ข่าววันนี้
จากกรณีสื่อสังคมออนไลน์แชร์ภาพ ต้นศรีตรัง ต้นไม้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอุดลยเดช ทรงปลูกไว้เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2554 ที่โรงพยาบาลศิริราช มีลักษณะยืนต้นตาย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม นายบุญวงศ์ ไทยอุตส่าห์ อดีตคณบดีคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่าตามปกติไม้ยืนต้น ประเภท ต้นศรีตรัง นี้ จะทิ้งใบ จนหมดต้น เมื่อเข้า สู่ฤดูหนาว ที่มีสภาพอากาศแห้งแล้ง หรือประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมเพื่อเตรียม ที่จะผลิดอกออกให้เต็มต้นต่อไปโดยจะพบเห็นดอกได้หลังจากผ่านไป 1 เดือนแล้ว และระหว่างต้นไม้ทิ้งใบถ้ามีฝนตกมากก็จะทำให้ตาดอกเปลี่ยนเป็นตาใบจึงทำให้เมื่อถึงเวลาออกดอกจะมีใบแซมขึ้นมาด้วยมองแล้วไม่สวยงาม เมื่อเทียบกับทั้งต้นที่มีแต่ดอกเท่านั้น แต่สำหรับกรณีต้นศรีตรังทรงปลูก ทิ้งใบจนหมดต้นครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลก เนื่องจากช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมายังมีฝนตกมากอยู่ ต้นไม้จึงไม่ควรทิ้งใบ จนหมดต้น อย่างไรก็ตามการผลัดทิ้งใบของต้นศรีตรังทรงปลูก แม้จะผิดธรรมชาติ แต่ควรรอระยะเวลาประมาณ 1-3 เดือน ก่อนจะสรุปว่าต้นไม้เข้าสู่สภาพการตายจริงต่อไป โดยสาเหตุการตายเบื้องต้น ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (26 ต.ค.) กรมธนารักษ์ได้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะมาแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกประจำรัชกาลที่ 9 ด้วยการนำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกมาจัดเป็นชุด ๆละ 5 เหรียญ (5 รุ่น) ราคาชุดละ 100 บาท (เหรียญละ 20 บาท) โดยจะเปิดให้แลกซื้อได้คนละไม่เกิน 2 ชุดเท่านั้น ซึ่งเหรียญทั้งหมดจะมีแค่กว่า 1 หมื่นชุดเท่านั้น “ที่ผ่านมาก็มีการจัดชุดเหรียญมงคล ชุด ๆ 10 เหรียญไปแล้ว คราวนี้จะจัดชุดละ 5 เหรียญ ผู้ที่มาแลกซื้อเหรียญจะได้ไม่ต้องมายืนคิด ว่าจะแลกเหรียญอะไรบ้าง” นายจักรกฤศฏิ์กล่าว ทั้งนี้ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวด้วยว่า จากก่อนหน้านี้ที่ทางกรมธนารักษ์ระบุว่า มีเหรียญที่สามารถแลกซื้อได้อยู่ราว 3-4 ล้านเหรียญ จำนวน 24 รุ่นนั้น ล่าสุด ขณะนี้เหลือแค่ราว 1 ล้านเหรียญเท่านั้น ประกอบด้วย 1) เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จประปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสที่สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวาย “รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จประปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเชิดชูพระอัจฉริยภาพ พระปรี
เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ประชาชนนำเสื้อผ้าไปย้อมฟรีที่ ศูนย์บริการ Fix it center ณ บริเวณเตนท์ที่ตั้งขึ้นชั่วคราว ข้างสวนศรีเมืองระยองต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อทางศูนย์บริการย้อมผ้าฟรีต้องขึ้นป้ายปิดการย้อม เพราะถูกคนร้ายขโมยสีหายไปในระหว่างที่มีการคัดเสื้อผ้าที่นำมาย้อมและรอคิว โดยการย้อมของที่ศูนย์ฯที่ตั้งขึ้น โดยวิทยาลัยเทคนิคระยอง นั้นเป็นการย้อมเย็น ด้วยสีคุณภาพดี และมีการเคลือบผ้าก่อนย้อมทำให้ มีคนที่เห็นแก่ได้ ฉวยโอกาสลักขโมยสีไป ทำให้ชาวบ้านที่นำผ้ามาย้อมวันนี้อดย้อมผ้าและต่างสาปแช่งกับการกระทำดังกล่าว ว่าเป็นใจต่ำทำด้วยอะไร ไม่สงสารเห็นใจคนที่ไม่มีเสื้อสีดำใส่ถวายพ่อหลวงเลย สีที่นำมาก็เพื่อให้บริการประชาชนฟรี แต่กลับเอาไปเป็นของตนทำเพื่ออะไรกัน ทางด้านวิทยาลัยเทคนิคระยองไม่ได้มีการแจ้งความแต่อย่างใด เพียงแต่ขอให้คนที่เอาไปควรสำนึกตระหนักดี หรือจะเอามาคืนก็ไม่ว่า และไม่ควรทำแบบนี้อีกเพราะไม่ถูกต้องเพราะทุกคนล้วนทำเพื่อในหลวง ให้คนได้มีเสื้อใสถวายความอาลัยกันทุกคนแต่กลับมาเอาไปจึงไม่มีสีย้อม และเป็นสีหายากมีราคาแพง เป็นการย้อมแบบพิเศษ เรียกว่า ย้อมเย็น ก็ต้องปิดการย้อมถาวรไปเลย อาจารย
ภายหลังจากสำนักพระราชวังมีการประกาศเรื่องพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 89 ทรงครองราชสมบัติ 70 ปี ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 เวลา 15.52 น. นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ในขณะที่สำนักนายกรัฐมนตรีออกประกาศให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ และสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป และให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์ มีกําหนด 1 ปี ส่วนประชาชนให้พิจารณาตามความเหมาะสม ด้วยบรรยากาศที่โศกเศร้า พสกนิกรชาวไทยทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัดพร้อมใจกันส่วมใส่ชุดดำเพื่อแสดงความไว้อาลัย อีกทั้งประชาชนจำนวนมากต่างออกมาเลือกซื้อเสื้อผ้าชุดสีดำไว้สวมใส่ตลอดช่วงเวลาของการไว้อาลัย จนส่งผลทำให้เสื้อผ้าสีดำขาดตลาดในที่สุด “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสลงพื้นที่ย่านพาหุรัด สำเพ็ง จนพบว่าตลอดเส้นทางระหว่างพาหุรัดถึงสำเพ็งมีประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดต่างเดินทางมาจับจ
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดแถลงข่าวการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมบริเวณสนามหลวง ร่วมกับนายวิจารณ์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ กองอำนวยการร่วมกรุงเทพมหานคร ท้องสนามหลวง ว่าตามที่สำนักพระราชวังได้ประกาศให้มีการถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยได้รับพระราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามเพื่อถวายความอาลัยพระบรมศพ ณ ศาลาสหทัยสมาคม พร้อมกันนี้ได้มีหน่วยงานต่างๆ แจกอาหารและน้ำดื่มแก่ประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพ เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้บริเวณสนามหลวงมีปริมาณขยะจำนวนมาก เฉลี่ยถึงวันละ 76 ตัน แบ่งเป็นขยะเศษอาหารเฉลี่ยวันละ 32 ตัน ขยะรีไซเคิลเฉลี่ยวันละ 45 ตัน ขยะประเภทโฟมเฉลี่ยวันละ 5 ตัน โดยเฉพาะในวันที่ 22 ต.ค. มียอดการใช้ภาชนะโฟมจากหน่วยงานที่มาตั้งโรงครัวและแจกจ่ายอาหารในบริเวณดังกล่าว ประมาณ 280,500 ใบ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่เราจะต้องลดปริมาณขยะโดยเฉพาะ
โซเชียลมีเดียแชร์เรื่องราวการทำความดีเพื่อพ่อหลวงที่สามารถทำได้ทุกที่ เป็นเรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง ที่ ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่ได้ทำ “ไก่ป๊อบ” ตั้งโต๊ะแจกฟรีอยู่ริมถนน โดยเขียนป้ายระบุว่า “ไก่ป๊อบแจกฟรี ทำดีเพื่อในหลวง” ด้านชาวเน็ตต่างชื่นชมการกระทำของครอบครัวนี้ แม้จะไม่ได้เข้ามาที่กรุงเทพฯ แต่ก็สามารถทำความดีเผื่อแพร่อาหารให้แก่ผู้อื่นได้ ขอบคุณที่มา เฟซบุ๊ก ตะกูล บอยคาร์ออดิโอ คงทัน ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 25 ต.ค. นายณรงค์ พันธุ์อินทร์ อายุ 54 ปี เลขที่ 53/1 หมู่ 8 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ผู้พิการทางขาได้นั่งรถวีลแชร์โดยใช้มือโยกคันบังคับรถเคลื่อนไหว พร้อมพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ มาจาก จ.จันทบุรีผ่าน จ.สระแก้ว มุ่งหน้ามาตามถนนสาย359 (สระแก้ว–ปราจีนบุรี) สู่ท้องสนามหลวง โดยมีหน่วยกู้ภัยช่วยอำนวยความสะดวก เพื่อถวายสักการะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ นายณรงค์ กล่าวว่า ได้ปั่นรถวิลแชร์มาเรื่อยๆ จากวัดพิกุล ต.ปะตง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เพราะไปบำเพ็ญศิลที่นั่น ต่อมาพักค้างแรมอยู่ที่เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว กระทั่งช่วงเช้าได้เดินทางออกจากเขาฉกรรจ์ ผ่านถนนสาย 317 ( จันทบุรี –สระแก้ว) ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ปั่นมาเรื่อยๆ จนถึงแยกสระแก้ว – สระขวัญ เขตจังหวัดสระแก้ว ก็ได้มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยสว่างสระแก้วช่วยอำนวยความสะดวกมาจนเข้าเขตจังหวัดปราจีนบุรี ตามถนนสาย 359 (สระแก้ว – ปราจีนบุรี) จากนั้นมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย (อ.กบินทร์บุรี) รับช่วงต่อ และพักกินข้าว เขต ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ถนนสาย359 หลัก
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในสื่อสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอชายชาวต่างชาติคนหนึ่งที่สวมชุดดำ ยืนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี บริเวณท่าเรือแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร คลิปดังกล่าวมีความยาว 1.08นาที หลังจากที่ชายชาวต่างชาติร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีจบยังได้โค้งคำนับ ทั้งนี้ภายในหลังมีการเผยแพร่คลิปดังกล่าวมีคนมาแสดงความชื่นชมหนุ่มชาวต่างชาติคนดังกล่าว ขอบคุณคลิปจากเพจเฟซบุ๊กเปาบุ้นจุ้น ที่มา : มติชนออนไลน์
โลกโซเชี่ยล มีการแชร์เรื่องราวความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านเพจ “หนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ” โดยระบุว่า เป็นเรื่องราวของชาวไทยในประเทศออสเตรเลีย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับหนูน้อย ที่อยู่เพียงชั้น เกรด 1 โดยระบุว่า “มีเรื่องน่ารักจากต่างแดนเอามาฝากกันค่ะ ลูกเพจจากออสเตรเลียเล่าให้ฟังว่า วันนี้ลูกสาวของเธอชื่อ น้อง “ลอรีนดา โกล์ดดิ้ง” (Lorynda Golding) นักเรียนเกรด 1 ต้องออกไปพูดหน้าชั้นในหัวข้อเรื่องอะไรก็ได้ที่มีความเป็นมายาวนาน ซึ่งเพื่อนๆส่วนใหญ่ของเธอเลือกที่จะพูดเรื่องของสะสมของตัวเองหรือไดโนเสาร์ แต่น้องลอรีนดากลับบอกคุณแม่ว่าเธออยากเล่าเรื่องในหลวงของไทยให้เพื่อนๆฟัง เพราะเธอเห็นแม่ร้องไห้ เธอให้เหตุผลว่าถ้าเธอเล่าเรื่องของในหลวง คุณครูคงสนใจเรื่องในหลวงมากกว่าเรื่องไดโนเสาร์เพราะในหลวงเป็นกษัตริย์มาถึง 70 ปี และไดโนเสาร์ถ้าตรวจดีเอ็นเอหรือสปีชี่ส์ต่างๆอาจจะฟื้นขึ้นมาได้ในอนาคต แต่ในหลวงสิ้นแล้วไม่ฟื้นขึ้นมาอีก เธอจึงคิดว่าเธอเล่าเรื่องในหลวงดีกว่า (จินตนาการของเด็กเกรด 1) เธอขอให้คุณแม่เขียนเรื่องราวของในหลวงเพื่อให้เธอนำไปพูดใ
น้องอู๊ด วัย 9 ขวบ ด.ช.อดิสรณ์ รอดเขียน นักเรียนชั้นป.3 โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ ออกมาช่วยคุณตาวัย 60 ปี ลูกช้างชั่วคราวเทศบาลนครพิษณุโลกกวาดถนน เก็บขยะ ถ.พิชัยสงคราม อ.เมือง จ.พิษณุโลก ทุกๆ เช้า ในช่วงปิดเทอม เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 25 ต.ค. ช่วงปิดเทอมหลังภาคเรียนที่ 1 ขณะที่เด็กนักเรียนหลายคนยังไม่ตื่น หรือตื่นขึ้นมา เด็กอีกจำนวนมากก็ใช้เวลาในการดูทีวี เล่นเกม แต่สำหรับ ด.ช.อดิสรณ์ รอดเขียน น้องอู๊ด วัย 9 ปี นักเรียนชั้นป.3 โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ ต.ท่าทอง อ.เมือง พิษณุโลก กลับเลือกที่จะออกมาช่วยคุณตาวัย 60 ปี นายโปรด นิ่งภูนา ลูกจ้างชั่วคราวเทศบาลนครพิษณุโลก กวาดถนน เก็บขยะ ริมถนนพิชัยสงคราม อ.เมือง จ.พิษณุโลก ทุกวัน โดยต้องออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 03.30 น. เป็นแบบอย่างที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง นายโปรด ลูกจ้างชั่วคราวเทศบาลนครพิษณุโลก เปิดเผยว่า ตนมีหน้าที่รับผิดชอบทำความสะอาด กวาดถนน เก็บขยะ ริมถนนพิชัยสงคราม ฝั่งขาเข้าเมืองพิษณุโลก ตั้งแต่บริเวณธนาคารเกียรตินาคิน มาจนถึงห้าแยกโคกมะตูม ระยะทางประมาณ 500-600 เมตร และในทุกๆ เช้ามืด จะต้องออกจากบ้านพักที่ ต.ท่าทอง โดยขี่รถจักรยานยนต์มาทำงานใน
