ข่าววันนี้
วันที่ 17 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับคลิปจากนางศิรีธร ปลั่งกลาง อายุ 46 ปี โดยในคลิปจะเห็น ด.ญ.กัญญาณัฐ ปลั่งกลาง หรือน้องบ๊วย อายุ 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนมารีย์อนุสร จ.บุรีรัมย์ กำลังเล่นของเล่นคนเดียว และมีเสียงของน้องบ๊วยบรรยายเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ ไม่ใช่บทท่องจำ หรือบทความใดๆ ผู้รู้ภาษาอังกฤษสามารถรับฟังการบรรยายได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว จากนั้นผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 3 บ้านโกรกขี้หนู ต.ชุมเห็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พบนางศิรีธร และน้องบ๊วย สองแม่ลูกกำลังเล่นอยู่ใต้ถุนบ้าน เมื่อน้องบ๊วย เห็นผู้สื่อข่าวมีอาการตกใจและหยุดเล่นของเล่นทันที จากการสอบถามนางศิรีธร เล่าว่า ลูกสาวชอบดูทีวีทางยูทูบ ส่วนใหญ่จะเป็นการ์ตูนที่ภาคเป็นภาษาอังกฤษ เวลาว่างหลังทำการบ้านเสร็จก็จะดูเป็นประจำ จนทำให้ลูกสาวจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้ทีละตัว ส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งของและอุปกรณ์ของเล่นได้ทุกชิ้น และพยายามพูดตามทีวี จนล่าสุดเห็นลูกสาวพูดคนเดียวเป็นภาษาอังกฤษ ระหว่างเล่นของเล่น และมีท่วงทำนองไม่ผิดเพี้ยน จึงแอบถ่ายคลิปให้ผู้รู้ภาษาฟัง ก็ได้รับคำตอบว่าเด็กพูดได้ดีกว่าผู้ใหญ่บางคนที่ไปเรียนภ
เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 17 เมษายน พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม สั่งการให้ พ.ต.อ.วัชรพงษ์ ฉายวัฒนะ ผกก.สภ.ธาตุพนม นำกำลังตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบ กรณีได้รับการประสานจาก องค์กรเอกชน ว็อชด็อกไทยแลนด์ เครือข่ายภาคประชาชน ต่อต้านการค้าสัตว์ข้ามชาติและทารุณกรรม โดยระบุว่า มีชาวบ้านแจ้งเบาะแส ว่า พบมีการลักลอบชำแหละสุนัขขาย ในพื้นที่ บ้านดอนข้าวหลาม หมู่ 16 ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จึงได้สั่งการให้ ร.ต.อ.ชื่น พันธุ์ศิล รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.ธาตุพนม ระดมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบ จนกระทั่งสามารถจับกุม พ่อค้าชำแหละสุนัขได้ 1 ราย คือ นายชัย ชินทอง อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 16 บ้านดอนข้าวหลาม ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พร้อมของกลาง มีด ชำแหละ สุนัข จอบ และชิ้นส่วนขาสุนัข ที่เหลือจากการชำแหละขาย โดยตรวจยึดได้บริเวณหลังบ้านพัก ตรวจสอบพบว่า มีหลักฐานเป็นจุดชำแหละเนื้อสุนัขขาย จึงได้รวบรวมหลักฐาน ควบคุมตัวผู้กระทำผิด ตาม พ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์ นำสั่ง ร.ต.อ.พิชิตชัย รูปคม รองสารวัตรสอบสวน สภ.ธาตุพนม ทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นได้แ
สมาชิกยูทูบ “Kaykai Salaider” ทำคลิปเซอร์ไพรส์แม่พร้อมข้อความว่า สงกรานต์ปีนี้เก๋ตั้งใจให้เงินแม่ เงิน100,000บาท เป็นเงินที่เก๋ทำงานเก็บเงินเองมา ก็เลยอยากจะให้เป็นของขวัญชิ้นแรก ถึงจะเป็นแค่เงินแสน ไม่ถึงขนาดเงินล้าน หนูก็ภูมิใจที่ได้ให้แม่นะ อิอิ บอกแล้วไง ว่าแม่ดุ โดนแม่เทศตลอดทาง 555555555 โดยในคลิปได้ซ่อนเงินสด 100,000 บาทไว้ในขันแป้ง ก่อนพาแม่มารดน้ำดำหัวในวันสงกรานต์ ระหว่างนั้นก็ได้ใช้แป้งผัดหน้าแม่ ก่อนจะบอกแม่ว่าแป้งมันติดกันเป็นให้ ให้แม่คนดู แล้วก็หยิบเงินสดปึกหนึ่งขึ้นมายื่นให้แม่ ทำเอาแม่ถึงกับซึ้งน้ำตาไหล หลังคลิปดังกล่าวเผยแพร่ไปมีคนเข้ามาดูเกือบ 2 ล้านครั้ง ที่มา Kaykai Salaider
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 17 เม.ย. ที่ลานปรีดี ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นักศึกษา 3 รายจาก กลุ่ม PPDD ธรรมศาสตร์ร่วมกับกลุ่ม เสรีเกษตร์ จัดกิจกรรม “ประชาชนหน้าไม่ใสก็ได้ป่ะ??” เพื่อเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการขโมยหมุดคณะราษฎรมาคืน ประชาชนสุขสันต์ หน้าใส โดยกลุ่มนักศึกษาแสดงออกเชิงสัญญะด้วยการล้างหน้าลบเครื่องสำอางค์ บริเวณลานรูปปั้น ปรีดี พนมยงค์ จากนั้นจึงเดินทางไปยังหมุดทองเหลืองคณะราษฎรจำลอง บริเวณลานประติมากรรม หน้าหอประชุม ก่อนจะนำน้ำมาล้างหมุดจำลองพร้อมทั้งอ่านข้อความโดยรอบหมุดความว่า “ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ” น.ส.ปั๊บ นักศึกษา ชั้นปีที่ 4 คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เรามาท้าพิสูจน์ว่า ประชาชนหน้าใสจริงหรือไม่ ถ้าไม่หน้าใส จะใช่ประชาชนหรือไม่ ซึ่งจะเห็นว่า พอล้างหน้าแล้ว หน้าเราไม่ได้ใสทุกคน บางคนก็มีสิว แล้วประชาชนสุขสันต์จริงหรือไม่ น.ส.ปั๊บ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ประชาชนทุกคนช่วยกันร่วมลงชื่อเรียกร้องทวงคืนหมุดคณะราษฎร บนเว็บไซต์ change.org หัวข้อ “เอาผิดผู้ทำลาย และต้องคืนหมุดคณะราษฎร” ที่เสนอโดย
สมาชิกเฟซบุ๊ก “Sawangjang Suidee ” โพสต์คลิปพร้อมข้อความว่า “หมอทำขวัญงานนาควิท.ก่อน้องเร้กเก้ได้นะ….จ๊ะ” โดยในคลิปเป็นงานบวชนาค ซึ่งมีแม่หมอและพ่อหมอมานั่งทำขวัญนาคตามประเพณีไทย ระหว่างนั้นแม่หมอได้ร้องเร็กเก้ เพลงสกาวาไรตี้ ทำเอาบรรดาแขกและญาติพี่น้องพ่อนาคถึงกับทนไม่ไหว ลุกขึ้นเต้นกันเหงื่อเยิ้ม ลองมาดูกันว่าจะมันหยดขนาดไหน ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 17 เมษายน นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยภายหลังเดินทางลงพื้นที่อุทยานประวัติศาสาตร์พระนครศรีอยุธยาตรวจสอบกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารศูนย์การเรียนรู้จัดแสดงหุ่นจำลองสามมิติ ที่ตั้งและรูปแบบพระราชวังโบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ภายในวัดพระศรีสรรเพชญ์ เขตพระราชวังหลวงใจกลางอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ว่า จากการลงพื้นที่ พบว่า ตัวอาคารมีความเสียหายทั้งหลัง มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นอยู่ที่ 12.6 ล้านบาท โดยทางกรมศิลปากรได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาพิสูจน์หลักฐานเพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ว่าเกิดจากอะไร ขณะเดียวกันนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็ลงมาดูแลเรื่องนี้ด้วยตนเอง เชื่อว่าจะทราบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงได้ในไม่ช้า อย่างไรก็ตามในส่วนของกรมศิลปากรได้กำชับ ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินเวรยามตรวจสอบสถานที่ให้เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงห้ามไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าออกในพื้นที่ดังกล่าว ที่มา : มติชนออนไลน์
เมื่อวันที่ 17 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารเทศบาลเมืองนครพนม บรรยากาศการเดินทางกลับของ ประชาชน นักท่องเที่ยว รวมถึง รวมถึงแรงงานต่างถิ่น ที่เดินทางกลับบ้าน มาเยี่ยมพ่อแม่ ที่บ้านเกิด ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบว่ามีประชาชน นักท่องเที่ยว รวมถึงแรงงานบางส่วน ที่ยังตกค้าง ต่างเดินทางไปซื้อตั๋ว เพื่อขึ้นรถโดยสาร ตามสถานีขนส่งผู้โดยสาร กลับไปทำงานที่ กทม. ซึ่งถือเป็นวิถีชีวิตของคนอีสาน ต่างจังหวัด ในช่วงเทศกาลวันสำคัญต่างๆ ทั้งปีใหม่ สงกรานต์ จะได้มีโอกาส กลับมาเยี่ยมบ้านเกิด ดูแล พ่อแม่ แต่ในช่วงการเดินทางกลับถือเป็นอีกมุมหนึ่งของชีวิต เนื่องจากในการเดินทางกลับจะเป็นบรรยากาศสุดซึ้ง เนื่องจากจะมีพ่อ แม่ ลูกหลาน มาส่งกลุ่มแรงงานต่างถิ่นที่ต้องเดินทางเข้า กทม. ไปทำงานตามปกติหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ลูกหลาน ต้องหลั่ง น้ำตา ด้วยความคิดถึงพ่อแม่ไม่อยากให้ไปทำงานต่างจังหวัด สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้พบเห็น ถือเป็นวิถีชีวิตของคนต่างจังหวัด แรงงานต่างถิ่น เพราะส่วนใหญ่ต้องดิ้นรนไปทำงานต่างถิ่น ปล่อยให้ลูกหลาน อยู่กับ ปู่ ย่า ตายาย จะได้กลับมาเยี่ยมบ้านเฉพาะวันหยุดช่วงเทศกาลสำค
หลังสมาชิกเฟซบุ๊ก “Plakem Rate” ได้โพสต์ภาพของหญิงวัยกลางคนยืนแจกมะม่วงพริกเกลือให้ประชาชนที่ขับรถเดินทางมุ่งหน้าเข้า กทม. หลังเสร็จสิ้นช่วงเทศการณ์สงกรานต์ บริเวณบ้านหนองเยือง อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ เพื่อคลายความง่วงระหว่างขับรถ ทำให้มีคนเข้ามาแสดงความชื่นชมและแชร์เรื่องราวดังกล่าวออกไปจำนวนมาก อ่านข่าว “นางฟ้าของคนเดินทาง” ยืนแจกมะม่วงพริกเกลือแก้ง่วง ให้คนขับรถกลับ กทม. ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบหญิงวัยกลางคนดังกล่าว เพื่อสอบถามเรื่องราวความเป็นมา ก็พบกับนางพงษ์ ดวงพรหม อายุ 52 ปี เป็น อสม.หมู่ 2 บ้านหนองเยือง ซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนที่ยืนแจกมะม่วงอยู่ในภาพ โดยนางพงษ์ บอกว่าเป็นกิจกรรมเล็กของหมู่บ้าน ไม่มีสิ่งของราคาแพงๆ มามอบให้จึงเอามะม่วงที่ชาวบ้านปลูกกันมารวมแล้วนำมาแจก ซึ่งก็ตรงกับความรู้สึกของตัวเองที่เห็นใจคนขับรถทางไกล ไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับนักเดินทาง ส่วนกระแสทางโลกออนไลน์ที่ชื่นชม ตนมีความรู้สึกดีใจและจะนำเรื่องราวดังกล่าวไปสั่งสอนบุตรหลาน เกี่ยวกับการมีน้ำใจให้กันในสังคม ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 17 เมษายน นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เผยกรณีกรมบัญชีกลาง ขอคืนเบี้ยผู้สูงอายุจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อมาจ่ายผ่านบัตรสวัสดิการของรัฐบาลว่า ส่วนตัวไม่ขัดข้องหากเป็นนโยบายรัฐบาล แต่ขอให้ประกาศอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่ออกข่าวเพื่อสร้างความสับสนแก่ประชาชน หรือผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุอาจไม่เข้าใจว่า อปท.ทอดทิ้ง ไม่ดูแลช่วยเหลือ ทั้งที่ดูแลเรื่องดังกล่าวมากว่า 10 ปีแล้ว หากกรมบัญชีกลาง หรือส่วนกลาง ต้องการเบี้ยผู้สูงอายุไปดูแลเอง ต้องไม่สร้างความเดือดร้อน หรือมีผลกระทบต่อ อปท.กว่า 8,000 แห่งทั่วประเทศต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และต้องรับผิดชอบ หากมีปัญหา อย่าทิ้งภาระให้ท้องถิ่นเข้าไปช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุอีก เนื่องจากมีผู้สูงอายุที่ได้รับสวัสดิการดังกล่าวนับ 10 ล้านคนทั่วประเทศ นายนพดล ณ เชียงใหม่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดอนแก้ว อ.แม่ริม ในฐานะนายกสมาคม อบต.จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา หากกรมบัญชีกลางจะจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุแทน อปท. แต่กังวลว่าจะเกิดปัญหา เบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท อาจไม่ถึงมือ หรือไม่เข้าบัญชีผู้สูงอายุอย่างทั่วถึ
เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา (17 เม.ย.) ในกลุ่มไลน์แจ้งข่าวภูเก็ต ผู้ใช้ชื่อว่า muza ได้โพสต์ภาพวีดิโอคลิปสั้นๆ ซึ่งเป็นคลิปภาพเงินและทองคำจำนวนหนึ่ง และอีกคลิปเป็น ภาพขณะที่เจ้าของเงินและทองคำ กำลังรับมอบทรัพย์สินคืน โดยผู้โพสต์ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า “ เมื่อเวลา14.35 น. นางหนูคล้าย สังห์แก้ว อายุ 55 ปี อาศัยอยู่ ม.5ต.กมลาอ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ได้ไปเบิกเงินที่ธนาคารเป็นเงิน 130,000 บาท เพื่อนำเงินไปรักษาสามีที่ป่วยอยู่โรงพยาบาล โดยได้ขี่มอเตอร์ไซค์สามล้อสกายแล็ปกลับบ้าน โดยวางเงินสดไว้หน้ารถ และไปหาญาติที่หน้าโรงพักกมลา ซึ่งญาติประกอบการค้าอยู่หน้าริมหาดกมลา ช่วงนั้นได้เกิดฝนตกหนักกระเป๋าเงินได้หล่นอยู่ข้างทาง โดยที่เจ้าของไม่รู้ตัว ต่อมา ช่วงฝนแล้ง ด.ญ ปิยะรัตน์ บุตรเเขก อายุ 9 ขวบ นักเรียน ป.3 โรงเรียนเทศบาลเชิงทะเล(ตันติวิท)บังเอิญไปเจอเเละหิ้วมาให้ผู้ปกครองนำส่งคืนเจ้าของ ส่วนนางหนูคล้าย สังห์แก้ว กลับไปถึงบ้านไม่เจอกระเป๋าจึงบอกญาติก่อนเป็นลมล้มพับ แล้วก็ขับรถมาหา 2 รอบไม่เจอ และผู้ปกครองเห็นโทรศัพท์โทรเข้ามา จึงแจ้งให้เจ้าของทราบว่าเก็บกระเป๋าเงินได้โดยไม่รู้ว่าข้างในกระเป๋ามีเงินสดถึง 130,0
