ข่าววันนี้
อาหารไทย จะเป็น Soft Power เครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้แค่ไหน ช่วงที่ผ่านมา กระแสอาหารไทย “ฟีเวอร์” ได้เกิดขึ้นทั่วทั้งโลก จากการที่มิลลิ นักร้องแร็ปเปอร์สาวชาวไทย ได้นำข้าวเหนียวมะม่วงขึ้นไปกินบนเวทีระดับโลก รวมถึงนักร้องสาวไทยในวงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีชื่อดังอย่าง ลิซ่า Blackpink ที่รีวิวโรตีสายไหม ส่งผลให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยด้วย Soft Power หรืออิทธิพลทางวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อความนิยม มุมมอง และพฤติกรรมของผู้คน เพื่อผลักดันภูมิปัญญาและความเป็นไทย โดยเฉพาะในด้านอาหาร ตามรอยบางประเทศที่ประสบความสำเร็จจากการใช้ Soft Power มาแล้ว ดังเห็นได้จาก เกาหลีใต้กับ Soft Power ที่ถ่ายทอดผ่านสื่อบันเทิง กระทั่งปัจจุบันสินค้าและอาหารสไตล์เกาหลีมีความแพร่หลายเป็นอย่างมากในทั่วทุกมุมโลก เนื่องจากประเทศเกาหลีใต้ใช้กลยุทธ์ผลักดันให้ Soft Power ด้านวัฒนธรรมของตนเป็นที่แพร่หลายผ่านสื่อต่างๆ ทั้งซีรีส์ เพลง ละคร ภาพยนตร์ เพื่อให้เข้าถึงผู้ชมได้ง่าย ปรากฏการณ์ในครั้งนี้ทำให้ยอดการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารทะเลในประเทศเกาหลีใต้ในช่วงสิ้นปี 2564 ที่ผ่านมาพุ่งสูงถึง 1
โกโก้ร้านไอ้ต้น เจอคู่แฝด เปิดเกมสู้ ขายแฟรนไชส์ก่อนได้เปรียบ คุณต้น-ประชานารถ โพธิสาราช กล่าวในงานสัมมนา พลิกเกมไว โอกาสใหม่ SMEs ช่วง “SMEs Showcase Talk : ผู้ประกอบการ การบริหารธุรกิจในสถานการณ์วิกฤต” ว่า ผมเป็นนักดนตรีตกงานในช่วงโควิดนาน 2 ปี เจอความลำบากมามาก เพราะมีค่าเช่าบ้านเดือนละ 3,300 บาท ค่าผ่อนรถ 4,000 กว่าบาท ค่าโทรศัพท์ 600 กว่าบาท ไม่สามารถจ่ายได้ เพื่อทางรอดจึงเปิดร้านกาแฟ และต่อยอดเปิดโกโก้ร้านไอ้ต้นในปัจจุบัน คงคอนเซ็ปต์ลงทุนน้อยในงบ 15,000 บาท หน้าร้านต้องไม่มีรูปเมนูแต่มีรูปตัวเองสมัยมัธยมปลายเป็นโลโก้ และเล่นกับระดับความเข้มของเมนู คือ ละอ่อน เข้ม โคตรเข้ม และโคตรหวาน ในวันแรกเปิดขาย 70 แก้ว หมดในไม่กี่ชั่วโมง วันที่สอง 140 แก้ว ก็ยังไม่พอขาย จากนั้นยอดขายยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ก่อนกล่าวต่อถึงไวรัลใน TikTok คิดว่ามาจากความทะเล้นและความกวน ซึ่งคนไทยชื่นชอบ เปิดร้านมา 7 เดือนไม่เคยซื้อโฆษณาหรือจ้างรีวิวเลย ทุกอย่างเป็นพลังงานบริสุทธิ์ที่ลูกค้าส่งต่อกันเอง หากให้แนะเป็นแนวทาง คิดว่าไอเดียสำคัญกว่าทำเล และถ้ามีไอเดียแล้วให้ต่อยอดจนเป็นที่ถูกใจ ทุกอย่างจะพุ่
สสว. จับมือ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ลงนาม MOU ผลักดันสิทธิประโยชน์ SME เดินหน้าใช้ตรา “SME ชัวร์” หนุน SME-STATRUP สร้าง SME ECOSYSTEM พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพ SME ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขา พารากอน วันนี้ – 7 กันยายน 2565 นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า นโยบายสำคัญ ในปี 2565 ที่ สสว. เร่งดำเนินการเพื่อส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี คือการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการขยายโอกาสทางการตลาด เพื่อช่วยพลิกฟื้นธุรกิจของผู้ประกอบการให้เดินหน้าต่อได้ รวมถึงสร้างเอสเอ็มอีรายใหม่ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก และสนับสนุนการพัฒนาสินค้าเอสเอ็มอีให้ได้รับความเชื่อมั่นและยอมรับจากกลุ่มผู้บริโภค โดย สสว. เตรียมเดินหน้าในการใช้ตราสัญลักษณ์ “SME ชัวร์” ซึ่งร่วมมือกับพันธมิตรค้าปลีกรายใหญ่ ในการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศ ผอ.สสว. กล่าวต่อว่า กิจกรรมความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักที่จะร่วมมือกันดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นการส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่เป็นสมาชิก
อ๊อตเทริ-OR เหมือนเนื้อคู่ เป็นคนตัวใหญ่ ที่หยิบยื่นโอกาสให้คนอื่น คุณกวิน นิทัศนจารุกุล ผู้ก่อตั้ง Otteri wash and dry กล่าวในงานสัมมนา พลิกเกมไว โอกาสใหม่ SMEs ช่วง “SMEs Showcase Talk : ผู้ประกอบการ การบริหารธุรกิจในสถานการณ์วิกฤต” ว่า ปัจจุบันร้านสะดวกซัก Otteri wash and dry เปิดให้บริการ 750 สาขาทั่วประเทศ ในปีนี้ตั้งเป้าขยายสาขาด้วยเงินทุนตัวเอง 100-120 สาขา และยังเปิดรับนักลงทุนที่สนใจแฟรนไชส์ปีละ 250-380 สาขา คุณกวิน เผยว่า อุปสรรคของการทำธุรกิจร้านสะดวกซักที่เจอตั้งแต่ก้าวแรก คือความคิดและการทำงานบนอีโก้ตัวเอง เพราะคิดว่าธุรกิจนี้ง่ายและคิดว่าเข้าใจผู้บริโภคเป็นอย่างดี ไม่ได้วิเคราะห์ตลาด จึงทำให้สาขาแรกเจ๊งทันที หมดเงินไปหลักล้านบาท กระทั่งมีโอกาสได้เข้าเรียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สอนวิธีการทำธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์ ทำให้คุณกวินเข้าใจธุรกิจมากขึ้น จึงได้เริ่มสร้างร้านสะดวกซัก Otteri wash and dry ขึ้นมา เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ซึ่งแต่ละช่วงเวลาจะมีกลุ่มลูกค้าไม่เหมือนกัน อย่างโลเกชั่นมหาวิทยาลัย กลุ่มลูกค้าคือนิสิตนักศึกษา จะออกมาซักผ้าทั้งวัน ถ้าร้
ช้างดาวพริ้ง ทะลุ 1 แสนคู่ ไม่ได้ทำล้อกระแส แต่แบ่งรายได้ช่วยผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ วันที่ 1 ก.ย. 2565 เพจเฟซบุ๊ก นันยาง Nanyang โพสต์แจ้งยอดสั่งซื้อ “ช้างดาวพริ้ง” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของรองเท้าแตะช้างดาวตั้งแต่ พ.ศ. 2496 ที่ผลิต “รองเท้าแตะสีชมพู-ดำ” โดย “ช้างดาวพริ้ง” คู่นี้ใช้รูปแบบรองเท้าแตะช้างดาวคลาสสิค (รุ่น 200) ตำนานแตะหูคีบที่ซ่อนความพิเศษมากมาย ซึ่งจุดเริ่มต้นของการทำรองเท้ารุ่นพิเศษนี้มาจาก “ถ้าเพลงใหม่ BLACKPINK ยอดวิวถึง 80 ล้านใน 24 ชม. จะผลิตช้างดาวสีชมพูดำ” โดยโพสต์ดังกล่าวมีรายละเอียดว่า “ขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมกับครั้งแรกของรองเท้าแตะช้างดาวตั้งแต่ พ.ศ. 2496 ที่ผลิต “รองเท้าแตะสีชมพู-ดำ” โดย “ช้างดาวพริ้ง” คู่นี้ใช้รูปแบบรองเท้าแตะช้างดาวคลาสสิค (รุ่น 200) ตำนานแตะหูคีบที่ซ่อนความพิเศษมากมายพร้อมความหมายที่มากกว่ารองเท้าคู่หนึ่ง การเกิดขึ้นของช้างดาวพริ้ง ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของผู้คนจำนวนมากที่เชื่อในสิ่งที่คิด ศรัทธาไม่มีท้อ สนับสนุนสิ่งที่รักย่ำเดินบนเส้นทางที่ฝัน ต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคที่ยากลำบากจนประสบค
โอกาสใหม่ เอสเอ็มอี มีน้อย เหตุหลายวิกฤต ชี้ ขายออนไลน์ คือ ทางรอด คุณวรวุฒิ อุ่นใจ อดีตประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวถึง “โอกาสใหม่” ของเอสเอ็มอีไทยในยุคปัจจุบัน ว่า มีน้อย เนื่องจากพบปัญหาอุปสรรคอย่างต่อเนื่อง 2 ปีเต็ม ตั้งแต่ปัญหาโควิด จนถึงภาวะสงคราม ทำให้ปัญหาเรื่องของการทำธุรกิจยากขึ้น ตลาดมีแต่คนขาย คนซื้อกำลังซื้อหดตัว ซึ่งเรื่องพวกนี้ เอสเอ็มอีไทย ต้องปรับตัวอย่างแรง ซึ่งพอโอกาสน้อยลง ก็ต้องสร้าง “โอกาสใหม่” ขึ้นมา ซึ่งประเด็นนี้มีอยู่ 2 มุมคือ สร้างโอกาสโดยรัฐ แต่ถึงวันนี้ถือว่า รัฐบาลยังไม่ได้ทำหน้าที่ในการสร้างโอกาสให้เอสเอ็มอีเท่าที่ควร อาจจะมีบ้างในแง่การชดเชยแบบคนละครึ่ง เป๋าตัง เป๋าตุง แต่ยังไม่พอ เพราะกำลังซื้อถูกอัดฉีดมาหลายรอบแล้ว และการสร้างโอกาสแบบนี้มันตามมาด้วยหนี้สิน หนี้ครัวเรือนประเทศ ที่สูงขึ้นทุกวัน อีกมุมคือ การสร้างโอกาสได้ด้วยตัวเอง เป็นสิ่งที่เอสเอ็มอีต้องเรียนรู้ และมองโอกาสให้เป็น เช่น วันนี้ เราเห็นว่าอะไรไปได้ดี ยกตัวอย่าง การขายออนไลน์ แม้การค้าปลีกจะดูว่ายอดตกหมด แต่ภาคออนไลน์กลับเติบโต ซึ่งถ้าไม่รู้จักการค้าขายออนไลน์ เราก็ไม่เข้าถึงโอกาสอันนี้ หร
รมช.สธ. ห่วง เอสเอ็มอี เข้าถึงแหล่งทุนยาก แนะภาครัฐ ต้องปรับสมดุล เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 ส.ค. ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมช.สธ.) กล่าวเปิดงาน สัมมนา “พลิกเกมไว โอกาสใหม่ SMEs” ในปาฐกถาหัวข้อ “พลิกโอกาส SMEs ไทย รู้แหล่งทุน รู้วิธีการ รู้ช่องทางจำหน่าย” ตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมา มีเสียงบ่นมาตลอดว่า หน่วยงานที่มีอำนาจอนุมัติให้ผู้ประกอบการอย่าง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มักจะใช้เวลาที่จะอนุญาต หรือมักจะถูกตำหนิว่ากระบวนการขั้นตอน ล่าช้า แต่ยุคนี้ภายใต้การกำกับดูแลของตน ได้พยายามขับเคลื่อนให้ อย. ต้องทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนผู้ประกอบการ ไม่ใช่ตั้งตัวเป็น “กำแพง” อีกต่อไป รมช.สธ. กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ตนพยายามขับเคลื่อนนโยบาย 2 เรื่อง คือ อย. จะต้องเป็นผู้สนับสนุน ให้ความรู้ทุกขั้นตอน แต่ถ้าติดขัดในเรื่องของสภาพผลประโยชน์ หรือมีอะไรแอบแฝง ให้มาที่ตนได้โดยตรง แต่ผู้ประกอบการเอง ก็ต้องรู้ข้อมูลการอนุมัติ-อนุญาต ผลิตภัณฑ์ของตัวเอง และต้องมีความเข้าใจที่เพียงพอว่าเอกสารที่ต้องใช้ในการขออนุญาตผลิตภัณฑ์ ยา เครืองมือแพทย์ หรืออาหารเสริม ของท่านนั้น ต้องมีอะไ
บสย. แนะ ผปก. ปรับตัวฝ่าวิกฤต ด้วยเทคนิค S-M-A-R-T เมื่อวันที่ 31 ส.ค. คุณสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวบนเวทีสัมมนา พลิกเกมไว โอกาสใหม่ SMEs ในช่วง GURU Talk : “ชี้ช่องเติมทุน ติดปีก SMEs” เกี่ยวกับ การปรับตัวฝ่าวิกฤตโควิด-19 ของเหล่าผู้ประกอบการ SMEs ว่า SMEs ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในระบบเศรษฐกิจและมีส่วนช่วยสำคัญในการจ้างงานเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 บางธุรกิจอาจปิดตัวลงไป จึงอาจส่งผลทำให้การจ้างงานลดลง จึงอยากจะแนะนำให้ปรับตัวด้วยการยึดหลัก S-M-A-R-T “คือการนำ S-Social Media เข้ามาช่วยในธุรกิจ M-Mindset ต้องปรับให้เป็นพลังบวกสร้างกำลังใจให้ตัวเอง A-Automation โดยการปรับเปลี่ยนการทำงาน อาจนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วย เพื่อลดความผิดพลาด R-Responsibility เป็นการรับมือกับการขยายขอบเขตความรับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจด้านต่างๆ และนำ Data เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ ทำให้รู้ทิศทางในการปรับตัวได้ง่ายขึ้น และ T-Transformation คือการปรับโมเดลธุรกิจ ตามเทรนด์การเปลี่ยนแปลงทางการตลาดต้องทำให้ไว เพื่อฝ่
ประชาชน แห่ชมบู๊ธ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ หาไอเดียทำธุรกิจ ต่อยอด พิชิตวิกฤตโควิด เก็บเกี่ยวไอเดียทำธุรกิจ – เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 31 ส.ค. ที่บริเวณชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ มีงานสัมมมาแห่งปี หัวข้อ “พลิกเกมไว โอกาสใหม่ SMEs” จัดโดย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สื่อในเครือมติชน ซึ่งทำหน้าที่ นำเสนอเนื้อหาสาระ เพื่อชาวเอสเอ็มอี และผู้ประกอบอาชีพอิสระน้อยใหญ่ มายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ คุณอำไพ อายุ 60 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า ที่มาเดินในงานเพราะสนใจเรื่องการทำธุรกิจ ว่าสินค้าแต่ละตัวเกิดขึ้นมาอย่างไร มาดูไอเดียการทำการตลาด และการผลิต ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะเรามาเก็บเกี่ยวการทำธุรกิจและสินค้า ได้รู้จักขนมใหม่ๆ สินค้าใหม่ๆ ที่เราไม่ได้รู้จัก โดยที่สนใจเป็นพิเศษ มี บู๊ธขนม น้ำพริกป้าแว่น และข้าวเหนียวหมู ด้าน คุณดี ให้สัมภาษณ์ว่า เห็นโปสเตอร์งานจากเพจเส้นทางเศรษฐีฯ ซึ่งอ่านประจำอยู่แล้ว ในการมาครั้งนี้มาเปิดโลกทัศน์ เผื่อมีธุรกิจที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทำธุรกิจบ้าง โดยบู๊ธที่สนใจเป็นพิเศษ คือบู๊ธ น้ำพริกป้าแว่น เพราะที่บ้านชอบทานมาก ตามซื้อตั้งแต่เข้าเซเว่นฯ แรกๆ และ บู๊
นศ. ม.หอการค้าไทย สุดขยัน ขายเสื้อผ้ามือสอง เป็นรายได้เดือนละ 2 หมื่น ส่องบรรยากาศสุดคึกคัก งานสัมมนาแห่งปี หัวข้อ “พลิกเกมไว โอกาสใหม่ SMEs” จัดโดย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สื่อในเครือมติชน นอกจากบู๊ธ SMEs ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานแล้ว ยังมีน้องๆ นักศึกษามาร่วมออกบู๊ธด้วยเช่นกัน อย่างเช่น คุณเท็น-พรรณปพร บุญอุดม นักศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นอกจากขยันเรียนแล้ว ยังขายเสื้อผ้ามือสองเป็นรายได้เสริมมานาน 2 ปี นักศึกษาสาว กล่าวว่า เหตุที่ขายเสื้อผ้ามือสอง เพราะอยากนำสินค้าที่คนมองข้ามมาหมุนเวียนให้เกิดรายได้ โดยซื้อเสื้อผ้ามือสองมาจากตลาดปัฐวิกรณ์ รอบละ 200-300 ตัว หรือบางครั้งสั่งซื้อออนไลน์รอบละ 200-300 ตัวเช่นกัน ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าสไตล์ Y2K หรือยุค 90 และ Baby tee หรือแนวๆ รัดรูป โดยมีช่องทางการขาย คือไลฟ์ผ่านอินสตาแกรม malongdoo__ คุณเท็น กล่าวเพิ่มเติมว่า จะเปิดไลฟ์รอบละ 3-4 ชั่วโมง มียอดคนดูราวๆ 1,000 คน โดยใช้เทคนิคสร้างยอดขายปัง คือชวนคุยอย่างเป็นกันเอง รวมทั้งพูดจาไพเราะ จากการขายเสื้อผ้ามือสอง สามารถสร้างรายได้ต่อเดือนให้นักศึกษาสาว มากถึงเดือนละ 20,000 บาท โดยนำเงินที่
