ข่าววันนี้
เปิดแนวโน้ม ปี 64 อาชีพใด มีเกณฑ์โตสวนทางโควิด โควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดไม่หยุด สร้างความปั่นป่วนทั่วโลกยังไม่จบไม่สิ้น ส่งผลกระทบเศรษฐกิจ ทำให้ซบเซา รายได้หดหาย ใครแข็งแกร่งกว่าก็อยู่รอดไปได้ ทั้งวิกฤตการณ์ครั้งนี้ก็ทำให้อาชีพเก่าสั่นคลอน ล้มหายตายจาก ในทางกลับกันส่งผลดีต่อการเกิดอาชีพใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย สร้างโอกาสทำเงินเป็นกอบเป็นกำ เว็บไซต์ ธนาคารกรุงเทพ เผยข้อมูลว่า ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด สะท้อนมุมมองภาพรวมให้เห็นว่าในยุคโรคโควิดยังไม่หมดจากโลกใบนี้ ในปี 2021 แนวโน้มอาชีพที่มีแนวโน้มน่าจะมาแรงมากสุด เกาะกระแสเทรนด์เทคโนโลยี ประกอบด้วย อาชีพที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและดิจิทัล คงไม่มีใครปฏิเสธว่า อาชีพนักโปรแกรมเมอร์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือคนที่ทำอาชีพเกี่ยวกับเทคโนโลยีมาแรงสุด เนื่องจากที่ผ่านมาเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อชีวิตในช่วงโควิดระบาด ทำให้ทุกคนเกิดความคุ้นชิน เช่น การทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งไม่ต้องเดินทางไปธนาคารเหมือนแต่ก่อน สามารถทำธุรกรรมผ่านมือถือได้อย่างง่ายดาย หรือการสั่งอาหารดีลิเวอ
งดจัดกิจกรรมปีใหม่! กทม. ประกาศ 10 มาตรการ ป้องกันโควิด-19 ในพื้นที่ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กทม. เผยว่า ได้เรียกประชุมด่วนคณะกรรมการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร เพื่อหารือมาตรการป้องกันและรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้ข้อสรุปมาตรการต่างๆ ดังนี้ ปิดโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนในสังกัด กทม. ที่มีพื้นที่ติดต่อกับ จ.สมุทรสาคร 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.63 – 4 ม.ค.64 ได้แก่ เขตบางขุนเทียน บางบอน และหนองแขม โดยให้จัดการเรียนการสอนเสริมและการเรียนออนไลน์ทดแทน ข้าราชการและบุคลากร กทม.ที่เดินทางไป-กลับ กรุงเทพฯ – สมุทรสาคร หรือมีที่พักอาศัยอยู่ใน จ.สมุทรสาคร ให้ปรับเปลี่ยนเป็นการทำงานที่บ้าน (work from home) ขอความร่วมมือภาครัฐและเอกชน งดจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของประชาชนจำนวนมาก เช่น งานเทศกาลปีใหม่ กิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี และงานรื่นเริงต่างๆ แต่หากจะจัดงาน ต้องเสนอแผนควบคุมโรคเพื่อขออนุญาตกับสำนักอนามัย กทม.เพื่อพิจารณาก่อน ตั้งด่านคัดกรองแรงงานต่างด้าว เดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ 4 เส้นทาง ได้แก่ ถนนเพชรเกษม ถนนพร
ผปก. คาด อาหารทะเลมีแววขาดตลาด-ราคาขึ้น เพราะโควิดแพกุ้ง จากกรณี สถานการณ์การระบาดโควิด-19 โดยพบผู้ติดเชื้อจำนวน 689 ราย เป็นยอดรวมผู้ติดเชื้อใน จ.สมุทรสาคร และจังหวัดรอบข้างที่เกี่ยวข้องกับตลาดกุ้งสมุทรสาคร ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง ร้านเจคิว ปูม้านึ่ง Delivery เผยว่า เปิดให้บริการมานาน 7 ปี จำหน่ายอาหารทะเลหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ปูม้านึ่ง กุ้งเผา หอยจ๊อ ข้าวผัดปู ขนมจีนน้ำยาปู กุ้งแช่น้ำปลา ปูไข่ดอง ปลาทอด ฯลฯ โดยวัตถุดิบที่นำมาจำหน่ายทั้งหมด ไม่ได้รับวัตถุดิบจากมหาชัย แต่ส่งตรงจากต้นทาง ไม่ผ่านตลาดกลาง เช่น ปูม้า นำมาจากแพของเราเองที่สุราษฎร์ธานี กุ้งก้ามกราม นำมาจากราชบุรี หมึกสด หมึกแดดเดียวจากปราณบุรี ปลากะพง กุ้งขาว จากฉะเชิงเทรา ส่งตรงสดใหม่ถึงร้านทุกวัน เจคิว ปูม้านึ่ง Delivery เผยต่อว่า ในปีนี้เจอผลกระทบสองทาง คือ ข่าวโควิดจากแพกุ้งมหาชัย ส่วนภาคใต้ก็มีพายุเข้า ชนกับช่วงปีใหม่ซึ่งเป็นช่วงที่คนมีกำลังซื้อสูงพอดี พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น อาจมีผลกระทบในวงกว้าง จึงคาดเดาว่า วัตถุดิบอาหารทะเลอาจขาดตลาด และมีราคาสูงขึ้น แต่ เจคิว ปูม้านึ่ง Delivery จะพยายามตรึงราคาวัตถุดิบเท่าที่ทำได้
ชมรมผู้ค้ากุ้งสมุทรสาคร ขอรับผิดชอบ ปิดตลาดกุ้ง (ทะเลไทย) 21 ธ.ค.63-3 ม.ค.64 วันที่ 20 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชมรมผู้ค้ากุ้งสมุทรสาคร ประกาศ ตลาดกุ้ง (ทะเลไทย) หยุดทำการซื้อขายตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.63 – 3 ม.ค.64 รายละเอียดดังนี้
ร้านขายอาหารทะเล เผย รับวัตถุดิบจากแหล่งอื่น ย้ำทานได้ ถ้า ปรุงสุก ทานร้อน วันที่ 20 ธ.ค. จากกรณี พบผู้ติดเชื้อรายแรกที่ตลาดกลางกุ้ง โดยวันนี้ เวลา 11.00 น. ศบค. เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 576 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 19 ราย ผู้ติดเชื้อในต่างด้าวจากการคัดกรองเชิงรุก 516 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเข้าสถานกักกันโรค 41 ราย ร้านขายกุ้งแม่น้ำดีลิเวอรี่ เจ้าหนึ่ง กล่าวว่า ทางร้านเปิดขายกุ้งและอาหารทะเลมานานพอสมควรแล้ว จากข่าวแพกุ้งที่มหาชัย ไม่ได้ส่งผลกระทบกับยอดขายของทางร้านเท่าใดนัก เพราะทางร้านไม่ได้สั่งกุ้งมาจากแหล่งดังกล่าว แต่สั่งมาจากสุราษฎร์ธานี โดยส่วนตัวคิดว่า โควิดเป็นการแพร่เชื้อที่ติดต่อกันจากคนสู่คน ส่วนอาหาร หากทำสะอาด ปรุงสุก ทานร้อน ก็ปลอดภัยในระดับหนึ่ง อีกทั้งทางร้านมีการระมัดระวังอย่างสม่ำเสมอ มีการตรวจวัดอุณหภูมิพนักงานในร้าน รวมถึง ซับพลายเออร์ ที่มาส่งของอยู่แล้ว จึงสามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่มาสั่งซื้อสินค้าได้
สุดปัง! คนแห่ประมูลบ้านมือสอง ธอส. วันเดียวขายได้ถึง 536 รายการ 480.57 ล้านบาท ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เผยผลการจัดงานประมูลขายบ้านมือสอง (รวมที่ดินเปล่า) ธอส. ครั้งที่ 4/2563 ส่งท้ายปี ผ่านแอพพลิเคชั่น : G H Bank Smart NPA มีลูกค้าแห่ซื้อทรัพย์ของ ธอส. ทั่วประเทศถึง 536 รายการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 480 ล้านบาท ดันยอดขายเฉพาะจากการประมูลทั้งปีนี้สูงกว่า 1,500 รายการ นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า วานนี้ (19 ธันวาคม 2563) ธอส. ได้จัด “งานประมูลขายบ้านมือสอง (รวมที่ดินเปล่า) ธอส. ครั้งที่ 4/2563” ซึ่งเป็นการประมูลครั้งสุดท้าย ในรอบปี 2563 ผ่าน Application : G H Bank Smart NPA เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยแบ่งทรัพย์ออกประมูลเป็น 7 รอบเวลา รอบละ 30 นาที ตั้งแต่เวลา 10.00-16.30 น. ผลปรากฏว่า ธนาคารสามารถจำหน่ายทรัพย์ทั่วประเทศได้ถึง 536 รายการ คิดเป็นมูลค่าที่จำหน่ายได้รวม 480.57 ล้านบาท แบ่งเป็นทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 82 รายการ คิดเป็นมูลค่าที่จำหน่ายได้ 66.23 ล้านบาท และทรัพย์ในส่วนภูมิภาค 454 รายการ มูลค่า 414
โควิดแพกุ้งมหาชัย กระทบยอด-ลูกค้าลด ผปก.ยัน ซื้อวัตถุดิบจากแหล่งอื่น วันที่ 20 ธ.ค. จากกรณี พบผู้ติดเชื้อรายแรกที่ตลาดกลางกุ้ง โดยเมื่อเวลา 15.00 น. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค รายงานจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากการระบาดที่ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร มีทั้งหมด 689 ราย ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง ร้านกุ้งหัวระเบิด นวมินทร์ 42 แสดงความเห็นว่า จากข่าวที่มีการติดเชื้อโควิดที่แพกุ้งมหาชัย เบื้องต้นทางร้านมีจำนวนลูกค้าที่ลดลง เพราะลูกค้าเกิดความวิตกกังวลจากข่าว จึงมีการทักเข้ามาสอบถามเข้ามาตลอด ซึ่งวัตถุดิบของทางร้านไม่ได้มาจากแหล่งดังกล่าว แต่มาจากแพกุ้งในจังหวัดสุพรรณบุรี และนครปฐมโดยตรงแบบวันต่อวัน ไม่มีการสต๊อกสินค้า จึงมีการเปิดเผยข้อมูลของวัตถุดิบให้ลูกค้าได้ทราบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า ซึ่งเมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น “ส่วนตัวคิดว่า ทุกคนรวมถึงร้านค้าต่างก็มีความกังวลเหมือนกัน จึงมีการแก้ไขเบื้องต้น โดยคอยอัพเดตสถานการณ์วันต่อวัน ส่วนแหล่งวัตถุดิบก็ยังคงเป็นที่เดิม หากมีการแพร่ระบาดจำนวนมากอาจจะต้องหยุดร้านชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าแล
แพทย์จุฬาฯ ชี้ ไทยกำลังเจอการระบาดระลอก 2 ถ้าคุมไม่ได้ติดเชื้อวันละ 940 ราย เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ภาพรวมทั่วโลกนั้นยังเจอการระบาดอันหนักหน่วง หลายประเทศกลับมาล็อกดาวน์อีกครั้ง เพราะมาตรการที่มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมานั้นไม่ถูกเวลา แถมการไม่เข้มงวดเรื่องพฤติกรรมการป้องกันในประชาชน ทำให้เกิดระบาดซ้ำ ซึ่งหนักกว่าเดิม คริสต์มาสและปีใหม่ที่จะถึงนี้ ถือเป็น Blue Christmas and Blue New Year เพราะหลายประเทศจะต้องฝ่าฟันกับการระบาดที่หนักหน่วง ทั้งอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร อิตาลี ตุรกี รวมถึงอื่นๆ ในทวีปยุโรป สแกนดิเนเวีย อเมริกา อเมริกาใต้ และเอเชีย สำหรับเมืองไทยนั้น ชัดเจนว่าเรากำลังประสบกับปัญหาการระบาดระลอกที่สองครับ ขณะนี้อยู่ในช่วงต้น และมีโอกาสขยายวงรุนแรงกว่านี้ในอีก 4-8 สัปดาห์ข้างหน้า หากคุมไม่ได้ คาดว่าเราจะมีจำนวนการติดเชื้อสูงสุดต่อวันราว 940 คน สูงกว่าเดิม 5 เท่า และจะยาวนานประมาณ 88 วัน นานกว่าเดิม 2 เท่า ช่วงเวลาทองในการควบคุมโรคระลอกสองนี้ หากวิเคราะห์ตามประเทศอื่นๆ เ
5 ทางรอด พลิกฟื้นธุรกิจให้กลับมา แม้ไร้นักท่องเที่ยวต่างชาติ แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในบ้านเราตอนนี้จะดีขึ้น แต่เศรษฐกิจก็ยังไม่ฟื้นฟูกลับมา นักท่องเที่ยวจากต่างชาติยังคงไม่สามารถเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทยได้ และหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบนั่นก็คือ “ธุรกิจท่องเที่ยว” โดย เพลิน by Krungsri ได้แนะนำ 5 ทางรอดช่วยฟื้นธุรกิจให้กลับมาอีกครั้ง ดังนี้ การจัดโปรโมชั่นเพื่อชวนคนไทยมาเที่ยวไทย ถึงตอนนี้จะไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่อย่าลืมไปว่าในช่วงสิ้นปีแบบนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวคนไทย ที่กำลังมองหาสถานที่ผ่อนคลายในช่วงวันหยุด ลองจัดทัวร์ระหว่างโรงแรม รีสอร์ตของเรา กับร้านอาหารในละแวกใกล้เคียง การทำแบบนี้นอกจากจะทำให้ธุรกิจมีรายรับเข้ามา ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจรอบๆ ตัวภายในชุมชนได้ดีอีกด้วย เช่น โรงแรมของเราตั้งอยู่ใกล้ๆ ชายหาด แต่ไม่สามารถแบกรับต้นทุนทางด้านอาหารได้ ก็อาจจะเป็นพาร์ตเนอร์กับร้านอาหารท้องถิ่น นำนักท่องเที่ยวไปรับประทานอาหารช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นต้น เพิ่มกิจกรรมที่ให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับธุรกิจ หากว่าธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจท่องเที่ยว เช่น โรงแรม รี
เปิด 4 เคล็ดไม่ลับ ทำอย่างไร ให้ลูกค้า กลับมาซื้อสินค้าซ้ำ การจะทำให้ร้านเป็นที่ได้รับความนิยมอยู่เสมอๆ นอกจากสินค้าหรือบริการนั้นๆ จะต้องดี มีมาตรฐานแล้ว การให้ความสำคัญกับลูกค้า ก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะลูกค้ากลุ่มนั้น อาจย้อนกลับมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการของคุณซ้ำก็ได้ ซึ่งการกลับมาซื้อสินค้าซ้ำนี่แหละ ถือเป็นช่องทางในการสร้างรายได้และกำไรที่สำคัญอย่างหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งเพจ K SME ได้แชร์ 4 วิธีที่จะช่วยดึงให้กลุ่มลูกค้าเก่า ให้กลับมาซื้อซ้ำได้ดังนี้ 1. บริการดี สร้างความประทับใจ ปัจจุบันการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เป็นที่นิยมมาก โดยพฤติกรรมลูกค้าส่วนใหญ่มักชอบถามคำถามเกี่ยวกับสินค้าก่อนการตัดสินใจซื้อเสมอ ดังนั้น การตอบคำถามควรตอบด้วยความจริงใจ อย่าตอบคำถามด้วยความสะใจ เพราะเมื่อไหร่ที่ตอบคำถามด้วยความสะใจ ไม่แคร์ลูกค้า เมื่อนั้นจะเป็นตัวทำลายการซื้อซ้ำได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญ อย่าลืมว่าฟีดแบ็กที่ไม่ดีของลูกค้าบนโลกออนไลน์จะคงอยู่ตลอดไป 2. สินค้าดีไม่มีหลอกลวง การขายสินค้าออนไลน์ ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นสินค้าจริงๆ มาก่อน ดังนั้น การที่ลูกค้าได้รับสินค้ามีคุณภาพมา
