ข่าววันนี้
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สายตรวจออกติดตามสถานการณ์จำหน่ายเครื่องแต่งกายสีดำช่วงที่คนไทยแต่งกายไว้ทุกข์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลให้มีปริมาณเพียงพอและไม่ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา โดยกรมฯจะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบตามแหล่งจำหน่ายเสื้อผ้า ร้านค้า ห้างสรรพสินค้าปลีกค้าส่งเป็นประจำทุกวัน ทั้งในวันธรรมดาและวันหยุดราชการ พร้อมทั้งกำชับให้ผู้ค้าปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน รวมทั้ง จะได้ให้เจ้าหน้าที่สร้างความเข้าใจและแนะนำแหล่งจำหน่ายให้ประชาชนรับทราบอีกด้วย “ในการให้เจ้าหน้าที่ทั้งส่วนภูมิภาค ส่วนกลาง และพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ออกตรวจสอบสถานการณ์จำหน่ายเครื่องแต่งกายสีดำในเบื้องต้น พบว่าปริมาณยังคงมีเพียงพอกับความต้องการของประชาชน และเชื่อว่ากรมฯจะสามารถดูแลให้มีปริมาณเพียงพอและจำหน่ายในราคาเหมาะสมได้ แม้ประชาชนมีความต้องการซื้อเครื่องแต่งกายสีดำเพิ่มขึ้นก็ตาม” อย่างไรก็ตามกรมฯได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ร้านค้า อย่าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาในช่วงนี้ เพราะหากตรวจพบผู้ประกอบการมีการกักตุนสินค้าและฉวยโอกาสปรับขึ้นราค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ที่กำลังมีการจัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 21 มีประชาชนจำนวนมากไปหาซื้อหนังสือที่มีเนื้อหาและเรื่องราวเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศที่สำนักพิมพ์ต่างๆนำมาจำหน่าย โดยผู้ที่มาซื้อหลายรายบอกตรงกันว่าต้องการเก็บไว้เพื่อรำลึกถึงพระองค์ท่าน ขณะที่บางคนก็บอกว่าความจริงก็มีหนังสื่อเหล่านั้นอยู่แล้ว แต่ตั้งใจมาซื้อเล่มใหม่เพื่อเก็บไว้ให้ลูกอ่าน ทั้งนี้ในส่วนบูธสำนักพิมพ์มติชนนั้น เรื่อง ‘รอยพระยุคลบาท’ โดยพล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร , ‘ใต้เบื้องพระยุคลบาท’โดยดร.สุเมธ ตันติเวชกุล และ ‘ดวงใจแผ่นดิน’ โดยท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ เป็นเรื่องที่ถูกถามถึงมาก ขณะที่บูธนายอินทร์ของเครือสำนักพิมพ์อมรินทร์ก็มีคนถามหาหนังสือพระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่าน และที่บูธสำนักพิมพ์สกายบุ๊กส์ หนังสือเกี่ยวกับพระองค์ท่านก็เป็นที่ต้องการของประชาชนเช่นกัน ที่มา : มติชนออนไลน์
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ตามประกาศสำนักพระราชวัง ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต เพื่อให้การถวายความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจรพระราชพิธีเคลื่อนพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในวันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2559 เวลา 17.00 น. ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวังนั้นเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และมีความปลอดภัยสูงสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีข้อสั่งการกำชับให้ บช.ก., บช.น., บก.จร., สปพ. และ อคฝ. ยึดแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้ 1.ภารกิจด้านการถวายความปลอดภัย ให้ถือปฏิบัติอย่างสูงสุดและสมพระเกียรติ โดยถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยประชาชนที่มาร่วมงาน ต้องมีความละเอียดรอบคอบสูงสุด 2.ภารกิจด้านการจราจร ให้อำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง พระราชพิธีเคลื่อนพระบรมศพตั้งแต่ รพ.ศิริราช-ถ.วังหลั
วันนี้ (14 ต.ค.) นายธีรัตถ์ รัตนเสวี ผู้อำนวยการฝ่ายรายการและสื่อดิจิตอล สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความระบุว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ สั่งการโฆษกรัฐบาลให้ทำทีวีแห่งชาติถึงจบเที่ยงคืนนี้ (14 ต.ค.) แล้วกลับสู่ผังปกติแต่ละช่อง และนำเสนอรายการที่เหมาะสม แต่หากมีทีวีพูลให้ตัดเข้าทันที ทั้งนี้ ทางโฆษกรัฐบาลแจ้งเพิ่มเติมว่า นายกฯสั่งการให้ทุกช่องถ่ายทอดจนจบพระราชพิธีเคลื่อนพระบรมศพ หลังจากนั้นอยากให้แต่ละช่องนำเสนอความรู้สึกประชาชน ที่ม มติชน
วันที่ 14 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมเจ้าท่า ได้แจ้งประสานไปยังศูนย์ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร(กทม.) ให้เร่งเพิ่มระดับน้ำในคลองแสนแสบ ช่วงประตูน้ำ-ผ่านฟ้า ให้มีระดับน้ำสูงขึ้น เนื่องจากต้องการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสัญจรทางเรือ เพื่อเข้าร่วมพิธีเคลื่อนพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศจากโรงพยาบาลศิริราช อัญเชิญมายังพระบรมมหาราชวัง ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สำนักการระบายน้ำ กทม.ได้ลดระดับน้ำในคลองต่างๆ เพื่อเตรียมรับน้ำฝน ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรอากาศว่า ช่วงวันที่ 14-15 ตุลาคม จะมีฝนตกหนัก โดยการลดระดับน้ำดังกล่าว เป็นอุปสรรคในการเดินเรืออย่างมาก ที่มา : มติชนออนไลน์
เมื่อเวลา 11.53 น. วันที่ 14 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำคณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เดินทางมาร่วมสรงน้ำถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวให้กำลังใจกับประชาชนที่มาเฝ้าสรงน้ำสักการะสั้นๆ ว่า “เราต้องเข้มแข็ง เราต้องผ่านไปให้ได้” ที่มา มติชน
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวดัชนีหุ้นไทยวันที่ 14 ตุลาคม ว่า เปิดการซื้อขายดัชนีพุ่งขึ้นแรง 55.03 จุด ไปซื้อขายที่จุดสูงสุดในช่วงเช้าที่ 1,467.85 จุด เพิ่มขึ้น3.89 % ก่อนค่อยๆ ย่อตัวลงจนในเวลา 10.15 น. ดัชนีมาซื้อขายอยู่ที่ 1,451.98 จุด เพิ่มขึ้น 39.16 จุด หรือ 2.77% นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ปัจจัยในประเทศ ที่จะมีผลต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้มากที่สุด ที่มีความชัดเจนหรือกระจ่างมากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนที่ขายหุ้นไป มีการซื้อหุ้นกลับเข้าพอร์ต ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นถึง 1.5% จากวันที่ 12 ต.ค. (ณ 8.20 น.ค่าเงินบาท อยู่ที่ 35.1 บาท/ดอลล่าร์) และราคา ETF หุ้นไทยของ MSCI (iShares MSCI Thailand Capped ETF) ปรับตัวสูงขึ้นในคืนที่ผ่านมา เป็นการตอบรับในทางบวกของนักลงทุนต่างประเทศต่อตลาดหุ้นไทย จากวันนี้ไป ทิศทางตลาดหุ้นจะกลับไปขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ ที่มาจากการบริโภคและลงทุนของภาคเอกชน ว่าจะเกิดการสะดุดหรือไม่ และแผนใช้จ่ายของรัฐบาลจะยังคงเดินหน้าตามแผนหรือไม่ หากทุกอย่างราบรื่น นักลงทุนจะกลับมาพิจารณาที่ปัจจัยพื้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2559 นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เป็นประธานประชุมเตรียมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในพระบรมโกฏ ที่เทศบาลนครเชียงใหม่ มีนายชาตรี เชื้อมโนชาญ นายสุนทร ยามศริ นายณัฐฐ์ชูเดช วิริยดิลกธรรม รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม นายสรวมไชย มีสมศักดิ์ ปลัดเทศบาลนครเชียงใหม่ พร้อมผู้อำนวยการสำนัก หัวหน้าฝ่าย หัวหน้าแขวง 4 แขวง แขวงกาวิละ แขวงนครพิงค์ แขวงศรีวิชัย แขวงเม็งราย ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ียวข้อง เข้าร่วมกว่า 30 คน โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ในที่ประชุม ได้มีมติยกเลิกจัดงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ วันที่ 12-15 พฤศจิกายนนี้ รวม 4 วัน เพื่อถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในพระบรมโกศเนื่องจากเป็นช่วงไว้ทุกข์ 30 วัน ตามประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรี วันที่ 14 ตุลาคม เป็นต้นไปจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้จัดสถานที่ถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในพระบรมโกศ บริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงานเทศบาล เพื่อให้ผู้บริหาร สมาชิกสภา ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พนักงาน และประชาชนทั้่วไป ได้ลงนามถวายความอาลัยแด่พระ
เมื่อวันที่ 14 ต.ค. นางแขน้อย ใช้จำเริญ หรือ คุณยายอ้วน หญิงชราวัย 77 ปี อาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 4 ต.คลองตัน อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร อดีตในสมัยที่เป็นเด็กหญิงแขน้อยวัย 12 ปี เคยเข้าไปเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งที่ทั้งสองพระองค์เสด็จมาประตูระบายน้ำบางยาง เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ.2496 ยายแขน้อย เล่าทั้งน้ำตานองหน้าว่า ในสมัยเด็กตนได้เข้าไปเฝ้ารับเสด็จทั้งสองพระองค์ ซึ่งในขณะนั้นก็ถูกตำรวจกั้นไว้ไม่ให้เข้าไปใกล้ แต่เพราะความเป็นเด็กของตน จึงได้พยายามที่จะเข้าไปดูให้ใกล้ที่สุด ซึ่งทางตำรวจคงเห็นว่ายายเป็นเด็ก ก็เลยไม่ได้กันเท่าไหร่นัก ซึ่งยายได้ยืนอยู่ใกล้ๆ กับด้านหลังของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในตอนนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นพระเจ้าแผ่นดิน “แต่พอเวลาผ่านมาแล้ว ความตื่นเต้นกลับกลายเป็นความปลาบปลื้มยินดี และยายก็ได้พยายามตามหารูปที่ทั้งสองพระองค์ท่านเคยเสด็จมาประตูระบายน้ำบางยาง จนในที่สุดก็มีช่างภาพใจดี แต่ตอนนี้ได้เสียชีวิตไปแล้ว มอบภาพมาให้แล้วบอกว่า มียายติดอยู่ในภาพด้วย ซึ่งยายก็เก็บรักษาไว้ตลอดมา
ถ่ายทอดพิธีเคลื่อนพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราช เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป วันนี้ (14 ต.ค.) พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันนี้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยจะถ่ายทอดสดพิธีเคลื่อนพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศจากโรงพยาบาลศิริราช อัญเชิญมายังพระบรมมหาราชวัง ซึ่งจะเริ่มถ่ายทอดตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไปจนเสร็จสิ้นพิธีโดยสมบูรณ์ นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาให้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดสดพิธีเคลื่อนพระบรมศพในวันนี้ ตลอดจนพระราชพิธีอันจะปรากฏในอนาคตเมื่อได้รับพระบรมราชานุญาต รวมทั้งขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกแขนง ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ ซึ่งจะเผยแพร่รายการของสถานีตามปกติภายหลังเสร็จสิ้นการถ่ายทอดรวมการเฉพาะกิจ ได้ร่วมกันนำข้อมูลข่าวสารที่เหมาะสมต่อประชาชนในห้วงเวลานี้ เพื่อเป็นพลังใจซึ่งกันและกัน ลดความสับสน คลายความวิตกกังวลให้แก่สังคมและพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ รวมทั้งพิจารณาเนื้อหารายการที่จะเผยแพร่ให้เหมาะควรแก่สถานการณ์ของประเทศและความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ที่มามติชน
