ข่าววันนี้
นางสาวจอมขวัญ จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เซ็น กรุ๊ป มุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารญี่ปุ่นให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ในครึ่งปีหลังนี้จะแนะนำร้านอาหารญี่ปุ่น 2 แบรนด์ ได้แก่ Cyu Roll & Sushi Bar ร้านซูชิสไตล์ใหม่ใจกลางเมือง ในเดือนมิถุนายนนี้ และเปิดตัวร้าน Cyu Carnival Shabu & Yakiniku ร้านชาบูและยากินิกุแบบ Individual Dining เข้ามาทำตลาดเสริมทัพ พร้อมปรับโฉมใหม่ครั้งใหญ่ของร้าน On the Table ให้เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มากขึ้นในเดือนสิงหาคม และเดือนกันยายน จะนำเสนอร้านอาหาร Zen ในรูปแบบใหม่ Zen Flagship Store ที่จะกลับมาทวงคืนบัลลังก์อันดับ 1 แห่งการเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น Premium Mass ซึ่งแต่ละร้านถูกออกแบบมาเพื่อนำเสนออาหารญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ และเติมเต็มทุกมิติของการรับประทาน ทั้งรสชาติ ความเชี่ยวชาญ และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เพื่อตอกย้ำคอนเซ็ปต์ Everyday Zen และความเป็นผู้นำธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น Japanese Dining ในประเทศไทย
บรรทัดทอง ตั้งต้นจากการไม่พึ่งพิงนักท่องเที่ยวยุโรป แต่ดังในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนและเอเชีย ช่วงพีกมีนักท่องเที่ยววันหนึ่งนับหมื่น ซึ่งประเมินว่านักท่องเที่ยว 1 คนน่าจะมีการจับจ่ายราว 250-500 บาท แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ซิงซิง ดาราจีน หายตัวไปช่วงมาประเทศไทย นักท่องเที่ยวหลักของบรรทัดทอง คือคนจีน ก็หายไปอย่างน่าใจหาย และหลังเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่ม ทำให้นักท่องเที่ยว ยกเลิกการมาเมืองไทยกับบริษัททัวร์แทบเป็นศูนย์เลยทีเดียว ข้อมูลดังกล่าว คือส่วนหนึ่งจากปาก คุณสิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล ที่ปรึกษาสมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง ซึ่งเคยให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไว้ และวันเดียวกันนั้น เขาได้เชิญฝ่ายการเมือง นำโดย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” มาร่วมสำรวจสภาพจริงบนถนนบรรทัดทอง ที่จากเคยขายดิบขายดีกันทุกร้าน กลายสภาพมาเป็นเงียบเหงา ห้องเช่าแขวนป้าย “เซ้ง” กันเป็นแถว “สตรีตฟู้ดเมืองไทย เป็นที่ขึ้นชื่อในหมู่ชาวต่างชาติ และยังช่วยส่งเสริการการท่องเที่ยวได้ดีมาก แถมมีเสน่ห์อย่างแรง แต่ยอมรับว่าของค้าขายในย่านใจกลางเมือง มักมีราคาแพง ถ้ายังมีถนนสายอาหาร ที่ราคาจั
จากกรณีคลิปเสียงของนายกรัฐมนตรี “แพทองธาร ชินวัตร” ที่เป็นการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนกับกัมพูชา ทำให้เกิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง และทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศ ภายใต้รัฐบาลเพื่อไทย หลายภาคส่วนเรียกร้องให้ “ยุบสภา” และ “นายกฯ ลาออก” ประชาชนได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางโซเชียลอย่างดุเดือด อีกทั้งยังมีพรรคการเมืองประกาศถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล ไม่สนับสนุนการบริหารงานต่อรัฐบาลเพื่อไทย ซึ่งการถอนตัวดังกล่าวไม่เพียงกระทบต่อเสถียรภาพการเมืองเท่านั้น แต่ยังสร้างความกังวลให้กับภาคเอกชน เพราะอาจนำไปสู่ “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” หรือ “รัฐบาลรักษาการ” ซึ่งมีอำนาจจำกัดในการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหรือบริหารงบประมาณ และล่าสุดเริ่มมีประชาชนบางส่วนออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้ยุบสภา และให้นายกฯ ลาออกจากตำแหน่ง โดยให้เหตุผลว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะกระทบต่อชาติบ้านเมือง และความมั่นคงของประเทศ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ และ SMEs โดยตรง 1. จัดสรรงบประมาณล่าช้า การจัดทำงบประมาณปี 2569 อาจถูกชะลอ หากต้องยุบสภา หรือมีการเลือกตั้งใหม่ รัฐบาลไม่สามารถอนุมัติโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ส่งผลให้ SMEs บา
บทความโดย : อาจารย์ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร เจ้าของคอลัมน์ #ตู้จดหมายพลศรี ในโซเชียลเขาบอกกันว่า “ถ้าเราโกรธใคร เกลียดใคร จงยุให้เขาทำร้านอาหาร เป็นกิจการปราบเซียน เจ๊งแน่นอน” “ทำร้านอาหารยากจริงไหม” ตอบว่า “จริงครับ” เป็นสัจธรรมที่หลายคนรู้ดี แต่ก็แปลกทั้งๆ ที่รู้ คนก็อยากเปิดร้านอาหาร ร้านกาแฟสวยๆ กันไม่ขาดสาย เปิดใหม่สักพักเจ๊ง ก็มีคนมาเปิดใหม่อีก เข้าทำนองคำคมเปรียบเทียบประชดประชันโบราณเป็น “หมูไม่กลัวน้ำร้อน” ช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ผมเกี่ยวข้องแวะเวียนเป็นเพื่อน เป็นคนรู้จัก เป็นที่ปรึกษา จัดอบรม ตรวจร้านอาหาร นับเป็นร้อยร้าน ผ่านกลับไปมีทั้งที่ยังอยู่ กิจการก้าวหน้า และอีกหลายสิบเลิกกิจการไปแล้ว บางร้านผมไปช่วยตั้งไข่ให้ตั้งแต่ต้น ไล่ไปตั้งแต่ช่วยออกแบบพื้นที่ สร้างครัว ทำร้าน สร้างเมนู ออกแบบอาหาร ทดลองอาหาร แนะนำการบริหารงาน การจัดการต้นทุน การตั้งราคาขาย การโปรโมต โฆษณา เรียกว่าทำกันถ้วนทั่วทุกกระบวนความ มีร้านที่ลงทุนจ้างอินฟลูเอนเซอร์ โฆษณาในโซเชียล หมดเป็นแสนก็ยังเจ๊งอยู่ดี ร้านที่รอดก็มีเยอะครับ เดี๋ยวจะโดนนินทาว่า ผมไปให้คำปรึกษาใครเขาเจ๊งหมด องค์ประกอบที่ทำให้กา
อาจารย์ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร เผยว่า โจทย์ยากของร้านอาหารคือ สถานที่ พูดง่ายๆ ถ้า “ได้ที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” ช่วงหนึ่งตอนโควิดบูมๆ ดูเหมือนว่า “สถานที่” ไม่มีความสำคัญเท่าไหร่ เพราะเกิดช่องทางการจำหน่ายทางออนไลน์ ดีลิเวอรีที่ฮิตมากในช่วงโควิด ตอนนั้นใครก็เปิดร้านขายออนไลน์ที่บ้าน ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ซึ่งช่วงเวลานั้น แม้แต่ตัวเขาเอง ยังไปเหมาบ่อกุ้งในราคาถูก เพราะร้านอาหารปิด ตลาดปิด กุ้งขายไม่ออก ราคาตก ตัวเขาและลูกสาว ต้องยืนเผากุ้งวันหนึ่งเป็นร้อยๆ ตัว ขายกันทั้งวัน ไรเดอร์มารอหน้าบ้านเป็นแถว “ตอนโควิดระบาด ใครทำอะไรขายก็ขายดี แต่ยุคทองของดีลิเวอรีได้หมดไปแล้ว ค่าการตลาดของแกร็บ ไลน์แมน ช้อปปี้ฟู้ด เพิ่มขึ้น ทำให้คนขายได้กำไรน้อยลง ตัวเจ้าดีลิเวอรีใหญ่ๆ เอง ก็เลิกกิจการไปเป็นแถว แสดงถึงภาวะถดถอยของดีลิเวอรี สภาวะเศรษฐกิจ ของแพง การเมือง การสู้รบ ยิ่งทำให้คนระมัดระวังการใช้เงิน จะกินนอกบ้าน สั่งอาหารมากินต้องเลือกแล้วเลือกอีก” อาจารย์ยศพิชา เผย และว่า ยุคนี้การโปรโมชัน มีผลต่อการหาของกินของคนเป็นอย่างยิ่ง คำที่เปิดค้นหากันเป็นประจำคือ “ร้านอาหารลับ” “ร้านอร่อย” ย่านนั้นย่านนี้
ย้อนไปราวปลายปี 2566 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ได้ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ 11 ด้าน โดยหนึ่งในนั้นได้มอบหมายให้ นายชุมพล แจ้งไพร หรือ “เชฟชุมพล” คนดังแห่งวงการอาหารไทย เป็นประธานอนุกรรมการคณะกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหาร ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลและจัดทำนโยบายและแผน พร้อมทั้งแนวทางและมาตรการในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมด้านอาหาร ผ่านไปเกือบ 2 ปี การทำหน้าที่ของอนุกรรมการคณะกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหาร ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติไปถึงไหน ระหว่างทางต้องเจอกับปัญหาอุปสรรคอะไร และอีกไกลแค่ไหนจะถึงเป้าหมาย วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ชวนมาหาคำตอบ “เป้าหมายของการขับเคลื่อน Soft Power อาหารไทย แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ ส่วนที่หนึ่ง พัฒนาคน-ผลิตภัณฑ์ สอง พัฒนาธุรกิจ และ สาม พัฒนาการตลาด” เชฟชุมพล เกริ่นอย่างนั้น ก่อนขยายความให้ฟัง การพัฒนาคน คือคนที่ทำอาหารไทย หากจะเป็นมืออาชีพ นอกจากทำอาหารเป็นแล้วต้องบริหารเป็นด้วย ซึ่งประเด็นจะทำอย่างไรให้พวกเ
ร้านอาหารริมทาง เปิดขายกันข้างถนน ที่หลายคนใช้ศัพท์เท่ๆ เรียกรวมว่า “สตรีตฟู้ด” ดูเหมือนจะเป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทย นักท่องเที่ยวทั่วโลก ต่างใฝ่ฝันมาลิ้มลองกันสักครั้ง แต่เบื้องหลังความเอร็ดอร่อยอันหลากหลาย ตามทำเลสำคัญในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรของไทย ดูยังมีปัญหาในด้านการจัดการ หลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็น การตั้งร้านรุกล้ำพื้นที่จราจร การจัดการกับเศษขยะไม่เป็นที่เป็นทาง และการทิ้งสิ่งปฏิกูลจากการทำอาหารลงท่อระบายน้ำ “การจัดการไขมันของร้านสตรีตฟู้ด พบว่า พวกเขามีการจัดการขยะ แยกเศษอาหารก็จริง แต่ถ้าให้ดีกว่านั้น ต้องแยกน้ำมันด้วย เพราะว่ามีกฎหมายระบุชัดมีโทษปรับถึง 5 หมื่น ถ้าการเทน้ำเสียเทลงท่อไม่มีการกรองไขมันออกก่อน เลยคิดว่าถ้าทำตัวที่เป็นตัวกรองไขมันออกก่อนแล้วสามารถไปใช้ได้กับรถเข็นของพวกเขา น่าจะดี” คือ คำอธิบายจุดเริ่มแนวคิดการออกแบบ “ตัวโดนเท” อุปกรณ์ดักไขมันสำหรับร้านอาหารริมทาง ซึ่งสถาปนิกหนุ่มอย่าง คุณชัชวาล สุวรรณสวัสดิ์ พยายามใช้วิชาชีพของเขาเข้ามาช่วยแก้ปัญหา นอกจากนั้นแล้วยังเผยให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ทราบด้วยว่า เขากำลังช่วยพัฒนา “ตัวโดนเท” ผลงานออกแบบขอ
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงนโยบายในเรื่องการส่งเสริมสมุนไพรว่า กระทรวงสาธารณสุข มุ่งมั่นผลักดันการใช้สมุนไพรควบคู่กับการแพทย์แผนปัจจุบันอย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการดูแลสุขภาพของประชาชน และสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสาธารณสุขของประเทศ จึงได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดตั้ง “ตลาดกลางวัตถุดิบสมุนไพร” ที่จะไม่เพียงเป็นแหล่งซื้อขายวัตถุดิบสมุนไพรที่มีคุณภาพ แต่เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานสมุนไพรอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกร แพทย์แผนไทย ผู้ประกอบการ ผู้แปรรูป และนักวิจัย เพื่อร่วมกันสร้างนวัตกรรมและยกระดับสมุนไพรไทยสู่มาตรฐานสากล ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และบริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซ์เชนจ์ จำกัด (ตลาดไท) ได้ร่วมกันดำเนินโครงการตลาดสมุนไพรสด และเครื่องเทศสดปลอดภัย บนพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร เพื่อช่วยเกษตรกรให้มีพื้นที่จำหน่ายสมุนไพร และช่วยกระจายสินค้าสมุนไพรสดที่มีมาตรฐานปลอดภัย ทำให้ในปัจจุบันมีปริมาณสินค้าส
เพราะความจนรอไม่ได้ สิ่งเดียวที่พี่ชายคนโต ที่มีน้องอีก 10 คน จะช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ได้ นอกจากจะทำทุกอย่างแบบไม่เกี่ยงงานแล้ว เมื่อเรียนจบ ต้องรีบหางานทำให้เร็วที่สุด และใครจะคิดว่า ด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 320 บาท จะสามารถเปลี่ยนชีวิตเด็กต่างจังหวัด ให้กลายเป็น เจ้าของอาณาจักรร้านขายยาที่ใหญ่และมีสาขามากที่สุดในประเทศไทย ตลอดการเดินทาง 40 ปี คุณเล้ง-ภก.ไชยเสน พิศาลวาเลิศ ประธานกรรมการบริษัท โปรฟาสซิโน จำกัด ย้อนความให้ฟังว่า ตนเกิดและเติบโตในครอบครัวคนจีน จ.นครสวรรค์ ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีนัก พ่อแม่ มีอาชีพค้าขาย รายได้ไม่เพียงพอ เพราะมีลูกมากถึง 11 คน ตนเป็นลูกชายคนโต ชีวิตวัยเด็กจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาจุนเจือครอบครัว ทั้งขายลอตเตอรี่ เรียงเบอร์ ไอติม ฯลฯ และด้วยส่วนตัวมีความชอบเรื่องการค้าขาย พอเข้ามหาวิทยาลัย จึงตัดสินใจเลือกเรียนเภสัช ด้วยมีความฝันอยากเปิดร้านขายยา จึงได้มุ่งมั่นและสอบเข้าเรียนคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สมดังใจ หลังจากจบการศึกษาปี 2519 ตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ มีเงินติดตัวเพียง 320 บาท เป็นเงินก้อนสุดท้ายที่จะขอจากครอบครัว มุ่งมั
บทความโดย : อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูแฟรนไชส์ ในโลกของภาพยนตร์ Thunder Express ไม่มีคำว่า “แฟรนไชส์” ปรากฏอยู่ในบท ไม่มีโลโก้ร้าน ไม่มีการเซ็นสัญญาสิทธิการใช้แบรนด์ แต่สิ่งที่ชัดเจนกลับเป็นภาพของคนตัวเล็กที่ต้องวิ่งให้ทันระบบใหญ่ คนที่อยู่ปลายทางของห่วงโซ่โลจิสติกส์ คนที่ถูกใช้เพื่อส่ง แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองคือ “ส่วนหนึ่งขององค์กร” หรือแค่ “ฟันเฟืองที่เปลี่ยนได้” และนั่นเองที่ทำให้ Thunder Express ไม่ได้สะท้อนโลกแฟรนไชส์ด้วยคำพูด แต่มันสะท้อนด้วย “โครงสร้าง” ที่บอกว่า ในอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว การขยายสาขา และการกระจายบริการ คนตัวเล็กในระบบแฟรนไชส์ กำลังเผชิญกับคำถามเดียวกัน Flash Express เคยเป็นผู้สร้างแรงกระเพื่อม ตั้งแต่วันที่ให้ใครก็ได้เปิด “Flash Home” ด้วยเงินเริ่มต้นไม่ถึงหมื่น โมเดลที่เคยถูกมองว่าเปิดให้คนทั่วไปเข้าถึงระบบขนส่งได้อย่างเสมอภาค กลายเป็นทางลัดให้คนตัวเล็กเข้าร่วมกับแบรนด์ใหญ่ในระบบแฟรนไชส์ ไม่มีหน้าร้าน ไม่มีภาระมากมาย แค่เปิดจุดส่ง รับรายได้จากยอดพัสดุ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เรากลับพบว่า โมเดลนั้นอาจจะดีเกินไปบนกระดาษ เพราะในโลกจริง ความไม่แน่นอนของยอดส่ง การขา
