ข่าววันนี้
เป็นอีกหนึ่งเยาวชนไทยที่มีความสามารถระดับเทพ “น้องเก้า” ด.ช.วีรพัฒน์ เทสะรุต อายุ 11 ปี จากโรงเรียนประชาสรรค์วิทยา จ.พิษณุโลก ที่เพิ่งมาออกรายการซูเปอร์เท็น SUPER 10 โชว์ความสามารถทางกีฬาเปตองที่เหลือเชื่อ โดย น้องเก้า มาโชว์ความสามารถเพื่อตั้งเป้าของรางวัลคือ ที่นอนใหม่ให้กับปู่และย่า ที่ตอนนี้เดินขึ้นไปนอนบนบ้านไม่ไหวแล้ว โดยน้องเก้าคิดถึงตอนที่เคยไปแข่งเปตองแล้วได้นอนที่นอนนุ่มๆ จึงอยากให้ปู่และย่าได้นอนที่นอนนุ่มๆ แบบที่ตนเคยนอนด้วย สำหรับน้องเก้า อาศัยอยู่กับปู่และย่าตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อกับแม่ต่างแยกทางไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่น้องเก้าเรียนชั้นอนุบาลเท่านั้น น้องเก้าบอกว่าตัวเองนั้นไม่เหงา และมีความสุขดี โดยน้องเก้าจะช่วยย่าขายกล้วยและตัดกล้วยเป็นประจำ น้องเก้ามีความกตัญญูและรักปู่กับย่ามาก น้องเก้า โชว์ลีลาการโยนลูกเปตองที่ตัวเองถนัด คือเป็นมือตี ด้วยการโยนลูกเปตองโดนลูกเหล็กที่อยู่ห่างจากตัวโดนตรงๆ ทั้ง 3 ลูก จนสร้างความฮือฮาไปทั้งสตูดิโอ สำหรับโจทย์ที่ทีมงานให้น้องเก้าโชว์ความสามารถคือ การโยนลูกเหล็กให้โดนไข่ไก่ ไข่นกกระทา โดยไม่โดนลูกเหล็กที่วางอยู่ด้านหน้า ซึ่งน้อ
Payai TV แฟรงค์วัย 12 ปี สอนน้องๆให้รู้จักรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองและเป็นแบบอย่างในการสู้งาน แม้จะไม่มีพ่อแม่ แต่แฟรงค์รักดี พยายามทำงานหาเงินช่วยเหลือครอบครัวและตั้งใจเรียนเพื่ออนาคต แม่ทิ้งไปตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ ส่วนพ่อต้องโทษ แฟรงค์และน้องชายอีกสองคน คือ ฟิล์ม 10 ขวบ และ เฟิร์ส 8 ขวบ จึงต้องมาอาศัยอยู่กับยายพรวัย 70 ปี ญาติของยายแท้ๆ ของแฟรงค์ นอกจากนี้ยังมีตาช่วง วัย 77 ปี พี่ชายของยายพรที่อาศัยอยู่ด้วยกัน บ้านที่อยู่อาศัยเป็นเพียงเพิงไม้มุงสังกะสียกพื้นสูง ไม่มีประตู ไม่มีความปลอดภัย อยู่กันเพียงเท่านี้ หลานทั้งสามจึงติดตามยายพรไปทุกที่ ช่วงมีงานรับจ้างก็จะออกไปช่วยทุกครั้ง แต่ปัจจุบันนี้ยายพรสุขภาพเริ่มไม่ดี แฟรงค์วัย 12 ปีจึงต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้ครอบครัว โดยจะเป็นคนออกไปหางานรับจ้างตามไร่มาทำ ส่วนใหญ่จะรับงานมาแบบเหมาทำ โดยมีน้องชายและยายพรช่วยกันทำได้วันละ 500 บาท ติดตามเรื่องราวของเยาวชนคนเก่งหัวใจแกร่งเพิ่มเติมทาง Facebook : สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง คลิก https://goo.gl/gpQiV7 📍สามารถสนับสนุนทุนการศึกษาให้น้องแฟรงค์และน้องๆได้ทาง ชื่อบัญชี นางอมรา แดงโสภณ และ ด.ช.นันธวั
เพราะการทำงานสมัยนี้แข่งขันกันด้วยสมอง ที่ต้องคิด ต้องสร้างสรรค์ ต้องลงมือทำ หากทำได้สม่ำเสมอ ไม่หมดไฟไปเสียก่อน ชีวิตก็จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้ไม่ยาก ซึ่งเป็นเคล็ดลับดีๆ ในการเพิ่มไฟในการทำงานจากเจเนอราลี่ ไทยแลนด์ โดย พญ.มณฑินี แสงเทียน โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ พญ.มณฑินีกล่าวว่า อาการเบิร์นเอาต์ ซินโดรม (Burn-Out Syndrome) หรืออาการหมดไฟ มักพบเมื่อสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว (work-life balance) เสียไป เกิดความเหนื่อยหน่ายทางอารมณ์ ขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน อ่อนเพลีย เสียสมาธิ ความสัมพันธ์กับผู้อื่นมีปัญหา รู้สึกว่ามีความสุขน้อยลง ซึ่งอาจนำไปสู่โรคทางจิตใจและร่างกายอื่นๆ อีกด้วย การป้องกันภาวะเบิร์น เอาต์ สามารถทำได้ด้วยการเริ่มที่ตนเอง ร่วมกับการสนับสนุนจากหัวหน้าและที่ทำงาน ในปัจจุบันมีองค์กรขนาดใหญ่มากมายที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะนอกจากจะเป็นผลดีกับพนักงานแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดค่าใช้จ่ายด้านการดูแลรักษาพยาบาลขององค์กรอีกด้วย เทคนิคง่ายๆ ที่เริ่มได้จากตัวเอง -ดูแลร่างกายและสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการนอน อาหาร การควบคุมน้ำหนัก และการตรวจสุข
ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจนเกินคำบรรยาย ซึ่งเกิดขึ้นในหลายประเทศ รวมทั้งที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นไปถึง 32 องศาเซลเซียส ทำให้นายโจอี้ บาร์จ พนักงานคอลเซ็นเตอร์วัย 20 ปีของบริษัทแห่งหนึ่งตัดสินใจทำผิดกฎระเบียบว่าด้วยเครื่องแต่งกายของบริษัทที่ห้ามพนักงานนุ่งกางเกงขาสั้นไปทำงาน โดยวันนั้นโจอี้นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินไปทำงาน และทวีตระหว่างขับรถไปยังบริษัทว่า “ถ้าผู้หญิงสามารถนุ่งกระโปรงหรือชุดกระโปรงไปทำงานได้ ผมก็สามารถนุ่งกางเกงขาสั้นได้เหมือนกัน” (เครดิตภาพจาก joey @jBarge) แต่เมื่อไปถึงที่ทำงาน โจอี้ถูกหัวหน้างานสั่งให้ไปเปลี่ยนใส่กางเกงขายาว แต่โจอี้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จึงถูกไล่กลับบ้าน พอวันรุ่งขึ้นโจอี้ตัดสินใจ “ประท้วง” กฎระเบียบเรื่องเครื่องแต่งกายของบริษัท โดยนุ่งชุดกระโปรงสั้นสีสันสดใสไปทำงาน โดยคิดไว้ว่าเขาจะต้องถูกไล่กลับบ้านแน่นอน แต่ปรากฏว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับผิดคาด จากข่าวว่า ระหว่างขับรถไปที่ทำงาน โจอี้ได้ทวีตรูปที่เขาอยู่ในชุดกระโปรงสั้นสีสันสดใส พร้อมด้วยข้อความว่า “เดี๋ยวเจอกัน ทวิตเตอร์ เดี๋ยวผมก็ถูกไล่กลับบ้าน” แต่พอไปถึงที่ทำงาน โจอ
นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกได้อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการใช้บริการชำระภาษีรถประจำปีอย่างหลากหลายช่องทาง ซึ่งผลปรากฏว่าเฉพาะเดือนพฤษภาคม 2560 สามารถจัดเก็บภาษีรถประจำปีได้ทั้งสิ้น 747,215,058.39 บาท เพิ่มขึ้นจากเดือนที่ผ่านมา 23.03% โดยเป็นการใช้บริการรับชำระภาษีรถประจำปี ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 ของกรมการขนส่งทางบกมากที่สุด จำนวน 586,011 ราย จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 515,715,392.80 บาท รองลงมาเป็นการใช้บริการรับชำระภาษีรถผ่านช่องทาง “เลื่อนล้อ ต่อภาษี” (Drive Thru for Tax) ชำระภาษีโดยไม่ต้องลงจากรถ จำนวน 76,406 ราย จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 135,704,174.20 บาท และการใช้บริการชำระภาษีรถที่ห้างสรรพสินค้าในวันเสาร์-อาทิตย์ตามโครงการ “ช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี” (Shop Thru for Tax) มีประชาชนมาใช้บริการจำนวน 36,702 ราย จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 52,892,934.80 บาท การรับชำระภาษีรถผ่านระบบอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์ www.dlte-serv.in.th สามารถจัดเก็บภาษี ได้ทั้งสิ้น 17,007,971.99 บาท ส่วนที่ศูนย์บริการร่วมคมนาคมเชิงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน ที่
วันที่ 23 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากประชาชนจำนวนมากแห่เดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดป่าคลอง 11 ตั้งอยู่ ต.บึงกาสาม อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี มีการนำธูปเทียนดอกไม้ไปปักบนปูนปั้นรูปพญานาค บางรายนำแบงก์ถูวนรอบลำตัวพญานาค จนทำให้เกิดความเสียหาย เกล็ดรูปปั้นที่ทำจากปูนหลุดออกมาจำนวนมาก จนทางวัดซ่อมแซมไม่ไหว ถึงขั้นต้องขึ้นป้ายขอความร่วมมือประชาชนที่เดินทางมากราบไหว้อย่าปักธูปเทียนบนตัวพญานาค นายศรายุทธ วงษ์เจริญ อายุ 19 ปี เผยว่า ทางวัดต้องจ้างช่างมาบูรณะซ่อมแซมตัวพญานาคใหม่เกือบทั้งหมด คาดว่าใช้เวลากว่า 1 เดือนถึงจะกลับมาสวยเหมือนเดิม ขอความร่วมมือประชาชนที่มากราบไหว้ อย่านำดอกไม้พวกมาลัยไปแขวนตามเกล็ดพญานาคปูนปั้น เพราะจะทำให้หลุดและได้รับความเสียหาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันยังคงมีประชาชนเดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดป่าคลอง 11 โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสภ.หนองเสือ คอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร
สาหร่ายทะเลได้ถูกนำมาปรุงเป็นอาหารต่างๆ มากมายตามภูมิปัญญาของคนที่อยู่ริมชายฝั่งทะเล หรือบนเกาะ ชาวญี่ปุ่นและชาวจีนขึ้นชื่อในเรื่องเมนูอาหารที่ทำจากสาหร่ายเนื่องจากชาวจีนและญี่ปุ่นนิยมรับประทานอาหารที่ปรุงจากสาหร่าย ในการบริโภคส่วนใหญ่จะเป็นการบริโภคสาหร่ายแห้งที่ผ่านกรรมวิธีมาแล้ว เช่น ข้าวห่อสาหร่ายของญี่ปุ่นซึ่งปัจจุบันคนไทยคุ้นเคยกันดีเพราะมีการจำหน่ายกันแพร่หลายแม้ในตลาดนัด ส่วนสาหร่ายที่ชาวไทยรู้จักกันดีของชาวจีนคือ จี๋ฉ่าย ที่นำมาทำแกงจืดสาหร่ายรับประทานกันอยู่ทั่วไป ส่วนในประเทศไทยสาหร่ายทะเลเป็นเมนูอาหารที่มีรับประทานทางภาคใต้และภาคตะวันออกมาเนิ่นนานแล้ว เช่น ยำสาหร่าย ชุบแป้งทอด หรือนำมาจิ้มรับประทานกับน้ำพริก สาหร่ายบางชนิดผ่านการอบแห้ง เช่น สาหร่ายผมนาง สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานและนำมาปรุงอาหารได้สะดวกกว่าเดิม ส่วนสาหร่ายที่นำมาเป็นขนมในซองสำเร็จรูปก็เป็นที่นิยมของผู้บริโภคจนเจ้าของขึ้นแท่นเป็นเถ้าแก่ สาหร่ายเม็ดพริกหรือสาหร่ายพวงองุ่น เป็นสาหร่ายทะเลที่นำมารับประทานสด สมัยก่อนต้องอาศัยเก็บจากชายหาดเมื่อถูกคลื่นซัดมาจากทะเล ซึ่งมีในบางฤดูเท่านั้น ปัจจุบันสาหร่ายเม็ดพริกสามาร
เอพีรายงานวันที่ 24 มิ.ย. ว่า มาร์ธา สุนัขพันธุ์นีอาโพลิแทน มาสติฟฟ์ น้ำหนัก 56.6 กิโลกรัม หน้าตาดูง่วงเหงา ขี้เกียจอยู่ตลอดเวลา พิชิตแชมป์ในการประกวดสุนัขขี้เหร่ที่สุดในโลก หรือ World’s Ugliest Dog ครั้งที่ 29 จัดขึ้นที่นอร์ทเธิร์น แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มาร์ธาชนะใจกรรมการด้วยท่าทางแสนจะงัวเงียของมัน แม้แต่ตอนโชว์ตัว มาถึงก็ลงนอน โชว์หนังหน้าห้อยย้วยย้อย ยังไม่ทันต้องกรนให้ฟัง กรรมการ 3 คนก็เทคะแนนให้เป็นแชมป์อย่างเอกฉันท์ มอบเงินรางวัลให้ 1,500 ดอลลาร์ หรือ 51,000 บาท และทริปไปนิวยอร์กเพื่อเปิดตัวกับสื่อ เชอร์ลีย์ ซินด์เลอร์ หัวเราะกับท่าทางรับรางวัลของคุณนายมาร์ธา ที่ล้มลงไปนอนแผ่ (AP Photo/Eric Risberg) แคร์รี แซนเดอร์ พิธีกรเอ็นบีซี ซึ่งเป็นกรรมการคนหนึ่ง ทำพิธีมอบมงกุฎผู้พิชิตตำแหน่งสุดขี้เหร่ พร้อมแกล้งถามว่า “นี่คุณ คุณรู้รึเปล่าเนี่ยว่าชนะการประกวดหมาขี้เหร่ที่สุดในโลก” ปรากฏว่าเจ้ามาร์ธานอนหลับตานิ่ง เชอร์ลีย์ ซินด์เลอร์ นายหญิงของมัน จึงตอบติดตลกว่า “มันก็ดีค่ะ แต่ดิฉันอยากจะหลับค่ะ” โอย…ง่วง (AP Photo/Eric Risberg) สำหรับประวัติของมาร์ธา มาจากพื้นที่ใกล้เมืองเซบาสโตโปล
วันที่ 24 มิ.ย. นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า จากกรณีที่ทาง บ. ประชารัฐ และพัฒนานาชุมชนจังหวัดพิจิตร จัดงานประชารัฐ โดยใช้ซื่อว่า ชาละวันแฟร์ มีคอนเสิร์ต และได้จัดให้มีแดนเซอร์วงดนตรีคณะหนึ่ง ได้มาเล่นภายในวัดท่าหลวง ในงานชาละวันแฟร์ เมื่อคืนวันที่ 18 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะแดนเซอร์นั้น แต่งตัวล่อแหลม ท่าเต้นเลียนแบบ ลำไย ไหทองคำ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม เนื่องจากเวทีดนตรีนั้นตั้งห่างจากโบสถ์หลวงพ่อเพชร เพียง 50 เมตร และหลวงพ่อเพชรนั้นเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่นับถือของคนพิจิตร นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวอีกว่า ซึ่งในเรื่องนี้ ผม ให้ ทางสำนักพุทธศานา จังหวัดพิจิตร ได้ ทำหนังสือไปยังวัดวาอารามต่าง ๆ ทั้ง 700 กว่า วัด เพื่อ เป็นการแจ้งเตือน ก่อนจะมีการจัดงานอะไร ต้องดูถึงความเหมาะสม ห้าม แต่งตัว ล่อแหลม หรือ เต้น ส่อไปทาง ลามก ถ้ามาคอนเสิร์ต จัดขึ้นในวัด หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจนเป็นข่าวออกมาในทางลบนั้น ขณะนี้ทางจังหวัดพิจิตร ได้เตรียมมาตรการต่างๆเอาไว้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุก
เครดิตคลิป @ภฑิล พระราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.25 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณชั้นดาดฟ้า ภายในโรงพยาบาลรามาธิบดี ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงพญาไทกำลังไปที่เกิดเหตุ ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นบริเวณชั้น 2 และ3 ของอาคารบำบัดน้ำเสีย เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงพญาไทเข้าดับเพลิงแล้ว เบื้องต้นไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดเพลิงสงบแล้ว จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์รพ.รามาธิบดี ระบุว่า เหตุเพลิงไหม้อาคารบำบัดน้ำเสีย นั้น ขณะนี้เพลิงสงบลงแล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยต้องมีการฉีดน้ำเลี้ยงไว้ก่อน อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ในระหว่างการประเมินความเสียหาย แม้วว่าอาคารดังกล่าวจะไม่มีผู้ป่วยมารับการรักษา แต่ก็เป็นอาคารปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนควันไฟที่มีปริมาณมาก ไม่ได้กระทบกับอาคารรักษาพยาบาลของผู้ป่วยอื่นๆ เนื่องจาก อาคารบำบัดน้ำเสียอยู่ในโซนด้านหลังรพ.ติดกับทางรถไฟ
