ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายดอยธิเบศร์ ดัชนี ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์บ้านดำ บุตรชายอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ได้ออกประกาศพิพิธภัณฑ์บ้านดำ จ.เชียงราย ผ่านทางเว็บเพจเฟซบุ๊ก “thawanduchanee” ในเรื่องการเก็บค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์บ้านดำ มีข้อความระบุว่า “ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์บ้านดำรับใช้ผู้คนตลอดมาโดยปราศจากค่าเข้าชม และเป็นหน้าที่ของผู้บริหารรุ่นต่อรุ่นที่ต้องนำเงินส่วนตัวมาดูแลใช้จ่ายในพิพิธภัณฑ์ เป็นจำนวนเดือนละกว่า 1 ล้านบาท ถามว่าในอนาคตบ้านดำจะสามารถดำรงอยู่อย่างยั่งยืนและมั่นคงได้อย่างไร ทุกวันนี้บ้านดำชำรุดทรุดโทรมลงไปตามกาลเวลา เพราะบ้านดำส่วนใหญ่สร้างจากไม้ ทั้งปัญหาแผ่นดินไหว อุทกภัย พายุฤดูร้อน ปลวกและแมลง ทางเราจึงต้องมีการปรับปรุงซ่อมแซมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งล้วนแล้วแต่มีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น อีกทั้งยังต้องสร้างส่วนขยายต่างๆ เพิ่มขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากขึ้นในทุกๆ ปี ทางเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บค่าเข้าชม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการทำนุบำรุง ปรับปรุงการบริการและมีการจัดการอย่าง
กลายเป็นประเด็นที่ยังคงให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวาง สำหรับกรณี น็อต-อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล ที่บันดาลโทสะทำร้ายร่างกายคู่กรณี หลังถูกอีกฝ่ายขี่มอเตอร์ไซค์เฉี่ยวชนจนรถมินิคูเปอร์ คันทรี่แมนของเขาไฟท้ายแตก จนกลายเป็นข่าวดังเพียงชั่วข้ามคืน ข่าวนี้ไม่ได้กลายเป็นประเด็นใหญ่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Sa-nguan Khumrungroj” ได้โพสต์ข้อความ ว่า เรื่องราวของลูกเจ๊ก”คนดี” ชกหน้าคนขับมอเตอร์ไซด์ แล้วบังคับให้”กราบรถกู” (拜我的車 ป้าย-หว่อ-เตอ-เชอ) เช้านี้ กลายเป็นข่าวฮือฮาใน微博(เวยโป๋ WeiBo)ทวิตเตอร์ฉบับจีน ซึ่งมีสมาชิกกว่าพันล้านคนทั่วโลก ที่มา มติชนออนไลน์
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) โฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากที่กระทรวงการคลัง จัดเก็บภาษีสรรพสามิต ทั้งดีเซลและเบนซินเพิ่ม 20 สตางค์ต่อลิตร มีผลวันที่ 9 พฤศจิกายน ไม่ได้ส่งผลให้ทำให้ประชาชนมีภาระเพิ่มขึ้น เพราะราคาน้ำมันขายปลีกไม่ปรับขึ้น เนื่องจากนำค่าการตลาดที่สูงโยกมาเป็นภาษีสรรพสามิตแทน อย่างไรก็ตามพบว่าค่าการตลาดยังสูงอยู่ ผู้ค้าน้ำมันจึงสามารถปรับลดราคาน้ำมันให้กับประชาชนทุกประเภททั้ง เบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล 20 สตางค์ต่อลิตรยกเว้น ราคาอี 85 ไม่เปลี่ยนแปลง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันจากราคาน้ำมันที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำทำให้การใช้น้ำมันมียอดเติบโตขึ้นตลอด โดยกลุ่มเบนซินมีประมาณ 29 ล้านลิตรต่อวัน ดีเซล ประมาณ 62 ล้านลิตรต่อวัน รวม 91 ล้านลิตรต่อวัน การเก็บภาษีเพิ่มขึ้นครั้งนี้ รัฐบาลจะได้รายได้เพิ่มขึ้น 18 ล้านบาทต่อวันหรือประมาณ 6,500 ล้านบาทต่อปี จากที่ ปัจจุบัน อัตราภาษีน้ำมันเบนซิน95 อยู่ที่ 6.30 บาทต่อลิตร เพิ่มเป็น 6.50 บาทต่อลิตร กลุ่มแก๊สโซฮอล์ 5.67 บาทต่อลิตร เพิ่มเป็น 5.87 บาทต่อลิตร และดีเซลจะเพิ่มจาก 5.65 บาทต่อลิตร เป็น 5.85 บาทต่อลิตร
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 ที่ถนนราชดำเนิน หน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ยังคงมีกลุ่มเกษตรกรชาวนาจากหลากหลายอำเภอใน จ.พิษณุโลก นำข้าวสารมาวางขายให้กับผู้บริโภค หลังจากนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.พิษณุโลก ได้เปิดตลาดนัดข้าวสารจากเกษตรขายตรงสู่ผู้บริโภค โดยกำหนดให้เปิดขายหน้าศาลากลางได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 เดือน ในช่วงที่ราคาข้าวเปลือกตกต่ำอย่างมาก เพื่อช่วยเหลือเกษตร สำหรับบรรยากาศในวันนี้ ยังคงคึกคักอย่างมาก มีประชาชน ข้าราชการ หลากหลายหน่วยงาน มาช่วยอุดหนุนซื้อข้าวสารจากกลุ่มเกษตร โดยเฉลี่ยแต่ละกลุ่มนำมาขายวันละ 200-300 กิโลกรัม ก็ขายหมดลงในเวลาอันรวดเร็ว จากการสำรวจบรรยากาศการซื้อขายพบว่า เกษตรกรทุกรายที่นำข้าวสารมาขายหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลกครั้งนี้ ล้วนรวมกลุ่มในรูปของกลุ่มเกษตรกร บางแห่งก็รวมตัวกันในรูปแบบสหกรณ์ เพื่อเป็นอำนาจต่อรองของเกษตรเอง ในการกำหนดราคารับซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิก ที่ให้สูงกว่าราคาตลาด กำหนดพันธุ์ และคุณภาพการผลิต บางแห่งก็มีโรงสีของตนเอง และที่เหมือนกันคือ ต่างช่วยกันนำข้าวสารที่ปลูก มาช่วยกันขาย และบริโภคข้าวที่ปลูกกันเอง ข้าวที่ขายวันนี้ เป็นข้าวนาปีฤดู
ที่ร้านข้าวแกงป้าคิน ของ นางประคิณ เพ็ชรมณี อายุ 66 ปี กลางซอย 11 ถนนราษฎร์อุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ได้เปิดขายข้าวแกงแบบพอเพียงราคาถูก และเป็นข้าวแกงแบบตักกินเอง มาตั้งแต่ปี 43 ทุกวันมีประชาชนไปใช้บริการจำนวนมาก ทั้งกินที่ร้านและซื้อใส่ถุงกลับไปกินที่บ้าน นางคิณกล่าวว่าราคาข้าวแกงที่ร้านจะถูกกว่าที่อื่นมาก ข้าวราดแกงจานละ 25 บาท ตักข้าวมากแค่ไหนหรือตักแกงกี่อย่างก็ได้ ส่วนแกงถุงราคาถุงละ 15 บาท และขนมหวานถุงละ 5 บาท ข้าวแกงแบบพอเพียง “ยึดหลักพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพ ซึ่งได้ดูข่าวพระราชสำนักเป็นประจำทุกคืน พระองค์ท่านให้ทำมาหากินแบบพอเพียง ไม่ค้ากำไรเกินควรหรือเบียดเบียนผู้อื่นและให้ช่วยเหลือคนอื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน จึงขายข้าวแกงราคาพอเพียงและพออยู่ได้มาตลอด แม้กำไรจะไม่มากแต่ก็สบายใจ ทุกคนได้กินอิ่มแม้จะได้กำไรไม่มากก็ตาม และยังคงขายข้าวแกงแบบตักกินเองตามราคาต่อไป” นางคิณ กล่าว รายงานข่าวว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นขาประจำต่างชื่นชมและ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ขายอาหารถูกกว่าที่อื่นและ รสชาติอร่อยคุ้มค่าสามารถตักกิน
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน นายบรรลุ วิริยาภรณ์ประภาส ผู้อำนวยการวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) รัตนโกสินทร์ เปิดเผยว่า ทางวิทยาลัยเพาะช่างได้รับการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ขอพระบรมสาทิสลักษณ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งวาดโดยนักศึกษาไปจัดแสดงที่สหประชาชาติหรือยูเอ็น ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 9 ภาพ และจะขอซื้อ 2 ภาพ เพื่อนำไปติดตั้งที่สหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ทางวิทยาลัยรู้สึกยินดี และปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมากที่ผลงานของนักศึกษาได้รับความสนใจ นายสำราญ มณีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะจิตรกรรม วิทยาลัยเพาะช่าง กล่าวว่า การวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ ในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นโครงการที่วิทยาลัยเพาะช่าง ดำเนินการมานานกว่า 60 ปี โดยให้นักศึกษาปี 2 สาขาจิตรกรรม วาดพระบรมสาทิสลักษณ์ และนำไปติดตั้งโดยรอบวิทยาลัยวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้มีนักศึกษาร่วมวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ ประมาณ 32 ภาพ และมี 9 ภาพ ที่ทางยูเอ็น ขอนำไปจัดแสดงที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเดือนธันวาคม ที่มา มติชนออนไลน์
แม้จะเป็นนักร้องชื่อดัง ที่มีฐานะมั่นคงมาก หากทุกวันนี้ไมค์ ภิรมย์พร หรือ พรภิรมย์ พินทะปะกัง ก็ยังคงใช้ชีวิตติดดิน เหมือนที่เคยเป็นเมื่อแต่ไหนแต่ไรมา ดังจะเห็นได้จากอินสตาแกรม @mike_pirompron ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้โพสต์ภาพขณะนั่งกินข้าวเหนียว ส้มตำ ปลาร้า และต่างๆนานาบริเวณริมไร่ ขณะเดียวกันวันก่อนก็ยังโชว์ภาพขณะขับรถไถเพื่อเตรียมดิน พร้อมกับคำบรรยาย ‘เตรียมพร้อม วันนี้ขับรถไถดินเตรียมดินเพื่อปลูกอ้อยครับ ความสุขเล็กๆของลูกชาวไร่ชาวนาครับ’ ซึ่งก็มีเข้าไปแสดงความเห็นว่า ‘นี่แหละที่ทำให้รักไม่เปลี่ยน’ ทั้งนี้นอกจากอ้อยแล้ว ไมค์ ภิรมย์พร ยังปลูกต้นหอม มะนาว มะม่วง และอื่นๆอีกหลายชนิด ขอบคุณภาพจาก @mike_pirompron
สวนกล้วยหอมทองเมืองเพชรอ่วมน้ำท่วมใหญ่รอบ 30 ปี สหกรณ์การเกษตรท่ายางโอดเสียหายกว่า 10,000 ต้น สูญเงิน 2 ล้าน ชี้กระทบส่งออกญี่ปุ่น หวั่นพุ่งลูกละ 15 บาท นายมานะ บุญสร้าง หัวหน้าฝ่ายการตลาดสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้พื้นที่ปลูกกล้วยหอมทองในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่และคุณภาพดีถูกน้ำท่วมเสียหายอย่างหนัก หลังจากเขื่อนแม่ประจันต์ในอำเภอหนองหญ้าปล้องเร่งระบายน้ำ ส่งผลให้สวนกล้วยหอมของสมาชิกสหกรณ์กว่า 10,000 ต้น เสียหายสูญรายได้ประมาณ 2 ล้านบาท หากสำรวจความเสียหายทั้งจังหวัดจะมีมูลค่ามากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม สมาชิกได้แก้ไขปัญหาโดยการพายเรือตัดกล้วยที่มีความแก่ไม่ถึง 70% ที่ไม่สามารถเก็บเกี่ยวไปจำหน่ายในตลาดได้ เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับโรงงานแปรรูปกล้วยฉาบ และผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้จะทำให้ปริมาณกล้วยหอมออกสู่ตลาดทั่วประเทศน้อยลง เพราะจังหวัดเพชรบุรีเป็นแหล่งผลิตใหญ่ที่ป้อนผลผลิตไปจำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงกระทบต่อการส่งออกไปญี่ปุ่นที่เป็นตลาดใหญ่ และกำลังขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้มีแนวโน้มว่า จะทำให้ราคาขายปลีกกล้วยหอมในตลาดปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยลูก
รศ.ดร. ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้รับความเดือดร้อนจากราคาข้าวตกต่ำอยู่ในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นนทบุรี และปทุมธานี ซึ่งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัย และมีชาวนาอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจาก มทร. ธัญบุรี มีครอบครัวของอาจารย์ บุคลากรมากกว่า 500 ครอบครัว ทั้งยังมีนักศึกษา และชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงจำนวนมาก ดังนั้น จึงมีแนวคิดที่จะใช้พื้นที่ในมหาวิทยาลัยจัดจำหน่ายข้าวสารให้กับเกษตรกร “มหาวิทยาลัยจะดูแลเรื่องสถานที่จัดจำหน่าย รวมถึงเรื่องบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบบรรจุถุงสุญญากาศ ตั้งแต่ 1-5 กิโลกรัม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ซื้อ และช่วยยืดอายุเวลาการจัดเก็บข้าวสาร ทำให้ผู้สนใจสามารถซื้อข้าวได้เป็นจำนวนมากขึ้น นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังมีแนวคิดที่จะซื้อข้าวสารจากเกษตรกรเพื่อนำมามอบเป็นของที่ระลึกในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งคาดว่าจะจำหน่ายได้ไม่น้อยกว่า 5 ตัน เพราะเป็นการขายตรงจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค เกษตรกรที่สนใจติดต่อเข้ามาจำหน่ายข้าวได้ที่ กองประชาสัมพันธ์ โทร. (02) 549-4990-2 และ (02) 549-4994-5”
อ.เจษฏา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Jessada Denduangboripant เรื่อง “อุทาหรณ์จากเรื่องของ น็อต : สติและอารมณ์” ว่า ช่วงว่างๆ ระหว่างรอขึ้นเครื่องบินไปพิษณุโลก (ไปบรรยายที่ ม.นเรศวร อีกแล้ว) เลยอยากคุยเกี่ยวกับคุณน็อตที่กำลังเป็นข่าวตอนนี้เสียหน่อย ผมคิดว่าหลายคนคงพึ่งรู้จักชื่อ หรือหน้าตาเค้า จากเรื่อง “กราบรถกู” นี้เป็นครั้งแรก … ผมเอง ตอนเห็นคลิปแว้บๆ ก็จำไม่ได้ว่าเค้าเป็นใคร รู้แต่ว่าผมไม่ชอบเลยที่เห็นคนใช้ความรุนแรงกัน และก็เจอว่าเกือบทุกเพจในโลกโซเชียลเอามาทำเป็นมีม ล้อกันสนุกสนาน ในชั่วข้ามคืน จนเมื่อวานนี้เอง ที่เห็นข่าวช่องไทยพีบีเอสยกเลิกรายการทีวีที่น็อตเป็นดาราละครและเป็นพิธีกรอยู่ ซึ่งรวมถึงรายการ Thailand Science Challenge ท้าประลองวิทย์ ที่ผมไปร่วมเป็นวิทยากรในรายการด้วย ถึงได้ตกใจว่าเป็นคุณน็อตที่ผมทำงานด้วยหรอกเหรอ (ในคลิปเค้าใส่แว่น แต่ในรายการไม่ใส่) แม้ว่าผมจะเจอน็อตแค่ไม่กี่ครั้ง แต่ก็มากกว่าหลายท่าน (รวมถึงคุณวิกรม) ที่กำลังต่อว่าเค้าอยู่ตอนนี้แน่ๆ น๊อตที่ผมรู้จัก เป็นเด็กหนุ่มที่มีความสามารถสูง ทำงานหนักงานเยอะ พูดจา
