ข่าววันนี้
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 22 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่บ้านเลขที่ 90 หมู่ที่ 18 ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มีผู้ประกาศรับซื้อตุ๊กแกในราคาตัวละ 5 แสน – 1 ล้านบาท จึงรุดตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อไปถึงพบ นายเสียง นิลวรรณา อายุ 70 ปี เจ้าของบ้าน กำลังดูแลประคบประหงมตุ๊กแกที่เลี้ยงเอาไว้ในตะกร้าพลาสติกสีดำที่มีตาข่ายปิด นอกจากนั้นบริเวณหน้าบ้าน ยังได้ก่อปูนเป็นห้องสำหรับเลี้ยงตุ๊กแกขนาดกว้าง 2.5 เมตร ยาว 2.5 เมตร ภายในปิดหน้าต่างด้วยกระสอบป่าน ที่พื้นวางท่อนไม้ตามขอบผนังสำหรับให้ตุ๊กแกหลบซ่อนตัว โดย นายเสียง ได้แจ้งว่าตนรับซื้อตุ๊กแกในราคาตัวละ 5 แสนบาทจริง แต่จะต้องมีขนาดยาว 18 นิ้ว นายเสียง กล่าวว่า อดีตตนเองเป็นหัวหน้าแผนกติดตั้งเครื่องจักรกลของโรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี เมื่อเกษียณอายุได้ทำงานเป็นผู้รับเหมาติดตั้งเครื่องจักรกล ซึ่งได้มีโอกาสเดินทางไปหลายจังหวัด จนกระทั่งเมื่อปีที่ผ่านมา ตนไปพบกับอาชีพการเลี้ยงตุ๊กแกที่ จ.อ่างทอง และอีกหลายจังหวัดทางภาคอีสาน จึงสนใจศึกษาแล้วทดลองเลี้ยง เนื่องจากเห็นว่าการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก และราคาจำหน่ายค่อนข้างสูง ทั้งนี้ ตนจะออกหาและจับตุ๊
ความงามกับผู้หญิงมักเป็นของคู่กันเสมอ โดยเฉพาะปัจจุบันมูลค่าตลาดที่มาแรงแซงหลายธุรกิจคงหนีไม่พ้นตลาดของคลินิกเสริมความงาม ที่ผู้หญิงเรานิยมใช้บริการเพื่อลดริ้วรอยบนใบหน้า ตลอดจนทำให้ใบหน้าเรียววีเชฟ ในชื่อที่คนไทยคุ้นเคยเรียกกันว่า “การฉีดโบท็อกซ์” หากแต่แท้จริงแล้วคำว่า “โบท็อกซ์” เป็นชื่อสามัญของ “โบทูลินัม ท็อกซิน” หรือที่เรียกกันว่า “ท็อกซิน” โดยแปลตรงตัวว่า “สารพิษ” นั่นเอง เมื่อตลาดธุรกิจความงามเติบโตแบบก้าวกระโดดและมีมูลค่าสูงถึง 21 ล้านล้านบาท จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ใครๆ ต่างจดจ้องชิ้นปลามันเพื่อมีส่วนร่วมในขุมสมบัติดังกล่าว โดยเฉพาะตลาด “ท็อกซิน” ในประเทศเกาหลี ที่มีโรงงานยักษ์ใหญ่เกิดขึ้นถึง 3 แห่ง ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี แต่ด้วยความยากลำบากในสภาวะแวดล้อมปกติที่จะสามารถหาสารตั้งต้นที่ใช้ผลิตสารท็อกซินได้อย่างในปัจจุบัน จึงเป็นที่สงสัยถึงความไม่ถูกต้องและไม่ปลอดภัยของการจัดตั้งโรงงานทั้ง 3 แห่งใหม่ที่เกิดขึ้นถึงการแจ้งจดรายละเอียดของต้นกำเนิด และการได้มาของเชื้อจุลชีพซึ่งถือเป็นวัตถุอันตรายสูง สามารถทำลายล้างมนุษยชาติ ซึ่งหากนำมาใช้ในทางการรักษาต้องแจ้งให้หน่วยงานสาธารณสุขทราบโ
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะปรับรอบระยะเวลางานชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ให้สอดคล้องกับนานาประเทศ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันให้แก่ตลาดทุนไทย โดยได้เตรียมความพร้อมในการปรับลดระยะเวลาชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้สามารถดำเนินการได้ใน 2 วันทำการ (T+2) จากปัจจุบันอยู่ที่ 3 วันทำการ (T+3) โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับการสนับสนุนจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี ทั้งสำนักงาน ก.ล.ต. ธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งบริษัทหลักทรัพย์ คัสโตเดียน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งได้หารือและได้ข้อสรุปร่วมกันในการกำหนดวันสำหรับการปรับลดระยะเวลาชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ในวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2561 ซึ่งเป็นวันแรกที่การซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะใช้รอบระยะเวลาการชำระราคาและส่งมอบเป็น T+2 “ขณะนี้ มีความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมรองรับ T+2 แล้ว โดยได้เริ่มพัฒนาระบบไปพร้อมกับกระบวนการปรับปรุงเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ และผู้ร่วม
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรม ราชกุมารี เนื่องในโอกาสที่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ทูลเกล้าฯ ถวาย รางวัลความเป็นเลิศด้านการสร้างสรรค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และเผยแพร่พระปรีชาสามารถในศิลปะหลากหลายด้านซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า ผลงานที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลิขสิทธิ์ของพระองค์กว่า 350 ผลงาน อาทิ พระราชนิพนธ์ ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง ภาพวาดฝีพระหัตถ์ประกอบหนังสือรวมทั้งเครื่องหมายการค้า ภูฟ้า ที่ทรงออกแบบสำหรับสินค้าในโครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริฯ ล้วนเป็นการสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาสังคมเศรษฐกิจ อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทย นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวว่า กรมจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ 3 ชนิดราคา ประกอบด้วย 1.เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกทองคำขัดเงา ชนิดราคา 16,000 บาท จำหน่ายราคาเหรียญละ 30,000 บาท ผลิตไม่เกิน 5,000เหรียญ 2.เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเงินขัดเงา ชนิดราคา 800 บาท จำหน่ายราคาเหรียญละ 1,600 บาท ผลิตไม่เกิน 30,000 เหรียญ และ3.เหรียญกษาปณ์ที่
นายศิริพล พิพัฒน์รัตนเสรี นายอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง พร้อมด้วย นายประสิทธิ์ ทองขาวเกษตรอำเภอย่านตาขาว เดินทางไปยังแปลงต้นขาไก่ หมู่ที่ 1 บ้านโลหะหาร ตำบลหนองบ่อ ที่มี นางอำไพ ตันธนาภินันท์ เป็นเจ้าของ เนื่องจากเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าส่งเสริม เพื่อปลูกแซมในสวนยางพารา หรือสวนผลไม้ สร้างรายได้ดี เป็นที่ต้องการของตลาดในท้องถิ่น โดยเก็บใบอ่อนขาย ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท ดีกว่าผักเหมียง ที่ขายกิโลกรัมละ 50-60 บาท อีกทั้งยังนำไปปรุงอาหารได้หลากหลาย อาทิ ผักลวกจิ้มน้ำพริก ผัดน้ำมันหอย แกงเลียง เนื่องจากเป็นพืชที่มีคลอโรฟิลล์สูง ช่วยระบบขับถ่าย บำรุงสายตาและบำรุงโลหิต สำหรับต้นขาไก่ มีลักษณะทรงพุ่มคล้ายต้นผักเหมียง มีรสชาติหวาน หอม และมัน ทั้งนี้ นอกจากนางอำไพแล้วยังมีเกษตรกรหลายรายทั้งในตำบลหนองบ่อ อำเภอย่านตาขาว และจากตัวเมืองตรัง มาสั่งซื้อต้นพันธุ์ ผู้สนใจ โทร.สอบถามได้ที่ (089) 593-0489 ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด ภาพจาก: http://www.nanagarden.com
การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราว ในวันที่ 23 – 26 มีนาคม 2560 ทั้งนี้เพื่อพัฒนาและบำรุงรักษาระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mea.or.th/content/detail/80/2684 หรือ https://www.facebook.com/METROPOLITAN.ELECTRICITY.AUTHORITY/posts/1676580169035780:0
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มีมติเห็นชอบประกาศกฎกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ลดหย่อนการออกเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตนในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติอย่างร้ายแรง พ.ศ. …. ว่า แม้ว่าปัจจุบันเหตุการณ์ภัยพิบัติ ได้ยุติแล้ว แต่ประกาศกระทรวงแรงงานดังกล่าว จะมีผลย้อนหลังไปตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 ซึ่งมาตรการลดเงินสมทบตามประกาศกระทรวงแรงงานจะช่วยแบ่งเบาภาระและความเดือดร้อนให้นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน โดยกำหนดให้ลดอัตราเงินสมทบในการส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคมประจำงวดเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม 2560 ซึ่งมีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ 12 จังหวัด คือ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ระนอง และประจวบคีรีขันธ์ นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) กล่าวถึงขั้นตอนดำเนินการภายหลังมติ ครม.ดังกล่าว ว่า นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตน มาตรา 33 และ มาตรา 39 ใน 12 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จะได้รับการลดอัตราเงินสมทบลงในอัตราร้อยละ 2 โดย
https://www.youtube.com/watch?v=vniIRp-npyQ หลงเลิฟแป้งดำ อยากกินไส้แน่น มาที่นี่เลยจ้า #อิ่มแป้เครป ขอซะหน่อยอยากกินสุดๆ ย้อนวันวานกลับมาถึงถิ่น ณ มหาลัยหอการค้าทั้งที แวะมาหลังมหาลัยสักนิดกับร้านนี้ อิ่มแป้เครป ร้านนี้ขายตั้งแต่บ่ายสามยันเที่ยงคืน ได้อร่อยกันยาวๆเลย มาดูกันดีกว่าว่ามีเครปหน้าอะไรให้หม่ำกันบ้าง ว้าว! สารพัดไส้เครปทั้งไส้คาวและไส้หวาน มีให้เลือกมากมายเลย จัดซะหน่อยกับของดำยอดฮิต อย่างแป้งชาโคลและไส้ใส่ของหวานทั้งนูเทลล่า โอริโอ้และฝอยทอง แค่คิดก็ลาบปากแล้ว เทแป้งชาโดคลดำสนิทลงไป ปาดเลยจ้าให้กลมกิ๊ก ปาดเนยสักนิดเพิ่มความหอม นูเทลล่านี่ใส่เยอะๆได้ไหม ฮา ฟาดฝอยทองเข้าไป ใส่โอริโอ้เข้าไปอีก ยืนดูตอนทำไปน้ำลายไหล รออีกนิดก็ได้กินแล้ว ได้เครปแล้วๆ กำลังร้อนๆหอมๆเลย กัดแล้วนะแป้งกำลังกรอบๆเลย คือแป้งบางมากแต่ไส้แน่นเว่อร์ น่ากินไหมหละ? เครปไส้หวานรวมกันได้ใจมาก แต่ที่หวานตาหวานใจก็พ่อค้าเนี่ยแหละจ้าแซ่บเชียว อยากกินเครปอร่อยและมองพ่อค้าสุดหล่อไปด้วย เชิญเลยจ้า #อิ่มแป้เครป อิ่มแป้เครป ราคา : 60 baht สถานที่ : ร้านอิ้มแป้เครป ประตูหลัง มหาวิทยาลัยหอการค้า ถนนประชาสงเครา
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ผศ. วันทนีย์ เกรียงสินยศ นักวิชาการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในการประชุมพิจารณามาตรการควบคุมโซเดียมในอาหาร ที่โรงแรมริชมอนด์ เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา ว่า องค์การอนามัยโลกและโคเด็กซ์กำหนดค่าปริมาณสูงสุดของโซเดียมที่รับได้และไม่ทำให้เกิดอันตรายไว้ที่ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ขณะที่ประชากรไทยได้รับโซเดียมสูงถึง 4,352 มิลลิกรัมต่อวัน คิดเป็น 2.2 เท่าของปริมาณสูงสุดของโซเดียมที่รับได้ แต่ไม่ทำให้เกิดอันตราย อย่างไรก็ตาม หน่วยรับรองสัญลักษณ์โภชนาการทางเลือกสุขภาพ ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ สถาบันโภชนาการ ทำการสำรวจผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆที่มีจำหน่ายทั่วไป พบปริมาณโซเดียมในอาหารต่างๆ ดังนี้ 1.อาหารพร้อมบริโภค 1 หน่วย ค่าต่ำสุด 260 สูงสุด 1,800 เฉลี่ย 809 มิลลิกรัม 2.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 50 กรัม ค่าต่ำสุด 650 สูงสุด 1,360 ค่าเฉลี่ย 1,238 มิลลิกรัม 3.โจ๊กปรุงรส ซอง/ถ้วย 50 กรัม ต่ำสุด 463 สูงสุด1,886 เฉลี่ย 1,240 มิลลิกรัม 4.แกงจืด/ซุป ชนิดเข้มข้นหรือชนิดแห้ง 50 กรัม ต่ำสุด 205 สูงสุด 5,125 เฉลี่ย 2,150 มิลลิกรัม 5.ซุปก้อน/ผงปรุงรส 10 กรัม ต่ำสุด 1,000 สูงส
รายงานที่จัดทำขึ้นโดยสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นดีพีเผยว่า แม้ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา การพัฒนามนุษย์จะมีความก้าวหน้าอย่างน่าประทับใจในหลายๆ ด้าน แต่ชนกลุ่มน้อย ผู้อพยพย ผู้ลี้ภัย และสตรี ยังคงเป็นกลุ่มที่ถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลัง ยูเอ็นดีพีระบุว่า ปัจจุบันผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น มีเด็กมากขึ้นที่ได้รับการศึกษาในโรงเรียน และผู้คนจำนวนมาก็สามารถเข้าถึงบริการทางสังคมขั้นพื้นฐาน แต่ยังคงมีความไม่เสมอภาคในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อยู่ ทั้งนี้พลเมืองโลกเพิ่มขึ้นถึง 2 พันล้านคนนับจากปี 2533-2558 แต่คนมากกว่า 1 พันล้านยังต้องกระเสือกกระสนเพื่อหาทางให้หลุดพ้นจากการใช้ชีวิตอย่างยากจนสุดขีด คนราว 2.1 พันล้านเพิ่งจะได้รับการพัฒนาด้านสุขอนามัย และอีกกว่า 2.6 พันล้านเพิ่งจะได้รับการพัฒนาให้สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำน้ำดื่ม ในปี 2559 คน 1 ใน 9 ยังคงอดอยากหิวโหย และ 1 ใน 3 ประสบปัญหาทุพโภชนาการ ราว 18,000 คนล้มตายลงทุกวันเนื่องจากมลภาวะทางอากาศ และทุกๆ นาทีจะมีคน 24 คนที่ต้องถูกบังคับให้กลายเป็นคนพลัดถิ่น โดยกลุ่มที่การขาดโอกาสพื้นฐานถือเป็นเรื่องธรรมดาคือสตรี ชนกลุ่มน้อย ชนเผ่า คนพิการ และผู้อพยพ ผ
