ข่าววันนี้
หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม! 5 ราศีดวงดี มีการเลื่อนขั้น ปรับตำแหน่งงาน หมอกฤษณ์ – เพจ หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม ดูดวงฟรีแก่ทุกท่าน ได้ทำนายทายทัก 5 ราศี ที่การงานดี มีเกณฑ์ปรับเปลี่ยนงาน เปลี่ยนตำแหน่ง หรือเปลี่ยนที่อยู่อาศัย เป็นจังหวะดีที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ มีโอกาสประสบความสำเร็จ ได้แก่ ราศีเมษ มิถุน ตุลย์ มังกร และ ราศีสิงห์
สธ. จับมือ ศธ. พัฒนาหลักสูตร กศน. กัญชาและกัญชงศึกษา หลักสูตรกศน. – สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรงงสาธารณสุข เผยแพร่ข่าวประกาศ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ ลงนามบันทึกความร่วมมือ พัฒนาหลักสูตร “กัญชาและกัญชงศึกษา เพื่อใช้เป็นยาอย่างชาญฉลาด” สำหรับจัดการเรียนการสอนของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เพื่อสร้างองค์ความรู้ ทักษะในการใช้ทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมาย ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือ การนำความรู้เกี่ยวกับกัญชาและกัญชงทางการแพทย์ไปพัฒนาหลักสูตร “กัญชาและกัญชงศึกษา เพื่อใช้เป็นยาอย่างชาญฉลาด” ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข โดยนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ โดยนางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดนโยบายพัฒนาหลักสูตรเกี่ยวกับกัญชา ตามนโยบายรัฐบาลที่กำหนดให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชา กัญชงในทางการแพทย์ อุตสาหกรรมทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ไม่ให้เกิดผลกระทบทางสังคม และต้องปฏิบัติตามที่กฎ
ครม.ไฟเขียว เพิ่มเบี้ยผู้พิการเป็น 1,000 บาท ดีเดย์ 1 ต.ค.นี้! เบี้ยผู้พิการ – สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ ได้เผยแพร่ประกาศ การปรับเพิ่มเบี้ยผู้พิการ จาก 800 บาทต่อเดือน เป็น 1,000 บาทต่อเดือน โดยมีผล 1 ต.ค. 63 โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเพิ่มเบี้ยผู้พิการจากปัจจุบัน 800 บาทต่อคน ต่อเดือน เป็น 1,000 บาท ต่อคนต่อเดือน ตามที่คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเสนอ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน เพราะจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนพิการได้ และไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายทางการคลังเพิ่มมากขึ้นจนเกินไป สถานะทางการเงินของผู้พิการ ซึ่งจากการสำรวจพบว่าส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทและมีรายได้น้อยมาก เฉลี่ยเดือนละ 4,326 บาท การปรับปรุงเบี้ยผู้พิการให้ตอบสนองความต้องการที่จำเป็นจะช่วยให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ข้อมูลจากฐานทะเบียนกลาง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ณ วันที่ 2 ธันวาคม 2562 มีจำนวนคนพิการที่ทำบัตรผู้พิการ 2.02 ล้านคน การปรับเบี้ยผู้พิการเพิ่มขึ้นนี้ จะทำให้ต้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม จำนวน 4,852 ล้านบาท/ปี โดยจะเริ่มจ่ายตั
ทูลกระหม่อมฯ ทรงฝากความปรารถนาดี ถึงคนขับแท็กซี่ ที่ติดไวรัสรายแรกของไทย ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ภาพในอินสตาแกรมส่วนพระองค์ โดยทรงโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสโคโรนา และฝากความห่วงใยถึงกรณีที่ เมื่อวานนี้ (31 ม.ค.) ทางปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีการยืนยันว่า คนไทยที่ยึดอาชีพขับรถแท็กซี่ นับเป็นรายแรกที่ติดเชื้อในประเทศไทย ซึ่งไม่เคยไปประเทศจีนก็สามารถติดต่อได้ โดยใจความที่ทรงโพสต์ มีดังนี้ Good morning วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2020 วันนี้ขอพักการพูดถึงไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ไว้ก่อน ทั้งๆที่เพิ่งจะมีการประกาศว่าเราได้พบการแพร่เชื้อจากคนสู่คนรายแรกในประเทศไทยแล้ว เป็นคุณพี่คนขับแท็กซี่ เราก็จะไม่มาถกกันว่าเชื้อในระยะ incubation period สามารถแพร่ไปได้หรือไม่ แต่ก็ขอให้คุณพี่ taxi หายเร็วๆ และเราก็จะใส่มาสก์ต่อไป และล้างมือบ่อยๆ วันละ 30 หนขึ้นไป และพก gel ล้างมือไปทุกหนทุกแห่งด้วย อย่างไรก็ตาม รูปที่โพสต์วันนี้เป็น repost จาก 2 ปีก่อนจาก London มาโพสต์อีกทีนึงเนื่องในโอกาส Brexit คือสำหรับการที่อังกฤษออกจาก EU- European Union หลังจากเจรจาวุ่นวายอยู่สา
ส่งกำลังใจ 3 ข้าราชการไทย ลุยภารกิจ นำคนไทยออกจากอู่ฮั่น วันนี้ (1 ก.พ. 63) ที่เพจ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ ได้โพสต์ข่าวความคืบหน้าในการนำทีมพาคนไทยในอู่ฮั่น ออกจากพื้นที่เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย หลังจากที่มีการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ทวีความรุนแรงขึ้น โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ได้จัดส่งข้าราชการ จำนวน 3 คน ได้แก่ (1) นายนิรัตน์ กาญจนรจิต เลขานุการเอก (2) นายเมธัส ชัยพุฒิ เลขานุการเอก (3) นายอัคคณิต คามเกตุ เลขานุการโท เดินทางไปนครอู่ฮั่นเพื่อปฏิบัติหน้าที่ ประสานงาน อำนวยความสะดวก และบริหารจัดการต่างๆ เพื่อนำคนไทยออกจากพื้นที่ ข้าราชการทั้ง 3 คน เดินทางโดยรถยนต์จาก กรุงปักกิ่ง ไปยัง นครอู่ฮั่น ระยะทางกว่า 1,200 กิโลเมตร (ซึ่งใช้เวลาในการขับ 14-15 ชั่วโมง) มีการคาดการณ์ว่า คณะเดินทางจะถึงนครอู่ฮั่นในช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 และจะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าว จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ เมื่อข้าราชการ ทั้ง 3 คน เดินทางกลับหลังจากปฏิบัติภารกิจเรียบร้อยแล้ว จะมีการตรวจสอบตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดที่ทางการจีนกำหนดโดยเคร่งครัด รวมถึงการตรวจร
ในหลวง ทรงห่วงสถานการณ์ไวรัสโคโรนา โปรดเกล้าฯ ส่งพระราชสาส์นถึง “สี จิ้นผิง” ในหลวง – พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ส่งข้อความพระราชสาส์น แสดงความห่วงใยไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงกรณีเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในนครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย และพื้นที่อื่น ๆ ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ความว่า ฯพณฯ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กรุงปักกิ่ง ข้าพเจ้ารู้สึกกังวลและห่วงใยอย่างยิ่งจากการระบาดอย่างกว้างขวางและรุนแรง ของไวรัสโคโรนาในนครอู่ฮั่น ซึ่งขณะนี้ได้แพร่กระจายไปสู่จังหวัดและมณฑลต่าง ๆ ทั่วประเทศ ประชาคมโลกย่อมเกิดความประทับใจในความพยายามและความมุ่งมั่นตั้งใจ อย่างเต็มที่ของทางการจีน รวมทั้งมาตรการรอบด้านที่นำมาใช้ต่อสู้กับโรคระบาด ซึ่งเป็นภัยคุกคามอย่างยิ่งต่อเราทุกคน ข้าพเจ้าและประชาชนชาวไทยขอยืนยันถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน กับประชาชนชาวจีนทั้งมวล ทั้งขออำนวยพรให้ท่านประสบความสำเร็จทุกประการในการต่อสู้ฟันฝ่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ด้วยความหวังว่าจะสามารถฟื้นฟูสถานการณ์ได้อย่างสมบูรณ์โดยเร็วที่สุด
ธปท. ขอสถาบันการเงิน ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ได้รับผลกระทบจาก ‘ไวรัสอู่ฮั่น’ เมื่อวันที่ 30 ม.ค. นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แบงก์ชาติมีความห่วงใยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว จึงขอความร่วมมือให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ พิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ดังนี้ 1. ด้านเงินทุนและสภาพคล่องแก่ลูกหนี้เพื่อให้ประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เช่น ให้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม ลดหรือยกเว้นดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียม 2. ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ปรับลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำให้ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของยอดคงค้าง 3. ผ่อนผันเพดานวงเงินชั่วคราวกรณีฉุกเฉินของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 63
เปิด 3 อันดับ “ธุรกิจเลิกประกอบกิจการ” เดือน ธ.ค. 62 มีอะไรบ้าง เช็กเลย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รายงานจำนวนการจัดตั้งธุรกิจใหม่ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประจำเดือนธันวาคม 2562 พบว่ามีจำนวน 3,158 ราย แบ่งเป็น พื้นที่ กทม. 1,003 ราย และภูมิภาค 2,155 ราย ส่วนภาพรวมการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในปี 2562 มี จำนวน 71,485 รายใกล้เคียงกับปี 2561 โดยลดลงประมาณ 1% ตามสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและของโลก ธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุดในเดือนธันวาคม 3 อันดับ ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 287 ราย คิดเป็น 9% 2. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 236 ราย คิดเป็น 7% 3. ธุรกิจภัตตาคาร / ร้านอาหาร จำนวน 104 ราย คิดเป็น 3% เมื่อพิจารณาจำนวนการเลิกของธุรกิจในเดือนธันวาคม 2562 สถานการณ์การเลิกกิจการยังคงเป็นไปตาม แนวโน้มตามฤดูกาล (seasonal trend) ที่จะสูงขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี โดยในเดือนธันวาคม 2562 มีธุรกิจเลิกกิจการ 5,666 ราย และการจดทะเบียนเลิกสะสมปี 2562 มีจำนวน 16,463 ราย ซึ่งเป็นสถานการณ์ปกติและสอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุดในเดือนธันวาคม
5 สุดยอดผู้ประกอบการ เผยเทคนิค ทำธุรกิจอย่างยั่งยืนในยุค “ดิจิตอล ดิสรัปชั่น” จากการที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศผลรางวัลเกียรติยศแห่งความภาคภูมิใจของเอสเอ็มอีไทย “Bai Po Business Awards by Sasin ครั้งที่ 15” เพื่อยกย่องผู้ประกอบการไทยที่ประสบความสำเร็จโดยสร้างความเข้มแข็งในมิติที่มีความสำคัญในการดำเนินธุรกิจ และเพื่อให้เป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้ประกอบการรายอื่นๆ นำไปเป็นแบบอย่างในการพัฒนาธุรกิจ โดยมีผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ มี 5 บริษัท ได้แก่ กลุ่มบริษัท ดีวีเอ็น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ให้บริการนวดสปา ผลิตภัณฑ์สปา คลินิก สกินแคร์ คาเฟ่ และ Wellness ภายใต้แบรนด์ดีวาน่า บริษัท โทฟุซัง จำกัด ผู้ผลิตน้ำเต้าหู้ออร์แกนิก ภายใต้ตราสินค้าโทฟุซัง บริษัท บรันช์ไทม์ จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ กราโนล่า ภายใต้ตราสินค้า “Diamond Grains” บริษัท พลังผัก จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สลัดผัก ผลไม้พร้อมทาน ภายใต้ตราสินค้า Oh! Veggies และ Oh! Fruity และ บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ผู้ผลิตยาอมสมุนไพรภายใต้ตราสินค้า “ตะขาบ 5 ตัว” ดร.วิ
อนุทิน บิณฑบาต ‘ข่าวลือ ข่าวปลอม’ ทำสังคมสับสน ขอให้ฟังข้อมูลจาก สธ.เป็นหลัก เมื่อวันที่ 30 ม.ค. รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอร้องสังคมหยุดส่งต่อข่าวลือ ข่าวปลอม ทำให้สังคมเกิดความตื่นกระหนก สับสน ช่วงสถานการณ์ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ขอให้ฟังข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก และให้กำลังใจแพทย์ พยาบาล ต่อสู้สถานการณ์เพื่อปกป้องสุขภาพคนไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงที่สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในประเทศ ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิต สุขภาพของคนไทย ขอความร่วมมือหยุดสร้างข่าว ส่งต่อข่าวลือ ข่าวปลอม ทำให้เกิดความสับสน ความตื่นตระหนกในสังคม ทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความกดดันในการทำงาน การกระจายข่าวสามารถทำได้แต่ขอให้เป็นข่าวที่ถูกต้อง มีมูลความจริง ควรให้กำลังใจ แพทย์ พยาบาล ไม่ให้ท้อถอยสู้กับสถานการณ์และทำงานอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องสุขภาพคนไทย นายอนุทิน กล่าวต่อว่า โรคระบาด ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่สามารถบังคับการระบาดได้ สิ่งที่ทำได้คือเมื่อระบาดแล้วสามารถรับมือ นำผู้ติดเช
