ข่าววันนี้
แม่ของทหารอารักขา “ขบวนพระบรมศพ” เปิดใจ หลังลูกชายปรากฏในคลิปที่แชร์กันในโลกออนไลน์ ก่อนไปทำหน้าที่บอก “ผมทหารรักษาพระองค์เป็นทหารของพระราชาต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดไม่ว่าจะอยู่สถานการณ์ใดก็ตาม” วันที่ 15 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังโลกโซเชียลแห่แชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ทหารอารักขาที่ยืนเฝ้าขบวนพระบรมศพ ในพิธีเคลื่อนพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ไปยังพระบรมมหาราชวัง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งเพื่อร่วมกับชาวไทยทั้งชาติในการส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ แม้เจ้าหน้าที่นายนี้จะมีอาการอ่อนแรงจนตำรวจนายหนึ่งต้องเข้ามาพยุง แต่ก็ยังปฏิบัติหน้าที่ต่ออย่างสุดความสามารถ ไม่ยอมพัก จนเป็นที่ชื่นชมของโลกออนไลน์ หลังที่เรื่องราวดังกล่าวถูกแพร่หลายในโลกโซเชียลทั้งแห่แชร์คลิปภาพและกล่าวชื่นชม ทั้งยกย่องเป็นทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างภาคภูมิใจ โดยเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเปิดเผยโดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ด.ญ.พฤกษชาติ เชิดฉาย ได้เผยภาพนิ่งในมุมใกล้เคียงกันระบุข้อความว่า “ชอบพี่ทหารคนนี้เท่มาก สปิริตสุดยอด ขนาดยืนรอตากแดดเป็นเวลานาน จนจะเป็นลม แต่ก็ไม่ละหน้าที่ ท
นับแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขราษฎร และก่อให้เกิดการพัฒนาขึ้นในประเทศชาติ ด้วยพระอัจฉริภาพและพระปรีชาสามารถมากล้น ทุกครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรและทรงติดตามงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มีอยู่หลายด้านและทั่วภูมิภาคนั้นภาพที่คุ้นตาปวงอาณาประชาราษฎร์คือทรงพระดำเนินไปยังที่ต่างๆ โดยมีแผนที่ในพระหัตถ์และกล้องถ่ายรุปคล้องพระศอ ทรงฉายสิ่งที่เกิดขึ้น ตลอดจนความก้าวหน้าของโครงการ เพื่อบันทึกเหตุการณ์ประกอบพระราชวินิจฉัยเสมอ นอกจากนั้น เมื่อเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ได้ทรงฉายพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชโอรส และพระราชธิดา ในพระราชอิริยาบถต่างๆ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่พสกนิกรในการส่งเสริมความรัก ความอบอุ่นภายในครอบครัวที่ยิ่งขึ้นด้วย อาจกล่าวได้ว่า..ศิลปะจากภาพถ่ายเป็นศิลปะสาขาหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศและบังเกิดประโยชน์แก่การดำรงชีวิตของราษฎรดังพระราชดำรัสที่ว่า…“ศิลปะเ
ข้อมูลจากหนังสือ “ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย” โดย นนทพร อยู่มั่งมี การสรงน้ำพระบรมศพหรือพระศพ อนุโลมเรียกอย่างชาวบ้านก็คือ อาบน้ำศพ เป็นการอาบน้ำชำระศพให้สะอาด ธรรมเนียมนี้เป็นเรื่องการทำความสะอาดเพื่อให้ผู้ตายที่ไปอยู่ในภพภูมิอื่นในลักษณะบริสุทธิ์หมดจด บางทีก็เชื่อกันว่าเป็นการเตรียมตัวสำหรับไปไหว้พระจุฬามณีเจดีย์ วิธีปฏิบัติตามแบบแผนโบราณที่สืบกันมาคือ ต้องต้มน้ำด้วยหม้อดิน เก็บเอาใบไม้สดต้มลงไปด้วย และหาก้อนเส้า 3 ก้อนมาเตรียมไว้ เมื่อน้ำเดือดยกหม้อน้ำวางบนก้อนเส้านั้น การอาบน้ำจะต้องอาบด้วยน้ำร้อนก่อนแล้วจึงอาบด้วยน้ำเย็น ฟอกด้วยส้มมะกรูดชะล้างให้สะอาดหมดจด ตำขมิ้นชันสดกับผิวมะกรูดมาขัดสีอีกทีให้ทั่วร่างกาย พระบรมศพสมเด็จพระศรีสวัสดิ์ กษัตริย์กรุงกัมพูชา ในพระหัตถ์ทั้งสองข้างทรงถือซองพระศรีบรรจุเครื่องบูชาพระจุฬามณี พร้อมกับทรงแผ่นทองจำหลักปิดพระพักตร์ (ภาพจากลัทธิธรรมเนียมต่างๆ ภาคที่ 20 : ราชกำหนดกรุงกัมพูชา เรื่องการพระบรมศพสมเด็จพระศรีสวัสดิ์พระเจ้ากรุงกัมพูชา) ถ้าเป็นศพผู้ใหญ่ก็มักเอาผ้าขาวมาซับฝ่าเท้า ฝ่ามือ หรือหน้า เพื่อถอนเอารอยจากส่วนต่างๆนี้ให้ลูกหลานไว้บูชา ในราชส
เปิดใจ “น้องน้ำขิง” ปลื้มปีติ “ในหลวง” ทรงขอบใจจดหมายถวายพระพร วันที่ 14 ต.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 93/66 หมู่บ้านกานดา หมู่ 3 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อพบกับ น.ส.ชลลดา พุ่มอิ่ม หรือ น้องน้ำขิง อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 ร.ร.กาญจนานุเคราะห์ จ.กาญจนบุรี ที่ตอนอายุเพียง 6 ขวบ เคยเขียนจดหมายขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหายจากพระอาการประชวร โดยให้ น.ส.นิลุบล สุวัฒนมงคลชัย ผู้เป็นแม่นำจดหมายไปส่งให้ และถามแม่ทุกวันว่า จดหมายจะถึงมือในหลวงไหม กระทั่งเวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ มีจดหมายจากสำนักราชเลขาธิการ ตอบกลับมา 1 ฉบับว่า “ถึง ด.ญ.ชลลดา พุ่มอิ่ม ตามที่ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของคณะแพทย์ เพื่อถวายการรักษา เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2549 นั้น ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงขอบใจ ลงวันที่ 4 กันยายน 2549” ซึ่งจดหมายดังกล่าวสร้างความดีใจให้แก่น้องน้ำขิงและครอบครัวเป็นอย่างมาก ซึ่งแม่น้องน้ำขิงได้เก็บรักษาจดหมายฉบับดังกล่าวไว้เป็นอย่างดีตลอด 10 ปีที่ผ่านมา น้
เมื่อวันที่ 14 ต.ค. เฟซบุ๊ก Pat Phannachet ซึ่งเป็นนักบินของสายการบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ ได้โพสต์ข้อความจากห้างสรรพสินค้าอิออนมอลล์ นาริตะ เมืองนาริตะ จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ระบุว่า “อาจจะเป็นเพราะญี่ปุ่นเป็นชาติที่มีระบอบกษัตริย์ เหมือนเรา ผมเดินทางทำไฟล์ทมาที่ญี่ปุ่น เมื่อวานช่วงสายๆของเมืองไทย มาถึงญี่ปุ่นช่วงค่ำ ก็ได้รับฟังข่าวที่ไม่ดีที่เกิดที่เมืองไทย พี่กัปตันและน้องลูกเรือต่างพากันเสียใจรวมตัวกันติดตามข่าวสาร จนกระทั่งมีการแถลงอย่างเป็นทางการ จึงแยกย้ายกันพักผ่อน เช้าวันรุ่งขึ้นผมเดินทางมาห้าง เพื่อซื้อของที่แม่ฝากซื้อ เมล์บริษัทแจ้งว่าสำหรับลูกเรือที่ไฟล์ทออกจากกรุงเทพวันนี้ให้ติดแถบผ้าไว้อาลัย แต่ชุดของพวกผมไฟล์ทออกมาตั้งแต่เมื่อวานจึงไม่ได้มีผ้าติดตัวมาด้วย จึงลองเดินไปถามร้านขายของเล็กๆ ว่ามีผ้าขายหรือไม่ เพื่อฟลุ๊ค อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย ในร้านเป็นร้านขายเครื่องเขียนและอุปกรณ์แม่บ้านญี่ปุ่น มีคุณป้าสองคนดูแลร้าน ซึ่งแน่นอนพูดได้แต่ภาษาญี่ปุ่น ผมจึงพยายามอธิบายว่าผมอยากได้ผ้าสีดำ แบบในรูป (ยื่นรูปให้ดู) คนขายบอกไม่มี มีแต่ผ้าเป็นเมตร ผมขอซื้อ 1 เมตร ในใจคนขายคง
เมื่อเวลา 19.45 น. วันที่ 14 ต.ค. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลสั่งการให้สายด่วนทำเนียบรัฐบาล 1111 เปิดให้บริการข้อมูลข่าวสารแก่พี่น้องประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงสายด่วนศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ 1567 เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่พี่น้องประชาชนควรรับทราบ เพื่อร่วมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ “ทั้งนี้การประดับพระบรมฉายาลักษณ์ ตามหน่วยงานและอาคารบ้านเรือน ให้ประดับผ้าระบาย โดยให้ผ้าสีดำอยู่ด้านบนและสีขาวอยู่ด้านล่าง การจัดโต๊ะหมู่บูชา จะประกอบด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ เครื่องทองน้อยและผ้าระบาย รวมทั้งงดประดับธงตราสัญลักษณ์” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ขณะนี้สำนักงานในกรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต ได้ตั้งโต๊ะถวายความอาลัย เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าของปวงชนชาวไทย ที่เพิ่งสูญเสียองค์พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังมีกษัตริย์อีกพระองค์หนึ่ง ที่ทรงโทมนัสไม่ต่างจากประชาชนชาวไทย นั่นคือ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ผู้ทรงเป็นที่คุ้นเคยของประชาชนชาวไทยจำนวนมาก โดยสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏานทรงนำพระราชวงศ์และประชาชนของพระองค์ สวดมนต์และจุดเทียน เพื่อถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ คนไทยเริ่มรู้จักสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงเป็นมกุฎราชกุมารแห่งภูฏาน เสด็จทรงร่วมในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี แห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ด้วยพระจริยาวัตรที่งดงามทำให้ประชาชนชาวไทยประทับใจตั้งแต่ครั้งนั้น เป็นที่ทราบกันว่า สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏานทรงมีความใกล้ชิดกับพระราชวงศ์ของไทยและทรงนับถือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศเป็นแบบอย่างในการพัฒนาประเทศ เคยเสด็จจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาบนยอดดอยอินทนนท์และยอดดอยอ่างขาง นอกจากนั้นยังเคยเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระนาง
เป็นคลิปที่คนดูแล้วตื้นตันจนต้องร้องไห้ตาม เมื่อคุณ Sek Thongsuwan, Concert Pianist ได้โพสต์คลิปเล่นเปียโนเพลงสรรเสริญพระบารมีที่นอกจากไพเราะแล้วยังสุดซาบซึ้งเพราะผู้เล่นสะอื้นไห้ตลอดเวลาที่บรรเลิงเพลงนี้จนมียอดคนดูมากถึง 2 ล้านวิว โดยโพสต์ด้วยว่า “ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป….วันนี้หม่นหมอง ผมเสียใจ เล่นด้วยน้ำตา กลายเป็นเพลงที่รู้สึกเล่นยากที่สุดที่เคยเล่นมา ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ต.ค.59 นายสี วรรณเทวี อายุ 89 ปี อยู่บ้านเลขที่283/ 16 ถนนเพชรเกษม อ.เมือง จ.ราชบุรี กล่าวถึงความรู้สึกเสียใจเป็นที่สุดหลังทราบข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เพราะพระองค์เป็นพ่อของแผ่นดิน เมื่อพระองค์สวรรคตไปแล้วลูกทุกคนก็มีความห่วงใยคิดถึง ร้องไห้กันทั่วทั้งแผ่นดิน โดยครอบครัวในอดีตนั้นเมื่อปี พ.ศ. 2543 ได้เคยถวายที่ดินที่ได้ทำไร่ไว้ จำนวน 63 ไร่เศษ ใน ต.เขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี หลังจากที่พระองค์ท่านได้เสด็จไปที่เขาชะงุ้ม ทรงเห็นและอยากได้ที่ดินแปลงนี้และได้ให้เลขามาติดต่อขอซื้อ ผมจึงบอกไปว่าหากพระองค์ท่านมีความต้องการจริง ๆ จะยกถวายให้ ไม่ต้องซื้อไม่ต้องขาย หลังจากถวายแล้วพระองค์ทรงนำพื้นที่ไปปรับปรุง เช่น การปลูกหญ้าแฝกขณะนี้เป็นที่ดินที่ดีไปหมดแล้ว ปลูกพืชผัก ไม้ผล คิดว่าเกิดมาชาติหนึ่งได้ถวายที่ดิน ได้ทำบุญกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรู้สึกดีใจ ถือว่ายากดีมีจนไม่สำคัญ ขอให้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสักครั้งก็รู้สึกภูมิใจแล้ว หลังจากที่ตั้งใจจะไปเข้าเฝ้าอีกครั้งที่มีข่าวว่าพระองค์จะเสด็จที่โครงการศูนย์ศ
คลิปนี้โพสต์โดยคุณ Nontakan Rattanawadee เป็นคลิปถ่ายท้องฟ้าช่วงกลางค่ำบริเวณพระบรมมหาราชวัง ซึ่งมีพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล โดยประชาชนแตกตื่นเมื่อพบว่าเกิดพระจันทร์ทรงกลด จากนั้นมีกลุ่มเมฆบดบังพระจันทร์ ซึ่งพบว่าเป็นก้อนเมฆที่มีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ ทำให้ประชาชนส่งเสียงร้องด้วยความปลื้มปิติ โดยระบุว่า .. เกิดมหัศจรรย์ พสกนิกรเฝ้าส่งพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เกิดปรากฏการณ์เมฆบังพระจันทร์เป็นรูปหัวใจ #ขอบคุณแหล่งที่มา ที่มา ข่าวสดออนไลน์
