแลสุขภาพพ่อเรือนด้วยสมุนไพร : Herb For Men’s Health เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคม ทั้งในด้านความรุนแรงในครอบครัว การยกพวกตีกัน เด็กแว้น ปัญหาการใช้สารเสพติด ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพุ่งเป้าไปที่ผู้ชายว่าเป็นต้นเหตุ ซึ่งหากได้ทำความเข้าใจกันจริง ๆ และแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุจะพบว่า ทั้งหมดทั้งมวลเกิดจากระบบร่างกายของผู้ชายซึ่งแตกต่างจากผู้หญิง เช่น มีสารหลั่งกระตุ้นให้เกิดความก้าวร้าว อารมณ์รุนแรง ยับยั้งชั่งใจต่ำกว่าผู้หญิง สื่อสารไม่เก่ง ธาตุปิตะหรือธาตุไฟ เป็นธาตุเจ้าเรือน ขณะที่ ผู้หญิงจะมีธาตุเสมหะเป็นธาตุเจ้าเรือน ผู้ชายจะทนหนาวไม่ค่อยได้ ไม่ดูแลร่างกาย และไม่ยอมรับว่าตัวเองป่วย โดยเฉพาะการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ดังนั้น จึงหาทางออกด้วยการใช้สารเสพติด ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ความอดทนต่ำ ชอบเคลื่อนไหวออกแรงแบบเต็มกำลัง เมื่อจบงานจะไม่สามารถทำอะไรต่อได้ ซึ่งแตกต่างจากผู้หญิงที่สามารถทำกิจกรรมอย่างอื่นได้ต่อไปอีก “รัฐบาลควรสนับสนุนให้มีการสร้างสถานที่อ
นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานเปิดคลินิกเอสเอ็มอีสัญจรแนวประชารัฐ ที่จ.อุดรธานี ครั้งที่ 8 ว่า กระทรวงอุตสาหกรรม หารือถึงแนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง รวมถึงต่อยอดอุตสาหกรรมยางพาราขั้นปลาย อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งขณะนี้มีเอกชนบางรายให้ความสนใจและเริ่มสอบถามข้อมูลการลงทุนเกี่ยวกับศูนย์ซ่อมอากาศยาน นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายพัฒนาให้เป็นศูนย์ขนส่งและกระจายสินค้า (โลจิสติกส์) ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือผ่านเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษหนองคาย และมุกดาหาร โดยจะหารือกับกระทรวงคมนาคมเพื่อขอเชื่อมการขนส่งทางรถไฟเข้ามาในนิคม เป็นฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมและส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ช่วยลดต้นทุนการขนส่งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ขนาด 2,200 ไร่ ในพื้นที่ ต.โนนสูง ต.หนองไผ่ อ.เมือง ขณะนี้ผ่านกระบวนการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว (อีไอเอ) และอยู่ระหว่างวางแผนก่อสร้าง
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศพายุ “ปาข่า” (PAKHAR) ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 28 ส.ค.2560 ระบุว่าเมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (28 ส.ค.60) พายุดีเปรสชัน “ปาข่า” (PAKHAR) ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง บริเวณประเทศจีนตอนใต้ มีศูนย์กลางเหนือประเทศเวียดนามตอนบน โดยหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง และร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย จะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ขณะที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 50 จังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ ในช่วงวันที่ 28 ส.ค. – 2 ก.ย.2560 จากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น “ปาข่า” ที่อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัย รวมถึงจัดเตรียมสถา
