ข่าววันนี้
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีการมอบเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยซึ่งล่าช้า ว่า กำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลผู้ลงทะเบียน 8.3 ล้านคน คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะแล้วเสร็จ ส่วนวันเริ่มจ่ายเงิน คงไม่สามารถบอกเวลาที่แน่ชัด เนื่องจากกรมสรรพากรอยู่ระหว่างการสอบถามผู้มีรายได้เกิน และให้โอกาสกลุ่มคนเหล่านั้นชี้แจง อย่างไรก็ตาม ในการกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียน กระทรวงการคลังเขียนไว้ในแบบฟอร์มว่าขอให้ผู้ลงทะเบียนแจ้งข้อมูลจริง ถ้าแจ้งข้อมูลเท็จมา กระทรวงการคลังสามารถตัดสิทธิได้ทันทีโดยไม่มีข้อโต้แย้ง และเท่าที่ตรวจสอบพบกลุ่มคนที่รายได้เกิน กลุ่มคนเป็นคนต่างด้าว และเสียชีวิตไปแล้วประมาณ 6 หมื่นราย กลุ่มคนที่รายได้เกินนั้น กรมสรรพากรกำลังตรวจย้อนกลับไปยังผู้ลงทะเบียนอีกรอบ ต้องใช้เวลาอีกสักพัก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังทำงานอยู่ ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยนั้น ต้องสัญชาติไทย มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และต้องว่างงานหรือมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี โดยเดินทางไปลงทะเบียนที่สาขาแบงก์รัฐ 3 แห่งคือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน และธนาค
เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวถึงกรณีการเสนอขอจัดทำงบประมาณประจำปี 2560 เพิ่มเติม (งบกลางปี) เพื่อให้กลุ่มจังหวัด 18 กลุ่มนำไปใช้ในโครงการลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งเตรียมเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 ธันวาคม ว่า จนถึงตอนนี้ตัวเลขการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมกลางปียังไม่นิ่ง กำลังหารือเพื่อสรุปตัวเลขเข้า ครม.ให้ชัดเจนว่าเท่าใด เพราะตัวเลข 1 แสนล้านบาทที่พูดถึงกันนั้น เป็นตัวเลขเบื้องต้นสำหรับงบประมาณกลุ่มจังหวัด แต่ยังมีงบประมาณส่วนอื่นๆ ที่อาจต้องกู้เพิ่มเติมด้วย ให้รอฟังหลังผ่านความเห็นชอบจาก ครม. เรื่องงบประมาณกลุ่มจังหวัดนั้นมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การประชุมเวิร์กช็อป การจัดทำยุทธศาสตร์จังหวัด รวมถึงการเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณา คาดว่างบประมาณเริ่มเบิกช่วงต้นปี 2560 หลังจากนั้น ต้องเร่งผูกพันงบประมาณด้วยการจัดซื้อจัดจ้างให้จบก่อนเดือนกันยายน 2560 แหล่งข่าวจากสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2560 รัฐบาลตั้งงบประมาณขาดดุล 3.9 แสนล้านบาท การขาดดุลดังกล่าวต้องกู้ด้วยการออกพันธบัตรรัฐบาล หลังจากจัดทำงบประมาณประจำปีไปแล้ว รัฐบาลมอง
เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ไปยังพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชี่ยลมีการแชร์ภาพสุนัขตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง ในร้านสะดวกซื้อซึ่งเจ้าของได้นำไปถ่ายภาพตามจุดต่างๆ ของร้าน เช่น ในตู้แช่เย็น ที่กดน้ำแข็ง ซึ่งจุดต่างๆ เป็นที่วางสินค้า ทำให้มีการแชร์ภาพดังกล่าวออกไป พร้อมกระแสความไม่พอใจ เนื่องจากเป็นเรื่องของสุขลักษณะ แม้ว่าจะเป็นสุนัขตัวเล็ก แต่ก็เป็นเรื่องไม่ถูกอนามัย ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 ธ.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เป็นวันที่ 2 เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2559 โดยรถยนต์พระที่นั่งเข้าทางประตูศักดิ์ไชยสิทธิ์ ซึ่งอยู่ด้านทิศตะวันตก ของพระบรมมหาราชวัง ไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะตุลาการ คณะสมาชิกสภานิติบัญญัติ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และคณะทูตานุทูต เฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระสยามเทวาธิราช แล้วเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงพระทวารเทวาราชมเหศวร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ประดิษฐานในพระที่นั่งบุษบกมาลา แล้วท
รายงานข่าวแจ้งว่า ปตท.และบางจาก ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 60 สตางค์/ลิตร ส่งผลให้ราคาเบนซิน 95 อยู่ที่ 33.46 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 26.35 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 26.08 บาท/ลิตร E20 อยู่ที่ 23.84 บาท/ลิตร E85 อยู่ที่ 19.29 บาท/ลิตร ดีเซล 25.09 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด) มีผลพรุ่งนี้ (7 ธ.ค. 59) เวลา 05.00 น.
ฮอนด้าแจ้งเรียกรถยนต์เพิ่มเติม กรณีปัญหาชิ้นส่วนในชุดถุงลมของทาคาตะ พร้อมย้ำให้ลูกค้าตรวจสอบ และรีบนำรถยนต์เข้ารับบริการ เพื่อเปลี่ยนชิ้นส่วน วันนี้ (6 ธันวาคม 2559) กรณีบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งเรียกรถยนต์เพิ่มเติมในประเทศไทย เพื่อเข้ารับบริการตรวจสอบและเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมด้านหน้าฝั่งผู้โดยสารของทาคาตะ ซึ่งเป็นมาตรการเชิงป้องกันและสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับลูกค้า โดยการแจ้งเรียกรถยนต์เพิ่มเติมในครั้งนี้ มีรถยนต์ที่เข้าข่ายจำนวน 165,128 คัน ที่ต้องเข้ารับบริการตรวจสอบและเปลี่ยนชิ้นส่วน ได้ที่ศูนย์บริการฮอนด้าทุกแห่งทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ฮอนด้าแจ้งเรียกรถยนต์เพิ่มเติมในครั้งนี้ จากกรณีปัญหาของชุดสร้างแรงดันก๊าซในชุดถุงลมด้านหน้าฝั่งผู้โดยสารของทาคาตะ ที่อาจสร้างแรงดันสูงผิดปกติ ในขณะที่ชุดถุงลมทำงานในบางกรณี ซึ่งในกรณีดังกล่าวอาจทำให้ชุดถุงลมแตกออก และก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้โดยสารหรือผู้ขับขี่ได้ การแจ้งเรียกรถยนต์เพิ่มเติมในครั้งนี้ มีรุ่นรถยนต์ที่เข้าข่ายการเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมด้านหน้าฝั่งผู้โดยสารของทาคาตะ ได้แก่ ซิ
รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนพฤศจิกายนปรับดีขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 49.5 จากเดือนก่อนที่ 49.2 ตามความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคการผลิตกลุ่มยานยนต์ที่คาดว่าจะได้รับผลดีจากคำสั่งซื้อในประเทศ และกลุ่มสิ่งทอและเครื่องแต่งกายที่ความเชื่อมั่นปรับดีขึ้นตามความต้องการในประเทศที่มีต่อเครื่องแต่งกายสีดำในช่วงไว้อาลัย รวมถึงผู้ประกอบการในกลุ่ม ปิโตรเลียม เคมีภัณฑ์ และพลาสติกที่ความเชื่อมั่นปรับดีขึ้นจากการกลับมาเปิดโรงกลั่นของผู้ผลิตบางรายหลังจากที่มีการปิดซ่อมแซมไปในช่วงก่อนหน้า ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องกับภาคการท่องเที่ยวปรับลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มขนส่งผู้โดยสารและกลุ่มโรงแรมและร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยดัชนีคำสั่งซื้อเดือนนี้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 49.0 จาก 48.2 ในเดือนก่อน การผลิตเพิ่มขึ้นจาก 47.7 เป็น 50.1 ผลประกอบการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 49.1 จากเดือนก่อนหน้า 49.0 เป็นต้น ขณะที่ช่วง 3 เดือนข้างหน้าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ประเมินว่า ภาวะธุรกิจจะปรับด
นายอภิญญา สุจริตตานันท์ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.) เปิดเผยว่า ตามที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้เสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน(ฉบับที่..) พ.ศ. …. แทนกฎหมายฉบับเดิมที่ใช้บังคับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) แล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอนการประกาศใช้เป็นกฎหมาย สาระสำคัญที่ได้เพิ่มเติมในกฎหมายฉบับนี้คือการเพิ่มอัตราโทษสำหรับความผิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็ก 3 กรณีด้วยกัน กรณีแรกได้แก่อายุขั้นต่ำของการจ้างแรงงานเด็ก คือ การจ้างแรงงานเด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 15 ปี เข้าทำงานในงานทั่วไป งานเกษตรกรรม, การจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ทำงานในงานขนถ่ายสินค้าทางทะเล และการจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในงานประมงทะเล โดยอัตราโทษสำหรับความผิดดังกล่าว คือ ปรับตั้งแต่ 400,000 บาท ถึง 800,000 บาท ต่อลูกจ้างหนึ่งคน หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ กรณีที่สองการจ้างให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในงานที่เป็นอันตราย เช่น งานปั๊มโลหะ งานเกี่ยวกับวัตถุมีพิษ และกรณีสุดท้าย คือ การจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในสถานที่ต้องห้าม
Amazon.com บริษัทค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ของโลกเปิดให้บริการร้านค้าปลีกแนวใหม่ Amazon Go ที่มีสินค้ามากมายให้เลือกสรร แต่สิ่งเดียวที่ไม่มีคือแคชเชียร์ที่จะมานั่งคอยเก็บเงิน ร้านค้าปลีกต้นแบบนี้ถูกเปิดให้บริการแล้วที่เมืองซีแอทเติล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา โดยลูกค้าสามารถเข้าไปเลือกซื้อสินค้าที่ต้องการจากนั้นก็เพียงแต่เข็นรถเข็นเดินออกจากร้าน ขณะที่ใบเสร็จสำหรับสิ่งของต่างๆ จะถูกส่งไปยังบัญชีในอเมซอนของผู้ซื้อ ระบบจะทำงานโดยตรวจสอบสินค้าที่ถูกหยิบออกมาหรือนำกลับไปใส่ที่ชั้นวางสินค้าแบบอัตโนมัติ และจะติดตามข้อมูลของสินค้าที่ถูกนำไปใส่ไว้ในรถเข็น ก่อนที่จะส่งข้อมูลไปยังระบบเพื่อส่งใบเรียกเก็บเงินให้กับลูกค้า ทั้งนี้ร้านค้าต้นแบบที่เพิ่งเปิดซึ่งมีขนาด 170 ตารางเมตร วางขายสินค้าหลากชนิดตั้งแต่ขนมปัง ชีส ไปจนถึงอาหารพร้อมทาน อย่างไรก็ดียังไม่ชัดเจนว่าอเมซอนจะขยายรูปแบบร้านค้าเช่นนี้ออกไปอีกมากเท่าใดในอนาคต แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าอเมซอนสนใจที่จะสยายปีกมายังธุรกิจร้านขายของชำเพื่อจะได้เพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับร้านค้าปลีกอย่างทาร์เก็ตและวอลมาร์ท
