ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร พนักงาน 109 คนจากบริษัทบริติช-ไทยซินเซติคเท็กส์ไทล์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทตัดเย็บเสื้อผ้าเพื่อการส่งออก ได้เดินทางมาขอเข้าพบนายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผวจ.สมุทรสาคร เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบริษัทเรื่องค่าชดเชยการเลิกจ้างงาน หลังจากบริษัทประกาศหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2560 และให้พนักงานที่อาศัยอยู่ในหอพักของบริษัทย้ายออกภายในวันที่ 7 มี.ค.นี้ น.ส.นิภา มองเพชร ประธานสหภาพแรงงาน บริษัทบริติช-ไทยซินเซติคเท็กส์ไทล์ กล่าวว่าเมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมาบริษัทติดประกาศหยุดประกอบกิจการและเลิกจ้างงาน ส่วนการชดเชยนั้นจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2560 เรื่อยไปจนครบ 8 งวด ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนพ.ค.2561 แต่พนักงานเห็นว่าไม่เป็นธรรมเพราะระยะเวลาการเริ่มต้นจ่ายค่าชดเชยนานเกินไป และงวดการจ่ายก็มาก ขณะเดียวกันในระยะเวลาที่ต้องรอค่าจ้างนั้นทุกคนก็ยังไม่รู้จะไปทำงานอะไร ยังไม่มีหลักประกันอะไรให้กับพนักงาน “หากต้องมาย้ายออกจากหอพักอย่างกะทันหันก็ไม่รู้จะไปอยู่กันที่ไหน นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้พนักงานขาดความมั่นใจในคำประกาศก็คือ ไม่มีการลงลาย
วันที่ 3 มีนาคม ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) และผู้เชี่ยวชาญเรื่องทะเล เปิดเผยว่า หลังจากที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้เข้าไปฟื้นฟูพื้นที่เกาะตาชัย ที่เป็น 1 ใน 11 ของพื้นที่หมู่เกาะสิมิลัน ภายหลังจากที่เกาะถูกใช้งานอย่างหนักหน่วงจากนักท่องเที่ยวที่แห่กันไปเที่ยว จนสร้างความเสียหายกับพื้นที่อย่างหนักและต้องปิดฟื้นฟูอย่างไม่มีกำหนดนั้น ปรากฏว่า แม้จะปิดเกาะตาชัยไปแล้ว แต่ไม่ทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยว ที่หลั่งไหลกันไปยังหมู่เกาะสิมิลัน ในภาพรวมลดปริมาณลงเลย อีกทั้งยังเพิ่มปริมาณมากกว่าเดิมอีกด้วย เฉลี่ยแล้วเดือนละประมาณ 8-9 หมื่นคนหรือวันละอย่างน้อย 3 พันคน นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวจีน และชาวรัสเซีย มีคนไทยไปเที่ยวน้อยมาก พื้นที่ละไม่เกิน 15% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ปัญหาที่เกิดขึ้นและไม่สามารถควบคุมได้คือ ปัญหาขยะล้นเกาะ ปะการังเสื่อมโทรม และปัญหาน้ำเสีย ซึ่งทุกปัญหาล้วนแก้ไขยากมาก นอกจากนี้ ยังพบอีกว่ามีปริมาณเจ้าหน้าที่ ที่จะเข้าไปควบคุม ดูแล และเฝ้าระวัง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวนี้น้อยมาก “แทบไม่น่าเชื่อว่า พื้นท
นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิปิดซ่อมทางวิ่ง (Runway) เป็นบางส่วน 1 ทางวิ่ง (01R/19L) ระหว่างวันที่ 3 มี.ค. ถึงวันที่ 2 พ.ค. 2560 เป็นเวลา 2 เดือน บริษัทฯ คาดว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อความล่าช้าของเที่ยวบิน ทั้งเที่ยวบินขาไปและขากลับ ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร บริษัทฯ ได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงบัตรโดยสาร สำหรับผู้โดยสารที่ต้องต่อเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทางอื่น ซึ่งเป็นเที่ยวบินของการบินไทย ระหว่างวันที่ 3 มี.ค. ถึงวันที่ 2 พ.ค. 2560 นอกจากนี้ บริษัทฯ จัดตั้งศูนย์ประสานงานรองรับการปิดซ่อมทางวิ่งฝั่งตะวันออกบางส่วนของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่สำนักงานใหญ่ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปิดซ่อมทางวิ่งดังกล่าว รวมทั้งประสานงานและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่อาจเกิดขึ้น สำหรับการดูแลผู้โดยสาร ฝ่ายบริการลูกค้าภาคพื้น ได้จัดพนักงานไปดูแลผู้โดยสารที่ต้องเดินทางต่อเที่ยวบิน บริเวณประตูเครื่องบิน ตั้งแต่เครื่องบินลงจอดและนำผู้โดยสารไปยังจุดต่อเที่ยวบินรวมทั้งประสานกั
ช่วง 7 เดือนมานี้ได้เกิดกระแสความนิยมเลี้ยงกุ้งสวยงามที่เรียกว่า กุ้งโกสต์ หรือ Procambarus ซึ่งเป็นสายพันธุ์หนึ่งของกุ้งเครย์ฟิช โดยตลาดซื้อ-ขาย กุ้งโกสต์เริ่มขึ้นทางออนไลน์ ในกลุ่มเฟซบุ๊กต่าง ๆ ซึ่งกลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่ม “ประมูลกุ้งทุกสายพันธุ์” มีสมาชิกอยู่ 2.7 แสนคน จากนั้นเมื่อมีกระแสความนิยมพุ่งสูงจึงเกิดตลาดนัดรวมตัวกันเปิดขึ้นมาใหม่เมื่อเดือนกันยายน2559 ที่ตลาดเจเจกรีน ในวันพุธ มีผู้ค้าประมาณ 170 ร้าน และบริเวณโดยรอบโซนสัตว์เลี้ยงในตลาดนัดจตุจักร ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มผู้ค้าสัตว์น้ำเดิมอยู่แล้วที่หันมาขายกุ้งโกสต์ตามความนิยมของตลาดด้วย นายอธิคุณกิตติตระกูล เจ้าของฟาร์ม 99 KFishow เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กุ้งโกสต์เข้ามาในเมืองไทยเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว แต่เพิ่งเป็นที่นิยมประมาณกลางปี 2559 โดยราคาซื้อ-ขายไม่มีเกณฑ์วัดตายตัว ขึ้นอยู่กับความสวยงามของลวดลายและสี เป็นราคาตามความพอใจที่ผู้ซื้อ-ผู้ขายตกลงกัน โดยทั่ว ๆ ไปเริ่มต้นตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักล้านบาท ในระยะเริ่มแรกกุ้งโกสต์มีราคาโดยทั่วไปอยู่ในหลักพัน แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้ราคาสูงขึ้นคือมีการพัฒนาส
สืบเนื่องจากกรณีที่สถานีโทรทัศน์ CBC ของแคนาดา (Canadian Broadcasting Corp) นำเสนอรายงานที่กล่าวอ้างผลแล็บที่ว่า “ซับเวย์” ร้านแซนด์วิชฟาสต์ฟู้ดชื่อดังใช้เนื้อไก่ที่มีดีเอ็นเอเนื้อไก่จริงเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งเป็นมาจากถั่วเหลือง ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบและหลอกลวงผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ล่าสุด สำนักข่าวฟ็อกซ์ เผยว่า ซับเวย์ได้โต้ข่าวนี้ว่าเป็นข่าวลวงและเป็นข้อมูลที่ผิด ทางบริษัทได้ส่งตัวอย่างเนื้อไก่ที่ว่าไปตรวจสอบยังห้องแล็ป 2 แห่ง และได้ผลตรงกันว่า ในเนื้อไก่มีโปรตีนถั่วเหลืองผสมอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ถึง 1% โดยซับเวย์อ้างว่า ตัวอย่างซึ่งทางบริษัทได้ส่งไปทดสอบนั้น มาจากซัพพลายเออร์ซึ่งส่งเนื้อไก่ไปยังสาขาซับเวย์ต่างๆ ในแคนาดา ทั้งนี้ในสหรัฐอเมริกา เนื้อไก่ถูกส่งมาจากซัพพลายเออร์อื่น แต่สูตรอาหารนั้นเหมือนกัน ซึ่งถั่วเหลืองถือเป็นส่วนประกอบที่ใช้ในการหมักและปรุงรสสำหรับไก่ อย่างไรก็ตาม ทาง CBC ยังยืนยันรายงานเดิม อ้างอิงวันพุธที่ผ่านมาที่ทางสถานีได้ทำการทดสอบเนื้อไก่ของซับเวย์จากหลายๆ สาขาในทางใต้ของรัฐออนตาริโอ ในแคนาดา โดยระบุว่าการทดสอบดีเอ็นเอไม่สามารถเปิดเผยจำนวนสัดส่วน
เดินหน้าสานต่อโครงการสร้างสรรค์สังคม บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยผลิตภัณฑ์วาโก้ ร่วมกับสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พร้อมด้วยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และบริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) จัดงานเปิดตัวโครงการและนิทรรศการ “วาโก้ บราเดย์ บรามีค่า…สร้างอาชีพ รักสิ่งแวดล้อม ปี 6” ภายใต้แนวคิด Zero Waste (ขยะ เท่ากับ ศูนย์) และ Social Enterprise (สร้างอาชีพ สร้างรายได้) อย่างเป็นทางการ ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ และรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่น แนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดำเนินโครงการต่อเนื่องปีที่ 6 นี้ ตั้งเป้ายอดบริจาคบราสะสมเพิ่มจาก 150,000 ตัว เป็น 200,000 ตัว เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการย่อยสลายอย่างมีคุณค่า ตลอดจนเป็นอีกหนึ่งโครงการที่กระตุ้นและรณรงค์ให้ผู้หญิงทั่วประเทศหันมาเช็กสุขภาพบราและสร้างบุคลิกภาพที่ดี ด้าน พงษ์สันติ์ วงษ์เสริมหิรัญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายศูนย์วิจัยพัฒนาและนวัตกรรม บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
วันที่ 3 มี.ค. นางคำปอง เหลาคำ อายุ 66 ปี เดินทางเข้าพบร.ต.อ.สุริยา ผลชู รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อแจ้งความว่าลืมกระเป๋าสะพายสีดำไว้ในรถแท็กซี่ ภายในมีสร้อยคอทองคำหนัก 14 บาท และเงินสด 5,000 บาท หลังเรียกใช้บริการให้ไปส่งที่หมู่บ้านกฤดานคร 19 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงเดินทางมาแจ้งความดังกล่าว ต่อมาพ.ต.อ.สามารถ ศรีสิริวิบลูย์ชัย รรท.ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.นิมิตร นูโพนทอง รอง ผกก.สส.สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งว่ามีคนขับรถแท็กซี่มาตามหาคุณป้าที่ลืมกระเป๋าสะพายไว้ที่หมู่บ้านกฤดานคร 19 จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.คลองหลวง ให้ไปรับตัวมา จากการสอบถามนางคำปอง บอกว่าตนได้นั่งรถแท็กซี่มาจากตลาดรังสิต หลังจากกลับมาจากหาหมอที่โรงพยาบาลประชาธิปัตย์ และได้ให้รถแท็กซี่มาส่งที่หมู่บ้านกฤดานคร 19 เมื่อถึงบ้านก็ได้ลงจากรถทันทีโดยไม่ได้นำกระเป๋าสะพายลงมาด้วย แต่เมื่อตนนึกขึ้นได้ว่าลืมกระเป๋าสะพายไว้จึงได้มาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้านนายสมศักดิ์ แก้วสอนดี อายุ 47 ปี โชเฟอร์แท็กซี่โตโยต้า สีเขียว หมายเลขะเบียน มช 8541 กรุงเพมหานคร บอกว่า หลังตนไปส่งคุณป้าแล้ว ก็ขับรถไปรับผู
เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เที่ยวบินของสายการบินไทย ทีจี 963 ที่มีเส้นทางจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน-ภูเก็ต ซึ่งมีผู้โดยสาร 271 คน ลูกเรือและนักบิน 18 คน มีกำหนดออกเดินทางประมาณ 21.30 น. วันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา ถูกขู่วางระเบิด โดยได้ย้ายผู้โดยสารลงจากเครื่องเข้าพักที่โรงแรม ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสัมภาษณ์ผู้โดยสารรายบุคคลทุกคนจนเสร็จในช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะนี้เครื่องบินลำดังกล่าวยังจอดอยู่ตรงบริเวณลานจอด และยังไม่อนุญาตให้นำกระเป๋าและสัมภาระทั้งหมดของผู้โดยสารและลูกเรือออกจากเครื่อง เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบวัตถุระเบิด และยังไม่ทราบรายละเอียดของการขู่วางระเบิดแต่อย่างใด ด้าน ร.อ.ปรารถนา พัฒนศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคงและมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีเที่ยวบินที่ทีจี 963 เส้นทาง สตอกโฮล์ม – ภูเก็ต – กรุงเทพฯ ออกเดินทางล่าช้า ว่า เมื่อวันที่ 2 มี.ค. เวลาประมาณ 16.45 น. (เวลาท้องถิ่น) เที่ยวบินดังกล่าวเตรียมออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติอาร์ลันดา เมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ขณะทำการขับเครื่องบิน (TAXI) ออกจากบริเวณหลุมจ
โครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยชุดโครงการพัฒนาหัวข้อวิจัยเชิงรุกสำหรับภาคอุตสาหกรรม ประจำปี 2560 จัดการบรรยายพิเศษหัวข้อ “รับทุนวิจัยหนุนผู้ประกอบการไทยต่อยอดธุรกิจปั้นเงินล้าน” เพื่อประชาสัมพันธ์ทุนวิจัยของ พวอ. แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงาน Thailand Industrial Fair 2017 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ให้ได้รับทราบมุมมองในการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพื่อแก้ปัญหาของภาคอุตสาหกรรมและมุมมองจากผู้ประกอบการที่นำผลงานไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจ ตลอดจนการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ และการประชาสัมพันธ์ทุนวิจัย พอว. โดย รศ. ดร.ประเสริฐ ภวสันต์ ผู้อำนวยการ พวอ. ดร.ญาดา มุกดาพิทักษ์ ดร.ญาดา มุกดาพิทักษ์ รองเลขาธิการ สวทน. กล่าวถึงแนวทางความช่วยเหลือจากภาครัฐสู่ภาคเอกชนว่า มาตรการและกลไกสนับสนุนด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมไทยจำเป็นต้องมีการวางแผนกำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ภาคเศรษฐกิจและสังคมมากที่สุด โดยประเด็นสำคัญคือโอกาสและช่องทางสำหรับผู้ประกอบการในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมา
จากกรณีเครือข่ายประชาสังคมออกมาคัดค้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมใช้ ม.44 แก้ปัญหาความล่าช้าคำขอสิทธิบัตรที่ค้างอยู่กว่า 12,000 ฉบับ ซึ่งคาดว่าเป็นคำขอเกี่ยวกับยาถึง 3,000 ฉบับ และเกือบทั้งหมดเป็นคำขอสิทธิบัตรแบบ Evergreening หรือสิทธิบัตรที่ไม่มีความใหม่ เป็นสิทธิบัตรไม่มีวันตายนั้น เมื่อวันที่ 3 มีนาคม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ได้กำชับทาง นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งจะไปประชุมร่วมกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ว่า อย.ทำเรื่องอะไรบ้างเกี่ยวกับยา เพื่อให้ชัดเจน โดยในเรื่องสิทธิบัตร จากนี้ให้ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นคนให้ข้อมูลดีกว่า โดยให้ผู้รับผิดชอบเป็นคนตอบ ส่วนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) จะเน้นเรื่องการขึ้นทะเบียนยาเป็นหลัก “เรื่องสิทธิบัตรยาที่เป็นประเด็น ก็ต้องไปแยกกันให้ชัด และอยากให้ไปถามกรมทรัพย์สินทางปัญญาดีกว่า เพราะก่อนหน้านี้ที่ผมได้ยินมาคือ คำขอสิทธิบัตรที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการมี 20,000 รายการ โดยมีประมาณ 12,000 รายการที่จะออกมาใน 3 เดือน ส่วนเรื่องของยาประมาณ 5,0
