ข่าววันนี้
ไข่เจียวปู ทำเองง่ายๆ รอไม่ถึงชั่วโมง ต้นทุนไม่เกิน 100 บาท หลังจาก “จีฮโย” แห่งวง TWICE เกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของเกาหลี มาเที่ยวประเทศไทย 3 วัน 2 คืน ได้พูดถึงไข่เจียวปูเจ้าดังผ่าน VLOG ว่า “พูดตามตรงคือมันไม่ใช่รสชาติของการรอกิน 1 ชั่วโมงครึ่ง ฮ่าๆๆ” ภายหลังคลิปวิดีโอดังกล่าวเผยแพร่ออกไปก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา บ้างก็บอกว่า ไข่เจียวร้านดังกล่าวมันคุ้มค่าสำหรับผู้คนที่ตั้งตารอ หรืออยากลองลิ้มรสสักครั้งในชีวิต บ้างก็ว่า แค่ไข่เจียวธรรมดาที่ใส่ปูเฉยๆ ไม่มีอะไรวิเศษ หรือแม้กระทั่งพูดถึงเรื่องไข่เจียวนั้นอมน้ำมันมากเกินไป แม้จะมีความเห็นที่แตกต่างกันออกไปหลายความเห็น แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เมนู “ไข่เจียวปู” หากค้นหาในอินเทอร์เน็ตก็มีสูตรให้เห็นมากมาย วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปดูราคาวัตถุดิบหลักอย่างไข่ไก่มาเทียบราคา ต่อฟอง ต่อแผง และราคาปูแกะแช่แข็งเพื่อคำนวณต้นทุน พร้อมกับสูตรไข่เจียวปูง่ายๆ ราคาไม่เกิน 100 บาทต่อจาน มาให้ทุกคนลองสร้างรายได้กัน ราคาไข่ไก่ อ้างอิงจาก สุนทรฟาร์ม ประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 ไข่ไก่ เบอร์ 0 ราคา 4.10 บาท/ฟอง 123 บาท/แผง ไข่ไก่ เบอร์ 1 ราคา
ปลงไม่หมด ดีใจไม่สุด! ออมสิน ปรับขึ้น ดอกเบี้ยเงินฝาก สูงสุด 0.30% เงินกู้ ปรับขึ้น 0.25% นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% ต่อปี เป็น 1.50% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ธนาคารออมสิน จึงได้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุด 0.30% ต่อปี เพื่อมุ่งส่งเสริมการออมให้ประชาชนผู้ฝากเงินได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และช่วยเพิ่มกำลังซื้อในช่วงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่มีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป และได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทในอัตรา 0.25% ต่อปี ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยของตลาด ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ครั้งแรกของธนาคารในรอบกว่า 2 ปี หรือตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา ตามนโยบายของกระทรวงการคลังในการช่วยดูแลลูกค้าและประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ค่าครองชีพยังไม่กลับสู่ภาวะป
แกร็บ ประเทศไทย ชี้ตลาดท่องเที่ยวในประเทศไทยฟื้นตัว ดันยอดใช้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตขึ้น 45% พร้อมเผยอินไซต์นักท่องเที่ยวจากผลสำรวจของผู้ใช้บริการจาก 6 ประเทศในภูมิภาค นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า การท่องเที่ยวถือเป็นอุตสาหกรรมหลักที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยภายหลังจากการประกาศผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และมีการเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเต็มรูปแบบ เราเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกของตลาดท่องเที่ยวผ่านจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ทยอยเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 ของปีที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวรวมตลอดทั้งปีที่ผ่านมาสูงกว่าเป้าหมายที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ตั้งไว้ ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการเรียกรถของแกร็บในกลุ่มชาวต่างชาติที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง 45% (เปรียบเทียบจำนวนผู้ใช้บริการในไตรมาสที่ 3 ของปี 2565 กับไตรมาสก่อนหน้า) โดย 5 อันดับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันของแกร็บมากที่สุดในปีที่ผ่านมา คือ อินโดนีเซีย มา
ผ้าไทย ใส่ดีไซน์คนรุ่นใหม่ เข้าถึงคนเมืองมากขึ้น แบรนด์ “ทอตะวัน” ดร.เริงศักดิ์ แก้วเพ็ชร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาสังคมศิลปวัฒนธรรมและสิทธิประโยชน์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า แบรนด์ทอตะวัน เกิดขึ้นจากพันธกิจหลักของมหาวิทยาลัยรังสิต คือ มหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน เพื่อสังคม สร้างสังคมแห่งการให้และการแบ่งปัน โดยสถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม ได้ดำเนินการจัดโครงการซึ่งเป็นความร่วมมือทางด้านวิชาการ กิจกรรม และศิลปวัฒนธรรม กับภาคีเครือข่ายชุมชน ในจังหวัดทั้ง 4 ภาคของประเทศไทยมาโดยตลอด ได้แก่ ภาคกลาง คือ จังหวัดปทุมธานี ภาคอีสาน คือ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ภาคเหนือ คือ เทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน ภาคใต้ คือ ตำบลเขาเต่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเทศบาลตำบลลำสินธุ์ จังหวัดพัทลุง ทั้งหมดนี้เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนชุมชนให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านศิลปวัฒนธรรม จึงได้เกิดการร่วมสนับสนุน ส่งเสริมกลุ่มทอผ้าทั่วประเทศไทย ผ่านการนำมาแปรรูปเป็นผ้าขาวม้า ผ้าฝ้าย ผ้าไหมทอมือ ที่มาจากชุมชน ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จากผ้าผ่านรูปแบบต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าและเพิ่มโอกาสด้านการจัดจำหน่ายให้
โควิด ปลุกคนใส่ใจสุขภาพเชิงรุก เลือกบริโภคอาหารอินทรีย์ สร้างภูมิคุ้มกัน คุณอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ และนายกสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย หรือ TOCA ในฐานะประธานจัดงานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 8 กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ปลุกให้ทุกคนหันมาใส่ใจกับการดูแลสุขภาพเชิงรุกมากขึ้น รวมทั้งให้ความสำคัญกับการเลือกอาหารปลอดภัยที่ผลิตในระบบอินทรีย์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเองและครอบครัว ดังนั้น การกลับมาของงาน “รวมพลังขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ เพื่อเรา…เพื่อโลก” กับงานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 8 นอกจากจะพุ่งเป้าตอกย้ำในเรื่องสุขภาพสำหรับคนทุกกลุ่มวัยเป็นหลัก ที่สามารถเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ยังมุ่งเน้นการดูแลสังคมให้เกื้อกูลกัน และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนควบคู่กันไปด้วย จุดเด่นของงานสังคมสุขใจ คือ เป็นงานประจำปี ที่ “รวมคนอินทรีย์” ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ได้มาพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งการผลิต การจำหน่าย การตลาด นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้งการเชื่อมโยงพันธมิตรใหม่ๆ โดยเฉพาะเกษตรกรที่เป็นต้นน้ำ นอกจากมีผลผลิตออกมานำเสนอ ยังเป็นการเพิ่มโ
มาแล้ว! วิธีลงทะเบียน เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 เริ่มใช้สิทธิ ก.พ.-ก.ย. 66 ตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2566 อนุมัติโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 วงเงินรวม 2,016,000,000 บาท เพื่อดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยด้านการท่องเที่ยว โดยจะเริ่มให้ใช้สิทธิได้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-กันยายน 2566 มาดูรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับ เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ดังนี้ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ให้สิทธิแก่ประชาชนในการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยภาครัฐสนับสนุนค่าใช้จ่าย 2 ส่วน คือ สนับสนุนค่าที่พัก 40% (ไม่เกิน 3,000 บาท/ห้อง/คืน) สูงสุด 5 ห้อง คูปองอาหาร/ท่องเที่ยว (e-voucher) 600 บาท/วัน กำหนดจำนวนสิทธิเข้าโรงแรมที่พักจำนวนห้องพัก 560,000 สิทธิ/ห้อง 1 คน สามารถใช้สิทธิได้สูงสุด 5 สิทธิ จำนวนสิทธิในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 นี้ จะไม่นับรวมกับสิทธิที่เคยได้รับในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 การลงทะเบียนร่วมโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 มีดังนี้ อายุ 18 ปีขึ้นไป ลงทะเบียนร่วมโครงการที่เว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ทำได้ทั้งผู้ใช้สิทธิรายใหม่ และผู้ใช้สิทธิรายเดิมที่เคยไ
นโยบาย “สายมู” ลงทุนจังหวัดละพันล้าน สร้างแหล่งท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์ นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า เศรษฐกิจสายมู หรือเศรษฐกิจสีขาว เป็นหนี่งในนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า ที่ได้มีการพูดถึงและนำเสนอมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยังไม่แถลงนโยบาย เนื่องจากเห็นว่า ท่องเที่ยวสายมู ไม่ใช่ความงมงาย “มูเตลู” คือ ความเชื่อและความศรัทธา เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาช้านาน โดยเฉพาะคนไทยเรา หลอมรวมกลายเป็นประเพณี วัฒนธรรม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล แม้แต่ในช่วงโควิด ที่ทุกจังหวัดเหลือเที่ยวบินเพียงวันละเที่ยวสองเที่ยว แต่ที่นครศรีธรรมราช กลับมีเที่ยวบิน 50 กว่าเที่ยว เพราะมีวัดเจดีย์ไอ้ไข่ เงินสะพัดสู่ชุมชน ทำให้ชาวบ้านที่ค้าขายอยู่รอบๆ รวมทั้งโรงแรมที่พัก ยังคงมีนักท่องเที่ยวไปอุดหนุนกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง “เศรษฐกิจสายมู กำลังเป็นเทรนด์ของทั่วโลก สามารถใช้ศรัทธาและแรงบันดาลใจแปรเปลี่ยนเป็นรายได้อย่างมหาศาล พรรคชาติพัฒนากล้า จึงได้นำมาบรรจุในนโยบายเศรษฐกิจ 7 สี หรือ Spectrum Economy ที่จะหารายได้เข้าประเทศ 5 ล้านล้านบาท” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่า
กัญชา ปรุงอาหาร คนไทยทำมานาน นักวิจัย ยัน ใบปรุงน้ำซุป ไม่ทำให้เมา จากกรณี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก จากบุคคลที่อ้างเป็นแพทย์ท่านหนึ่ง โดยอ้างอิงรูปตู้อัตโนมัติที่ขายกาแฟผสมกัญชาในห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง โดยระบุว่า ขายแบบนี้ แล้วจะกันไม่ให้วัยรุ่นหรือเด็กกดซื้อได้อย่างไร ถึงมีแปะไว้ว่าไม่ขายให้เด็กต่ำกว่า 20 ปี จะตรวจสอบอย่างไร นอกจากนี้ ตู้ยังแปะว่า อย. อนุญาตด้วย เกี่ยวกับโพสต์ดังกล่าว ดร.พิพัฒน์ นนทนาภรณ์ นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ผ่านการเรียนเคมีมาแล้ว น่าจะรู้ดีว่าสารกลุ่มแคนาบินอยด์ เช่น THC CBD ละลายน้ำได้น้อยมาก อาจเรียกว่าไม่ละลายเลยก็ได้ ประกอบกับใบกัญชา มีสารเหล่านี้น้อย ดังนั้น น้ำต้มใบกัญชา ซึ่งมาจากการต้มหรือชงใบกัญชาด้วยน้ำจึงแทบจะตรวจไม่พบสารกลุ่มนี้เลย ซึ่งถ้าละลายน้ำได้ง่ายๆ เราก็คงใช้การต้มสกัดเอาตัวยาออกมาได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งภาคอุตสาหกรรม ในการไปหาเครื่องมือแพงๆ มาทำการสกัดสารกลุ่มนี้ จะเห็นได้ว่าการที่นำใบกัญชามาชงน้ำ ไม่ได้ทำให้เมาจากการที่สารเมาไม่ละลายน้ำ ในส่วนของการทำเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่าย ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดว่า ในเครื่องดื่ม
ข้าวห่อใบบัว เมี่ยงดอกบัวหลวง น้ำฟักข้าว ของดี ศาลายาฟู้ดมาร์เก็ต ผศ.ดร.ชิตชยางค์ ยมาภัย หัวหน้าโครงการพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยมหิดลกับสังคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “ศาลายาฟู้ดมาร์เก็ต” ว่า โครงการฯ นี้ เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ โครงการพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยมหิดลกับสังคม ได้รวบรวมเอาคณาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดล จากสหสาขาวิชาลงพื้นที่ร่วมพัฒนา “ชุมชนโพธิ์ทอง” ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ช่วยเหลือผู้ป่วยสูงวัยติดเตียง ตลอดจนครอบครัวที่ประสบวิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19 รวมถึงเด็กด้อยโอกาสในชุมชน เพื่อการมีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจากการลงพื้นที่ช่วยเหลือชุมชนและวิเคราะห์ปัญหาร่วมกับภาคีพัฒนาในพื้นที่ ได้แก่ เทศบาลศาลายา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศาลายา โรงเรียนวัดสาลวัน พบว่า “การสร้างอาชีพ” เพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว และชุมชน จะเป็นทางออกที่ช่วยให้คนฟื้นตัวจากปัญหาโควิด-19 ได้ งานพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยมหิดลกับสังคม ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ปร
หนี้นอกระบบ ทำชีวิตหวิดพัง ทั้งฉลาด ทั้งขยัน ทำไมยังเกือบล้มละลาย ชื่อของ คุณวรวุฒิ อุ่นใจ หลายคนอาจรู้จักเขาในนาม ตัวจริงแห่งวงการอีคอมเมิร์ซ ก่อนหน้านี้ เคยเป็นเจ้าของกิจการ B2S และ ออฟฟิศเมท ที่สามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ สร้างรายได้หลักพันล้านบาท มาแล้ว ปัจจุบัน เขาผันมาลงการเมืองเต็มตัว ในฐานะรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า มีเป้าหมายหวังยกระดับ “คนตัวเล็ก” หรือ SMEs ไทย ให้มีศักยภาพ สามารถยืนได้อย่างสง่างามในเวทีโลก อย่างไรก็ตาม กว่าที่ คุณวรวุฒิ จะเดินทางมาถึงวันนี้ กับบทบาท “นักธุรกิจ” นั้น เขาต้องผ่านมาแล้วหลายวิกฤต โดยเฉพาะเรื่อง “หนี้นอกระบบ” นับเป็นปมใหญ่ที่ฝังใจมาตลอดชีวิตก็ว่าได้ “ผมเริ่มต้นชีวิตการทำงานกับธุรกิจที่บ้าน ที่อยู่ในภาวะหนี้ท่วมใกล้ล้มละลาย ส่วนหนึ่งเพราะความที่คุณพ่อมีหนี้สินเยอะ ท่านไม่ใช่คนสำมะเลเทเมา เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ มีการพนันบ้าง ตรงชอบซื้อลอตเตอรี่เสี่ยงโชค เคยถามแกว่าซื้อลอตเตอรี่ทำไม ได้คำตอบว่าเผื่อถูกรางวัลที่ 1 จะได้ปลดหนี้ได้เสียที นั่นคือภาวะหนี้ท่วมตัว ทำให้คุณพ่อมีความหวังลมๆ แล้งๆ กับลอตเตอรี่” คุณวรวุฒิ เกริ่นมาอย่างนั้น ก่อนเล่าต่อ สำหรับสา
