ข่าววันนี้
วันที่ 11 ตุลาคม สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน ซัมซุงประกาศยุติการผลิตกาแลคซี่ โน้ต 7 เป็นการถาวรแล้วหลังจากพบความผิดพลาดจากการผลิตที่เป็นสาเหตุให้เครื่องเกิดเพลิงไหม้ ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่มีผลกระทบกับสมาร์ทโฟนตัวเรือธงของซัมซุง หลังจากก่อนหน้านี้มีการเรียกคืนโน้ต 7 เอส จำนวน 2.5 ล้านเครื่อง ภายหลังการวางจำหน่ายเมื่อเดือนสิงหาคม แม้จะมีพยายามปรับปรุงไปจนถึงเปลี่ยนแบตเตอรี่และอัพเดทซอร์ฟแวร์ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ไปจนถึงการออกล็อตใหม่มาแทนที่ล็อตเก่าแต่ก็ยังมีจำนวนลูกค้าร้องเรียนถึงปัญหาเครื่องไหม้ โดยก่อนหน้าซัมซุงแนะนำให้ลูกค้าหยุดใช้งานและปิดเครื่องไว้ก่อน รวมทั้งหยุดการผลิตชั่วคราว กระทั่งตัดสินใจยุติการผลิต โน้ต 7 ในที่สุด ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โลกโซเชี่ยลมีการแชร์คลิปจากเพจ “ตำรวจไทย สู้ๆ” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชน ซึ่งพบว่าเหตุการณ์เกิด ชายคนดังกล่าวจอดรถในที่มีป้ายห้ามจอดตลอดแนว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะออกใบสั่ง แต่ชายคนนี้ไม่พอใจ เพราะตนเองเดินกำลังจะถึงรถแล้ว จึงตะโกนด่าเจ้าหน้าที่อย่างหยาบคาย พร้อมท้าให้นำคลิปมาลงโซเชี่ยล และยังสำทับด้วยว่า คนเกลียดตำรวจก็เพราะสาเหตุนี้ โดยคลิปดังกล่าวกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและยังดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ซ้ำด้วย ที่มา ข่าวสด
เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 11 ตุลาคม นายศรัณยู มีทองคำ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ ประกอบด้วยนายศิริพงษ์ นำภา ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองเชียงใหม่ และ ร.ท.นิธิศ ซ้อนพุฒ บุกเข้าตรวจสอบโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล – EASTIN TAN HOTEL CHIANG MAI เลขที่ 165 ถนนห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ หลังพบว่ายังคงเปิดให้บริการโรงแรมอยู่ ทั้งที่เจ้าหน้าที่สั่งหยุดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ฐานความผิด พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2557 มาตรา 15 ทั้งนี้ผู้ดูแลโรงแรมเป็นชาย 2 คน พยายามชี้แจงต่อคณะนายอำเภอว่า นายตัน ภาสกรนที เจ้าของโรงแรมขอผ่อนผันการให้บริการออกไปจนถึงสิ้นปี 2559 ในส่วนของห้องพักที่นักท่องเที่ยวจองล่วงหน้ามาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ปฏิเสธว่าไม่มีกฎหมายข้อใดอนุญาตให้ผ่อนผันได้ ทางโรงแรมจะต้องหยุดดำเนินการทันที หากพบฝ่าฝืนต้องดำเนินคดีตามความผิด พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2557 มาตรา 15 ด้านฝ่ายทนายความได้นำแถลงการณ์ชี้แจงจากนายตัน ภาสกรนที เนื้อหาระบุว่า บริษัท ตันบุญ จำกัด น้อมรับและยินดีปฏิบัติตามข้อกฎหมายทุกประการ และโรงแรมจะงดการให้บริการจองห้องพักเพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (วันที่ 11 ต.ค.59) ที่วัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปชมความงดงามเป็นจำนวนมาก โดยนิยมไปถ่ายภาพบริเวณถนนทางเข้าวัดเพื่อเก็บภาพอุโบสถขาวที่เป็นอาคารหลักด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม พบว่าบริเวณด้านหน้าเป็นที่ตั้งของเสาไฟฟ้าที่มีสายไฟฟ้าและสายสื่อสารหลายสายถูกวางพาดระโยงระยางอยู่ติดถนนข้างวัด ทำให้อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชื่อดังชาวเชียงราย ผู้สร้างศิลปะวัดร่องขุ่นออกมาแสดงความคิดเห็นขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยอาจารย์เฉลิมชัย กล่าวว่า วัดร่องขุ่นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก มีคนเดินทางไปเยือนเป็นจำนวนมาก ส่วนตนก็สร้างศิลปะที่วัดร่องขุ่นมานานกว่า 20 ปีแล้วจนทำให้มีความสวยงามอย่างที่ปรากฏ ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามนำสิ่งที่บดบังความงดงามและทิวทัศน์ เช่น เสาไฟฟ้าและสายไฟฟ้าระโยงระยาง ฯลฯ ที่ตั้งอยู่บนถนนภายในวัดลงใต้พื้นดินทั้งหมดแล้ว โดยตนใช้งบประมาณให้กับท้องถิ่นดำเนินการซึ่งก็จำไม่ได้ว่าหมดไปกี่แสนบาท แต่ปรากฏว่าปัจจุบันผู้ที่ทำให้ไม่งดงามกลับเป็นหน่วยงานภาครัฐเสียเอง โดยพบว่าม
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่อาคาร ซี ดับเบิลยู ทาวเวอร์(CW Tower) ถนนรัชดาภิเษก กทม. นายพงษ์ศักดิ์ นันตวรรณกุล กรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย โฮเรก้า จำกัด นางลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอเชีย โฮเรก้าฯ และนายกมล รัตนวิระกุล นายกสมาคมการบริหารโรงแรม พร้อมด้วยพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมกันแถลงเปิดแผนธุรกิจ HORECA Square ซึ่งตั้งอยู่ที่ ชั้น 3-5 ของ CW Tower และจะเปิดให้บริการในต้นปี 2560 โดยใช้แนวคิดของการทำตลาดงานแสดงสินค้าแบบ B2B หรือโฮลเซลล์ และบริหารงานภายใต้แนวคิดบริการครบวงจร (Total Solution ) นายพงษ์ศักดิ์ นันตวรรณกุล(กลาง) และนางลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์(ชุดขาว) นายพงษ์ศักดิ์เผยว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 จนถึงปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจ HORECA มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 10-20% ในแต่ละปี มูลค่าตลาดในกลุ่มธุรกิจ HORECA ซึ่งประกอบด้วย โรงแรม (Hotel) ร้านอาหาร (Restaurant) กาแฟและธุรกิจจัดเลี้ยง (Café and Catering) มีมูลค่าตลาดโดยรวมประมาณ 1 ล้านล้านบาทต่อปี โดยธุรกิจกลุ่มโรงแรมมีมูลค่าสูงถึง 527,000 ล้านบาท ธุรกิจร้านอาหาร 385,000 ล้านบาท และธุรกิจกาแฟ เบเกอรี่ ไอศครีม จัดเลี้ยง 62,000 ล้านบาท ต
กำนัน – ผญบ.” เฮ ครม.เห็นชอบปรับเพดานเงินเดือนให้ 15,000 รัฐบาลขออย่ามองเป็นเรื่องการเมือง เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงการเพิ่มเงินอัตราตอบแทนตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทั้งฝ่ายปกครองและฝ่ายรักษาความสงบว่า ครม.เห็นชอบให้เพิ่มเงินอัตราค่าตอบแทน ดังนี้ เดิมกำนันได้รับเงินเดือน 10,000 บาท เพิ่มเป็น 15,000 บาท ผู้ใหญ่บ้านเดือนละ 8,000 บาท เพิ่มเป็น 13,000 บาท ขณะที่แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทั้งฝ่ายปกครองและฝ่ายรักษาความสงบเดือนละ 5,000 บาท เพิ่มเป็น 10,000 บาท โดยรัฐบาลได้เพิ่มเพดานขึ้น 25 ขั้น ทุกระดับขั้นละ 200 บาท โดยการเพิ่มค่าตอบแทนครั้งนี้ทำให้งบประมาณเพิ่มขึ้นปีละกว่า 800 ล้านบาท “ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงิน 15,000 บาททันที แต่จะขึ้นทีละ 1 ขั้นต่อปี ตกปีละ 200 บาท ทำให้ได้รับเงิน 10,200 บาทในปีหน้า แต่หากเป็นคนทำงานมีประสิทธิภาพ โดดเด่นกว่าคนอื่น จะได้รับ 2 ขั้น คือ 400 บาท โดยผู้ได้รับ 2 ขั้นจะต้องไม่ติดกันเกิน
ผู้สื่อขาวรายงานว่า เวลา 14.00 น.วันที่ 11 ตุลาคม 59 นายเรวัต ประสงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เรียกหัวหน้าส่วนราชการมาประชุมที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยในที่ประชุมได้สรุป พร้อมออกประกาศว่า มีพื้นที่ชุมนริมน้ำ ถูกน้ำท่วมอย่างเป็นทางการแล้ว 8 อำเภอ 96 ตำบล 531 หมู่บ้าน รวม 28,359 ครัวเรือน ประกอบด้วย อำเภอเสนา บางบาล ผักไห่ พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน บางไทร บางปะหัน และท่าเรือ ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้1. อำเภอเสนา รวม 9 ตำบล 67 หมู่บ้าน 6,071 ครัวเรือน , 2. อำเภอบางบาล รวม 16 ตำบล 101 หมู่บ้าน 8,031 ครัวเรือน , 3.อำเภอผักไห่ รวม 14 ตำบล 66 หมู่บ้าน 2,065 ครัวเรือน ,4. อำเภอพระนครศรีอยุธยา รวม 12 ตำบล 60 หมู่บ้าน 2,252 ครัวเรือน ,5.อำเภอบางไทร รวม 23 ตำบล 124 หมู่บ้าน 5,186 ครัวเรือน ,6. อำเภอบางปะอิน รวม 11 ตำบล 81 หมู่บ้าน 4,217 ครัวเรือน ,7. อำเภอบางปะหัน รวม 3 ตำบล 12 หมู่บ้าน 486 ครัวเรือน ,8. อำเภอท่าเรือ รวม 8 ตำบล 20 หมู่บ้าน 2 ชุมชน 51 ครัวเรือน และในจำนวนนี้ ได้มีการสำรวจเก็บหลักฐานครบ พร้อมประกาศเป็น เขตให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
สำนักข่าวไชน่ารีเทลล์รายงานว่า สตาร์บัค มีแผนวางระบบให้บริการเดลิเวอรี่ในประเทศจีนให้สมบูรณ์ภายในปี 2560 ที่จะถึงนี้ โดยคาดว่าจะเปลี่ยนตัวผู้ให้บริการจาก “เหมยฉวย เทคอเวย์” (Meituan Takeaway) พาร์ทเนอร์รายปัจจุบันหันจับมือกับ “ไป่ตู เทคอเวย์” (Baidu Takeaway) ผู้ให้บริการเว็บไซต์สั่งอาหาร และเป็นบริษัทลูกของบริษัทเสิร์ซเอนจิ้น “ไป่ตู” เพื่อให้บริการเดลิเวอรี่กาแฟและสินค้าอื่นๆ ไปถึงมือลูกค้าภายใน 20 นาที ทั้งนี้ปัจจุบันจีนถือเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ของสตาร์บัครองจากสหรัฐอเมริกา ด้วยจำนวนสาขากว่า 2,100 แห่ง มากกว่า 100 เมืองทั้งประเทศ รวมถึงมีแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 500 แห่งในสิ้นปีนี้ ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
เลื่อนเข้าเลื่อนออกเป็นระลอกแผนการรื้อสะพานข้ามแยกรัชโยธินเพื่อสร้างตอม่อรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย“หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต”ซึ่งเป็นไซต์งานก่อสร้างสัญญาที่1ของ“บมจ.อิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์” เนื่องจากเป็นพื้นที่รถติดมหาโหด ทำให้ “รฟม.-การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย” หวั่นจะยิ่งซ้ำเติมคนกรุง ที่ผ่านมาแผนการรื้อสะพานข้ามแยกจึงยังไม่นิ่ง จากเดิมจะรื้อตั้งแต่เดือน เม.ย.ก่อนจะขยับไปต้นปีหน้า จนมาล่าสุดได้รับการยืนยันจาก “พีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล” ผู้ว่าการ รฟม.แล้วว่า ประมาณกลางเดือน พ.ย.นี้จะทดลองปิดการจราจรสะพานข้ามแยกรัชโยธินเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์เพื่อประเมินผลกระทบจากปัญหารถติด หากสามารถรับมือได้จะดำเนินการปิดถาวรเป็นระยะเวลา 2 ปีเพื่อรื้อสะพานและสร้างอุโมงค์แทน “เลื่อนแผนการก่อสร้างเร็วขึ้นเพื่อไม่ให้การก่อสร้างทั้งโครงการล่าช้าจากกำหนดที่วางไว้เดือนก.พ.ปี′62 อาจจะทำให้ผู้รับเหมาขอขยายเวลาและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเหมือนกับสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย เราก็ไม่อยากให้เกิดกรณีดังกล่าวขึ้นอีก จึงต้องปรับแผนการก่อสร้างใหม่ เพราะการก่อสร้างอุโมงค์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีปัญหาน้ำเสียจนปลากระเบนตาย เริ่มส่งผลกระทบทำให้หอยหลอดเริ่มตาย ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 ต.ค. นายคันฉัตร ตันเสถียร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยนายปิยะ พรหมสถิต ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8, นายชากรี รอดไฝ ผู้อำนวยการสำนักงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนางสาวทิพย์อาภา ยลธรรม์ธรรม รักษาราชการแทนผู้อำนวยสำนักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ ที่ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อชี้แจงสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในแม่น้ำแม่กลอง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกไปเก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนดินในแม่น้ำแม่กลองในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม รวม 4 จุด คือ บริเวณหน้าวัดเพชรสมุทรวรวิหาร, บริเวณใต้สะพานสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า อำเภอเมือง สมุทรสงคราม, บริเวณใต้สะพานสมเด็จพระศรีสุริเยน อำเภออัมพวา และบริเวณใต้สะพานอัมรินทรามาตร อำเภอบางคนที เนื่องจากแต่ละจุดปลากระเบนซึ่งเป็นสัตว์น้ำหากินบริเวณหน้าดินมักจะอาศัยอยู่ หากนำตะกอนท้องน้ำซึ่งเป็นที่สะสมของสารพิษไปตรวจสอบก็จะทราบว่าปลากร
