ข่าววันนี้
บจธ.เสนองบ ช่วยคนตกงานจากโควิด-19 ให้มีที่ทำกินที่บ้านเกิด อธิบดีกรมพัฒนาที่ดินหนุน บจธ. ใช้ข้อมูลแผนที่ เพื่อช่วยปรับปรุงพัฒนาคุณภาพดินและร่วมพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ด้านที่ดินให้มีประสิทธิภาพ หลังเห็นว่า บจธ. คือหน่วยงานสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มในการสนับสนุนที่ดินทำกินให้เกษตรกร เมื่อวันที่ 2 ก.ค. นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และนายกุลพัชร ภูมิใจอวด รองผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU ระหว่างกรมพัฒนาที่ดินและสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ณ ห้องประชุม กรมพัฒนาที่ดิน เพื่อให้สองหน่วยงานเกิดความร่วมมือในการใช้แผนที่ หรือข้อมูลทางแผนที่ รวมทั้งเพื่อการส่งเสริม สนับสนุน แลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านวิชาการพัฒนาที่ดิน รวมทั้งแลกเปลี่ยนและใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกันในการปรับปรุงดินเพื่อเกษตรกรรม และสนองนโยบายด้านการพัฒนาระบบข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big Data ในการบริหารราชการแผ่นดินที่มีระบบการวิเคราะห์และแบ่งปันข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ โดยอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินกล่าวเพิ่มเติมว่า บจธ. คือหน่วย
5 วิธีแก้ง่วง ระหว่างขับรถทางไกลช่วงหยุดยาว เซฟชีวิต-ลดอุบัติเหตุบนถนน เว็บไซต์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนในการใช้รถใช้ถนนในการเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเข้าพรรษา ยึดหลักเตรียมรถและคนให้พร้อม เน้นตรวจเช็กสภาพรถทุกส่วน ก่อนออกเดินทาง เพื่อลดอุบัติเหตุบนถนน พร้อมแนะ 5 วิธีแก้ง่วงขณะขับรถ ได้แก่ หาเครื่องดื่มช่วยเพิ่มความสดชื่น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มร้อนหรือเย็น ที่สามารถเพิ่มความสดชื่นและทำให้ตื่นตัวได้เป็นอย่างดี 2. หาของทานเล่นระหว่างขับรถ เช่น มันฝรั่ง ลูกอม หมากฝรั่ง นอกจากจะคลายหิวแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายตื่นตัวอีกด้วย 3. สร้างความสดชื่นด้วยการลดอุณหภูมิ ปรับความเย็นแอร์ลงหรือเร่งพัดลมแรงขึ้น หันเข้าหาตัว หรือลดกระจกลงเพื่อรับอากาศจากภายนอกบ้าง และควรเตรียมผ้าชุบน้ำไว้เช็ดหน้าด้วย 4. เปิดเพลงฟัง จะช่วยสร้างความครื้นเครงและทำให้ตื่นตัวขณะขับรถ 5. ขยับร่างกายเปลี่ยนแปลงอิริยาบถ เพราะการขับรถนานๆ จะทำให้มีอาการง่วง การได้ขยับร่างกายจะช่วยลดการเมื่อยล้าได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน กรมควบคุมโรค โทร.1422
สปส. เปิดรับสมัคร พนักงานประกันสังคม กลุ่มวิชาชีพการลงทุน 66 ตำแหน่ง เว็บไซต์ สำนักงานประกันสังคม ประกาศรับสมัครบุคคล เพื่อเข้ารับการสรรหาและเลือกสรรเป็นพนักงานประกันสังคม กลุ่มวิชาชีพการลงทุน โดยรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1-20 กรกฎาคม 2563 รายละเอียดมีดังนี้ สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ คลิก สอบถามเพิ่มเติม คลิก
ครม. เปิดทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และ 9 ให้ใช้ฟรี ช่วงหยุดยาว 3-8 ก.ค. นี้ เพจ ไทยคู่ฟ้า เผยแพร่ข่าว เนื่องจากวันที่ 4-7 ก.ค. 2563 เป็นวันหยุดราชการต่อเนื่องหลายวัน พี่น้องประชาชนอาจวางแผนเดินทางออกจาก กทม. เป็นจำนวนมาก เพื่อไปท่องเที่ยว พักผ่อน และทำกิจกรรมอื่น ๆ ในต่างจังหวัด ส่งผลให้การจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะจุดที่ออก-เข้า กทม.และปริมณฑล ครม. จึงมีมติให้ยกเว้นการจัดเก็บค่าผ่านทางบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 กรุงเทพฯ – บ้านฉาง และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนบางปะอิน – บางพลี และตอนพระประแดง – บางแค ช่วงพระประแดง – ต่างระดับบางขุนเทียน ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 3 ก.ค. 63 ถึง 24.00 น. ของวันที่ 8 ก.ค. 63 ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น การจราจรมีความคล่องตัว ช่วยลดการใช้พลังงานของประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
ประกาศแล้ว! ราชกิจจาฯ เพิ่มค่าทำศพผู้ประกันตนเป็น 50,000 บาท เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้ เผยแพร่ กฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินค่าทำศพ ในกรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายโดยมิใช่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน พ.ศ. 2563 ลงนามโดย หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน โดยระบุว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2563 และมาตรา 73 (1) แห่งพ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพ.ร.บ.ประกันสังคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินค่าทำศพ พ.ศ.2550 ข้อ 2 เงินค่าทำศพที่จ่ายให้แก่บุคคลตามมาตรา 73 (1) ในกรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายโดยมิใช่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ให้กำหนดเป็นจำนวน 50,000 บาท ให้ไว้ ณ วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2563 สำหรับเหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงอัตราเงินค่าทำศพในกรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายโดยมิใช่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เนื่องจากการทำงาน ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน จึงจำ
51 จังหวัด รับมือฝนถล่มพรุ่งนี้ กทม. ไม่รอด ตกร้อยละ 60 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา และลาว เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันนี้ ถึง 12.00 น. วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ เมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก และสุโขทัย อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดหนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธ
6 เรื่องควรรู้! โอกาสรอดของอาชีพ “สถาปนิก” ในยุค “น่าเป็นห่วง” สถาปนิก เป็นอาชีพที่ไม่ต่างจากอาชีพอื่นๆ ที่เป็นได้ทั้งพนักงานกินเงินเดือน freelance รับงานอิสระ เปิดบริษัทตัวเอง หรือร่วมงาน project base จะประสบผลสำเร็จในสายอาชีพหรือจะล้มเหลวในยุค Disruption และ COVID-19 นี้ นอกจากสถาบันการศึกษาในฐานะผู้สอน ผู้ให้ความรู้ต้องปรับตัวแล้ว เหนือสิ่งอื่นใดคือจำเป็นต้องปลูกฝังให้ผู้เรียนมีความรู้นอกเหนือจากที่เรียนมา แล้วความรู้ ที่ควรจะมีติดตัวสำหรับเหล่าว่าที่สถาปนิกในอนาคตควรจะเป็นแบบไหน หรือต้องเพิ่มเติมองค์ความรู้อะไรเพื่อออกไปเผชิญโลกภายนอก จึงอยากแนะนำให้เพิ่มเติมสิ่งเหล่านี้ 1.เข้าใจธุรกิจ สถาปนิกหลายคนมีความสามารถ ฝีมือดี ผลงานเด่น มีความตั้งใจสูง บางคนยิ่งทำยิ่งเจ็บตัว ไม่คุ้มเมื่อเทียบกับความทุ่มเทจนต้องออกมาทำอาชีพเสริมหรือจำใจเปลี่ยนสายงานที่รายได้ดีกว่า ทีนี้ลองคิดวิเคราะห์ต้นทุนการออกแบบว่า ความคิดและเวลาการลงทุน คือ สถานที่ เครื่องมือ และ เงินเดือนพนักงาน ถ้ารู้จักสร้างสมดุลยภาพของ time cost manpower ได้ มีผลงานดีถือว่าเป็นอาชีพที่ผลตอบแทนสูงเลยทีเดียว 2.ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด ส
พม. เยียวยากลุ่มเปราะบาง โอนรวดเดียว 3,000 ไม่เกิน 20 ก.ค.63 วันที่ 2 ก.ค. 63 นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เผยถึงการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 63 อนุมัติจ่ายเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค. – ก.ค. 63 รวมเป็นเงิน 3,000 บาท โดยจะจ่ายเงินรวดเดียว 3 เดือน กำหนดวันโอนเงินไม่เกินวันที่ 20 ก.ค. 63 นี้ สำหรับกลุ่มเปราะบาง ทั้ง 3 กลุ่ม มีจำนวน 6,781,881 ราย ประกอบด้วย เด็กที่ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 1,394,756 ราย ผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 4,056,596 ราย และคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ จำนวน 1,330,529 ราย ผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์หรือมีข้อสงสัย สามารถสอบถามที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทุกจังหวัด หรือ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร. 1300 บริการฟรี 24 ชั่วโมง https://www.facebook.com/110219330337879/photos/a.110274830332329/300165454676598/?type=3&theater
ดีเดย์ 4 ก.ค. นี้ กรมบัญชีกลาง เตรียมจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ ในช่วงโควิด-19 เว็บไซต์ รัฐบาลไทย เผยแพร่ข่าว กรมบัญชีกลางเตรียมจ่ายเงินให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.14 ล้านคน ที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการใดๆ ของภาครัฐ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 โดยโอนเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) จำนวน 3,000 บาท จ่ายครั้งเดียว ในวันที่ 4 ก.ค. 63 นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองใช้จ่ายเงินกู้ ที่อนุมัติให้กระทรวงการคลังช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการใดๆ ของภาครัฐ ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้ตรวจสอบแล้วพบว่ามีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิ จำนวนทั้งสิ้น 1.14 ล้านคน โดยผู้มีสิทธิจะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา เดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน (พฤษภาคม-กรกฎาคม 2563) รวมเป็นเงินจำนวน 3,000 บาท/คน “สำหรับ
“พี่ LINE MAN” ห่วงโซ่แห่งโอกาสและความภูมิใจของบริการฟู้ดดีลิเวอรี่ LINE MAN ท่ามกลางการเติบโตของธุรกิจฟู้ดดีลิเวอรี่ ที่พาให้ทั้งผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น และร้านอาหารเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน “พนักงานขับ” หรือ ไรเดอร์ ก็เป็นอีกอาชีพที่เติบโตและมีบทบาทสำคัญบนห่วงโซ่ธุรกิจฟู้ดดีลิเวอรี่ในฐานะ Touchpoint ผู้มอบคุณภาพบริการโดยตรงกับลูกค้า จนกระทั่งช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าพนักงานขับส่งอาหารกลายเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่โตสวนทางกับอาชีพอื่น จากความต้องการใช้งานของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จนเกิดเป็นโอกาสทางอาชีพครั้งสำคัญของเมืองไทย ที่เมื่อได้มองลึกลงไปแล้ว พบว่านอกจากจะสร้างรายได้จนเป็นอาชีพหลัก ก็ยังมีมุมมองของความภูมิใจในอาชีพที่คนนอกอาจไม่รู้ เช่นเดียวกันกับ “กฤตธี ยังเฟื่องมนต์” นักบินจากสายการบินภายในประเทศแห่งหนึ่ง วัย 36 ปี ซึ่งเคยทำอาชีพพนักงานขับส่งอาหารมาก่อนหน้าจะเป็นนักบินเมื่อ 4 ปีก่อน ก็เลือกจะกลับมาเป็นพนักงานขับ LINE MAN อีกครั้ง เพื่อหารายได้ในช่วงที่สายการบินต้องหยุดพักจากโควิด-19 “ตอนนั้นผมต้องการมองหาอาชีพเสริมที่อิสระ และผมมีมอเตอร์ไซค์และโทรศัพท์มือถื
