ข่าววันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ เรารัก สมเด็จพระเทพ ฯ : Our Beloved Princess Maha Chakri Sirindhorn ได้นำเรื่องราวจากนักเรียนนายร้อยท่านหนึ่งมาโพสต์ไว้ถึงเหตุการณ์ ท้ายคาบการเรียนการสอน ซึ่งสมเด็จพระเทพฯ เป็นพระอาจารย์ ซึ่งพระองค์ทรงรับราชการเป็นอาจารย์ ในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2523 เป็นอาจารย์ประจำกองวิชากฎหมายและสังคมศาสตร์ โดยในช่วงแรกทรงสอนวิชาประวัติศาสตร์ไทย สังคมวิทยา พร้อมปฏิบัติพระราชกรณียกิจในงานบริหาร งานการสอน และงานวิชาการอื่นๆ โดยระบุว่า ” ทูลกระหม่อมอาจารย์ตรัสเมื่อท้ายคาบทรงสอนว่า ” ให้ทำหน้าที่ภารกิจของเรา อย่าตกใจ อย่าเสียขวัญ อย่าท้อถอย ใครมีหน้าที่สานต่อให้ดีที่สุด การมัวแต่ร้องไห้นั้นไม่มีประโยชน์ แต่การทำงานถวายพระองค์ท่านให้ดีนี่แหละดีที่สุด ได้เห็นคนลูกเล็กเด็กแดงมา เห็นคนมาเอื้อเฟื้อกัน มีรถรับ-ส่งกันฟรี เท่าที่ตัวเองจะทำได้นี่ก็ดี ” ทูลกระหม่อมอาจารย์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในการไม่ละทิ้งการทรงงาน ในแต่ละวันพระองค์ท่านเสด็จไปทรงงานหลายที่ อย่างเช่นในวันนี้ ช่วงเช้าเสด็จพระราชดำเนินมาทรงสอนนักเรียนนายร้อยตรัสว่า ” วันนี้จะขออนุญาตสอนก่อนแ
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2559 จากที่ก่อนหน้านี้ ชาวนา จ.ชัยนาทได้ออกมาวอนขอให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือในเรื่องปัญหาราคาข้าวที่กำลังตกต่ำอยู่ในปัจจุบันนั้น ล่าสุดทีมข่าวของเราลงพื้นที่ก็พบว่ามีชาวนาหลายรายที่ทนกับภาวะขาดทุนไม่ไหว เริ่มมีการปักป้ายขายที่นาเพื่อนำเงินมาใช้หนี้สถาบันการเงินกันแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ชาวนาในพื้นที่ ต.วัดโคก อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ที่กำลังเก็บเกี่ยวข้าวในนาได้ร้องขอให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ที่ปัจจุบันราคารับซื้อเพียงตันละ 6,200-6,300 บาท และเมื่อหักลบต้นทุนการผลิตต่างๆ แล้ว ทำให้ต้องประสบภาวะขาดทุน โดยเรียกร้องขอราคารับซื้อ 8,000 บาทต่อตัน ชาวนาจึงจะอยู่ได้นั้น ล่าสุดจากการลงพื้นที่ อ.มโนรมย์ อีกครั้ง ซึ่งพบว่าจากปัญหาราคาข้าวตกต่ำ เริ่มส่งผลให้ชาวนาที่ไม่สามารถทนแบกรับภาวะขาดทุนจากการทำนาได้ เริ่มนำป้ายประกาศขายที่นามาปักหาผู้สนใจมาซื้อ โดยนายภิรมย์ เกษตรกรที่ประกาศขายที่นา ต.วัดโคก อ.มโนรมย์ บอกว่าสาเหตุที่ต้องประกาศขายที่นานั้น เพราะต้องการนำเงินไปชำระหนี้สถาบันการเงินที่กู้ยืมมาก่อนหน้านี้ การทำนาในปัจจุบันไม่สามารถทำรายได
วันที่ 28 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.แพร่ ว่ามีการตัดไม้สักทองขนาดใหญ่อายุกว่า 100 ปี บริเวณสองข้างทางหลวงหมายเลข 11 ระหว่างด่านป่าไม้ที่ พร. 21 บ้านปากปาน ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย ไปจนถึงแยกปางเคาะ ระยะทางกว่า 17 กม. ไม้สักขนาดใหญ่ถูกตัดล้มกว่า 500 ต้น การตัดไม้ดังกล่าวเป็นโครงการขยายทางหลวงหมายเลข 11 จากสองช่องทางจราจรเป็นสี่ช่องทางจราจร ตามแผนขยายแนวเส้นทางรอบๆ รับการเจริญทางเศรษฐกิจและประชาคมอาเซียน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตัดไม้ดังกล่าวมีประชาชนจำนวนมากที่ผ่านเส้นทางแห่งนี้ไม่เห็นด้วย เนื่องจากเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะประชาชนในชุมชนไม่พอใจที่ทางราชการตัดต้นสักขนาดใหญ่ออกไปจากบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นแหล่งไม้สักพันธุ์ดีที่ราชการเคยนำต้นสักบริเวณนี้ไปทำเสาชิงช้าที่หน้าวัดสุทัศนเทพวราราม โดยมีพิธีพราหมณ์ที่จัดขึ้นเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ ทำให้บริเวณดังกล่าวกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ศึกษาธรรมชาติ และเป็นที่จำหน่ายสินค้าชุมชนของชุมชนปางเคาะ ชุมชนไทรย้อย น.ส.ชยาภรณ์ แก่นภักดี นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านภาคเหนือ กล่าวว่า เห็นการตัดไม้ถึงกับเศร้าใจและได้ลงมาดูต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกตัด ตนเป็นคนไทยที
พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สารวัตรปศุสัตว์ได้ตรวจพบสารในกลุ่มเมลามีน (Melamine group) คือ กรดซัยยานูริก ปนเปื้อนผสมในอาหารสัตว์ประเภทเครื่องในปลาหมึกแห้ง จำนวน 3 ครั้ง ปริมาณกว่า 60,000 กิโลกรัม ที่นำเข้าจากบริษัท เค เอ ประเทศเวียดนาม ผ่านผู้นำเข้าบริษัท ลีพัฒนาเกษตรมั่นคง จำกัด และบริษัท บีอิ้งเวลส์ จำกัด ในประเทศไทย กรมปศุสัตว์จึงได้อายัดและนำไปทำลายอาหารสัตว์นำเข้าทั้งหมดที่ตรวจพบการปนเปื้อนสารกลุ่มเมลามีน ในวันที่ 26 ตุลาคม ณ ศูนย์ราชการ กรมปศุสัตว์ จังหวัดปทุมธานี นอกจากนี้ กรมยังได้ทำหนังสือไปยังบริษัทผู้นำเข้าเพื่อระงับการนำเข้า และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศต้นทางเพื่อขึ้นบัญชีดำหรือแบล็กลิสต์ระงับการส่งออกอาหารสัตว์ดังกล่าวมายังประเทศไทยต่อไป “ขั้นตอนหลังจากนี้เมื่อกระทรวงได้ดำเนินการสั่งระงับนำเข้าและดำเนินการเผาทำลายของกลางเสร็จสิ้นแล้ว จากนี้ก็จะดำเนินการติดต่อไปยังประเทศเวียดนาม เพื่อตรวจสอบบริษัทดังกล่าวว่ามีการกระทำความผิด และใช้สารเมลามีนปนเปื้อนในอาหารสัตว์จริงหรือไม่ หากตร
จ๊อบไทยดอทคอม ตระหนักและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น รวบรวม “พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส” อันทรงคุณค่า มาเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์แก่ชาวไทยทุกคน นำไปปรับใช้ในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันต่อไป พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พ่อหลวงที่ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทยทั้งชาติ โดยการทรงงานตลอดระยะเวลา 7 ทศวรรษที่ผ่านมา พระองค์ท่านได้พระราชทาน “พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส” เนื่องในโอกาสต่างๆ ให้ปวงชนชาวไทยได้นำไปเป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติตนเสมอมา เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com) ได้ตระหนักและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น จึงรวบรวม “พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส” อันทรงคุณค่า มาเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นสิริมงคลแก่ชาวไทยทุกคน ให้มีกำลังใจในการทำงานในภาวะเช่นนี้ได้เป็นอย่างดี · “ในการดำเนินชีวิตและการประกอบกิจการงาน ย่อมจะต้องมีปัญหาต่างๆ เป็นอุปสรรค ขัดขวางความสำเร็จอยู่เสมอ ยากที่ผู้ใดหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดจะหลีกเลี่ยงพ้นได้ คนก็มีปัญหาของคน สังคมก็มีปัญหาของสังคม ประเทศก็มีปัญหาของประเทศ แม้กระทั่งโลกก็มีปัญหาของโลก ปัญห
วันที่ 27 ตุลาคม 2559 นายปัง เสนเพ็ง เกษตรกรบ้านอ้วน ตำบลหาดแพง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม กล่าวว่า เดิมตนเองเคยรับราชการเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลอยู่ 1 สมัย พอหมดวาระก็ออกมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งในสมัยที่เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ก็มีโอกาสได้ไปเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่บ้านเพ จังหวัดระยอง ตลอดจนได้เข้ารับการอบรมมาตลอด จึงได้น้อมนำมาปฏิบัติใช้ในพื้นที่ของตนเองที่มีอยู่ 17 ไร่ โดยมีการแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วน คือ ขุดบ่อเพื่อกักเก็บน้ำจำนวน 2 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชผัก ผลไม้ ไม้ยืนต้น ที่อยู่อาศัย โรงเรือนเลี้ยงสัตว์จำนวน 8 ไร่ และที่เหลืออีก 7 ไร่ ใช้ในการปลูกข้าวไว้รับประทาน โดยผลจากการน้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในครั้งนี้ เริ่มออกผลแล้ว ซึ่งสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตต่างมาใช้ในครัวเรือนและมาจำหน่ายได้เป็นบ้างส่วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมะละกอ กล้วย ไผ่เลี้ยง ข่า ปลายอน ปลาตะเพียน กบ เป็ด สุกร และวัว โดยรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 400-500 บาท ซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่มาช่วยสร้างให้ตนเองและครอบครัวมี
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. เวลา 17.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้มีประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ใส่ชุดดำเดินทางมามาร่วมงาน “ชาวโคราช ร้อยดวงใจ ถวายความอาลัยในหลวง” กันอย่างเนืองแน่น ซึ่งคาดว่ามากกว่า 100,000 คน ทำให้ถนนโดยรอบลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เต็มไปด้วยประชาชน ที่มายืนจับจองพื้นที่ เพื่อรอแสดงพลังร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช รัชกาลที่ 9 ต่อมาเวลา 18.00 น. ที่บริเวณลานครึ่งวงกลม ข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 และนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้นำประชาชนผู้ร่วมงานทั้งหมด ร้องเพลงชาติไทยอย่างกึกก้อง ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก โดยมีการกระจายสัญญาณภาพและเสียง ไปตามจุดต่างๆ ในตัวเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งมีการติดตั้งเครื่องเสียงขนาดใหญ่ไว้กว่า 50 จุด หลังจากนั้นเวลา 18.30 น. ฝนได้หยุดตกลงมาอย่างปาฏิหาริย์ ทุกคนได้ร่วมกันยืนสงบนิ่ง เป็นเวลา 9 นาที ก่อนที่จะจุดเทียนจำนวน 32,798 ดวง
วันที่ 27 ต.ค. โลกออนไลน์แห่แชร์คลิปวิดีโอ อ้างว่าเป็นเหตุการณ์ที่หนุ่มจีนคนหนึ่งออกอาการโกรธจัดหลังถูกพนักงานโทรศัพท์ดูถูกว่าไม่มีเงินซื้อ จึงใช้เงินซื้อไอโฟน 7 หลายเครื่องมาทุบทิ้งกลางร้าน พร้อมทุบตู้กระจกของร้านโทรศัพท์จนเสียหาย ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่ยืนยันว่า สาเหตุที่หนุ่มคนนี้ออกอาการฉุนเฉียวอย่างรุนแรง เป็นเพราะถูกดูถูกตามที่ระบุไว้หรือไม่ แต่คาดว่า ชายคนนี้จะต้องประสบเหตุอะไรบางอย่างจนโกรธจัดขนาดนี้แน่นอน https://www.youtube.com/watch?v=2t4kU-W6kw0 ที่มาคลิป Overgrown
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม ที่บริเวณพระบรมมหาราชวัง ฝั่งตรงข้ามประตูเทวาพิทักษ์ อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของพระบรมมหาราชวัง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร ทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จจากประตูเทวาพิทักษ์ประทานอาหารและน้ำดื่มให้กับประชาชน แบ่งออกเป็นข้าวเหนียวไก่ทอด-หมูทอด 500 ชุด, บะหมี่หมูแดง 500 ชุด, ผัดไทย 500 ชุด, โดนัท 1,000 ชุด และขนมต่างๆ 500 ชุด พร้อมกับพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยใช้เวลาในการประทานอาหารกว่า 30 นาที ทั้งนี้มีประชาชนมารอรับอาหารและน้ำดื่มจำนวนมาก ทั้งนี้ ทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มีรับสั่งกับประชาชนที่มารอเฝ้ารับเสด็จว่า “อยากให้ทุกคนมีความสุข ชีวิตต้องเดินต่อไปข้างหน้า” ก่อนจะพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์แผ่นสุดท้าย ทรงแย้มพระสรวลก่อนมีรับสั่งกับประชาชนที่มารอรับของพระราชทานว่า “เราต้องดูแลกัน ขอบคุณที่มากันวันนี้ พรุ่งนี้มาใหม่นะ” หลังจากตรัสเสร็จแล้ว ทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงพระดำเนินกลับเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง ทางประตูเทวาพิทักษ์ ท่ามกลางประชาชนที่เฝ
เพจ ราชบัลลังก์ จักรีพระปรมินทร ได้โพสต์ภาพเก่าเล่าเรื่อง : ไม่หวั่นอันตราย ภาพนี้เป็นเหตุการณ์ที่นิคมสร้างตนเองสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ขณะจะเข้าไปดูสถานที่ ผมเองได้เข้าไปสำรวจหาตำแหน่งจุดหมายมาแล้วครั้งหนึ่ง กำลังออกมาเพื่อนำเสด็จฯ พระองค์ท่านเข้าไป เมื่อผมไปสำรวจมาแล้วเห็นว่าส่วนใหญ่ทางที่จะเดินไปเป็นป่ากก รกทึบ มีทากดูดเลือดเป็นจำนวนมาก จึงได้เตรียมตัวป้องกันโดยเอาชายขากางเกงใส่ไว้ในถุงเท้า แต่พระองค์ทรงเฉยๆ ไม่ได้เกรงแมลงสัตว์กัดต่อยหรือทากเลยสักนิด ครั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรเห็นผมเตรียมตัวผจญทากอย่างเต็มที่ ก็เลยจัดการเตรียมแต่งพระวรกายให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการนำหนังยางมาผูกชายขาพระสนับเพลา(ขากางเกง) ของพระองค์ให้กระชับ และนำชายขาพระสนับเพลาใส่ไว้ในถุงพระบาท (ถุงเท้า) เช่นเดียวกับผม คัดลอกจากหนังสือการทรงงานของพ่อในความทรงจำเล่มที่ ๒โดย ปราโมทย์ ไม้กลัด นอกจากนี้ เพจ ราชบัลลังก์ จักรีพระปรมินทร ยังโพสต์ ภาพเก่าเล่าเรื่อง : ไม่เป็นไรเราไปได้ เมื่อพ.ศ.๒๕๒๘ เป็นการเสด็จฯ ที่เรียกว่าสมบุกสมบันมากเลยทีเดียว แม้แต่ข้าราชดารยังไม่มีหน่วยงานไหน
