ข่าววันนี้
EXIM BANK ออกมาตรการสินเชื่อ ฟื้นฟู-พักทรัพย์ พักหนี้ ช่วยเหลือ SMEs พร้อมแถลงผลการดำเนินงาน ไตรมาสแรก ปี 64 ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เผย EXIM BANK ออกมาตรการความช่วยเหลือ สอดรับมาตรการทางการเงินเพิ่มเติม ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 จำนวน 2 มาตรการ ดังนี้ EXIM BANK รับโอนทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันของลูกหนี้ปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพื่อนำมาชำระหนี้กับ EXIM BANK เป็นการช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินชั่วคราว โดยไม่ถูกกดราคาทรัพย์สิน และมีสิทธิ์ซื้อทรัพย์คืนได้ภายในระยะเวลา 3-5 ปีนับแต่วันที่รับโอน โดยผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถแจ้งความจำนงขอรับมาตรการ หรือสอบถามได้ที่ EXIM HOTLINE (02) 037-6099 นอกจากนี้ ดร.รักษ์ ยังเผยผลการดำเนินงานของธนาคารในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2564 (เดือนมกราคม-มีนาคม 2564) ว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 EXIM BANK ได้ขยายบทบาทสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในด้านการเงิน ทั้ง
ธ.ก.ส. ออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู-พักทรัพย์ พักหนี้ ช่วย SMEs เกษตร ฝ่าวิกฤต คุณธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนด การให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2564 ซึ่ง ธ.ก.ส. พร้อมดำเนินการตามนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs เกษตร และสถาบันเกษตรกร ผ่าน 2 มาตรการ ดังนี้ 1) มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท โดยเติมวงเงินอัตราดอกเบี้ยต่ำให้แก่ผู้ประกอบการ ทั้งที่เป็นเกษตรกร บุคคล ผู้ประกอบการ (นิติบุคคล) กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สหกรณ์ภาคการเกษตร และสหกรณ์นอกภาคการเกษตรที่ประกอบธุรกิจพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และบริการ โดยลูกค้าเดิม สามารถขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม สูงสุดไม่เกินร้อยละ 30 ของวงเงินสินเชื่อธุรกิจ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 หรือ ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท โดยให้นับรวมวงเงิน Soft Loan เดิมที่เคยได้รับ
เฮ! ครม. เคาะ คนละครึ่งเฟส 3 แจกเงิน คนละ 3,000 บาท เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งเพื่อระงับยับยั้งและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาทิ มาตรการ “คนละครึ่งเฟส 3” คนละ 3,000 บาท จำนวน 31 ล้านคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณ 93,000 ล้านบาท ระยะเวลา เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นการลงทุนจะออกมาเป็นแพ็กเกจประมาณเดือนพฤษภาคม โดยจะเป็นมาตรการเดิมเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงยังมีพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินสินเชื่อฟื้นฟูและพักทรัพย์พักหนี้ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังจะมีมาตรการใหม่เพื่อสนับสนุนให้คนที่มีเงินออมอยู่ ให้ออกมาใช้จ่าย ซึ่งอยู่ระหว่างกระทรวงการคลังคิดมาตรการ “มาตรการที่ออกมาไม่ต้องแข่ง ให้คนที่เคยรับสิทธิ์มาตรการของรัฐบาลอยู่แล้ว กดรับสิทธิ์ยืนยัน คนมีเงินก็จะได้ใช้เงินให้เต็มที่ด้วย จะได้ไม่ต้องไปแย่งโครงการคนละครึ่ง” นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว ที่มา ประ
ยกระดับป้องกันโควิด เพิ่ม 4 ข้อปฏิบัติ กลุ่มดีลิเวอรี่ สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค วันที่ 5 พ.ค.64 เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ รายงานข่าว นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากที่มีการแชร์ข้อความที่พาดพิง ถึงการระบาดของคลัสเตอร์คลองเตยว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ที่อยู่ในชุมชนประกอบอาชีพหลักคือเป็นพนักงานส่งอาหารดีลิเวอรี่ และขอให้งดใช้บริการเหล่านี้เพราะอาจส่งผลให้นำเชื้อไปสู่คนอีกครอบครัวหนึ่ง ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นข้อความที่ไม่ถูกต้องและไม่เป็นความจริง ซึ่งอาจสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนที่ใช้บริการสั่งอาหารจากนอกบ้านได้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยและกังวลต่อความมั่นใจในการใช้บริการของประชาชนผู้บริโภค จึงมอบให้กรมอนามัย จัดประชุมร่วมกับผู้ประกอบการดีลิเวอรี่ ได้แก่ Minor food, Grab, Gojek, Food Panda และ Lalamove เพื่อทำความเข้าใจต่อประเด็นที่เกิดขึ้น พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการและพนักงานส่งอาหารดีลิเวอรี่ทุกคน ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดขณะนี้ จำ
หน้าคุ้นๆ ตุ๊กตาลุงขี้โมโห ฝีมือคนไทย ถูกใจชาวเน็ต จองหมดในไม่กี่นาที กลายเป็นกระแสฮือฮา เมื่อเพจ FMC – Funny Model Club เปิดพรีออร์เดอร์ “Angry Wood Doll & Sleeping Cricket” ตุ๊กตาลุงขี้โมโหซึ่งมีรูปลักษณ์คล้ายคลึง นายกรัฐมนตรีของไทย ไปเมื่อปลายเดือนมิถุนายน ปี 2563 ปรากฏว่า สินค้าถูกจับจองหมดภายในวันเดียว สำหรับ “Angry Wood Doll & Sleeping Cricket” ผลิตจากเรซิ่น มีราคา 7,900 บาท ยังไม่รวมค่าขนส่ง ในการเปิดพรีออร์เดอร์ให้วางมัดจำก่อน 3,000 บาท ผลิตมาเพียง 100 ตัว ความสูง 32 เซนติเมตร จากการเปิดพรีออร์เดอร์ครั้งแรก ทีมงานได้โพสต์ขอบคุณถึงกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้า ระบุว่า ขอบคุณทุกคนที่สั่งจอง “Angry Wood Doll & Sleeping Cricket” ในครั้งนี้ด้วย โดยต้องขออภัยที่ทางทีมงานผิดพลาด ทั้งเรื่องการคาดการณ์จำนวนลูกค้า และการไม่เขียนกฏสิทธิจำนวนการจองให้แน่ชัด จึงทำให้สินค้า 100 ตัว หมดภายในเวลาไม่กี่นาที โดยเมื่อเดือนมกราคม ปี 2564 ทางเพจได้อัพเดตว่า สินค้าล็อตแรกใกล้จัดส่งแล้ว โดยจะมีสินค้าเวอร์ชั่นสองล็อตแรกตามมาเร็วๆ นี้ ต่อมา เม
แกร็บ คุมเข้ม คนขับฟู้ดดีลิเวอรี่ หากพบติดโควิด สั่งหยุดงาน จ่ายเงินชดเชย จากกรณีที่มีการส่งต่อข้อความในโซเชียลมีเดียจนเกิดเป็นข้อกังวลด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยที่เกี่ยวข้องกับคนขับฟู้ดดีลิเวอรี่ แกร็บ ประเทศไทย ได้รับทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และขอชี้แจงให้ทราบว่า บริษัทฯ ได้มีมาตรการดูแลด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยของพาร์ตเนอร์คนขับ-ผู้จัดส่งอาหารและพัสดุอย่างต่อเนื่อง และพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ได้รับแจ้งจากหน่วยงานภาครัฐ หรือเมื่อได้รับการติดต่อจากพาร์ตเนอร์คนขับว่าตนเองติดเชื้อโควิด-19 หรือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง บริษัทฯ จะทำการระงับสัญญาณทันที และจะร่วมมืออย่างเต็มที่กับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางย้อนหลัง รวมถึงผู้ใช้บริการทุกคนที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับพาร์ตเนอร์คนขับทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทฯ จะทำการเปิดระบบกลับมาอีกครั้ง หากได้รับเอกสารยืนยันผลการตรวจเป็นลบเป็นที่เรียบร้อย นอกจากนี้ พาร์ตเนอร์ยังสามารถแจ้งความประสงค์เพื่อรับเงินชดเชย ซึ่งครอบคลุมถึงค่าตรวจโรคโควิด-19 มูลค่า 500 บาท เงินชดเชยรายได้ 2,000 บาทใ
พระสังฆราช ประทานพระดำริ ให้วัดช่วยเหลือชาวบ้าน หนุน รัฐ-เอกชน บรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤตโควิด วันที่ 4 พ.ค. เฟซบุ๊ก สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ออกประกาศ ที่ 2/2564 เรื่อง ประทานพระดำริให้วัดที่มีศักยภาพร่วมมือกับทางราชการในการช่วยเหลือประชาชน ความว่า ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มีความรุนแรงมากขึ้นอีกระลอก ก่อให้เกิดความเดือดร้อนของประชาชนอย่างกว้างขวาง เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงติดตามข่าวสารมาโดยตลอด พร้อมประทานพระดำริว่า วัดหลายแห่งในประเทศไทยมีอาคารสถานที่ โรงครัว อุปกรณ์ บุคลากร หรือปัจจัยอื่นๆ ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการบรรเทาความเดือดร้อนในด้านต่างๆ เช่น การจัดเตรียมอาหาร การตั้งโรงพยาบาลสนาม การบริจาควัตถุปัจจัย หรือการเอื้อเฟื้อพื้นที่สำหรับบริหารจัดการด้านต่างๆ ได้ จึงขอให้คณะสงฆ์และวัดที่มีศักยภาพ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตามที่ได้รับการร้องขอ ตามที่ได้ประสานความเข้าใจร่วมกันกับชุมชนแล้ว และตามกำลังความสามา
ฟ้าทะลายโจร ถึงเวลาเปลี่ยนความสงสัย ช่วยกันพัฒนา ให้เป็นผลิตภัณฑ์ของชาติ สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ส่งผลกระทบกระจายวงกว้าง ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่สามารถจัดหาวัคซีนมาฉีดให้กับประชาชนได้ทั่วถึง สมุนไพร จึงถูกนำมาพูดถึงกันมาก ทั้งนำมาใช้ในการรักษาและป้องกัน คุณวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า เสียดายยาสมุนไพรไทยมาก ในช่วงเกิดโรคระบาดยิ่งน่าเสียดาย รัฐบาลควรทุ่มงบประมาณไปในการวิจัยและจดลิขสิทธิ์โดยเร่งด่วน สมุนไพรไทย เป็นวัตถุดิบชั้นเลิศ ตำรายาโบราณของไทยเป็นภูมิปัญญาไทยที่บรรพบุรุษไทยสั่งสมมาหลายร้อยปี และเป็นวัตถุดิบยาที่เกิดในสภาพแวดล้อมบนแผ่นดินไทยและเหมาะกับคนไทย คนเอเชียโดยธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้ถ้ารัฐบาลไทยนำมาพัฒนาต่อยอด จะช่วยประชาชนได้มากและลดการพึ่งพายาต่างประเทศได้มหาศาล “แต่โครงการดีๆ แบบนี้ ต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ และไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง เนื่องจากการซื้อยาต่างประเทศ เป็นขุมทรัพย์มหาศาลที่หอมหวน ชวนอนุมัติ จะสร้างภูมิปัญญาของชาติ ต้องสร้างจากผู้มีภูมิปัญญาเท่านั้น” คือ คำกล่าวของรองหัวหน้าพรรคกล้า ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นขององค์กรหลักที่ค้นคว้า
ส่องรายชื่อ โรงพยาบาลเอกชนไหนมี Hospitel ให้บริการบ้าง ยามนี้ ทั่วไทยทุกหัวระแหง คงกำลังหายใจไม่ทั่วท้องกับสถานการณ์โควิด-19 ที่นับวันสถานการณ์ดูจะเลวร้ายเป็นวงกว้าง ความกังวลใจมีสารพัดเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ระบบสาธารณสุข ยังไม่ล่มใช่มั้ย วัคซีนยี่ห้อไหนดีที่สุด จะมีเตียงพอรองรับมั้ย หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ จะขาดตลาดอีกรึเปล่า เป็นต้น “ถ้าติดโควิด-19 เข้าจริงๆ แต่โชคยังดีอาการไม่หนักมาก และไม่อยากไปนอนโรงพยาบาลสนาม จะไป Hospitel (โฮสพิเทล) ที่ไหนได้บ้าง” อาจเป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ รวบรวมรายชื่อ โรงพยาบาลเอกชน ที่มี Hospitel ให้บริการ มารายงานให้ทราบพอสังเขป ดังนี้ @ โรงพยาบาลกรุงเทพ มี โรงแรมชีวา กรุงเทพฯ เป็น Hospitel ให้บริการ @ โรงแรมเกษมราษฎร์ ประชาชื่น มี โรงแรม Justice และ โรงแรมริชมอนด์ เป็น Hospitel ให้บริการ @ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ มี โรงแรม ณ เดอะกรีน โฮเท็ล โรงแรมโซลิแทร์ โรงแรมคิงส์ตั้น โรงแรมรอยัล เพรสซิเดนท์ โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ มาบุญครอง โรงแรม Court wing เป็น Hospitel ให้บริการ @ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 มี โรงแรมโอทู ลักชูรี
จากการแพร่ระบาดของโควิดรอบใหม่ ซึ่งกระจายไปทั่วประเทศ โดยพบว่า มีผู้ติดเชื้อแตะหลักพันคนต่อวัน หนึ่งในวิธีสำคัญที่จะทำให้เราห่างไกลจากโควิด-19 ได้คือการดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด เช่น ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ สวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือให้บ่อยครั้ง รวมถึงบันทึกไทม์ไลน์การเดินทาง แต่สำหรับคนที่มีความเสี่ยง ต้องกักตัว 14 วันที่บ้านหรือที่อยู่อาศัย เพื่อช่วยให้ครอบครัวและคนใกล้ชิดปลอดภัยปลอดเชื้อ โดยมีวิธีการดังนี้ 1. การแยกห้องและของใช้ – อยู่ในห้องแยกจากครอบครัว ด้วยการแยกห้องนอน – หากแยกห้องนอนไม่ได้ ให้ใช้แผ่นกั้นห้อง แบบพลาสติกแบ่งสัดส่วน – เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท – แยกของใช้ส่วนตัว มีถังขยะติดเชื้อแยกเฉพาะ 2. การแยกขยะ ให้แยกขยะออกเป็น 2 ประเภท – ขยะทั่วไป – ขยะติดเชื้อ เช่น หน้ากากอนามัย กระดาษทิชชู ในแต่ละวันให้เก็บรวบรวม และล้างถังด้วยน้ำยาฟอกขาวเพื่อทำลายเชื้อ สำหรับการทิ้งให้สวมถุงขยะ 2 ชั้น มัดปากถุงให้แน่น ก่อนนำไปทิ้งรวมกับขยะทั่วไป 3. ข้อปฏิบัติสำคัญ – ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อยครั้งละ 20 วินาที – สวมหน้ากากอนามัย ห
