ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ธารน้ำใจจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งจากหลายจังหวัดทั่วประเทศยังหลั่งไหลบริจาคช่วยเหลือคุณตาแพน แผ้วพลสง อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 ม.8 ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่ทำกระเป๋าสตางค์ที่มีเงินสดอยู่กว่า 15,000 บาทหล่นหาย ขณะพาน้องแพม หลานสาววัย 6 ขวบไปทำเรื่องต่ออายุบัตรคนพิการที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ โดยช่วงเช้าคุณตาแพน พร้อมยายเสงี่ยม และหลานสาว ได้นำสมุดบัญชีไปปรับยอดที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาอิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ พบว่ามียอดเงินโอนเข้าบัญชีแล้วจำนวน 640,863 บาท และเงินสดที่มีผู้ใจบุญนำมาบริจาคช่วยเหลือคุณตาที่บ้านด้วยตัวเองอีกกว่า 20,000 บาท คุณตาจึงได้นำเงินสดจำนวนดังกล่าวไปฝากเข้าบัญชีด้วย เพราะเกรงจะทำหล่นหายอีก รวมเป็นยอดเงินในบัญชีทั้งหมดล่าสุดขณะนี้ 660,863 บาท ซึ่งทางธกส.อำนวยความสะดวกให้กับตาแพน พร้อมได้เปลี่ยนบัญชีเล่มใหม่ให้กับคุณตาด้วย คุณตาแพนกล่าวว่า ขอขอบคุณผู้ใจบุญและมีจิตเมตตาทุกคนที่มีน้ำใจช่วยเหลือครอบครัว พร้อมระบุด้วยว่าถึงแม้จะมีเงินบริจาคช่วยเหลือจำนวนมากเท่าที่เคยมี แต่ก็ยังคงอยากได้เงินจำนวน 15,000 บาทที่ทำหล่นหายคืน เพราะเป็น
อาชีพสงวนสำหรับคนไทย ไม่ได้มีแค่อาชีพไกด์ หรือ ช่างตัดผม แต่ยังรวมถึงอาชีพเร่ขายสินค้า อาทิ รถเข็นผลไม้และอื่นๆ ด้วย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและภาครัฐกำลังเร่งจับกุมคนต่างด้าว ซึ่งประกอบอาชีพเหล่านี้ ติดตามชมรายงานพิเศษจากคลิปด้านบน ติดตามชมรายการมติชน วีกเอ็นด์ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 21.00-22.00 น. ทางวอยซ์ทีวี ช่อง 21
ใครชอบกินไข่เจียวยกมือขึ้น ไข่เจียวไทยกับไข่เจียวญี่ปุ่น ไข่ไหนจะอร่อยกว่ากัน เคยกินไข่เจียวกันอย่างเดียว มาดูการผลิตกันบ้าง.. เป็นคลิปขั้นตอนผลิตไข่เจียวสำเร็จรูปในโรงงานประเทศญี่ปุ่น จะมีกรรมวิธีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ชมคลิป https://www.youtube.com/watch?v=9DLlbnZ9aSk ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ทำข่าวประชาสัมพันธ์ถึงผู้สื่อข่าวว่า ก.ล.ต.ขอแจ้งว่า บุคคลที่มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จำนวน 8 ราย ดังนี้ 1. นายปกรณ์ บริมาสพร 2. นายเชวง จริยะพิสุทธิ์ 3. นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ 4. น.ส.เขมกร วชิรวราการ 5. นายพนา จันทรวิโรจน์ 6. นางสาวดวงกมล โชตะนา 7. นายเสริมสิน สมะลาภา 8. นายสุทธิชัย แซ่หยุ่น สืบเนื่องจากพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องกรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ในการประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อเดือนสิงหาคม 2559 พนักงานอัยการได้มีความเห็นและคำสั่งฟ้องบุคคลทั้ง 8 ราย ในฐานะกรรมการของเนชั่นไม่อนุญาตให้ผู้ถือหุ้นบางรายเข้าร่วมประชุมและห้ามผู้ถือหุ้นบางรายออกเสียงลงคะแนนในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 โดยพนักงานอัยการได้พิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนรวบรวมมาจากการดำเนินการของ ก.ล.ต. ในการกล่าวโทษนายณิทธิมน หัสดินทร ณ อยุธยา ประธานกรรมการ บริษัทเนชั่นและประธานในที่ประชุมผู้ถือหุ้น เมื่
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ยาฮู บริษัทอินเตอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ามีการสอดแนมอีเมล์ครั้งใหญ่ท่ามกลางเสียงไม่พอใจจากบรรดานักเคลื่อนไหวด้านสิทธิส่วนบุคคลต่อรายงานข่าวว่า ทางบริษัทสร้างโปรแกรมพิเศษเพื่อสแกนอีเมล์หลายล้านฉบับอย่างลับๆ ตามคำร้องขอของหน่วยข่าวกรองสหรัฐ ยาฮูแถลงว่า รายงานข่าวดังกล่าวที่ระบุว่า ทางบริษัทสแกนอีเมล์หลายร้อยล้านฉบับเพื่อช่วยเหลือหน่วยข่าวกรองของสหรัฐ เป็นเรื่องที่เข้าใจผิด และแถลงว่า “เราได้ตีความคำร้องขอข้อมูลผู้ใช้ของรัฐบาลให้แคบที่สุดเพื่อที่จะได้เปิดเผยข้อมูลให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และการสแกนอีเมล์ที่ถูกระบุถึงในบทความไม่มีอยู่ในระบบของเรา” ก่อนหน้านี้ รายงานข่าวของรอยเตอร์เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมอ้างแหล่งข่าวเป็นอดีตพนักงานของยาฮูระบุว่า ทางบริษัทได้สร้างโปรแกรมที่ใช้ในการสแกนอีเมล์ทั้งหมดขึ้นมาเพื่อช่วยสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) และสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ขณะที่รายงานของนิวยอร์กไทม์สเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมระบุว่า ยาฮูได้รับคำสั่งจากผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐให้ค้นหาอีเมล์ที่มี “
นางสาวเม ลิม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ลีกุมกี่ จำกัด ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา และอินเดีย หรือผู้ผลิตซอสปรุงรสนำเข้าจากฮ่องกง เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทจะรุกตลาดเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยให้มากขึ้น โดยการออกสินค้าใหม่ๆ ให้ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภค ทั้งเทรนด์การรับประทานเพื่อสุขภาพ อาทิ ซอสปรุงรสเห็ดหอมกลิ่นหอยนางรมสูตรเจ และเทรนด์การรับประทานซอสสำเร็จรูปพร้อมปรุง อาทิ เอ็กซ์โอซอส จากเดิมที่มีสินค้าเป็นเครื่องปรุงรสสำหรับการประกอบอาหารเป็นหลัก อาทิ ซอสหอยนางรม ซีอิ้วขาว นางสาวเม กล่าวว่า สินค้าหลักของบริษัทคือ ซอสหอยนางรมและซอสถั่วเหลือง แต่ยังมีสินค้าในรายการอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมเช่นกัน อาทิ ฮอยซินซอส น้ำมันงา เอ็กซ์โอซอส ซอสปรุงสำเร็จ ทั้งนี้ได้แบ่งสัดส่วนยอดขายเป็น ยอดขายกลุ่มสินค้าการใช้ในครัวเรือน 70% และกลุ่มการให้บริการอาหาร (ฟู้ดเซอร์วิส) 30% “จากการรุกตลาดที่มากขึ้น บริษัทจึงคาดว่าในปี 2560 เป็นต้นไป บริษัทจะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หรือประมาณ 30-40% ต่อปี จากเดิมที่เติบโตเฉลี่ย 15-20% ต่อปี จากปัจจัยการขยายสินค้าให้มีความหลากหลายครอบคลุมความต้อง
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)เปิดเผยว่า ททท.เปิดตัวโครงการท้าเที่ยวข้ามภาค ซึ่งจะใช้เป็นกิจกรรมหลักที่ ททท.จะใช้กระตุ้นการท่องเที่ยวตลาดในประเทศตลอดปี 2560 เพื่อสร้างรายได้ในประเทศอยู่ที่ 9.5 แสนล้านบาท หรือเติบโต 10% จากปี 2559 โดยโครงการท้าเที่ยวข้ามภาค ททท.ใช้ นักแสดง “ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี” เป็นพรีเซ็นเตอร์ สร้างกระแสการท้าเที่ยวข้ามภาคผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ตั้งเป้าตลอดปีมีคนท้าเที่ยวในประเทศประมาณ 54 ล้านคน และ 50% ของคนกลุ่มนี้ หรือประมาณ 27 ล้านคน/ครั้ง จะไปเที่ยวตามแหล่งที่มีการท้าทายจริง “การทำตลาดเพื่อกระตุ้นยอดการท่องเที่ยวในประเทศ ททท.ใช้งบประมาณทั้งปีประมาณ 1 ใน 3 ของงบประมาณรวมของ ททท.สำหรับทำการตลาด หรือประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยภารกิจภายใต้โครงการท้าเที่ยวข้ามภาค จะสร้างการรับรู้ผ่านเว็บไซต์ WWW.ท้าเที่ยวข้ามภาค.com และ facebook Fan page ท้าเที่ยวข้ามภาค ซึ่งการประกาศคำท้าเที่ยวข้ามภาค ใครที่ตอบรับคำท้าและออกไปพิชิตคำท้าสามารถลุ้นรับรางวัลใหญ่ทุกเดือน” ที่มา มติชน
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ทพ.ไพศาล กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา กล่าวว่า ตามที่ พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2559 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ปรับปรุงใหม่ และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นไป ได้กำหนดให้เครื่องกำเนิดรังสีหรือเครื่องเอ็กซเรย์ทางทันตกรรม จะต้องมีใบอนุญาตครอบครองเครื่องกำเนิดรังสีและผู้ใช้งานจะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยด้านรังสี ซึ่งต้องสอบเพื่อรับใบอนุญาต และคลินิกทันตกรรมทุกแห่งต้องมีเครื่องเอ็กซเรย์ที่มีมาตรฐาน ซึ่งเป็นไปตามที่ พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ได้บังคับไว้ ดังนั้น จะมีคลินิกทันตกรรมกว่า 6,000 แห่งที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติฉบับใหม่นี้ ทางทันตแพทยสภาจึงได้ทำหนังสือถึงนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.)เกี่ยวกับการออกกฎกระทรวงตาม พ.ร.บ.นี้ และเตรียมเข้าพบเพื่อหารือประเด็นดังกล่าว นายกทันตแพทยสภา กล่าวต่อว่า ทันตแพทยสภาสนับสนุนเจตนารมณ์กฎหมายฉบับนี้ ที่เน้นเรื่องความปลอดภัยของประชาชนและบุคลากรสาธารณสุข ต่อผลกระทบที่อาจจะได้รับจากปริมาณรังสี แต่เครื่องเอ็กซเรย์ที่ใช้ทางทันตกรรมนั้น ปริมา
เป็นป้ายที่แชร์กันในโลกออนไลน์ของไทยและเกาหลี โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ @IamNaZza ได้โพสต์ภาพป้ายภาษาไทยที่ติดอยู่ในกรุงโซลใจความว่า “คนที่ไม่มีวีซ่า ถ้ามอบตัวกลับไทย จะไม่มีข้อยกเว้นในการเข้าเมืองอีก ผู้ขับขี่รถยนต์ต้องได้นับการลงทะเบียนรถยนต์และทำประกันรวม… ใครที่ครอบครองของมีคมที่เป็นอันตราย และการทิ้งขยะที่ไม่เป็นที่เป็นทาง การปัสาวะไม่เป็นที่เป็นทาง ต้องเสียค่าปรับ ..กรมการตำรวจเมืองฮวาซอง” โดยผู้ทวิตยังระบุว่า “ทางการเกาหลีได้แปะป้ายแบบนี้ไว้เลย เป็นภาษาไทย อ่านแล้วก็อาย ก็ไม่แปลกที่เค้าจะเข้มกับคนไทยนะ Cr.รูปจากเพจเรื่องเล่ามาดามคิม #VisitKorea” ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ศูนย์ราชการ อาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ น.ส.ธัญญรัตน์ บุญเหลี่ยม อายุ 38 ปี อาชีพทำงานบริษัทเอกชนเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางเรือ ได้เข้าพบ ร.ต.ท.หญิงเพ็ชรรัตน์ หอมเย็นใจ รอง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคบ. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Be?shopz” ขายสินค้าเสื้อผ้าลอกเลียนแบรนด์ดัง พร้อมนำหลักฐานเอกสารการโอนเงิน และข้อความการสั่งซื้อสินค้า มาประกอบการแจ้งความดำเนินคดี น.ส.ธัญญรัตน์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ได้พบผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Be?shopz” ได้ลงภาพขายเสื้อผ้าผ่านทางออนไลน์จึงติดต่อสั่งซื้อเสื้อชุดเดรสกางเกงขายาว 1 ตัว ราคา 590 บาท พร้อมจัดส่งในราคา 610 บาท ได้รับของกลับพบว่าเสื้อผ้าที่สั่งซื้อมาไม่ได้คุณภาพต่างกับสินค้าที่จำหน่าย จึงได้นำสินค้าไปสอบถามรายละเอียดที่ shop ของเสื้อผ้ายี่ห้อเพลย์บอย ได้รับการยืนยันว่าสินค้าที่สั่งซื้อมาเป็นสินค้าที่ลอกเลียนแบบของจริง ทำให้ได้รับความเสียหาย จึงได้ประสานกับเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า และตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดี ต
