ข่าววันนี้
คาดการณ์ อนาคตการท่องเที่ยวไทย ในปี 65 เปลี่ยนไปจากเดิมแค่ไหน ปี 2565 จะเป็นปีที่เราเริ่มคุ้นชินและปรับตัวรับกับสถานการณ์ไม่คาดคิดได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเริ่มเดินหน้าวางแผนการเดินทางเพื่อชดเชยการท่องเที่ยวที่หายไป Booking.com ขอเผย 7 การคาดการณ์ต่ออนาคตการเดินทางท่องเที่ยวไทยในปี 2565 ดังนี้ 1. ทริปเติมพลัง และวิตามินของจิตใจ ในปี 2565 การได้ออกเดินทางท่องเที่ยวจะได้รับการยกระดับให้เป็นวิถีของการเยียวยาร่างกายและปลอบประโลมจิตใจ โดย 86% ของผู้เดินทางชาวไทย ระบุว่า การเดินทางส่งผลดีต่อจิตใจและอารมณ์ของพวกเขาได้มากกว่าการผ่อนคลายในรูปแบบอื่นๆ เนื่องจากในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาเราทุกคนต่างต้องเจอกับการเดินทางที่ถูกจำกัด จากกฎเกณฑ์ที่ปรับและเปลี่ยนไปแบบวันต่อวัน 2. นิยามใหม่ของขอบเขตการทำงานนอกออฟฟิศ ในปี 2565 เราจะได้เห็นผู้คนจำนวนมากลุกขึ้นมาทวงคืนอำนาจในการควบคุมเวลาของชีวิตตัวเอง เพื่อขีดเส้นแบ่งระหว่างการทำงานกับการใช้ชีวิตให้มีความชัดเจนและสมดุลยิ่งขึ้น 3 ใน 4 ของผู้เดินทาง (76%) จะทำให้ทริปพักผ่อนเป็นช่วงเวลาที่ปลอดงานอย่างแท้จริง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่แทบจะทำไม่ได้จริงในปี 2564 ด้วยความที่ก
โควิด ดันตลาดรถมือสอง ราคาพุ่ง แพลตฟอร์มออนไลน์มาแรง การแพร่ระบาดของโควิดทั่วโลก แม้จะส่งผลกระทบต่อยอดการผลิตและยอดขายรถยนต์ใหม่ แต่ในอีกมุมหนึ่ง โควิดทำให้ความต้องการใช้รถยนต์ส่วนตัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่ปริมาณรถยนต์ที่ผลิตได้กลับสวนทางเมื่อโรงงานผลิตรถทั่วโลกติดปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนสำคัญ ก็ได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดรถมือสองโลก นั่นคือ การปรับเพิ่มขึ้นของราคารถมือสอง และการพัฒนาใช้ช่องทางออนไลน์ในการซื้อขายรถมือสองมากขึ้น สำหรับประเทศไทย การปรับขึ้นราคารถมือสองในปี 64 อาจไม่รุนแรงเท่าประเทศอื่น โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าราคารถมือสองน่าจะมีโอกาสขยายตัว 5.5-7.5% สำหรับรถยนต์นั่ง และขยายตัว 1.5-3.5% สำหรับรถบรรทุก เนื่องจาก 1. ภาวะการขาดแคลนชิปสำหรับการผลิตรถในไทยอาจไม่รุนแรงเท่าต่างประเทศ 2. ปริมาณรถยึดจากสถาบันการเงินที่จะเข้าสู่ตลาดมือสองของไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นนับจากนี้ และ 3. กำลังซื้อของผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงชะลอตัวซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการคัดกรองสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ทำให้โอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อซื้อรถมือสองจริงสวนทางกับความต้องการซื้อรถ ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 65
แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย เผย 5 อุตสาหกรรมเด่น รับตลาดงาน EEC มร.ไซมอน แมททิวส์ ผู้จัดการระดับภูมิภาค ประจำประเทศไทย แถบตะวันออกกลาง และเวียดนาม แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ผู้นำที่ปรึกษาด้านแรงงานเชิงนวัตกรรม เปิดเผยว่า จากที่แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย ได้มีการอัพเดตสถานการณ์ภาพรวมของตลาดแรงงานในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ล่าสุด ได้มีการสำรวจตลาดแรงงาน ระบุ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเด่น ประกอบด้วย 1. อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ มีดีมานด์สูงสุดและต่อเนื่อง 2. อุตสาหกรรมยานยนต์และยานยนต์สมัยใหม่ (Next-Generation Automotive) 3. อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) มีความต้องการต่อเนื่องในทุกตำแหน่งเนื่องจากเป็นกลุ่มที่เติบโตจากสถานการณ์โควิด ประกอบกับประเทศไทยเป็นกลุ่มที่ชาวต่างชาตินิยมเข้ามาใช้บริการด้านสุขภาพสูงโดยเฉพาะจากผู้ใช้บริการจากตะวันออกกลาง ด้วยความพร้อมทางด้านบุคลากรทางการแพทย์ การบริการที่ดี และค่าใช้จ่ายไม่สูง ทำให้มีการจัดแพ็กเกจบริการเจาะตลาดนี้ส่งผลให้ความต้องการบุคลากรมีสูงขึ้น 4. อุตสาหกรรมค้าส่ง–ค้าปลีก จากกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัว และ 5. กลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจซ่อมยาน
นายกฯ ไฟเขียว! ยกเลิกเคอร์ฟิวกรุงเทพฯ –16 จังหวัด มีผล 5 ทุ่ม 31 ต.ค.นี้! เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2564 เว็บไซต์ ข่าวสดออนไลน์ รายงานข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ลงนามใน คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 18/2564 เรื่อง พื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ทั้งนี้ พื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวมีทั้งหมด 17 จังหวัด ดังนี้ 1. กรุงเทพมหานคร 2. จังหวัดกระบี่ 3. จังหวัดชลบุรี (เฉพาะ อ.บางละมุง เมืองพัทยา ศรีราชา เกาะสีชัง และสัตหีบ เฉพาะ ต.นาจอมเทียน และ ต.บางเสร่) 4. จังหวัดเชียงใหม่ (เฉพาะ อ.เมืองเชียงใหม่ ดอยเต่า แม่ริม และแม่แตง) 5. จังหวัดตราด (เฉพาะ อ.เกาะช้าง) 6. จังหวัดบุรีรัมย์ (เฉพาะ อ.เมืองบุรีรัมย์) 7. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (เฉพาะ ต.หัวหิน และ ต.หนองแก) 8. จังหวัดพังงา 9. จังหวัดเพชรบุรี (เฉพาะเทศบาลเมืองชะอำ) 10. จังหวัดภูเก็ต 11. จังหวัดระนอง (เฉพาะเกาะพยาม) 12. จังหวัดระยอง (เฉพาะเกาะเสม็ด
นายจ้าง SMEs เช็กสิทธิ รับเงินอุดหนุน 3 พันบาทต่อลูกจ้างไทย 1 คน สูงสุด 200 คน นาน 3 เดือน รีบยื่นสิทธิก่อน 20 พ.ย. นี้ วันที่ 22 ตุลาคม 2564 เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานข่าว ความคืบหน้าหลังจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 อนุมัติกรอบวงเงิน 37,521.69 ล้านบาท สำหรับโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs โดยให้ทางกระทรวงแรงงานเป็นฝ่ายดูแลรับเรื่องลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2564 โครงการมีวัตถุประสงค์รักษาระดับการจ้างงานและส่งเสริมการจ้างงานใหม่ และสร้างสภาพคล่องให้นายจ้าง/สถานประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถฟื้นฟูกิจการสร้างความแข็งแรงของธุรกิจ พร้อมรับการเปิดประเทศที่จะมีขึ้นเร็วๆ นี้ โดยรัฐบาลจะโอนเงินให้นายจ้างในอัตรา 3,000 บาทต่อลูกจ้างสัญชาติไทย 1 คนต่อเดือนเป็นระยะเวลา 3 เดือน ทั้งนี้ การจ่ายเงินให้นายจ้างในอัตรา 3,000 บาทต่อเดือน ต่อลูกจ้าง 1 คน จำนวนลูกจ้างสูงสุด 200 คน เท่ากับว่านายจ้างจะได้รับเงินสูงสุดถึง 6 แสนบาทต่อเดือน ตามมาตรการนี้ เงื่อนไขและวิธีการลงทะเบียน เป็นนายจ้างภาคเอกชนที่อยู่ในระ
The 1 ชี้ ตลาด ผลิตภัณฑ์ความงาม ระดับเพรสทีจ โตสูงยุคหลังโควิด แนะ 4 กลุ่มพฤติกรรมบิวตี้เลิฟเวอร์ สู่ กลยุทธ์กุมหัวใจผู้บริโภค นางสาวหรรษา วงศ์สิริพิทักษ์ Head of Marketing – The 1 กล่าวว่า The 1 Insight นำเสนอเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคโควิด-19 ต่อกลุ่มสินค้าประเภท Beauty ซึ่งมีปัจจัยเปลี่ยนแปลงหลักอยู่ที่การถูกจำกัดและลดการเดินทางพบปะผู้คนและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เริ่มด้วย 4 เทรนด์พฤติกรรมหลัก ได้แก่ ใช้จ่ายกับผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์มากขึ้นและแต่งหน้าน้อยลง ซึ่งเกิดจากการที่ผู้คนอยู่บ้านมากขึ้นและใส่หน้ากากอนามัยเสมอเมื่อออกนอกบ้าน ยืนยันด้วยตัวเลขยอดขายสกินแคร์ที่เติบโตถึง 11% ในขณะที่ยอดขายในกลุ่มเมกอัพตกลง 17% พร้อมแนะอีกหนึ่งโอกาสที่หลายคนอาจมองข้ามคือ ผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำหอมที่เติบโตสวนทางตลาดอย่างมีนัยสำคัญและขัดกับความเข้าใจด้านพฤติกรรมโดยทั่วไป คือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เมื่อต้องออกนอกบ้านและพบปะผู้คน เพราะในยุคโควิดหลังปี 2019 เป็นต้นมา ยอดขายน้ำหอมกลับโตถึง 12% โดยเหตุผลส่วนหนึ่งมีผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอธิบายปรากฏการณ์นี้ว่า น้ำหอมได้กลายเป็น Affordable Luxury ที่ช่วยบำบัดจิตใจให
ฮั่วเซ่งเฮง ผู้นำด้านการลงทุนทองคำในประเทศไทยกว่า 72 ปี จับมือ “SCB” นำศักยภาพด้านดิจิทัลเทคโนโลยี ช่วยพัฒนาแอพพลิเคชั่น “GOLD NOW” ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการลงทุนในทองคำแท่งรูปแบบใหม่ วันที่ 20 ต.ค. 2564 คุณธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง กล่าวว่า “แอพพลิเคชั่น “GOLD NOW” เป็นแพลตฟอร์มที่ทำขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการนำเสนอความสะดวก สามารถสมัครบริการด้วยตัวเองได้เลยผ่านแอพ ไม่จำเป็นต้องรออีกต่อไป สามารถทำธุรกรรมทองคำได้ทุกที่ ด้วยระบบเคลียร์รายการซื้อขายอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ มอบประสบการณ์ใหม่ที่ง่ายแค่ปลายนิ้วให้กับลูกค้า เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “GOLD NOW” ลงทะเบียนง่ายผ่านระบบ และด้วยความแข็งแกร่งด้านระบบการชำระเงินของธนาคารไทยพาณิชย์ช่วยให้เราสามารถเชื่อมโยงทุกธุรกรรมเข้ากับบัญชีธนาคารฯ ได้โดยตรงผ่าน SCB EASY ช่วยให้ลูกค้าสามารถชำระเงินในการซื้อและรับเงินจากการขายทองคำแบบเต็มจำนวนทันทีที่มีธุรกรรม ทำให้ลูกค้าไม่พลาดโอกาสในการทำกำไรในทุกรอบเวลา ล้ำไปอีกขั้น ด้วยการที่ลูกค้าไม่ต้องวางหลักประกัน เพื่อการส่งคำสั่ง และไม่มีค่าธรรมเนียม ทำให้ลูกค
ออมสิน คว้ารางวัล ธนาคารที่ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนช่วงโควิด-19 มากที่สุด ตอกย้ำบทบาทธนาคารเพื่อสังคม นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากความมุ่งมั่นในภารกิจการเป็นธนาคารเพื่อสังคม ที่มีเป้าหมายในการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งธนาคารออมสิน เป็นองค์กรลำดับต้น ๆ ที่โดดเด่นในการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในฐานะธนาคารเพื่อสังคม ส่งผลให้ธนาคารได้รับรางวัล Most Helpful Bank During COVID-19 in Thailand เป็นธนาคารที่ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนช่วงโควิด-19 มากที่สุด จาก The Asian Banker นิตยสารชั้นนำด้านการเงินการธนาคารในภูมิภาคเอเชีย ภายในงาน The Asian Banker Thailand Awards 2021 เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 อนึ่ง นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด ธนาคารได้แบ่งเบาภารกิจภาครัฐและช่วยเหลือผู้เดือดร้อนแล้วจำนวน 36 โครงการ คิดเป็นเม็ดเงินกว่า 2 แสนล้านบาท และสามารถช่วยเหลือประชาชนได้แล้ว 11 ล้านคน ผ่านมาตรการต่างๆ อาทิ มาตรการสินเชื่อเสริมสภาพคล่อง เพื่อช่วยเหลือทั้งรายย่อยและ SMEs มาตรการพักชำระห
ครม. ไฟเขียว เพิ่มวงเงิน 4 โครงการรัฐ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ-กลุ่มเปราะบาง-คนละครึ่ง-ยิ่งใช้ยิ่งได้ วันที่ 19 ต.ค. 64 เว็บไซต์ ข่าวสดออนไลน์ รายงานข่าว ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบวงเงิน 54,600 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. โครงการเพิ่มกำลังซื้อสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 คนละ 200 บาท ระยะเวลา 2 เดือน หรือเดือน พ.ย.-ธ.ค. 64 วงเงิน 8,122 ล้านบาท 2. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ เช่น ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน โดยเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละ 300 บาท ระยะเวลา 2 เดือน (พ.ย.-ธ.ค. 64) วงเงิน 1,384 ล้านบาท 3. โครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 เพิ่มเติม อีกคนละ 1,500 บาท ระยะเวลาโครงการ 2 เดือน (พ.ย.-ธ.ค. 64) วงเงิน 42,000 ล้านบาท 4. โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เป็นการเพิ่มวงเงินจาก 7,000 บาท เป็น 10,000 บาท วงเงิน 3,000 ล้านบาท
ธปท.- สมาคมธนาคารไทย เปิด 4 มาตรการป้องกัน-แก้ปัญหา ลูกค้าโดนดูดเงิน ตามที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ สมาคมธนาคารไทย ได้ชี้แจงกรณีการตัดเงินที่ผิดปกติ ผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของลูกค้าจำนวนมาก เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา ว่ามิได้เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลจากระบบธนาคาร โดยสาเหตุสำคัญเกิดจากการที่มิจฉาชีพสุ่มข้อมูลบัตรและนำไปสวมรอยทำธุรกรรมผ่านร้านค้าออนไลน์ต่างประเทศ ที่ไม่มีการใช้ One Time Password (OTP) โดยตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม มีบัตรที่มีการใช้งานผิดปกติจากเหตุข้างต้นจำนวน 10,700 ใบ โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นรายการใช้จากบัตรเดบิตเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งการใช้งานส่วนใหญ่มีจำนวนเงินต่อรายการต่ำ เช่น 1 ดอลลาร์ สรอ. และมีการใช้เป็นจำนวนหลายๆ ครั้ง ทั้งนี้ ธนาคารมีระบบตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติ โดยแต่ละธนาคารจะกำหนดเพดานและเงื่อนไขการใช้งานของบัตรตามลักษณะประเภทร้านค้าและประเภทสินค้าแตกต่างกันไป นอกจากนี้ ธปท. และ สมาคมธนาคารไทย ได้ร่วมกันกำหนดมาตรการเพิ่มเติม เพื่อป้องกันและแก้ปัญหา ดังนี้ ยกระดับความเข้มข้นในการตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติ ให้ครอบคลุมทั้งธุรกรรมที่มีจำนวนเงินต่ำแล
