ข่าววันนี้
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งผลักดันผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากช่องทางการสื่อสารออนไลน์ เปิดตัว 5 แอปพลิเคชันในกลุ่มระบบบัญชีและการบริหารจัดการองค์กร ได้แก่ 1. แอปพลิเคชัน Money Flow 2. แอปพลิเคชัน Billing Flow 3. แอปพลิเคชันStock Flow 4. แอปพลิเคชัน DIP Business Evaluation และ 5.แอปพลิเคชัน DIP Business Plan ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อลดปัญหาพื้นฐานความยุ่งยากและซับซ้อนด้านระบบการทำบัญชีและการเงิน พร้อมเป็นตัวช่วยให้การดำเนินธุรกิจมีความรวดเร็ว สามารถลดต้นทุนและขั้นตอนต่าง ๆ ให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น โดยทั้ง 5 แอปพลิเคชันนี้สามารถใช้ได้บนสมาร์ทโฟนและแท็บแล็ต ผ่านระบบปฏิบัติการทั้งแอนดรอยด์และไอโอเอส นอกจากนี้ยังมีบริการออนไลน์อื่นๆ ที่ได้เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2559 ที่ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปยังคงใช้บริการได้ ได้แก่ www.NEClearning.com , www.bsc.dip.go.th , www.e-consult.dip.go.th ,www.id-society.com ทั้งนี้ จากสถิติ SMEs ที่มีอยู่กว่า 2.8 ล้านรายพบว่า มีเพียง 20% หรือประมาณ 550,000 รายที่นำระบบเทคโนโลยีและเครื่องมือออนไลน์มาประยุกต์ใช้ในกิจกรรมการดำเนินอุตสาหกรรม โดย
“คอลลาเจน” เป็นดั่งไอเท็มแห่งความงามที่หนุ่มๆสาวๆ หลายคนต้องการ จนทำให้หลายๆ ผลิตภัณฑ์ ก็ได้นำคอลลาเจนไปเป็นส่วนผสม ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีคุณสมบัติเพิ่มขึ้นมา นั่นก็คือช่วยให้ผิวเด้ง มีน้ำมีนวล ผิวพรรณสดใส ยิ่งไปกว่านั้น ยังป้องกันและลดเลือนริ้วร้อยให้ผิวของเราอ่อนกว่าไวได้อีกด้วย แม้คุณสมบัติของคอลลาเจนจะเลิศเลอ แต่ไม่น่าเชื่อว่ายังมีอีกหนึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่เคยนำคอลลาเจนมาเป็นส่วนผสม ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่สัมผัสกับผิวของเรามากที่สุดด้วยซ้ำ นั่นคือกลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม แต่กลับยังไม่เป็นกระแสในบ้านเรา ในยุคปัจจุบัน มีเทคโนโลยีเกิดขึ้นมากมายในวงการเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม เพื่อตอบสนองไลฟสไตล์ของคนยุคใหม่ที่รักสุขภาพและต้องการเลือกสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผิวพรรณและสุขภาพของตนเอง เคยคิดไหมว่า น่าจะมีเสื้อผ้าที่ป้องกันแสงแดดได้ ป้องกันกลิ่น หรือรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวเราได้ เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้ชิดกับผิวของเรามากที่สุด แต่คุณสมบัติเหล่านี้ สามารถเกิดขึ้นได้หากเสื้อผ้
นักวิชาการด้านพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยภาวะเศรษฐกิจไทยมีการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่สถาบันการเงินพยายามลดความเสี่ยงการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือ NPL โดยการเข้มงวดในการปล่อยกู้มากขึ้น ดังนั้นถึงแม้ในช่วงนี้ประเทศไทยยังมีโอกาสน้อยที่จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจซ้ำรอย “วิกฤติต้มยำกุ้ง” แต่การเติบโตระดับต่ำอย่างในปัจจุบันเป็นสัญญาณของปัญหารูปแบบใหม่ของเศรษฐกิจไทย ซึ่งก็คือ “ปัญหากับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap)”กล่าวคือ การที่เราค่อยๆ สูญเสียความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เปรียบเสมือนสภาวะต้มกบ ที่กบกำลังจะตายอย่างช้าๆ โดยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะตายจากน้ำที่ค่อยๆ เดือด แนะภาครัฐและเอกชนไทยเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อไม่ให้เกิดการย่ำอยู่กับที่จนกลายเป็น “วิกฤติต้มกบ” เนื่องจากปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านที่เคยล้าหลังกว่าไทยพัฒนาไปมาก หลายประเทศมีการเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น อาทิ เมียนมาร์ กัมพูชา และเวียดนาม เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับความสามารถทางการแข่งขันอย่างรวดเร็ว พร้อมชี้ภาคธุรกิจไทยควรมุ่งเน้นการลงทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องในระยะยาวแ
วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 เวลา 10.00 น. นายสุทธา สายวาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และนายธนยศ ปานขาว นายอำเภอแม่สอด พร้อมฝ่ายทหาร ปกครองอำเภอแม่สอด ลงพื้นที่ตรวจท่าข้ามขนถ่ายสินค้า บ้านท่าอาจ ต.ท่าสายลวด และบริเวณด้านพรมเเดน สะพานมิตรภาพ ไทย เมียนมา แห่งที่ 1 อ.แม่สอด จ.ตาก จากกรณีกระเเสการเดินทางกลับประเทศของแรงงานชาวเมียนมา หลังจากประเทศไทย ประกาศ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ที่เดิมมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. 2560 เป็นต้นไป แม้จะมีการชะลอไปอีก 120 วันก็ตาม แต่เนื่องจากอัตราโทษสูง ทำให้บรรดานายจ้างบอกเลิกจ้าง รวมทั้งบรรดาแรงงานต่างด้าว หวาดกลัวกับอัตราโทษที่สูงจึงเดินทางกลับภูมิลำเนาในประเทศเมียนมาอย่างต่อเนื่องที่ชายแดนอำเภอแม่สอด โดยหลังจากลงไปตรวจพื้นที่ดูความเรียบร้อย ซึ่งวันนี้ก็ยังมีการเดินทางกลับของแรงงานชาวเมียนมาอย่างต่อเนื่อง และมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายเมียนมา มาคอยรับและดูแลอำนวยความสะดวกให้ในฝั่งจังหวัดเมียวดีด้วย อย่างไรก็ตาม ทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายสังเกตุการณ์ พร้อมช่วยอำนวยความสะดวก และดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างเต็มความส
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ว่า พ.ร.กดังกล่าวมีบทลงโทษที่สูงเกินไป มีผลใช้บังคับทันทีจ่อว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างกว้างขวางในภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจท่องเที่ยว และบริการ กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และกลุ่มวิถีชุมชนที่จ้างแรงงานต่างด้าว จนรัฐบาลต้องใช้คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตาม มาตรา 44 ผ่อนปรนการบังคับใช้กฎหมายออกไปอีก 120 วัน ในมาตรา 101, 102, 122 เพื่อให้แรงงานต่างด้าว ดำเนินการขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง ซึ่งกรณีนี้ ถ้ารัฐบาลจัดให้มีศูนย์จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี แต่รัฐบาลได้ออกมายืนยันว่า จัดตั้งไม่ได้ เพราะขัดต่อบันทึกความเข้าใจ หรือเอ็มโอยู 3 ประเทศ คือ ลาว เมียนมา และกัมพูชา รวมไปถึงพันธสัญญาไอยูยู ที่จะทำให้แรงงานต่างด้าวทะลักเข้าไทย ตนจึงมีความกังวลว่าแรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งมีจำนวนมากนับล้านคนจะสามารถดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายภายในระยะเวลา 120 วัน ได้ทันหรือไม่ เพราะแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ต
เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่สภ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ น.ส.วรรณิศา นราแก้ว อายุ 65 ปี แม่ค้าชาวต.บ้านด่าน อ.กาบเชิง เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน พร้อมนำลอตเตอรี่หมายเลข 112360 งวดประจำวันที่ 1 ก.ค.2560 จำนวน 4 คู่ ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 เป็นเงิน 24 ล้านบาท มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน น.ส.วรรณิศา เศรษฐินีป้ายแดง เล่าถึงความรู้สึกว่า วันก่อนหวยออกได้พาครอบครัวไปกราบไหว้ขอพรจากหลวงพ่อเฮง ปภาโส ที่วัดบ้านด่าน ต.บ้านด่าน อ.กาบเชิง เพื่อขอให้มีโชคลาภและถูกรางวัลบ้าง โดยหวังให้ชีวิตตัวเองและครอบครัวดีขึ้น พร้อมดลบันดาลใจว่าหากถูกรางวัลจะนำไปทำบุญด้วย จากนั้นได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 112360 งวดประจำวันที่ 1 ก.ค.2560 จำนวน 4 คู่ กระทั่งหวยออกถึงทราบว่าได้สมหวังดั่งใจหมายที่ปรารถนาไว้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากน.ส.วรรณิศา นำลอตเตอรี่มูลค่า 24 ล้านบาทลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นได้นำลอตเตอรี่เดินทางกลับบ้านบ้านพักพร้อมญาติทันที ก่อนเตรียมนำลอตเตอรี่เดินทางมาสำนักงานกองสลากกินแบ่งรัฐบาล ย่านสนามบินน้ำ เพื่อขึ้นเงินรางวัล ซึ่งน.ส.วรรณิศาถือเป็นชาวสุรินทร์คนที่ 3 ที่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ถึง
เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่สภ.หนองขาม จ.ชลบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส. ธัญญารัตน์ จินดารัตน์ อายุ 26ปี บ้านอยู่ ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นำสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 112360 งวดประจำวันที่ 1 ก.ค 2560 จำนวน 1 ใบ ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 ได้รับเงินรางวัล 6 ล้านบาท มาขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน กับ ร.ต.ท อิศราพงษ์ สุวรรณจักร รองสารวัตร (สอบสวน) ก่อนนำไปขึ้นเงินรางวัล เศรษฐีใหม่ป้ายแดง เปิดเผยว่า ทำงานเป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ศรีราชา ส่วนความโชคดีครั้งนี้สืบเนื่องจากแม่ของตนโทรมาบอกให้ตนไปหาซื้อลอตเตอรี่ เนื่องจากแม่ฝันเห็นตาที่ตายไปหลายปีแล้ว แต่เมื่อตนไปหาซื้อเลขตามที่แม่บอกเท่าไหร่ก็ไม่ได้เลยโทรไปบอกแม่ว่าหาซื้อไม่ได้ แม่ก็สั่งให้หาซื้อกับพ่อค้าหวยที่ปั่นจักรยานมาขายจนกระทั่งเจอจึงซื้อเก็บไว้ 1 ใบ “จนกระทั่งช่วงเย็นวันนี่้หลังหวยออกได้หยิบลอตเตอรี่มาตรวจดู ปรากฎว่าถูกรางวัลที่ 1 ตอนนั้นแทบช็อกทำอะไรไม่ถูก พอตั้งสติได้เลยรีบมาที่สภ.หนองขาม เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ส่วนเงินที่ได้มานั้นจะนำส่วนไปปลูกบ้าน และจะแบ่งเงินอีกส่วนไปทำบุญตามวัดต่างๆ ที่เหลือจะเก็บไว้เพื่อดำเนินชีวิ
เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองสตูล ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่ค้าเขียงเนื้อวัว นำธนบัตรปลอมใบละ 100 บาท ออกมาโชว์ให้ผู้สื่อข่าวดู หลังพบมีลูกค้านำธนบัตรปลอมมาซื้อของเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พร้อมวอนขอให้ลูกค้ากลุ่มนี้เลิกพฤติกรรมหลอกแม่ค้า ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมคนหาเช้ากินค่ำ ด้านเทศบาลเมืองสตูลได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้กับแม่ค้าในตลาดรู้ถึงกลโกง และแนะนำให้สังเกตธนบัตรจากลูกค้าเป็นพิเศษ น.ส.บาบีต้า ทองสุข อายุ 47 ปี เจ้าของร้านก๊ะปลาเนื้อสด ตลาดสดเทศบาลเมืองสตูล กล่าวว่า ในช่วงเช้าวันนี้ซึ่งปกติจะมีลูกค้าจำนวนมากเดินทางมาจับจ่าย ปกติเวลารับเงินจากลูกค้าก็จะหยิบใส่กระป๋องข้างกาย ไม่เคยสังเกตเงินเลย เพราะต้องรีบขายให้กับลูกค้าคนอื่นๆอีก กระทั่งกำลังทอนเงินให้กับลูกค้ารายหนึ่ง แต่ลูกค้ารายนั้นมองว่าเงินทอนเป็นธนบัตรเก่ามาก บอกขอเปลี่ยนเอาใบใหม่ ตนจึงสังเกตว่านี่ไม่เหมือนธนบัตรใบอื่นๆ เพราะมีขนาดเล็กกว่าเก่าๆ เนื้อกระดาษดูแปลกๆ จึงรู้ว่ามีเจอธนบัตรปลอมแล้ว จึงนำเงินปลอมดังกล่าวให้กับเจ้าหน้าที่เทศบาลตรวจสอบเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหานี้ เจ้าของร้านก๊ะปลาเนื้อสด กล่าวต่อว่
ฝ่ายสื่อสารองค์กร แอร์เอเชียชี้เเจงกรณีรถขนส่งผู้โดยสารของสายการบิน ประสบอุบัติเหตุชนส่วนหน้าทางด้านซ้ายของเครื่องบินสายการบินหนึ่ง เกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.55 น. ของวันที่ 30 มิ.ย. ณ บริเวณสะพานเทียบเครื่องบินหมายเลข 35 ภายในท่าอากาศยานดอนเมือง ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเเต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีการขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งขณะนี้สายการบินได้ทำงานอย่างใกล้ชิดเเละให้ความร่วมมือกับท่าอากาศยานเเละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบตามมาตรฐานต่อไป ทั้งนี้สายการบินขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มา ณ โอกาสนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเครื่องบินที่โดนรถขนส่งผู้โดยสารของแอร์เอเชียเฉี่ยวชน เป็นเครื่องบินของสายการบินนกแอร์ ซึ่งเครื่องบินได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ถือเป็นพระเอกระดับตำนานของไทยอีกคน สำหรับ “แด็กซ์” ลิขิต เอกมงคล ที่ฝากผลงานภาพยนตร์และละครไว้มากมาย แต่ผลงานละครที่สร้างชื่อให้ ‘ลิขิต เอกมงคล’ คงหนีไม่พ้น ‘จำเลยรัก’ ที่เล่นคู่กับ “ต่อง” สาวิตรี สามิภักดิ์ นอกจากนี้ยังมีผลงานการแสดงอีกเกือบ 100 เรื่อง แต่มาช่วงหนึ่ง ‘ลิขิต เอกมงคล’ ได้หันไปเล่นการเมืองเป็นสจ.อ่างทอง ก่อนกลับเข้าสู่วงการบันเทิงอีกครั้ง จนกระทั่งช่วงอายุ 40 ปี ได้ยุติการแสดงในวงการไป ปัจจุบัน ‘ลิขิต เอกมงคล’ เปลี่ยนไปมาก ทั้งรูปร่างหน้าตา รวมถึงการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย โดยตอนนี้ยังใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพฯ และทำธุรกิจผลิตภัณฑ์ Daxx และร้านขนมจีนสูตรโบราณ แม่สงวน ขอบคุณ ลิขิต เอกมงคล และแฟนคลับ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
