ข่าววันนี้
วันที่ 28 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานราคาผักสดและเครื่องปรุงชนิดต่างๆภายในตลาดสดแม่กิมเฮง ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ก่อนจะเริ่มเทศกาลกินเจประจำปี 2559 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กันยายน ถึง 9 ตุลาคม นี้ ทำให้บรรดาคนไทยเชื้อสายจีนและประชาชนที่ต้องการทำบุญโดยการละเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์ หันมาบริโภคผักแทน ส่งผลให้บรรดาราคาผักและเครื่องปรุงต่างๆได้มีการปรับราคาที่สูงขึ้น อาทิ โปรตีน เต้าหู้ เครื่องปรุงรส ก็ได้มีการปรับอย่างละ 15-20 บาท ส่วนราคาผัก ก็ได้เริ่มมีการปรับตัวสูงขึ้น 5-10 บาท เช่นผัก ผักคะน้า กิโลกรัมละ 25 บาท ขึ้นเป็น กิโลกรัมละ 30 บาท , กะหล่ำปี กิโลกรัมละ 20 บาท ปรับเป็นกิโลกรัมละ 25 บาท , ผักบุ้ง กิโลกรัมละ 25 บาท ขึ้นเป็น กิโลกรัมละ 30 บาท , ผักกาดขาวกิโลกรัมละ 20 บาท ขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 30 บาท , และมอคเคอลี่ จากเดิม 60 บาท ปรับเป็นกิโลกรัมละ 75 บาท เป็นต้น ซึ่งจากการสอบถามแม่ค้าขายผักภายในตลาดสดแม่กิมเฮง ทราบว่า สาเหตุที่ทำให้ราคาผักมีการปรับตัวสูงขึ้น เนื่องในหลายพื้นที่ได้ประสบปัญหาผักเจริญเติบโตไม่ทัน อีกทั้งผักบางชนิดก็เกิดการเน่าเสีย หลังจากในหลายพื้นที่มีสภาพอาการแปรปรวนม
คุณอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ขณะนี้มีการชักชวนเกษตรกรใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ ให้ร่วมลงทุนกับบริษัทในการปลูกหม่อนผลสด เพื่อจำหน่ายกิ่งพันธุ์และผลหม่อน โดยอ้างว่าได้ผลตอบแทนสูงไร่ละ 100,000-270,000 บาท /ปี แต่ผู้สนใจต้องลงทุนไร่ละ 25,000 – 32,000 บาท ซึ่งจะได้ต้นหม่อนไปปลูกเพียง 400 ต้น ถือว่าราคาเฉลี่ยต่อต้นสูงมาก กับการอ้างว่าจะสามารถเก็บผลผลิตได้วันละ 10 กิโลกรัมนั้น ในทางวิชาการถือว่าเป็นไปได้ยากที่จะเก็บผลหม่อนให้ได้จำนวนดังกล่าวในทุกวัน ส่วนการขยายพื้นที่ปลูกให้เป็น 10,000 ไร่ โดยไม่มีแผนการตลาดในการจำหน่ายสินค้ายิ่งไม่มีความเป็นไปได้ที่จะได้ผลตอบแทนสูงตามกล่าวอ้าง ดังนั้น กรมหม่อนไหมจึงขอแจ้งเตือนให้เกษตรกรที่สนใจจะปลูกหม่อนผลสดเพื่อจำหน่าย ให้ระวังการถูกชักชวนในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้หากท่านใดสนใจปลูกหม่อนผลสด ควรขอคำแนะนำหรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมหม่อนไหม ก่อน เพื่อจะได้ทราบทิศทางการตลาด รวมถึงวิธีปลูก ดูแลรักษา และการเก็บเกี่ยวผลผลิตโดยใช้เงินลงทุนไม่สูงมาก ทั้งนี้ยังมีบริการจำหน่ายต้นหม่อนปักชำในราคาประมาณต้นละ 3 บาท ซ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ก.ย. นายสุรชัย ขันอาสา ผวจ.ปทุมธานี พร้อมด้วยนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เรียกประชุมหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหัวหน้าส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเตรียมรับมือมวลน้ำก้อนให้จาก จ.พระนครศรีอยุธยาที่กำลังเดินทางมาถึง จ.ปทุมธานีใน 1-2 วันนี้ โดยระดมกำลังดำเนินการออกปฏิบัติการตามจุดต่างๆ ดังนี้ จุดที่ 1 ที่สถานีสูบน้ำประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ คลองรังสิต อ.ธัญบุรี – ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 10 เครื่อง-อัตราสูบ 42 ลบ.ม./วินาที จุดที่2 ที่สถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต ต.บ้านใหม่ อ.เมืองปทุมธานี-จำนวน 8 เครื่อง-อัตราสูบ 48 ลบ.ม./วินาทีซึ่งการสูบน้ำของทั้ง 2 สถานี เพื่อรับน้ำจากเหนือมาจากพระนครศรีอยุธยามาลงในทุ่งรังสิต อีกส่วนจะเป็นน้ำฝน/ที่มาจากท่อระบายน้ำ ถนนพหลโยธิน, ถนนลำลูกกา และจะช่วยรับน้ำจากตอนเหนือของกทม. ที่จะระบายผ่านคลองเปรมประชากรลงคลองรังสิต ทั้งนี้ ได้เตรียมการระวังและป้องกันปัญหาน้ำท่วม อันอาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก และน้ำเหนือหลาก ตลอด 24 ชั่วโมงแล้วซึ่งคาดว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบอาจจะเป็นชาวบ้านบางส่วนที่อยู
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมฯได้สั่งเจ้าหน้าที่ตั้งทีมเฉพาะกิจ เพื่อศึกษาถึงการจัดเก็บภาษีจากบริษัทผู้ให้บริการผ่านออนไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทั้งไทยและต่างชาติ เช่น กูเกิล เฟซบุค อินสตาแกรม แอพพลิเคชั่นไอโชว์ หรือบีโกไลฟ์ เพราะถือเป็นนิติบุคคลที่เปิดให้บริการในประเทศไทยและมีผู้ใช้จำนวนมาก เมื่อมีรายได้ก็ต้องนำสู่ระบบเสียภาษีให้ถูกต้อง โดยภาษีดังกล่าวมีหลายประเทศดำเนินการและจัดเก็บอยู่ ทั้งประเทศอินโดนีเซีย, อังกฤษ และออสเตรเลีย เป็นต้น ซึ่งบางบริษัทไม่มีสำนักงานในประเทศไทย เช่น กูเกิล ทำให้กรมสรรพากรต้องพิจารณา ซึ่งอาจเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร เพื่อเปิดทางให้บริษัทผู้ให้บริการผ่านออนไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์คเข้าสู่ระบบภาษีให้ถูกต้อง รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แนวทางจัดเก็บภาษีจากบริษัทผู้ให้บริการผ่านออนไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์ค ถือเป็นไปตามสากลที่มีหลายประเทศดำเนินการอยู่ เนื่องจากการให้บริการของแต่ละบริษัท เมื่อมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น ก็จะมีรายได้จำนวนมาก ทำให้กระทรวงการคลัง กรมสรรพากร
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรการประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัสเชิงพรรณนาเบื้องต้น ภายใต้โครงการการพัฒนาศักยภาพของผู้พิการทางสายตา ในการเป็นผู้ประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัสของผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้รับการอุดหนุนทุนจากสำนักคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ผศ.ดร.ธิติมา วงษ์ชีรี จากศูนย์วิจัยและบริการเพื่อชุมชนและสังคม สำนักวิจัยและบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มจธ. กล่าวในฐานะหัวหน้าโครงการว่า โครงการนี้ได้รับจุดประกายจาก คุณศริญญา วังมะนาวพิทักษ์ ซึ่งทำงานสนับสนุนโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้พิการ มจธ. “จากการศึกษาเบื้องต้นในโครงการวิจัย การจัดชั้นคุณภาพวานิลลาไทย ร่วมกับ ม. ABAC เราพบว่าผู้พิการทางสายตามีศักยภาพในการใช้ประสาทสัมผัสสามารถแยกกลิ่นต่างๆ ได้ค่อนข้างดี และไวกว่าคนปกติ จึงคิดว่าน่าจะพัฒนาเป็นอาชีพได้ จึงพัฒนาหลักสูตรเชิงปฏิบัติการเพื่อฝึกฝนการประเมินคุณภาพผลิตภัณฑ์ทางประสาทสัมผัสเชิงพรรณนาขึ้น เพื่อดึงศักยภาพและเพิ่มช่องทางในการประกอบอาชีพผู้ประเมินทางด้านประสาทสัมผัสให้แก่ผู้บกพร่องทางสายตาไ
เป็นประจำทุกเดือน เมื่อใกล้เริ่มต้นเดือนใหม่ หมอดูชื่อดัง “หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา” จะโพสต์เฟซบุ๊กบอกแฟนเพจว่าเดือนนี้ วันไหนเป็นวันดี วันไหนเป็นวันมงคลเหมาะสำหรับขึ้นบ้านใหม่ หรือ ออกรถ สำหรับเดือนตุลาคมนี้ จะมีวันไหนบ้าง อย่ารอช้า เช็คด่วน!! ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 28 กันยายน นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า หลังจากเขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำมาเกือบ 1,800 ลบ.ม./วินาทีนานหลายวัน และยังมีประกาศจะปล่อยมาถึง 2,000 ลบ.ม./วินาที ทำให้ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดน้ำท่วมหนักในชุมชนริมแม่น้ำ ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านเรือนพักอยู่อาศัยส่วนใหญ่ของคนในจังหวัด รวมแล้ว 6 อำเภอ ได้แก่ บางบาล เสนา ผักไห่ พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร รวม 73 ตำบล 425 หมู่บ้าน 18,472 หลังคาเรือน มีระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 50-100 เซนติเมตร หนักที่สุดในเขตอำเภอบางบาลและเสนา ประมาณ 1 เมตร จุดลุ่มต่ำประมาณ 1 เมตร 50 เซนติเมตร ส่วนเส้นทางน้ำไหล พบว่า ในส่วนของเจ้าพระยา ได้ไหลมารวมกับแม่น้ำป่าสักอีก 401 ลบ.ม./วินาที ตรงเกาะเมืองกรุงเก่า และมวลน้ำทั้งหมดไหลไปท่วมพื้นที่ 10 ตำบลของ อ.บางปะอิน ที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาครบแล้ว ส่วนที่อำเภอบางไทรติดแม่น้ำน้อย ท่วมแล้ว 21 ตำบล โดยน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยไหลมารวมกันที่เขตตำบลช้างใหญ่ สนามไชย และ ต.โพแตง ของอำเภอบางไทรซึ่งถูกน้ำท่วมตามชุมชนริมน้ำแล้วเช่นก
สื่อต่างประเทศรายงานว่า น้ำในทะเลสาบน้ำเค็มในเมืองหยุนเฉิง ทางตอนเหนือของมณฑลซานซี ประเทศจีน ทั้ง 2 ฝั่ง มีสีแตกต่างกัน โดยน้ำในทะเลสาบฝั่งหนึ่งเปลี่ยนเป็นสีแดง ส่วนอีกฝั่งหนึ่งนั้นเป็นสีเขียว และมีถนนคั่นอยู่ตรงกลางเป็นเส้นแบ่งทะเลสาบทั้ง 2 สีไว้อย่างชัดเจน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ส่วนสาเหตุที่ทำให้น้ำอีกฝั่งเปลี่ยนเป็นสีแดงนั้นเกิดมาจากการบลูมของสาหร่ายชนิด Dunaliella salina ทั้งนี้ ทะเลสาบน้ำเค็มดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่กว่า 120 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลซานซี และเป็นแหล่งโซเดียมซัลเฟตที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก จนได้ฉายาว่าเป็น “ทะเลเดดซีแห่งเมืองจีน” เด ภาพจาก CCTVNews
สื่อต่างประเทศรายงานว่า ประเทศจีนพบเหมืองทองคำแห่งใหม่ในภูเขาตงไป่ ตอนกลางของมณฑลเหอหนาน คิดเป็นมูลค่ากว่า 3.75 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งประกอบด้วย ทองคำ 100 ตัน และเงิน 120 ตัน โดยกรมที่ดินและทรัพยากรของมณฑลเหอหนานมีโครงการสำรวจทรัพยากรแร่ธาตุ งบประมาณ 80 ล้านหยวน ซึ่งเริ่มต้นโครงการเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ คาดว่าในบริเวณรอบเมืองตงไป่ มีปริมาณทองคำกว่า 200 ตัน และเงิน 5,000 ตัน ซึ่งทำให้ตงไป่จะกลายเป็นแหล่งแร่ธาตุหลักในตอนกลางของจีน ภาพจาก CCTVNews
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท อยู่ที่ระดับ 16.168 เมตร มีการระบายน้ำปริมาณ 1,800ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที (ว.) ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับวันก่อน ส่งผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อนนอกคันกั้นน้ำได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับหลายวันที่ผ่านมา ตั้งแต่อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ถึงบริเวณ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ต.บางหัก ต.บางหลวง ต.วัดตะกู ต.ทางช้าง อ.บางบาล ต.ท่าดินแดง ต.บ้านกระทุ่ม ต.หัวเวียง ต.บ้านโพธิ์ ต.บ้านแพน ต.รางจระเข้ ต.สามกอ ต.เจ้าเจ็ด ต.บางนมโค และ ต.น้ำเต้า อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งบริเวณท้ายแม่น้ำน้อย อย่างไรก็ตามกรมฯชลจะเร่งระบายน้ำที่ส่วนเกินที่เหลืออยู่ออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด เพื่อรองรับน้ำก้อนใหม่ที่เข้ามาอีก “ขอชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาปัจจุบันถือว่าเป็นปีน้ำปกติ และมีผลกระทบเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำนอกคันกั้นน้ำ ซึ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ได้มีการปรับตัวดำเนินวิถีชีวิตแบบคนริมน้ำมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม กรมชลฯจะเร่งระบายมวลน้ำทั้งออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด โดยไม่ระบายเข้าสู่แ
