ข่าววันนี้
วันที่ 21 ธันวาคม 2559 จากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ได้ส่งดีต่อพืชผลการเกษตร ของเกษตรกร ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ และเกษตรกรจาก ต.เวียงคุก อ.เมือง จ.หนองคาย จำนวนกว่า 400 ครอบครัว ที่เข้าไปปลูกพืชผลทางการเกษตร หลายชนิด ทั้งพุทรา มะเขือ พริก และยาสูบ ที่ดอนต่ำดอนแตง ซึ่งเป็นดอนของไทยพื้นที่ประมาณ 3,000 ไร่กลางแม่น้ำโขง ให้ผลผลิตสูง คุณภาพดี โรคและแมลงรบน้อย และที่สำคัญผลผลิตจะออกก่อนที่ปลูกตามริมแม่น้ำโขงเกือบ 1 เดือน เนื่องจากพื้นที่ของดอน จะมีความพร้อมในการปลูกพืชเร็วกว่าพื้นที่ริมตลิ่ง ดินก็ดีกว่าเพราะในช่วงที่น้ำท่วมดอนจะพัดพาอินทรีย์สารมาไว้ที่บริเวณผิวหน้าดิน ส่งผลให้เกษตรกรแทบไม่ต้องใช้ปุ๋ยในการบำรุงพืชผลที่ปลูกมาก ต้นทุนในการปลูกจึงต่ำกว่า แม้ราคาพืชผลการเกษตรปีนี้จะตกต่ำ แต่เกษตรกรที่ไปปลูกพืชที่ดอนก็สามารถอยู่ได้ โดยช่วงนี้ในแต่ละวันเกษตรกรจะเก็บพืชผลการเกษตรที่ปลูกไว้ภายในดอนฯ บรรจุในถุงน้ำหนักถุงละ 10 กก. ใส่เรือข้ามแม่น้ำโขงกลับมายังท่าเทียบเรือบ้านท่ามะเฟือง ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย จะมีพ่อค้า-แม่ค้านำรถมารอรับพืชผลการเกษตรถึงริมท่า ซึ่งพืชผลการเกษตรที่ออกผลผลิตมากในช่วงนี้คือพุทรา ท
นางมัลลิการ์ ธรรมวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มัลลิการ์ อินเตอร์ฟู๊ด จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านเย็นตาโฟเครื่องทรง ร้าน อ.มัลลิการ์ ฯลฯ เปิดเผยว่า ตอนนี้เน้นขยายสาขาร้านอาหารในปั๊มน้ำมัน โดยเฉพาะร้านเย็นตาโฟฯ ซึ่งมีทั้งที่เปิดเองและขายแฟรนไชส์ เพิ่งทำแฟรนไชส์ในปีนี้ เรามองว่าอยู่ในห้างค่าเช่าแพง เห็นว่าปั๊มน้ำมันมีร้านเข้าไปได้ ดูแล้วน่าจะขายดีจึงเข้าไป การแข่งขันในปั๊มก็น้อย เพราะมีไม่กี่แบรนด์ที่เข้าไป ร้านเย็นตาโฟฯในปั๊มน้ำมันทำกำไรได้มากกว่าในห้างเป็นเท่าตัว เพราะค่าเช่า ค่าแรง ค่าไฟค่าน้ำในปั๊มถูกกว่าในห้าง วางแผนไว้ในปีหน้าจะเน้นขยายสาขาร้านเย็นตาโฟฯไปในปั๊ม โดยในปั๊มลงทุน 4-5 ล้านบาทต่อสาขา พื้นที่ 100 ตารางเมตร ส่วนในห้างลงทุน 7-8 ล้านบาทต่อสาขา พื้นที่ 150 ตารางเมตร นางมัลลิการ์กล่าวด้วยว่า ภาพรวมธุรกิจร้านอาหาร ในช่วงนี้ดีขึ้น เพราะเป็นช่วงเฉลิมฉลอง มีมาตรการภาครัฐ และมองว่าแนวโน้มร้านอาหารปีหน้ายังคงทรงตัว หรือดีกว่าปีนี้เล็กน้อย ผู้ประกอบการต้องดูแลตัวเองให้ดี ควบคุมคุณภาพต้นทุนไม่ให้บานปลาย ร้านมีเอกลักษณ์ที่คนรู้จักและยอมรับจะอยู่ได้ แต่หากไม่มีแบรนด์ตัวเองคนไม่รู้จักจะอยู
คุณธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทยให้สัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้ว่าอนาคตบัณฑิตใหม่สายสังคมศาสตร์ไม่สดใสเลยในปีหน้า พูดตรงไปตรงมาคือ “ตกงาน” หรือหางานทำไม่ได้ ไม่มีใครจ้าง คุณธนิตแนะว่า ถ้าไม่อยากตกงาน ให้หันไปเรียนสายอาชีพระดับ ป.ว.ช. และ ป.ว.ส. หรือประเภทช่างต่างๆ สนับสนุนแนวคิดคุณธนิตเต็มๆ แม้จะเห็นอยู่ว่า หลายทศวรรษแล้วที่บัณฑิตสายสังคมศาสตร์ได้ชื่อว่าตกงานเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะถ้าคิดจะหางานให้ตรงกับวิชาที่เรียนจบมา อนึ่ง หากว่ากันเฉพาะ “ปริญญาตรี” คงต้องยอมรับกันด้วยว่า ไม่เฉพาะสายสังคมศาสตร์เท่านั้น เพราะสำหรับสังคมไทยยุคปัจจุบัน ที่ความหลงใหลได้ปลื้มใน “ปริญญา” ว่าเป็นเครื่องมือยกระดับทางสังคม ยังหลงเหลืออยู่ “ปริญญาตรี” ถือว่า “กระจอกงอกง่อยมาก” แม้ไม่ได้ทำงานสายวิชาการหรือไม่ใช่คนรักการเรียนรู้อย่างจริงจัง คนไทยหลายคนก็จำต้องหาทางเรียนปริญญาโท ปริญญาเอก เพื่อยกระดับสถานะทางสังคม เงินเดือน และอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าไม่นับคนที่เรียนจริงในหลักสูตรปริญญาโท/เอกที่เน้นความรู้ทางวิชาการจริง กล่าวได้ว่า หลายคนที่มีเงินมักนิยมไปชุบตัวใน “บ่อทอง” อันได้แ
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ในวันขึ้นปีใหม่นี้ กทม.ไม่จัดงานรื่นเริง เนื่องจากยังอยู่ในช่วงไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช แต่จะจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีและกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ แทน “ในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ เป็นวันคริสต์มาสจะเชิญ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ไปร่วมงานบิ๊กคลีนนิ่งที่วงเวียนใหญ่ ส่วนวันที่ 26 ธันวาคม จะจัดบิ๊กคลีนนิ่งที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และวันที่ 27-28 ธันวาคม กทม.จะมอบกุญแจให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ข้าราชกาในสังกัดที่ได้สิทธิเข้าอยู่อาศัยแฟลตอ่อนนุชและหนองแขม หลังจากนั้นจะจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งอย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม โดยในช่วงค่ำวันเดียวกัน กทม.จะจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีบริเวณลานคนเมืองด้วย” นางวรรณวิไล กล่าว ด้าน น.ส.ปราณี สัตยประกอบ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กทม. กล่าวว่า ปีนี้ กทม.ยังได้ร่วมกับภาครัฐและเอกชนจัดงาน ได้แก่ ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว (วธ.) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “แสงเที
ซานตาคลอสโผล่เมืองระยองแจกของขวัญให้เด็ก เป็นลุงวัย60 อาชีพขายของตลาดนัด แต่งชุดเป็นซานตาคลอสพร้อมขี่จยย.ที่ติดธงชาติและพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9 หน้ารถและตกแต่งด้วยของเล่นเสื้อผ้าพร้อมขนมรอบคัน เป็นที่ถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เผยเตรียมเดินทางไปแจกที่ปายและเชียงใหม่ต่อ ซึ่งทำติดต่อมา 23 ปี แล้วและจะทำต่อไป เพื่อความสุขของเด็ก เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า มีคนแต่งกายด้วยชุดซานตาคลอสพร้อมแจกของขวัญให้กับเด็กและประชาชน ที่ผ่านไปมาบริเวณหน้าร้านซักรีด ริมถนนราษฎร์บำรุง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง จึงเดินทางไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าวทันที เมื่อไปถึงพบกับกลุ่มคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่จำนวนมากกำลังยืนออกันอยู่จำนวนหนึ่ง เข้าไปพบกับชายแต่งกายเป็นซานตาคลอสครบเครื่อง กำลังยืนแจกของอยู่ข้างรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็ก สีแดง ที่ตกแต่งด้วยของเล่นจนรอบคันและติดธงชาติไทย ด้านหน้ารถมีการนำพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 9 มาติดไว้ด้วย และยังตั้งโต๊ะแจกของขวัญที่มีทั้งเสื้อผ้า ของเล่น และ ขนมต่างๆ จนเป็นที่ถูกอกถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จนขนานนามว่าซานตาคลอสเมืองระยอง จากการสอบถามทราบว่า ผู้ที่แต่งกายเป็น
นายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าเพื่อรองรับการแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารที่ทวีความรุนแรง เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจยังเติบโตไม่เด่นชัด ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งทำการตลาด เพื่อรักษาฐานลูกค้า รวมถึงความต้องการของผู้บริโภคมีหลากหลายและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ทำให้ในปี 2560 นอกจากบริษัทจะมีการวางงบลงทุน 241 ล้านบาท ในการเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 15 แห่ง แบ่งเป็นชาบูชิ 14 สาขา โออิชิ บุฟเฟต์ 1 สาขา รวมทั้งจะมีการปรับโฉมร้านเดิมอีก 5 สาขาแล้ว โดยจะเป็นการนำนวัตกรรมที่ทันสมัยเข้ามาใช้ภายในร้านมากขึ้น ล่าสุดเปิดตัวแบรนด์ใหม่‘โออิชิ อีททอเรียม’ ปรับจากโออิชิ บุฟเฟต์เดิม ภายใต้นิยามใหม่‘Eat-Explore-Premium’ แห่งแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 ที่เน้นให้ผู้บริโภคสัมผัสประสบการณ์ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ๆ และเพิ่มเมนูที่หลากหลายมากขึ้น ในราคาหัวละ 659 บาท โดยตั้งเป้าหมายจะเปิดให้ครบ 4 สาขาภายในปีหน้า ซึ่งสาขาที่ 2 เตรียมจะเปิดที่ซีคอนแสควร์ ศรีนครินทร์ และในเดือนก.ย. จะเปิดในกรุงเทพฯ อีก 1 สาขา ส่วนในช่วงปลายปีจะเปิดต่างจังหวัดอีก 1 สาขา ทั้งน
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 ธ.ค. 59 ที่บริเวณวัดท่าการ้อง หมู่ที่ 8 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ประชาชนและแฟนคลับตลอดจนแม่ยกของพระเอกลิเกเงินล้าน “ศรราม น้ำเพชร” กว่าแสนคน มารอร่วมทำพิธีอุปสมบทศรราม ในเวลา 14.00 น.ของวันเดียวกันนี้ ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อาสาสมัคร ที่เข้ารักษาดูแลความสงบเรียบร้อยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา สำหรับการแจกจะเริ่มระหว่างการเดินผ่านไปตามทางตั้งแต่จุดที่เป็นที่ประกอบพิธีทำขวัญนาค หรือ จัดงานแล้วเดินไปรอบวัดแล้วรอบอุโบสถ ระยะทางรวมกว่า 2 ก.ม. โดยเริ่มตั้งขบวนเวลา 13.30 น. ทางแฟนคลับและประชาชนให้ยืนรอ 2 ข้างทาง ไม่ต้องเบียดหรือแย่งกัน เพราะอาจพลาดล้ม หรือเหยียบกันบาดเจ็บ ส่วนเงินอีก 6 แสนบาทจะทำบุญถวายวัดท่าการร้อง และถวายพระสงฆ์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้านพระพิพัฒนศาสนกิจวิธาน รองเจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดท่าการ้อง เปิดเผยว่า อาตมาจะเป็นพระอุปัชฌาย์โดยมีพระใบฎีกาสมชาย ธัมมวโร และพระปลัดสมพงษ์ กวิวังโส เป็นพระคู่สวด สำหรับ พระศรรามจะได้ฉายาว่า “พรหมวัณโณ” อ่านว่า พฺรหมะวันโน แปลงว่า ผู
เป็นไฮโซสาวสองพันปีที่กำลังถูกจับตามองมากที่สุด สำหรับ ซูซี่ หทัยเทพ ธีระธาดา หลังเพิ่งประกาศข่าวการหย่าร้างกับสามีหนุ่มไปเมื่อเร็วๆ นี้ นับตั้งแต่นั้น ก็มีการขุดคุ้ยประวัติและที่มาที่ไปของไฮโซสาวรายนี้ และหลายคนยังพูดกันด้วยว่า ธุรกิจที่ซูซี่ทำอยู่นั้น ถือได้ว่าไม่ธรรมดาจริงๆ จากบทสัมภาษณ์ในนิตยสาร HiClass Society เมื่อเดือนก.ย. 2558 ระบุว่า ซูซี่เป็นเจ้าแม่ค้าเฮลิคอปเตอร์ เครื่องบิน เรือรบ หัวขุดเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน ฯลฯ ซึ่งซูซี่เล่าให้ฟังสั้นๆ ว่า “…จริงๆแล้วเดี๋ยวนี้ไม่ได้ทำเอง เมื่อก่อนนำสินค้าเข้าประมูลเองซึ่งต้องใช้เวลามากมายและเคยเจ็บตัวหลายครั้ง ดิฉันจึงเปลี่ยนเป็น investor ให้การสนับสนุนทางการเงินกับบริษัทฯที่นำโครงการมาเสนอที่เห็นว่าคุ้มทุน” และนอกจากนี้ซูซี่ยังมีธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมความงามด้วย สำหรับ ซูซี่ หทัยเทพ ธีระธาดา จบการศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นที่ 1 จากนั้นเธอเดินทางไปศึกษาต่อระดับมหาบัณฑิตด้านการบริหาร ณ วิทยาลัยธุรกิจจอห์นสัน กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา และกลับมาทำงานที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ในตำแหน่งเลขาฯ วิศวโยธา
วันที่ 20 ธันวาคม นายบุญเวทย์ ศรีพวงใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลเค้กและของขวัญปีใหม่ 2560 และบ้านงานอาชีพขึ้น โดยมีนายปริวิชย์ ไชยประเสริฐ ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย นำคณาจารย์และนักศึกษาประมาณ 3,000 คน เข้าร่วม โดยภายในงานมีการจัดแสดงการผลิตและแต่งหน้าเค้ก รวมทั้งขนมและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงรายและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เค้กและขนมซึ่งมีการประดับตกแต่งอย่างสวยงามและน่ารับประทาน รวมทั้งมีรสชาติที่เป็นที่ประทับใจของผู้ที่ไปร่วมงานและชิมด้วย นายบุญเวทย์กล่าวว่า เชียงรายเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม สุขภาพและอาหารปลอดภัย ซึ่งทางวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงรายจัดงานนี้ขึ้นจึงเป็นเรื่องที่ดีและช่วยส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจดังกล่าวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเป็นสถานศึกษาที่มีการส่งเสริมครบถ้วนทั้ง 3 ด้าน คือ วัฒนธรรมโดยแสดงออกมาทางการเรียนการสอนและการแสดงบนเวทีในงานเทศกาลครั้งนี้ ส่วนเรื่องสุขภาพและอาหารปลอดภัยนั้น ทางวิทยาลัยก็มีการจัดการเรียนการสอนจนถึงขั้นจัดงานเทศกาลครั้งนี้ขึ้น จึงถือเป็นเรื่องที่ดีและเยาวชนจะเป็นกำลังสำ
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า แผนส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ปี 2560 นี้จะเดินหน้าตามแผนแม่บท เอสเอ็มอี 4.0 โดย สสว.เตรียมงบประมาณ 1,256 ล้านบาท เพื่อพัฒนาและช่วยเหลือเอสเอ็มอีรวม 12 โครงการ อาทิ โครงการบ่มเพาะธุรกิจเอสเอ็มอีเกษตรและธุรกิจอื่น วงเงิน 149 ล้านบาท นำสินค้าเอสเอ็มอีเข้าสู่อี-คอมเมิร์ส และพัฒนาคลัสเตอร์ด้านธุรกิจเกษตร งบประมาณ 531 ล้านบาท พัฒนาช่องทางการตลาด 53 ล้านบาท และปรับปรุงระบบนิเวศที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดย สสว.จะทยอยเปิดตัวโครงการตั้งแต่ต้นปีหน้า พร้อมร่วมมือกระทรวงอุตสาหกรรม เอกชนทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหอการคัาไทยในการผลักดันแต่ละโครงการ สำหรับการดำเนินงานปีนี้ มีจำนวนโครงการรวมทั้งสิ้น 19 โครงการ วงเงินรวมกว่า 5,042 ล้านบาท มีเอสเอ็มอีได้รับประโยชน์กว่า 1.8 แสนราย ทั้งการฟื้นฟูกิจการ การผลักดันเอสเอ็มอีที่ดีอยู่แล้วให้เติบโตมากขึ้น และบ่มเพาะเอสเอ็มอีรายใหม่
