ข่าววันนี้
ประมงจังหวัดสกลนคร แก้วิกฤตการบริโภคปลาสวาย หลังคนไทยไม่นิยม เหยียดราคาถูก มีกลิ่นคาว ชี้ปลาสวายมีโอเมกา 3 สูงกว่าปลาทะเลน้ำลึก เตรียมเรียกอีกชื่อเป็นปลาโอเมกา 3 ผลักดัน เกษตรกรเลี้ยงเพิ่มมูลค่าทางการการตลาด ว่าที่ร้อยโท สมพร กุลบุญ ประมงจังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าปลาสวายเป็นปลาที่มักไม่นิยมรับประทาน เนื่องจากด้วยนิสัยสายพันธุ์ของปลาดังกล่าวมักจะอาศัยอยู่ในน้ำขุ่น รวมไปถึงหากผู้บริโภคนำมาชำแหละไม่เป็นจะมีกลิ่นคาวมากเพราะปลาสวายมีเส้นกลิ่นคาวอยู่ข้างลำตัว จึงทำให้ประกอบอาหารแล้วจะมีกลิ่นคาว ประกอบกับราคาถูก มีราคารับซื้อกันอยู่ที่กิโลกรัมละ 30-35 บาท ผู้บริโภคจึงมองว่าเป็นปลาไม่อร่อย แต่ปลาสวายใครจะรู้ว่าเป็นปลาที่มีโอเมกา 3 สูงมาก สูงกว่าปลาทะเลน้ำลึก หากบริโภคแล้วจะมีผลดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ดังนั้นประมงจังหวัดสกลนคร ได้รับมอบหมายจาก นายวิทยา จันทร์ฉลอง ผวจ.สกลนคร ให้ดำเนินการ จะทำอย่างไรให้ปลาสวายซึ่งเปี่ยมไปด้วยโอเมกา 3 สามารถดึงดูดให้คนเห็นความสำคัญของปลาสวายแล้วหันมาบริโภคซึ่งจะเป็นผลดีต่อการทำงานของสมองและช่วยเพิ่มมูลค่าของปลาสวายให้มีราคามากขึ้น ว่าที่ร้อยโท สมพร กุล
ร่มติดรถ เทรนด์ใหม่ยอดฮิตของผู้ใช้รถ จยย.ชายแดนแม่สายช่วงฤดูฝน เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากใครมีโอกาสผ่านไปแถวอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หรือจะข้ามชายแดนไปยังจังหวัดท่าขี้เหล็กประเทศพม่า ประเทศเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม จะเห็นรถจักรยานยนต์ที่มีโครงหลังคาหลากสีสัน ขับขี่สวนกันไปมาเป็นจำนวนมาก สร้างความสะดุดตาแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ จากการสอบถามเข้าไปตรวจสอบพบว่ารถเหล่านี้ได้มีการติดอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นซึ่งเรียกว่าร่มติดรถเพื่อใช้เป็นที่กันฝนในช่วงฤดูฝนตก โดยตัวหลังคาจะเป็นพลาสติกเหนียวซึ่งมีทั้งสีล้วนและลวดลาย เป็นรูปทรงโค้งและรูปมีปีกคล้ายหมวก ตัวโครงจะทำจากเหล็กและพลาสติกแท่ง โดยยึดตัวโครงด้านกับกระจกมองข้าง และผูกกับท้ายรถจักรยานยนต์ นางเสาร์คำ ไม่มีนามสกุล อายุ 26 ปี หนึ่งในผู้ใช้ร่มติดรถ กล่าวว่า ตนเพิ่งซื้อร่มติดรถมาใช้ประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะเห็นเพื่อนๆ เขาติดใช้กัน เห็นว่ามีความสะดวกกว่าการใช้ร่มในการขับขี่ ที่ไม่ต้องถือให้ปวดแขนหรือถูกลมพัดปลิว สามารถกันฝนได้ดีกว่าพราะจะคลุมทั้งตัว แต่มีข้อเสียตรงที่จะเกะกะรถหน่อยและไม่สามารถขับไวได้เพราะจะทำให
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน มีผลกระทบจนถึงวันที่ 18 ก.ค.2560 ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 13 ก.ค.2560 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 14–18 ก.ค.2560 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้
หนุ่มโชเฟอร์รถทัวร์โพสต์คลิปตร.เชิงทะเลจับปรับน้ำท่อแอร์ไหลลงพื้น ตร.จราจรแจงเป็นคำสั่งผู้บังคับบัญชาสั่งจับ หลังขับรถตามพบน้ำไหลเรี่ยราดตลอดทาง ย้ำทำตามหน้าที่ไม่ได้หวังเงินค่าปรับ จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “จะทำดี ไปทำไมในเมื่อไม่มีค่า” โพสต์ภาพวิดิโอคลิป พร้อมระบุข้อความว่า “ระวังให้ดีนะคับ…แยกเชิงเลอย่าให้น้ำแอร์ย้อยนะคับ…เดียวจะถูกจับเพราะเพื่อนผมโดนมาแล้ว 5555” โดยในคลิปดังกล่าวเป็นภาพขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนายหนึ่ง กำลังเขียนใบสั่งให้คนขับรถ ซึ่งกำลังเป็นคนถ่ายภาพพร้อมกำลังใช้วาจา บอกเล่าว่าเจ้าหน้าที่จับกุมด้วยข้อหาท่อน้ำแอร์ทิ้ง โดยระบุว่า“ผมองคุยกับนายหัว หรือเจ้าของรถแล้วว่าจะมาจ่ายค่าปรับเองในภายหลัง โดยผู้ถ่ายพยายามสอบถามว่าผมความผิดในข้อหาอะไร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตอบกลับมาว่าข้อหา “เรี่ยราด” ซึ่งผู้ถ่ายได้ถามตร.อีกครั้ง ว่า “แล้วทำไมไม่จับรถบรรทุกยางด้วยเนื่องจากเรี่ยราดเยอะกว่า แถมมีกลิ่นเหม็น พร้อมกล่าวว่าทำสองมาตรฐาน เพิ่งเคยพบเคยเห็น จับกุมเรื่องท่อน้ำแอร์ ข้อหาเรี่ยราด” อย่างไรก็ตาม หลังมีการโพสต์คลิปดังกล่าวทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ต่อว่าเจ้าหน
วันที่ 13 ก.ค. เว็บไซต์อินดี้ 100 และเดลีเมล์รายงานถึงมิตรภาพยามยากน่าซาบซึ้งใจของหมาสองตัว เมื่อเจ้าลาน่า สุนัข อายุ 8 เดือน อดีตหมาพเนจรตามถนนที่เจ้านายเก็บมาเลี้ยง ได้ลากผ้าห่มที่เจ้านายเอามาห่มให้มันไปห่มให้เพื่อนไร้บ้านของมันอีกตัว แบ่งกันห่มให้ร่างกายอบอุ่นในคืนที่อากาศหนาว เหตุเกิดที่ประเทศบราซิล ซูเอเลน ชอมเลิฟเวิล เจ้านายลาน่า เล่าว่า ในคืนหนึ่ง อากาศหนาวเล็กน้อย ตนนำผ้าห่มไปให้เจ้าลาน่าที่กรงของมันซึ่งอยู่นอกบ้าน จากนั้นเจ้าลาน่าเห็นหมาไร้บ้านยืนอยู่ข้างรั้ว มันลากผ้าห่มผืนใหม่ที่เจ้านายเพิ่งเอามาให้ ไปห่มที่ตัวของหมาร่อนเร่ตัวนั้น ห่มด้วยกันกับมัน เมื่อคู่หมั้นเจ้านายออกมาเจอในตอนเช้า ก็พบผ้าห่มถูกลากมาอยู่ใต้รั้วและหมาทั้งสองตัวหลับอยู่ ทั้งสองไม่สามารถเข้าถึงตัวหมาเร่รอนตัวนั้นได้ เพราะมันยังกลัวๆ อยู่ แต่ทั้งสองได้นำอาหาร น้ำวางไว้ให้มัน “ฉันตื้นตันมากในสิ่งที่ลาน่าทำให้เพื่อน ตอนฉันพบมันครั้งแรก มันเป็นหมาน้อยที่น่ารัก ตอนนี้มันเป็นเพื่อนแท้สี่ขาที่ทำให้ฉันคิดถึงสิ่งที่สำคัญมาก นั่นคือความมีน้ำใจ” ซูเอเลนกล่าว
นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เนื่องจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกหนักกระจายบริเวณ จ.กำแพงเพชร นครสวรรค์ และพิจิตร ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ และน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง รวมกันไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่พื้นที่ชลประทานในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างมีฝนตกกระจาย ทำให้ปริมาณน้ำในระบบชลประทานและพื้นที่การเกษตรของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกมีปริมาณมากต้องเร่งระบายออก ทำให้สามารถแบ่งระบายจากเหนือเขื่อนเจ้าพระยาทั้งทั้งสองฝั่งได้เพียงเล็กน้อย ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 14-17 ก.ค. 2560 จะมีฝนตกหนักกระจายเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบัน ณ วันที่ 13 ก.ค. เวลา 06.00 น. ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ระดับ +16.75 ม.รทก. ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 849 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 1,000-1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาท
ทยอยเพิ่มไลน์สินค้าจนแทบจะครบวงจร จนหลายๆ คนแอบแซวกันว่า มาร้านเดียวแทบจะไม่ต้องออกไปซื้อที่ไหนแล้ว ทั้งขนม น้ำ ของแห้ง ของคาว กาแฟ อาหาร ของหวาน ผลไม้ ล่าสุด โลกออนไลน์ มีการแชร์ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊ค Kongwarit Aoo Srikot ซึ่งเผยให้เห็นเมนูเบสิค ทานง่าย และอยู่คู่คนไทยมานาน อย่าง “ข้าวไข่เจียว” ที่ร้านสะดวกซื้อดังได้ทำและขายกันสดๆ ภายในร้าน โดยหลายๆ สาขานั้น เริ่มมีอาหารจารด่วนให้บริการแล้ว โดยมีเมนูให้เลือกจำนานหนึ่ง จากกระแสภาพดังกล่าว มีทั้งน่ากิน อยากไปลิ้มลอง พร้อมกับแซวขำๆ ว่า อีกหน่อยร้านคงมีอาหารตามสั่ง ยันส้มตำ และทำให้คนแน่น การจัดการอาจจะวุ่นวายกว่าเดิม ไปจนถึงพนักงานร้านที่มีฟังก์ชั่นการทำงานหลากหลาย ขณะเดียวกัน อีกหลายความคิดเห็นก็มองว่า อาจจะไปกระทบร้านอาหารหรือไม่
เมื่อวันที่ 13 ก.ค. พ.ต.ต.สิริภา ศรีทรัพย์ สารวัตรสอบสวน สน.สุทธิสาร นำเจ้าหน้าที่เทศกิจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ เขตห้วยขวาง สำนักอนามัย กทม. เข้าตรวจบ้านเลขที่ 13 ซ.อุดมสุข ถนนสุทธิสารวินิจฉัย เขตห้วยขวาง โดยมีนายวีระศักดิ์ สุนทรจามร อายุ 60 ปี หรือ ‘ลุงปุ๋ย’ เจ้าของบ้านที่เลี้ยงนกพิราบมานานกว่า 30 ปี จนมีนกมาเกาะบริเวณบ้านและพื้นที่ใกล้เคียงหลายร้อยตัว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดช่วยกันจัดเก็บขยะบริเวณหน้าบ้านมีทั้งเศษกระป๋อง เศษไม้ กระเบื้อง ที่วางกองสะสมจนส่งกลิ่นเหม็น มีแมลงสาปออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งการเข้าพื้นที่ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกในการทำความาสะอาดบ้านของลุงปุ๋ยในรอบกว่า 10 ปี แม้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ กทม.พยายามติดต่อขอเข้าพื้นที่มาโดยตลอด แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือ นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า ยอมให้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดเฉพาะบริเวณหน้าบ้านเท่านั้น ส่วนภายในบ้านจะเป็นผู้ขนของออกมาเอง ซึ่งไม่ใช่วันนี้ และยืนยันจะให้อาหารนกต่อไป หากใครมาจับนกจะฟ้องเอาผิดตาม พ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์ ด้านนายเมธิพจน์ ชาตะเมธีกุล ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย ก
นางนทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ผลผลิตผลไม้ภาคใต้ ฤดูการผลิตปี 2560 ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกอง มีปริมาณรวม 345,553 ตัน ผลผลิตลดลงจากปีก่อน 22.97% โดยผลผลิตมังคุดออกสู่ตลาดมากเดือนก.ค.-ส.ค. 2560 ทุเรียนออกสู่ตลาดมากช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. 2560 เงาะออกสู่ตลาดมากช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. 2560 และลองกองออกสู่ตลาดมากช่วงเดือนก.ย.-ต.ค. 2560 ดังนั้น กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จึงเตรียมแผนการตลาดไว้รองรับแล้ว โดยสนับสนุนการเปิดจุดรวบรวมและรับซื้อผลไม้จากเกษตรกร ณ ตลาดรุ่งโรจน์ ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา และวิสาหกิจชุมชนกลุ่มมังคุดศูนย์เรียนรู้การเกษตร ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน จ.ชุมพร เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อผลไม้ ณ จุดรับซื้อแล้วส่งออกไปประเทศต่างๆ ได้แก่ จีน เวียดนาม อินเดีย เป็นต้น นอกจากนี้ ได้จัดหาสถานที่จำหน่ายให้แก่เกษตรกร ได้แก่ บริเวณตลาดมีนบุรี ตลาดถนอมมิตร ตลาดแฮปปี้แลนด์ ตลาดอ่อนนุช ตลาดต้องชมทั่วประเทศ และสถานที่ราชการต่างๆ รวมทั้งบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยินดีให้ใช้สถานที่บริเวณสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ทั่วประเทศ เพื่อให้เกษตรกรนำผลไม้มาจำหน่าย
นายบียอร์น ลี ผู้อยู่เบื้องหลังและมีประสบการณ์ในการทำงานกับบริษัทสตาร์ตระดับเอเชีย ในฐานะหนึ่งในเทรนเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Growth Hacking จากโครงการ ดีแทค เอคเซอเลอเลท batch 5 เปิดเผยในการบรรยายเรื่อง “Growth Hacking หมัดเด็ด!! การตลาดยุคไทยแลนด์ 4.0” จัดโดยบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือดีแทคว่า ในวงการสตาร์ตอัพขณะนี้ ได้มีการพูดถึง และกำลังเป็นที่นิยมในการใช้เทคนิคที่เรียกว่า “Growth Hacking” คือการใช้เทคนิค และเทคโนโลยีมาช่วย เพื่อให้ได้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นในระยะเวลาและงบประมาณที่จำกัด หรือวิธีมัดใจฐานลูกค้าจนเพิ่มจากศูนย์เป็นแสนคนในเวลาอันสั้น นายบียอร์น กล่าวว่า จากประสบการณ์ส่วนตัวสามารถจำแนกเทคนิค Growth Hacking ได้ 10 ข้อดังนี้ 1.การใช้แพลตฟอร์มทางการตลาดที่ถูกต้อง เช่น สินค้าหรือบริการแบบออนไลน์ต้องอยู่บนช่องทางที่ใช้ง่ายและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็ว 2.การใช้สื่อโฆษณาที่สร้างภาพลักษณ์ให้กับสินค้าและบริการ หรือการให้คนดังพูดถึงสินค้าและบริการนั้นๆ 3.การสร้างจุดเด่นของสินค้าและบริการในระยะเวลาอันสั้น ผ่านการใช้คลิปบน ยูทูบ หรือ เฟซบุ๊ก ที
