ข่าววันนี้
นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดเผยผลการดำเนินงานของท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ว่า ปัจจุบัน รองรับผู้โดยสาร 30 ล้านคนต่อปี โดยแต่นับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา อัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด ล่าสุดในปี 2559 (ม.ค.-ธ.ค. 2559) มียอดผู้โดยสารมากกว่า 35.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 16.17 เฉพาะผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างประเทศมี 11.88 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.55 มีผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างประเทศเฉลี่ย 32,459 คนต่อวันผู้โดยสารที่เดินทางในประเทศมี 23.32 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.36 มีผู้โดยสารที่เดินทางในประเทศเฉลี่ย 63,725 คนต่อวัน รวมผู้โดยสารเฉลี่ย 96,184 คนต่อวัน โดยมีปริมาณการขนถ่ายสินค้า 67,884 เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 49.23 ส่วนปริมาณการจราจรทางอากาศ มีอากาศยานพาณิชย์ ขึ้น-ลง 244,296 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 9.02 มีสายการบิน ที่บินประจำภายในประเทศ จำนวน 5 สายการบิน ทำการบินใน 24 เส้นทาง และสายการบินระหว่างประเทศ จำนวน 15 สายการบิน ทำการบินใน 57 เส้นทาง มีเที่ยวบินเฉลี่ย 667 เที่ยวบินต่อวัน นายเพ็ชร กล่าวถึง
วันที่ 9 มี.ค. ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. กล่าวภายหลังลงพื้นที่จ.ปราจีนบุรีว่า ประเทศไทยอยู่ด้วยระบบทุนนิยมเสรี ซึ่งเป็นรายได้ของประเทศ และมีภาษีจากข้าราชการ ที่มีการเสียภาษีเต็มจำนวนทั้งหมด ขณะที่ประชาชนจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ แวต ซึ่งยังอยู่ที่ร้อยละ 7 มาหลายปี แต่หากเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 1 จะทำให้รายได้ประเทศเพิ่มขึ้นกว่าแสนล้านบาท โดยอยากขอร้องว่าจะมีการเสียสละได้หรือไม่ เพราะจะทำให้งบประมาณของรัฐเพิ่มขึ้น เพื่อเอางบดังกล่าวไปทำในสิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง ขณะเดียวกันราคาสินค้าไม่ควรปรับเพิ่มขึ้นมากนัก นายกฯ กล่าวว่า ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ตูดขาด เพราะเดินด้วยความระมัดระวังและมีภูมิคุ้มกันตลอด สามารถบริหารจัดการได้ เงินกู้ต่างๆอยู่ในกรอบ และหนี้สาธารณะลดลง และสิ่งที่กำลังลงทุนจะเกิดมูลค่าและรายได้ในปีหน้าและปีต่อไป ทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ หลายอย่างรัฐบาลทำเร็วมากไม่ได้เพราะติดขัดเรื่องข้อกฎหมาย จึงอย่าทำอะไรตามใจกันมากนัก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ว่าจะทำอะไร ตนต้องท่องพุทโธเพื่อให้ทำอะไรช้าลงและมีสติ รอบค
จากกรณี มีการแชร์ในโลกออนไลน์ว่า พบไวรัสมาชูโป้ไวรัสปนเปื้อน ในยาพาราเซตามอน แบบ 500 mg เพราะทานเข้าไปอาจได้รับอันตรายถึงตายนั้น ภก.ประพนธ์ อางตระกูล โฆษกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า จากกรณียาตัวยาดังกล่าวที่มีการแชร์กันนั้นเท่าที่เห็นในภาพแผงยาที่ถูกแชร์นั้นเป็นยาที่ผลิตจากประเทศอินเดีย และยืนยันว่าไม่ได้ขึ้นทะเบียนที่ประเทศไทย แปลว่าไม่มีวางขายที่ประเทศไทยแน่นอน อีกประเด็นคือเชื้อมาชูโป้ไวรัสนั้นเป็นเชื้อที่ไม่สามารถเจริญเติบโตในที่แห้ง ดังนั้นความเป็นไปได้น้อยมาที่จะที่จะปนเปื้อนตัวยาได้ ภก.ประพนธ์ กล่าวต่อว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าสามารถทานยาพาราเซตามอนได้ปกติในไทย และอยากจะขอแจ้งเตือนว่าไม่ควรแชร์ข้อความดังกล่าวต่อเพราะจะเป็นการสร้างความตระหนกให้กับผู้อื่น ขอให้เชื่อมั่นว่าในไทยนั้นมีมาตราฐานการผลิตยาที่ดี มีสุขลักษณะการผลิตยาที่ดี สะอาดตามมาตรฐาน ผู้ที่มีหน้าที่ผลิตยานั้นก็มีสุขภาพพลานามัยที่ดี หากเจ็บป่วยก็ไม่สามารถทำงานได้ ดังนั้นการที่ยาจะปนเปื้อนเชื้อจุลลินทรีย์ต่างๆเป็นไปไม่ได้
วันที่ 9 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่านายขวัญชัย ยศธิสงศ์ อายุ 51 ปี และนางสุเพียร ยศธิวงศ์ อายุ 48 ปี สองสามีภรรยา ซึ่งพิการทั้งคู่ มีความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก ต้องคลานไปที่ทุ่งนาเพื่อทำการเกษตรที่ปลุกไว้ขาย มีรายได้พอประทังชีวิต บ้านที่อาศัยก็ทรุดโทรม อีกทั้งยังมีภาระต้องส่งลูกสาวเรียนอีก 1 คน จึงวอนขอความเมตตาจากผู้ใจบุญและหน่วยงานเข้าไปดูแล จึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 64 หมู่ 14 ต.ลานบ่า อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ที่บ้านหลังดังกล่าวพบนายขวัญชัย อยู่ภายในบ้านพร้อมภรรยา โดยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนป่วยเป็นโรคโปลิโอมาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ทำให้อวัยวะตั้งแต่ช่วงเอวลงมาอ่อนแรงแต่ก็พอเดินได้ เมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก็ไปเรียนฝึกอาชีพสำหรับคนพิการพระประแดง จากนั้นได้ออกมาทำงานรับจ้างตามร้านซ่อมและร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ต่อมาได้พบกับนางสุเพียร ซึ่งพิการขาซ้ายบิดงอผิดปกติและอาการหูตึงต้องพูดเสียงดังๆ ถึงจะได้ยิน ด้วยความเข้าใจในชีวิตคนพิการจึงได้ตกลงเป็นสามีภรรยาและมีบุตรด้วยกัน 1 คน ปัจจุบันไปอาศัยอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัดกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต่อมาพ่อแม่ของนางสุเพียรได
เอเพ็กซ์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ศูนย์การแพทย์ระดับโลก พลิกชีวิตสาวเวียดนามโดนน้ำกรดสาด ระดมศัลยแพทย์และแพทย์ผิวหนังไทยฝีมือดี เนรมิตผิวใหม่ ฟื้นความสวย คืนชีวิต เอเพ็กซ์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ เปิดเผยถึงการให้ความช่วยเหลือ ระดมศัลยแพทย์และแพทย์ผิวหนังไทยฝีมือดี ผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งและฟื้นฟูใบหน้าให้กับนักศึกษาพยาบาลชาวเวียดนามที่โดนน้ำกรดสาด จนผิวหน้าไหม้ 75% ตาซ้ายบอด และไม่สามารถเปิด หรือปิดเปลือกตาได้ ส่วนตาขวาไหม้ระดับ 1 จนทำให้ใบหน้าเสียโฉม และส่งผลต่อการดำเนินชีวิตอย่างมาก ต้องคอยปกปิดใบหน้าอยู่ตลอดเวลา เหตุการณ์ที่ Hoang Tang Thi Thu Huong นักศึกษาพยาบาลสาว อายุ 21 ปี จากเมืองโฮจิมินห์ ซิตี้ ถูกแฟนเก่าที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน สาดน้ำกรดใส่ขณะที่เธอกำลังขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน เนื่องจากเข้าใจว่าเธอไปมีแฟนใหม่ที่เป็นผู้ชาย เป็นข่าวที่โด่งดังมากในเวียดนามเมื่อปีที่แล้ว Hoang Tang Thi Thu Huong เป็นหญิงสาวหน้าตาดี และมีอนาคตไกล เธอกำลังศึกษาทางด้านพยาบาลในโฮจิมินห์ ซิตี้ ซึ่งกำลังจะสำเร็จการศึกษาในปีหน้า ผลจากการที่ถูกน้ำกรดสาด ทำให้ Hoang ต้องสูญเสียการมองเห็นของตาข้างซ้าย ไม่สามารถเปิดหรือปิดตา
“แฮปปี้เฟรช” ลุยลงทุนเพิ่มมูลค่ากว่า 200 ล้านบาทในปี 2560 ส่งกรรมการผู้จัดการคนใหม่จากบริษัทใหญ่ ปรับกลยุทธ์แผนการตลาด รุกธุรกิจในไทยให้เติบโตเพิ่มขึ้นอีก 500 % ภายในปีนี้ พร้อมมั่นใจลูกค้าในกรุงเทพ ฯ และปริมณฑล สามารถจับจ่ายสะดวกรวดเร็วผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือและเว็บไซต์ของแฮปปี้เฟรช กับสินค้ากว่า 100,000 รายการจากซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำที่ร่วมเป็นพันธมิตร ตอกย้ำความเป็นเจ้าตลาดซุปเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์อันดับ 1 ของคนกรุงเทพฯ มร.เบนจมิน โคลล์แมนน์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทและอดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของสำนักงานใหญ่ ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างปี พ.ศ. 2557 – 2559 กลับเข้าทำงานกับแฮปปี้เฟรชอีกครั้งในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ ประเทศไทย ตั้งแต่ต้นปี 2560 เปิดเผยว่า “สำหรับปี 2560 นี้ ได้วางแนวกลยุทธ์หลักเน้นไปที่การสร้างการรับรู้ของแบรนด์และส่งเสริมการตลาดของธุรกิจแฮปปี้เฟรช เพื่อตอกย้ำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระดับกว้างมากยิ่งขึ้น รวมถึงการปรับจุดตำแหน่งแบรนด์แฮปปี้เฟรช ให้กลายเป็นเจ้าตลาดซุปเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์อันดับหนึ่งของคนกรุงเทพฯ ภายใต้สโลแกน Bangkok’s #1 online supermarket ใ
นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี เป็นช่วงฤดูร้อน ส่งผลให้ในหลายจังหวัดอาจจะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนและสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ภัยแล้ง ในส่วนของกรมทางหลวงชนบทจึงได้สั่งการให้สำนักงานทางหลวงชนบท แขวงทางหลวงชนบท และหมวดบำรุงทางหลวงชนบทในพื้นที่ เตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ให้มีน้ำใช้ในการเกษตร อุปโภค บริโภคได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสมเพียงพอ โดยมีแนวทางการบรรเทาความเดือดร้อน ได้แก่ การประสานข้อมูลพื้นที่ที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือกับจังหวัด การสนับสนุนรถบรรทุกน้ำพร้อมพนักงาน เพื่อแจกจ่ายน้ำแก่ประชาชนตามที่ได้รับแจ้ง โดยจังหวัดเป็นผู้จัดหาแหล่งน้ำ ซึ่งในเบื้องต้นกรมได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่อาศัยอยู่ในสายทางหลวงชนบท พจ.4010 แยกทางหลวงหมายเลข 1069-บ้านป่าเรไร อำเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร โดยได้เตรียมรถบรรทุกน้ำจำนวน 18,000 ลิตร พร้อมบุคลากรเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ หรื
วันที่ 9 มีนาคม นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศ,ต่างประเทศ รวมถึงประชาชนชาวบ้านในพื้นที่เชียงคำ-อำเภอใกล้เคียงที่ผ่านเส้นทางสายนี้ หรือผู้ที่ขับรถสัญจรไป-มา และผ่านบริเวณหน้าแขวงการทางเชียงรายที่ 2 (เชียงคำ) บ้านหนอง ต.ฝายกวาง อ.เชียงคำ จ.พะเยา ผู้ที่ผ่านส่วนมากเมื่อเห็นดอกเหลืองอินเดียแล้วต้องแวะถ่ายรูป (Tabebuia spectabilis) หากว่าดอกออกพร้อมกันทุกต้นจะมีความสวยสดงดงาม เป็นสีเหลืองทองอร่ามตระการตา ทั้งสองข้างทางบนเส้นทางสายนี้ ประกอบกับต้นเหลืองอินเดีย ซึ่งไปบานตรงกับต้นทองกวาวถนนสายพะเยา-ดอกคำใต้-เชียงคำ ขณะนี้ต้นทองกวาวกำลังบานสะพรั่ง ตลอดสองข้างทางกว่า 20 กม. เป็นสีสันสร้างความดึงดูดใจ,ประทับใจให้แก่ผู้เดินสัญจรไปมาถนนสายนี้ นอกจากนี้ ดอกทองกวาวเป็นต้นไม้ผลัดใบ จะออกดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนของทุกปีและปีนี้ ชาวดอกคำใต้,ชาวพะเยาเรียกถนนเส้นนี้ว่า “ถนนสายดอกไม้” แล้วยังเป็นเส้นทางหลัก หรือทางหลวงของแผ่นดินสายพะเยา-เชียงคำ สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงคือขึ้นภูชี้ฟ้า อ.เทิง จ.เชียงรายได้ นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล นายอำเภอเชียงคำ จ.พะเยา กล่าวว่า กว่
วันที่ 9 มีนาคม 2560 เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี มีเกษตรกรใช้ช่วงเวลาที่งดเว้นจากการทำนา มาประกอบอาชีพเกษตรกรอย่างอื่นกันมากขึ้น เช่น ผักสวนครัว และทำไร่อ้อย เพื่อสร้างรายได้ขึ้นมาทดแทนในช่วงที่เริ่มเข้าสู่ฤดูแล้งไม่มีน้ำเพียงพอที่จะปลูกข้าวต่อไปได้ เช่น นายทวาย อาจหิรัญ อายุ 65 ปี เกษตรกรหมู่ที่ 3 บ้านขุดจัด ต.ดอนกลอย อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี ใช้พื้นที่ว่างเปล่าข้างบ้านปลูกพืชสุมนไพรอย่าง มะกรูด ซึ่งสามารถตัดใบขาย ส่งออกจำหน่ายต่างประเทศ สร้างรายได้ในช่วงฤดูแล้ง เป็นอย่างดี นายทวาย เปิดเผยว่า อาชีพหลักนั้นจะทำนา รวมพื้นที่ 40 ไร่ แต่ช่วงที่ผ่านมานั้นประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ และมีปัญหาภัยแล้งเข้ามาทำให้ต้องงดเว้นการทำนาในช่วงนี้ไปก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ใช้พื้นที่ว่างเปล่าข้างบ้านและที่ดินตามหัวไร่ปลายนา รวม 10 ไร่ ปลูกมะกรูดพันธุ์พื้นเมือง เอาไว้เพื่อตัดใบขาย ซึ่งตอนนี้ก็มีอายุตั้งแต่ 5 -20 ปีแล้ว โดยจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงบ้าน และจะนำคนงานมาตัดเอง ซึ่งในหนึ่งปี จะตัดเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ทำให้มีรายได้เสริมในช่วงฤดูแล้งปีละ 50,000-60,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่
วันที่ 9 มีนาคม 2560 ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้ได้เกิดพายุฝนฤดู ทำให้มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ในช่วง 2 -3 วันที่ผ่านมา ไม่เพียงส่งผลดีต่อเกษตรที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร ทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะนาปรังที่กำลังขาดน้ำ รวมถึงน้ำในการอุปโภคบริโภคแล้ว ยังส่งผลดีต่อชาวบ้านที่มีอาชีพหาของป่าขายเสริมหน้าแล้ง เนื่องจากในช่วงฝนตกลงมาจะทำให้สามารถหาของป่าได้ง่ายขึ้น อาทิ ผักหวาน ไข่มดแดง แมงแคง จักจั่น เห็ดป่า โดยเฉพาะจักจั่น มีราคาแพง ตกตัวละ ประมาณ 2 -3 บาท ส่วนไข่มดแดง ยิ่งเป็นเมนูหายาก เนื่องจากปีนี้ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และปัญหาไฟป่า มีราคาสูงกิโลกรัมละ 1,000 บาท และผักหวาน ราคาตกกิโลกรัมละ 1,000 บาท เช่นเดียวกับตลาดสดเทศบาลตำบลนาแก ซึ่งเป็นตลาดศูนย์กลางจำหน่ายอาหารอีสานพื้นบ้าน พบว่าช่วงนี้จะคึกคักไปด้วยเมนูอาหารป่า โดยมีพ่อค้าแม่ค้าไปรับซื้ออาหารป่า อาทิ ผักหวาน ไข่มดแดง แมงแคง จักจั่น เห็ดป่า จากชาวบ้านมาวางขายกันคึกคัก สร้างเงินหมุนเวียนสะพัดเท่าตัว โดยชาวบ้านที่มีอาชีพหาของป่าขาย จะมีรายได้ วันละ 2,000 – 3,000 บาท บางรายขยัน สามารถหาของป่ามาขายส
