ข่าววันนี้
ครองใจสาวกลองฌอมป์มานานกว่า 20 ปี กับกระเป๋าในตำนานรุ่น “เลอ ปลิยาจ” ด้วยแรงบันดาลใจที่ ฟิลิป กาสแกร็ง ทายาทเจ้าของแบรนด์ผู้รักในการท่องเที่ยวและต้องการคิดค้นกระเป๋าที่ตอบความต้องการระหว่างเดินทาง จึงเกิดเป็นไอเดียสุดฮิตจากการพับกระดาษสไตล์ญี่ปุ่นหรือโอริกามิ มาเป็นคอลเล็กชั่นใหม่สุดพิเศษ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย กับ เลอ ปลิยาจ ไนลอน เพอร์ซันนอลไลซ์ (Le Pliage Nylon Personalized) เลอ ปลิยาจ ไนลอน เพอร์ซันนอลไลซ์ เปิดโอกาสให้เอฟซีของแบรนด์ได้ดีไซน์ในแบบของตัวเอง ผลิตด้วยวัสดุไนลอนแคนวาสน้ำหนักเบา ทนทาน และพับเก็บได้เพื่อประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าเดินทาง เริ่มตั้งแต่เลือกขนาดกระเป๋าตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ 4 ขนาด พร้อมเลือกแบบหูจับที่ต้องการทั้งสั้น ยาว จากนั้นเลือกสีกระเป๋าที่ถูกใจจาก 15 เฉดสีสด อาทิ สีฟ้า สีเหลืองเคอร์รี่ สีม่วง สีกากี ชมพู ไปจนถึงสีเบสิกอย่างดำ แดง เทา น้ำตาล และน้ำเงิน และเติมเอกลักษณ์ด้วยแถบกลางกระเป๋าที่เลือกเป็นอีกสีที่แตกต่างกันได้ รวมถึงหัวซิปและกระดุมที่เลือกได้ระหว่างสีทอง เงิน หรือบรอนซ์ ความลิมิเต็ดยังไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อสามารถเลือกสลักชื่อบนฝาปิดกระเป๋าได้ว่าจะใช้
คลิปทอดไข่เจียวด้วยตะเกียบในแบบสไตล์ญี่ปุ่น สำหรับกลุ่มผู้ชอบกินไข่เจียวแบบหนาๆรสนุ่มละมุนลิ้น ไม่กรอบไม่บาง https://www.youtube.com/watch?v=GyE-GCivmX4 Youtube โดย ทศกัณฑ์
เลขเด็ดอดีตรัฐมนตรี คำนวณออกมาแล้ว ตรงเป๊ะเลขป้ายบอกทางหลวง จ.มุกดาหาร ราคา 90 ขึ้นพรวดใบละ 150 บาททันที พ่อค้าแม่ค้ารวมชุด 5 คู่ จำหน่ายชุดละ 600 บาท เตือนหวยงวดนี้ออกตรงกับวันพระวันศีลใหญ่พอดี ให้ระวังเลขเบิ้ล 993,998, มาแรงสุด คนแห่แทงใต้ดิน เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 มีพ่อค้าแม่ค้าเร่ขายลอตเตอรี่ เดินตระเวนทั่วภาค 5 เพื่อรอลุ้นเลขจาก อดีตรัฐมนตรี ปรีดา พัฒนถาบุตร ซึ่งลูกชายเป็นตำรวจมักมาบอกเลขเด็ดให้กับเพื่อนข้าราชการตำรวจ ซึ่งงวดนี้ก็ไม่ผิดหวัง พล.ต.ต.นิธิพัฒน์ พัฒนถาบุตร ผบก.อก.ภ.5 ได้ออกมาพูดคุยกับเพื่อนข้าราชการตำรวจและลูกน้องว่า พ่อของตนนั้นได้คำนวณโหรดวงดาว ตามปกติของท่าน และครั้งนี้บังเอิญเห็นเลขเด็ดออกมาเป็นเลข 9 เน้น 90 ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่ขายหวยเร่ในสำนักงานตำรวจภาค 5 ถือโอกาสขึ้นราคาหวยทันที เป็นคู่ละ 150 บาท เฉพาะหมายเลข 90 เพราะดันไปตรงกับป้ายทางหลวง อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ที่แจ้งระยะทางไปยังอำเภอต่างๆ ในเขตใกล้เคียง ที่เลขออกมาตรงกับเลขท้ายสลากกินแบ่งรัฐบาลติดต่อกันมาถึง 3 งวดติดต่อ และพ่อค้าแม่ค้า ยังได้เอามาร
เวลา 07.00 น. วันที่ 27 กันยายน 2559 นายไมตรี ปิตินานนท์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า แนวป้องกันน้ำท่วมในเขตรับผิดชอบ คือคันกั้นน้ำบ้านกรด อำเภอบางปะอิน ระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร เริ่มจากประตูน้ำคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา ยาวไปถึงประตูน้ำบ้านหว้า อำเภอบางปะอิน ปัจจุบันพังทรุดหลายจุด และแน่นอนว่าไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ 100% ถือเป็นจุดเสี่ยงที่สุด หากน้ำจากเจ้าพระยาล้นตลิ่งหรือมีทางน้ำไหลมาที่ฝั่งตะวันตกของแนวกั้นน้ำบ้านกรด เพราะว่าน้ำจะสามารถทะลักผ่านจุดนี้เข้ามาในทุ่งฝั่งตะวันออกของคันกั้นน้ำนี้ได้ และหากเข้ามาได้จะเป็นหายนะ เพราะคันกั้นน้ำนี้ทำหน้าที่ปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ชุมชนเมืองใหม่ของจังหวัด ติดถนนโรจนะ และถนนสายเอเชีย และศูนย์ราชการจังหวัดได้ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ไม่มีแนวป้องกันน้ำท่วมของตัวเองอีกแล้ว นอกจากนี้เส้นทางน้ำไหลหากน้ำเข้ามาได้ จะลงคลองบ้านกรด และวิ่งตามคลองหรือตามทุ่งไปออกคลองสวนพลู เข้าคลองข้าวเม่า และไปจ่อรอบนิคมอุตสาหกรรมโรจนะได้ ส่วนอีกทางจากคลองบ้านกรด เข้าคลองโพธิ์ บ่าตามทุ่งไปจ่อนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค และ
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมฯได้สั่งเจ้าหน้าที่ตั้งทีมเฉพาะกิจ เพื่อศึกษาถึงการจัดเก็บภาษีจากบริษัทผู้ให้บริการผ่านออนไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทั้งไทยและต่างชาติ เช่น กูเกิล เฟซบุค อินสตราแกรม แอพพลิเคชั่นไอโชว์ หรือบีโกไลฟ์ เพราะถือเป็นนิติบุคคลที่เปิดให้บริการในประเทศไทยและมีผู้ใช้จำนวนมาก เมื่อมีรายได้ก็ต้องนำสู่ระบบเสียภาษีให้ถูกต้อง โดยภาษีดังกล่าวมีหลายประเทศดำเนินการและจัดเก็บอยู่ ทั้งประเทศอินโดนีเซีย, อังกฤษ และออสเตรเลีย เป็นต้น ซึ่งบางบริษัทไม่มีสำนักงานในประเทศไทย เช่น กูเกิล ทำให้กรมสรรพากรต้องพิจารณา ซึ่งอาจเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร เพื่อเปิดทางให้บริษัทผู้ให้บริการผ่านออนไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์คเข้าสู่ระบบภาษีให้ถูกต้อง รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แนวทางจัดเก็บภาษีจากบริษัทผู้ให้บริการผ่านออนไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์ค ถือเป็นไปตามสากลที่มีหลายประเทศดำเนินการอยู่ เนื่องจากการให้บริการของแต่ละบริษัท เมื่อมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น ก็จะมีรายได้จำนวนมาก ทำให้กระทรวงการคลัง กรมสรรพากร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบตัวอย่างอาชีพเกษตรกรที่ทำได้ง่ายเพียงแค่มีที่หลังบ้าน โดยการปลูกสละและเพาะพันธุ์กล้าขาย สร้างรายได้หลักแสนบาทต่อปี แม้จะอายุมากก็ทำได้ เกษตรกรรายนี้ชื่อ สุนทร เนตรโสภา อายุ 64 ปี ชาวบ้านฮ่องสิม ต.หลุบเลา อ.ภูพาน จ.สกลนคร ซึ่งทุกวันจะมีกิจวัตรประจำวัน โดยการหมั่นดูแล กำจัดวัชพืชและให้น้ำ สละอินโดสายน้ำผึ้ง และสายพันธุ์มาเลเซีย ที่ปลูกไว้หลังบ้าน เพื่อเร่งผลผลิตให้ทันส่งขาย สุนทรเล่าว่า เดิมพื้นที่ 14 ไร่หลังบ้าน ปลูกมะขามหวานมานานถึง 13 ปี แต่เพราะสภาพอากาศร้อนชื้นไม่เอื้ออำนวย ทำให้มะขามหวานผลผลิตน้อย ขาดทุนเป็นหนี้สิน ต่อมาลูกสาวทำงานที่ภาคใต้ เห็นเพื่อนบ้านนิยมปลูกสละในพื้นที่ไม่กี่ไร่ กลับมีรายได้ดี จึงโค่นต้นมะขามทิ้งนำสละอินโดสายน้ำผึ้ง และสายพันธุ์มาเลเซียมาให้ปลูก ทดแทนใช้เวลาดูแลเพียง 3 ปี สละทั้ง 2 สายพันธุ์เริ่มให้ผลผลิต ออกลูกดก จากนั้นจึงหันมาดูแลปลูกสละขายอย่างจริงจัง สละเก็บผลผลิตได้ตลอดปี ปลูก 14 ไร่ หรือ กว่า 2 พันต้น เก็บขายได้เฉลี่ยวันละ 100-200 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 80-100 บาท ยอมรับว่าแรกเริ่มที่ปลูกสละชาวบ้านต่างหัวเราะเยาะ ปลูกสละในอีสานจะไ
วันที่ 27 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานถึง บรรยากาศช่วงวัน “แซนโฎนตา” หรือ “สารทเขมร” พบว่าประชาชนชาว จ.สุรินทร์ เชื้อสายเขมร ต่างออกมาเดินจับจ่ายซื้อข้าวของกันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาลเมืองสุรินทร์ สภาพการจราจรคับคั่งเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นวันจับจ่ายซื้อของสำหรับเซ่นไหว้ โดยเฉพาะชาวสุรินทร์ เชื้อสายเขมร ที่เดินทางไปทำงานต่างถิ่นทั่วประเทศ และต่างประเทศ จะเดินทางกลับบ้าน และจับจ่ายซื้อ กระยาสารท ขนมนางเล็ด ขนมเทียน ข้าวต้มมัด ทั้งไส้กล้วย และไส้หมู เพื่อเป็นของเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ทำให้เงินสะพัดเป็นอย่างมาก คุณยายนิด สมพลจิตร อายุ 63 ปี ชาวบ้าน ม.4 ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า มาซื้อของสำหรับแซนโฎนตา ขนม นมเนย และผลไม้แทบทุกอย่าง ไก่ หมู และอื่นๆอีกมากมาย ที่ขาดไม่ได้คือ กระยาสารท นางเล็ด เพื่อเป็นของเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ตนเตรียมเงินมาจับจ่ายประมาณ 4,000-5,000 บาท ซื้อข้าวสารเหนียว ข้าวสารเจ้า เอาไปห่อข้าวต้มกล้วย ทำเป็นประจำทุกๆปี ถือเป็นประเพณีสำคัญของคนสุรินทร์ เชื้อสายเขมร ที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ปีนี้ พิธีแซนโฎนตา ตรงกับวันที่ 30 ก.ย. 59 ส่วนวันที่ 28
กลายเป็นปรากฎการณ์สุดฮอตไปแล้ว สำหรับคลิปเพลง Pen-Pineapple-Apple-Pen หรือ PPAP ของศิลปินชาวญี่ปุ่น Pico Taro อาจารย์จากมหาวิทยาลัยชิบะ ที่แต่งเพลงนี้ขึ้นเพื่อโปรเจค Pico Taro animation project โดยมีความยาวเพียง 1 นาที และเนื้อเพลงมีแค่คำว่า Apple, Pen, และ Pineapple นอกจากนั้นในคลิปดังกล่าวยังมีท่าเต้นน่ารักๆ จนหลายต่อหลายคนลุกขึ้นมาทำคลิปคัฟเวอร์กันมากมาย ด้วยเนื้อเพลงที่มีจำนวนคำไม่มาก บวกกับจังหวะที่จดจำง่าย ทำให้ฟังเพลงนี้เพียงไม่กี่ครั้งก็เกิดอาการเพลงติดหู จนหลายคนสงสัยว่าเป็นไปได้อย่างไร โดยแฟนเพจ เฟซบุ๊กของ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ สสวท. เคยบอกไว้ว่า อาการดังกล่าวเรียกว่าโรค Earworm หรืออาการเพลงวนเวียนอยู่ในหัว เกิดจากความพยายามเติมเต็มช่องว่างของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฟัง (auditory cortex) โดยคุณสมบัติของเพลงที่มีแนวโน้มจะเป็น earworm คือ จดจำได้ง่าย และง่ายต่อการร้องตาม, เป็นทำนองซ้ำ ๆ (repetitive) เช่น ท่อนฮุคที่เล่นซ้ำไปซ้ำมา เราก็มักจะจำได้แค่ท่อนฮุค และสมองจะพยายามหาทางออกจากท่อนฮุกนั้นให้ได้ แต่ ‘ติดหล่ม’ หาทางออกจากท่อนฮุคที่ว่าไม่เจอ จนท
วันที่ 26 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสากล ศรีสมโภช ประธานชมรมรถตุ๊กตุ๊กป้ายเหลืองหาดป่าตองภูเก็ต ได้โพสต์ภาพลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ขณะที่มอบกระเป๋าเงินคืนให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมข้อความระบุว่า “วันจันทร์ที่ 26ก.ย.59 เวลาประมาณ 21.00 น. ได้พาแขก (นักท่องเที่ยว) ไปส่งที่โรงแรมปาตอง เบย์ฮิลล์ แขกได้ลืมกระเป๋าเงินที่บนรถ ผมได้ไปคืนให้กับนักทองเที่ยวเรียบร้อยแล้ว” ซึ่งจากภาพดังกล่าวทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและชื่นชมเป็นจำนวนมาก ผู้สื่อข่าวได้สอบถามกับนายสากล ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทราบว่าเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ขณะที่ตนจอดรอให้บริการอยู่ที่ข้างโรงแรมดวงจิต หาดป่าตอง ได้มีนักท่องเที่ยวไม่ทราบสัญชาติแน่ชัดว่าเป็นชาวจีนหรือฮ่องกง ติดต่อไปส่งที่โรงแรมป่าตองเบฮิลล์ ถนนนาใน ต.ป่าตอง ตนก็พาไปส่งตามปกติ จากนั้นได้กลับมายังจุดจอดหน้าโรงแรมดวงจิต “ขณะนั้นสังเกตุดูภายในรถพบว่ามีกระเป๋าสตางค์วางอยู่จึงหยิบมาดูพบว่าภายในมีเงินสกุลต่างๆ เป็นจำนวนมากเชื่อว่าเป็นของนักท่องเที่ยวรายล่าสุด จึงเรียกเพื่อนที่อยู่จุดเดียวกันรวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเเรมมาเป็นพยานพร้อมกับถ่ายภาพกระเป๋าและเงิ
วันที่ 26 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลัง ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีทรงแสดงความคิดเห็นในอินสตาแกรมเกี่ยวกับกรณีเอ็มวี “เที่ยวไทยมีเฮ” โดยทรงแนะนำผู้ใหญ่ให้เปิดใจกว้างเกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าว ล่าสุด ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ภาพในอินสตาแกรมส่วนพระองค์ “nichax” เป็นภาพขณะทรงทำขนมครกหลากหลายหน้า โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเขียนคำบรรยายใต้ภาพว่า “แม่ค้าขนมครก ช่วนกันตั้งชื่อร้านด้วยจ้ะ!!!” นอกจากนี้ยังทรงติดแฮชแท็ก #แคะขนมครกกัน ด้านผู้ติดตามในอินสตาแกรมพากันเข้ามาช่วยกันตั้งชื่อร้านในอินสตาแกรมส่วนพระองค์จำนวนมาก ที่มา nichax , ข่าวสด
