ข่าววันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2559 นางจงจิตร อรุณชัยวัฒน์ อายุ 63 ปี แม่ค้าขายของชำ อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 6 ต.บางทราย อ.เมือง จ.ชลบุรี ตกใจรีบวิ่งออกมาจากร้าน เนื่องจากได้มีเหี้ยท้องน้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัมเพราะมีลำตัวใหญ่มากได้วิ่งออกมาจากซอยข้างบ้าน หลังจากนั้นได้วิ่งเข้าไปในบ้าน คาดว่าจะไปหาอาหารกิน จึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยไตรคุณธรรมมาช่วยเหลือ ต่อมาเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้เดินทางมาที่บ้านหลังดังกล่าว โดยพบตัวเหี้ยซุกอยู่บริเวณหลังบ้าน จึงได้ลากหางออกมาจากนอกบ้าน แต่เหี้ยก็พยายามต่อสู้ด้วยการอ้าปากเพื่อกัด แต่ทนแรงของเจ้าหน้าที่มูลนิธิไม่ได้และถูกจับตัวได้ในที่สุด หลังจากนั้นได้มัดขาทั้งหมดแล้วนำตัวไปปล่อยกลับสู่ธรรมชาติต่อไป นางจงจิตร อรุณชัยวัฒน์ แม่ค้าขายของชำกล่าวว่า ตกใจมากที่ตัวเหี้ยเข้าบ้าน เพราะตัวใหญ่มาก ที่ผ่านมามีแต่ตัวเล็กๆ บริเวณนี้ตัวเหี้ยมีมากเพราะอยู่ใกล้ทะเล สงสัยจะท้องเนื่องจากท้องใหญ่มาก ส่วนจะเอาเลขที่บ้านไปตีหวยนั้นยังไม่แน่ใจว่าจะถูกหรือเปล่า ที่มา มติชนออนไลน์
นายประพัฒน์ เสียงจันทร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เบอร์เกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือบริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือเบอร์เกอร์คิง เปิดเผยว่า เทรนด์การรับประทานเบอร์เกอร์ของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน โดยมีผู้เล่นแข่งขันในตลาด 5 รายหลักคือ เบอร์เกอร์คิง, แมคโดนัลด์, มอสเบอร์เกอร์, คาร์ลซจูเนียร์ และเคเอฟซี แต่เบอร์เกอร์คิงมองว่าจะได้เปรียบคู่แข่งเนื่องจากทำการตลาดชัดเจน เน้นขายเบอร์เกอร์เป็นหลัก ทำให้ผู้บริโภคจดจำได้และตัดสินใจซื้อมากขึ้น ส่วนผู้เล่นท้องถิ่นจะเป็นลักษณะการจำหน่ายเบอร์เกอร์ในงานฟู้ดทรัคที่มักจะจัดขึ้นช่วงปลายปีหรือในฤดูหนาว ที่ปีนี้คาดว่าฟู้ดทรัคจะได้รับความนิยมน้อยกว่าปีที่ผ่านมา จึงคาดว่าการแข่งขันในตลาดเบอร์เกอร์ยังอยู่ที่ 5 รายหลักเหมือนเดิม นายประพัฒน์ กล่าวถึงทิศทางการทำธุรกิจนับจากนี้ จะเน้นทำตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เป็นหลัก เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในภาคอีสานขยายตัวได้ดี ผู้บริโภคมีกำลังซื้อ เห็นได้จากการเปิดเบอร์เกอร์คิงสาขาแรกที่ภาคอีสานที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ นครราชสีมา (โคราช) ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มียอดบิลถึง
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะผู้บริหาร กทม.ว่า สำนักการระบายน้ำ กทม.ได้รายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีข้อมูลว่ากรมชลประทานได้แจ้งเตือนว่าจะมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาจาก 2,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)ต่อวินาที เป็น 2,300 ลบ.ม./วินาที และเขื่อนพระรามหก จาก 600 ลบ.ม./วินาที เป็น 700 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่ไหลผ่านกรุงเทพฯ มีระดับสูงขึ้น ซึ่ง กทม.ได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำเหนือแล้ว ด้วยการก่อสร้างพนังกั้นน้ำรอบแม่น้ำเจ้าพระยา “ยังคงยืนยันว่าสามารถรับมือกับน้ำเหนือได้ เพราะความสูงของเขื่อนเจ้าพระยาสามารถรับน้ำได้ถึง 3,500 ลบ.ม. และเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือเมื่อปี 2554 พบว่า ยังไม่น่าห่วง เพราะมีปริมาณน้อยกว่า อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังมีจุดอ่อนอยู่ที่ถนนทรงวาด เขตสัมพันธวงศ์ ซึ่งเป็นจุดฟันหลอ แต่ กทม.ได้เตรียมกระสอบทรายสูงประมาณ 2 เมตร (ม.) เพื่อป้องกันน้ำท่วมในจุดนั้นแล้ว และคาดว่าจะเพิ่มกระสอบทรายเป็น 3 เมตร แต่ก็ยังไม่สามารถเพิ่มได้ เนื่องจากปร
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พระพรหมบัณฑิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ในฐานะประธานอำนวยการงานรำลึก 9 ปี มรณกาล พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) เปิดเผยความคืบหน้าการเตรียมงานพระราชทานเพลิง พระพรหมมังคลาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ว่าขณะนี้ภายในวัดชลประทานฯ ได้ปรับภูมิทัศน์ภายในวัด รวมทั้ง ดำเนินงานก่อสร้างอาคารปัญญานันทานุสรณ์ใกล้แล้วเสร็จ โดยคณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์ เตรียมจัดงานสลายสรีรธาตุ ประกาศสัจธรรม หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ในปี 2560 ภายใต้แนวคิด “ถวายดอกไม้ใจ แทนดอกไม้จันทน์” จึงได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงเป็นประธานพระราชทานเพลิงสรีรธาตุหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 เวลา 17.30 น. พระพรหมบัณฑิตกล่าวต่อว่า เพื่อแสดงปูชนียกตัญญุตาต่อหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ดังนั้น ตลอด 1 ปี ก่อนถึงวันพระราชทานเพลิงสรีรธาตุ ทางวัดชลประทานฯ จะจัดกิจกรรมพิเศษเป็นประจำทุกวันอาทิตย์ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม จนถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 มี 4 กิจกรรม ดังนี้ คือ 1.โครงการ “การสลายสรีรธาตุ ประกาศสัจธรรม
นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยในงานแถลงข่าว “เปิดยุทธศาสตร์สถาบันพลาสติก กับการทรานฟอร์เมชั่นอุตสาหกรรมสู่ไทยแลนด์ 4.0″ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ว่า กระทรวงฯมีเป้าหมายให้อุตสาหกรรมพลาสติกไทยเพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ดังนั้นจะเร่งสร้างความเข้มแข็งแก่ผู้ประกอบการผ่านการวิจัยพัฒนา ยกระดับผลิตภัณฑ์ไปสู่พลาสติกชีวภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีผู้ผลิตพลาสติกที่คิดเป็น 80%ของผู้ประกอบการทั้งหมด เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนของอุตสาหกรรมพลาสติกในอาเซียน อย่างไรก็ตามมาตรการแรกที่ภาครัฐต้องดำเนินการคือการสร้างจูงใจ ให้ผู้ประกอบการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพมากขึ้นแลกกับสิทธิประโยชน์ต่อธุรกิจ ส่วนมาตรการบังคับสำหรับไทยน่าจะใช้เวลาอีกหลายปี แต่เชื่อว่าจะเดินไปสู่จุดนั้นตามเทรนด์โลกที่ปัจจุบันหลายประเทศเริ่มกำหนดสัดส่วนการใช้พลาสติกที่มาจากชีวภาพแล้ว นายเกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพลาสติก กล่าวว่า สถาบันอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มมูลค่าการผลิตและส่งออกเม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติกในช่วง 5 ปีจากนี้(2559-2564) ให้มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านบาท คิดเป็นการขยายต
นายเจมส์ รามา ปัทมินทรวิภาส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานเครือข่ายสาขาและบริการดิจิตอล ธนาคารยูโอบี (ไทย) เปิดเผยว่า สตาร์ทอัพในไทยมีการพัฒนาและขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งกลุ่มเทคโนโลยีการเงิน(ฟินเทค) และอุตสาหกรรมอื่น ๆ อาทิ การพัฒนาด้านหุ่นยนต์ (โรโบติกส์) ภาคการขนส่ง(โลจิสติกส์) ผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพ(เฮลท์แคร์) เป็นต้น โดยการเติบโตของสตาร์อัพไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า ปี 2555 มีสตาร์ทอัพในไทย 3 ราย มีการระดมทุนได้ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ล่าสุด ปี 2559 ณ สิ้นไตรมาส 2 มีสตาร์ทอัพเพิ่มเป็น 72 ราย และมีการระดมทุนได้ 108 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ช่วงเวลาเดียวกัน สิงคโปร์ มีสตาร์ทอัพอยู่ที่ 220 ราย และมีการระดมทุนได้กว่า 1,160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม คาดว่าหลังจากนี้ จะมีจำนวนสตาร์ทอัพไทยเพิ่มมากขึ้นและสามารระดมทุนได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นายเจมส์ กล่าวว่า ธนาคารยูโอบีให้ความสำคัญกับธุรกิจสตาร์ทและพร้อมจะสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทให้สามารถเติบโตได้เต็มศักยภาพ ผ่าน 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.การพัฒนาความสามารถของบุคลากร ด้วย ฟินแลบ โครงการเพาะบ่มสตาร์ทอัพ ระยะ 3 เดือน 2.การเข้าแหล่งเงินทุน ขณะนี
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวฮิตการนวดเปิดสมอง แต่ในทางการแพทย์ไม่แนะนะเพราะเสี่ยงเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งรวมถึงการนวดอื่นๆ ที่อาจไม่ได้มาตรฐานด้วย ว่า การนวดเปิดสมอง ถือว่าอันตรายมาก เนื่องจากบริเวณคอ เป็นจุดที่มีเส้นเลือดใหญ่ และมีเส้นประสาทที่ต้องระมัดระวัง บางคนกดโดนหนักๆ ไม่ได้เลย อาจทำให้เป็นลม ช็อก เพราะการกดเช่นนั้นจะทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง ซึ่งทำให้สมองขาดเลือด ขาดออกซิเจนได้ ในที่สุดอาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิต ดังนั้น หากจะเข้าไปนวดร้านใดก็ตาม ต้องพิจารณาให้ดีๆ ว่าได้มาตรฐานมีผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับการฝึกอบรมมาหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการอบรมจากกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หรือการฝึกอบรมจากกระทรวงแรงงาน ซึ่งจะมีเลขทะเบียนใบประกอบวิชาชีพ หรือใบผ่านหลักสูตรแสดงไว้ชัดเจน สิ่งสำคัญการนวดต้องไม่นวดที่แปลกๆ หรือมีการกดจุดหนักๆ ยิ่งจุดเสี่ยงบริเวณคอ ยิ่งน่ากลัว รวมไปถึงคนที่ปวดหลังก็ไม่ควรไปหัก หรือกดมากๆ เสี่ยงอันตรายต่อเส้นประสาท เส้นเลือดทั้งหมด นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับเรื่องนี้จะมอบให้กรมพัฒนากา
นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการเอสเอ็มอี สปริง อัพ ของรัฐบาล ว่า กระทรวงเริ่มดำเนินโครงการเอสเอ็มอี สปริง อัพ รุ่นที่ 1 เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2559 มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการกว่า 110 ราย สามารถเชื่อมโยงธุรกิจ ก่อให้เกิดการซื้อขายระหว่างกันกว่า 10 ล้านบาท อีกทั้งยังช่วยเพิ่มผลิตภาพและยกระดับอุตสาหกรรม คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 100 ล้านบาท โดยเตรียมจัดโครงการรุ่นที่ 2 และ 3 ต่อเนื่อง รุ่นละ 100 ราย เริ่มอบรมวันที่ 26 ตุลาคมนี้ และจะขยายผลไปยังผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงใหม่และอุดรธานีช่วงเดือนพฤศจิกายนต่อไป คาดหลังจบโครงการจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 10% นางอรรชกากล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมยังอยู่ระหว่างพัฒนาผู้ประกอบการที่อยู่โครงการยกระดับดาวเด่นเอสเอ็มอีของไทย (ดีไอพี สตาร์) จำนวน 31 ราย ให้มีศักยภาพตามหลักเกณฑ์การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) จะคัดเลือกผู้ประกอบการที่มียอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 10% ติดต่อกัน 2 ปี รวมทั้งมีการวางแผนที่จะขยายสาขาหรือขยายตลาดไปต่างประเทศใน 2 ปี แล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ชาวประมงพื้นบ้านชุมชนเก้าเส้ง อ.เมือง จ.สงขลา ออกไปจับสัตว์น้ำ โดยเฉพาะเรืออวนปูม้าวางอวนห่างจากชายฝั่งประมาณ 7-8 กิโลเมตร สามารถจับปูม้าได้ลำละ 5-10 กิโลกรัม เนื่องจากในช่วงนี้บริเวณทะเลชายฝั่ง จ.สงขลา มีปูม้าชุกชุมกว่าสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ แถมยังขายได้ราคาดี โดยขนาดใหญ่จำหน่าย กิโลกรัมละ 280 บาท ขนาดกลางและขนาดเล็ก กิโลกรัมละ 180-250 บาท ส่วนปูม้ามีไข่จำหน่ายกิโลกรัมละ 300-350 บาท ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านอวนปูม้าบ้านเก้าเส้งมีรายได้อย่างงามเป็นกอบเป็นกำ นายเส็น หมานหมัด ชาวประมงอวนปูในชุมชนบ้านเก้าเส้ง บอกว่า ได้นำอวนปูไปวางไว้ในทะเล 3 วัน และออกไปเก็บ สามารถจับปูได้จำนวนมาก ทั้งตัวขนาดใหญ่และตัวเล็ก เมื่อนำอวนกลับเข้าฝั่ง แกะปูม้าออกจากอวนบริเวณชายหาด ซึ่งต้องใช้ความชำนาญในการแกะปูออก ที่สำคัญเมื่อแกะออกมาแล้วก็จะต้องนำไปใส่ถุงตาข่ายแช่น้ำในทะเล เพื่อไม่ให้ปูตาย เพราะปูม้าจะต้องขายเป็นๆ จึงจะได้ราคาดีโดยส่งขายทั้งตลาดและร้านอาหาร “จำนวนปูม้าบริเวณชายฝั่งจะมีอย่างชุกชุม เพราะสภาพคลื่นลมสงบ ทำให้ชาวประมงอวนปูต้องเร่งออกวางอวนจับปูทุกวัน เนื่องจ
กรณีที่มีกระแสโซเชียลได้โพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับร้านอาหารที่มีแนวคิดแปลกๆ ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเพียงการเขียนเพื่อสร้างความสนุกสนานให้กับผู้อ่าน แต่ความจริงแล้วที่ จ.ชลบุรีนั้นมีร้านอาหารแห่งหนึ่งมีป้ายโฆษณาว่า เฮ้ย! ทำเหี้ยไรอยู่ .. มาดิ แดกด่วนโภชนา (ป้าหร่าย ซ.3BB เมืองใหม่ชลบุรี) อาหารตามสั่ง … เว๊ยเฮ๊ย ขายเช้ายันบ่าย-หยุดวันที่เมื่อย (ขออภัย! ถ้าไม่อร่อยไปหาแดกร้านอื่น” เห็นดังนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปพบนางอรกร แสงจูธรรม อายุ 58 ปี และ น.ส.ภัชภิชา พลลาย อายุ 32 ปี เจ้าของร้านอาหารดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนพระยาสัจจา เลขที่ 40/124 หมู่ 1 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งยังปิดร้าน ไม่ได้ขายอาหารตามปกติ เพราะเป็นช่วงเทศกาลกินเจ น.ส.ภัชภิชา พลลาย กล่าวว่า การเขียนป้ายโฆษณาขึ้นมานั้นจุดประสงค์ต้องการให้คนเห็นร้าน ไม่ใช่ต้องการแสดงความรุนแรง แต่อยากให้มาชิมอาหารอร่อยในร้าน ภายหลังจากติดป้ายได้มีลูกค้าสนใจมาก ในโซเชียลหรือคนทั่วไป หลายคนยังมองว่ามีความรุนแรงมากไป แต่เจตนาต้องการให้มากินอาหารจริงๆ อย่างไรก็ตาม กลุ่มวัยรุ่นได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะแปลกดี ไม่มีใครกล้าทำ นางอรกรกล่า
