ข่าววันนี้
อนาคตใหม่ ยื่นกกต. เปิดข้อมูลคะแนนรายหน่วย ให้ปชช.รับรู้ ชี้ เพื่อความสุจริตเที่ยงธรรม เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 มีนาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายไกลก้อง ไวทยาการ นายทะเบียนพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ และนายรณวิต หล่อเลิศสุนทร กรรมการบริหารพรรค เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เพื่อขอใช้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ตาม ม.11 แผนพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของข้าราชการ พ.ศ. 2540 โดยขอให้เปิดเผยข้อมูล 4 ประเด็น 1. ผลการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งทั่วราชอาณาจักร 2. จำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งทั่วราชอาณาจักร 3. จำนวนผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในแต่ละหน่วยเลือกตั้งทั่วราชอาณาจักร และ 4. จำนวนบัตรเลือกตั้งที่ กกต.ส่งไปยังหน่วยเลือกตั้งทั่วราชอาณาจักร เนื่องจากเห็นว่าการนับคะแนนเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา มีความเคลือบแคลงในความสุจริตเที่ยงธรรมในการจัดการเลือกตั้ง ทั้งเรื่องการไม่นับคะแนน ณ ที่เลือกตั้ง โดยเปิดเผยในหน่วยเลือกตั้งหลายแห่ง มีการประวิงเวลาในการนับคะแนนไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงผลคะแน
วันที่ 26 มีนาคม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Sudarat Keyuraphan แสดงความเห็นหลังการเลือกตั้ง ระบุว่า พรรคที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง 350 เขต แต่ได้จำนวน ส.ส.น้อยกว่าพรรคที่ลงสมัครแค่ 250 เขต แล้วออกมาบอกว่าตัวเองได้คะแนนนิยมจากคนทั้งประเทศมากกว่า ควรจะได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ระบอบรัฐสภาไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะ ประเด็นแรก คือกติกาที่บิดเบี้ยว ตั้งใจออกแบบให้นำระบบส.ส.พึงมีมาคิด เพื่อตัดคะแนนพรรคที่คนนิยม และได้จำนวนส.ส.เขตมากที่สุด เพื่อทำให้ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อน้อยที่สุด นี่คือกับดักอย่างหนึ่งที่จงใจให้เกิดความยากลำบากในการแข่งขัน เพราะไม่ต้องการให้พรรคที่มีคะแนนนิยมซึ่งแสดงผ่านจำนวนเขตที่มากเป็นพรรคที่แข็งแรงเกินไป ประเด็นที่ 2 คือการโหวตในสภา เมื่อคิดจาก ส.ส. 1 คน มีคะแนนโหวตเท่ากัน 1 คะแนน เสียงข้างมากในสภา จึงมีค่าเท่ากับ ส.ส.ที่โหวตเป็นจำนวนมากกว่าอีกฝ่าย ไม่ใช่การคิดคะแนนจาก ส.ส.คนไหนได้คะแนนเลือกตั้งมาเท่าไหร่แล้วจะกลายเป็นเสียงข้างมากนะคะ แข่งขันในสนามเดียวกัน ออกแบบกติกาเอาเปรียบคนอื่นมากมายมหาศาล ตั้งแต่จุดสตาร์ตยันเส้นชัย แต่จำนวน ส.ส
เผย ว่าที่รัฐบาลเพื่อไทย เปิดกว้าง! เก้าอี้นายกรัฐมนตรี จะเป็น ‘ธนาธร’ หรือ ‘อนุทิน’ ก็ได้ รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากพรรคเพื่อไทย ได้คะแนนเสียงสูงสุด 137 ที่นั่ง ทิ้งห่างพรรคพลังประชารัฐที่ได้เพียง 97 ที่นั่ง ทำให้ พรรคเพื่อไทย ได้ประกาศตัวเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นถือว่ามีความชอบธรรม ได้จำนวน ส.ส.เขต มากที่สุด ตามกติการะบอบประชาธิปไตย แบบรัฐสภา โดยเมื่อวานนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ในฐานะพรรคที่ได้ ส.ส.มากที่สุด เผยพรรคร่วมรัฐบาล ต้องมีอุดมการณ์ประชาธิปไตยเป็นหลักการ ไม่เอาการสืบทอดอำนาจ คสช. โดยประเด็นสำคัญ อยู่ที่ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพรรค ไม่จำเป็นต้องเป็นแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งหลังจากการแถลงข่าวของพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ โดยธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ก็ได้แถลงข่าวเช่นเดียวกัน โดยระบุว่า ตนนั้นไม่พร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว แต่ตนเห็นว่า ตามหลักการประชาธิปไตยนั้นควรจะให้แคนดิเดตของพรรคการเมือง ที่ได้เสียง ส.ส.มากที่สุดลำดับที่1 คือคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี แม้ว่าจะไม่ได้เป
บทเรียนที่ต้องเรียนรู้! ทยา โพสต์ปรากฏการณ์ อนาคตใหม่ฟีเวอร์ เผยสะท้อนชัดเจนให้นักการเมืองรุ่นเก่าต้องปรับตัว ทำอย่างไรให้ครองใจ-ไม่ทำให้เขา “เบื่อ” จนต้องหาทางเลือกใหม่ทั้งที่มันอันตราย เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตแกนนำกปปส. ภรรยา นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “บทเรียนที่ต้องเรียนรู้” ปรากฏการณ์ “อนาคตใหม่ฟีเวอร์” ไม่ได้เป็นปรากฏการณ์ที่น่าชื่นชม ยินดี แต่เป็นเสียงสะท้อนอย่างชัดเจนให้กับนักการเมืองรุ่นเก่า รุ่นกลางว่าต้องปรับตัวอย่างไร เด็กรุ่นใหม่เติบโตมากับอะไร แล้วพวกเค้าต้องการอะไร คนดูจากข้างนอก โดยเฉพาะวัยเรา วัยพ่อแม่เรา ได้แต่บ่นว่า “น่ากลัวจัง” แต่ในเมื่อเด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่เค้าเลือกแล้ว เราก็ต้องยอมรับมัน ก็เหลือแต่นักการเมืองมีประสบการณ์ทั้งหลายที่เข้าไปนั่งในสภา รวมถึงนักการเมืองคนรุ่นใหม่จากพรรคอื่น ๆ ว่าจะทำอย่างไรให้สามารถครองใจพวกเค้าได้ ไม่ทำให้เค้า “เบื่อ” จนต้องไปหาทางเลือกใหม่ ทั้ง ๆ ที่ทางนั้นมัน “อันตราย”… ยังไงก็ฝากความหวังไว้กับว่าที่สส.ของพวกเราด้วยค่ะ…จากประชาชนธรรมดาที่ไม่ไ
กรมอุตุฯ / เมื่อวันที่ 26 มี.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นกับมีลมกระโชกแรง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนโดยทั่วไป ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนตอนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้เกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ
‘บิ๊กป้อม’ ปฏิเสธ ‘ไม่จริงๆ’ ตั้งรัฐบาล ในค่ายทหาร ก่อนส่งยิ้มตอบพอใจคะแนน พปชร.หรือไม่ เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 26 มีนาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าร่วมประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก่อนที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อเนื่อง โดยเมื่อเดินทางมาถึงได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีที่มีกระแสข่าวว่าได้มีการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหารจริงหรือไม่ ว่า “ไม่จริงๆ” พร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีความพอใจกับคะแนนเสียงของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประวิตรไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวแต่อย่างใด เพียงแค่ส่งยิ้มให้กับผู้สื่อข่าวเท่านั้น ก่อนที่จะเดินขึ้นห้องประชุม คสช. ไปในทันที
ดวงประจำวันอังคารที่ 26 มีนาคม 2562 ราศีใดควรระวังเพศตรงข้าม ราศีใดได้รับวัตถุมงคล คอลัมน์ ดวงใครดวงมัน โดย…หมอทรัพย์ สวนพลู ราศีเมษ 13 เม.ย. ถึง 14 พ.ค. ท่านจะทำงานประเภทที่หาบุคลากรได้ยาก หรือเผลอเล่นการพนันโดยไม่ได้ตั้งใจ ได้พบเพื่อนฝูงที่จากกันมานาน ได้ช่วยเหลือผู้ใหญ่ที่ลำบาก มีเพื่อนมาชวนไปเที่ยวกลางคืนอย่าไป ควรระมัดระวังในเรื่องเพศตรงข้าม ราศีพฤษภ 15 พ.ค. ถึง 14 มิ.ย. ท่านมักมีอารมณ์ร้อนแรง มักอยู่ใกล้ไฟและวัตถุระเบิด กล้าในการไปหาเพื่อนต่างเพศโดยไม่เกรงกลัวภัยใดๆ จับจ่ายใช้สอยเงินทองโดยไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลือง จัดหาเครื่องเรือนเหมือนเตรียมตัวแต่งงานทั้งที่ยังไม่พร้อม ราศีมิถุน 15 มิ.ย. ถึง 15 ก.ค. ท่านจะคิดถึงเรื่องราวต่างๆ เป็นอันมาก อาจจะดื่มสุราหรือสูบบุหรี่โดยไม่มีความจำเป็น มีความคิดหวาดระแวงไปต่างๆ นานา ไม่ค่อยเชื่อในเรื่องของคนดีและคุณงามความดี ไม่ควรรับเงินสดจากผู้ที่ใช้สอยท่านทำงาน ราศีกรกฎ 16 ก.ค. ถึง 16 ส.ค. ท่านได้รับความไม่สะดวกในการทำงาน บริวารพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อนที่อยู่หนทางไกลไปมาหาสู่นำลาภมาให้ บริวารช่วยเหลือการงานเต็มที่ มีบริวารเ
กระจ่างแล้ว! ปลัดศรีราชาแจงเอง ปม ด.ญ.วัย 7 ขวบ มีชื่อเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จากกรณี นายอัสดารัตน์ เกิดชัย ชาวอ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวตั้งคำถามว่า ทำไมลูกสาว วัย 7 ขวบ ถึงมีสิทธิเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 14 (ที่จอดรถหลังสำนักงานเทศบาลเมืองศรีราชา ) อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงอยากให้ กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะหวั่นว่าจะมีการสวมสิทธิเกิดขึ้น ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 25 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ที่บ้านเลขที่ 110 ถนนเจิมจอมพล ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พบ นายอัสดารัตน์ พ่อของ ด.ญ.รินรดา เกิดชัย อายุ 7 ขวบ ที่มีอยู่ในรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พร้อมกล่าวว่า หลังจากตนได้เดินทางไปเลือกตั้ง ที่บริเวณลานจอดรถ หลังสำนักงานเทศบาลเมืองศรีราชา หน่วยเลือกตั้งที่ 14 เขต 5 ชลบุรี ก็พบว่ามีรายชื่อของลูกสาวตน แต่คำนำหน้าใช้ว่า น.ส.รินรดา เกิดชัย สร้างความมึนงงให้ตนและครอบครัวเป็นอย่างมาก และหวั่นว่าอาจจะมีการสวมสิทธิการเลือกตั้ง ขณะที่ นางสิริมา จิรกิจธนา ปลัดอำเภอศรีราชา กล่าวว่า สำหรับในกรณีด
พปชร.มีเงิบ! ว่าที่ ส.ส. อนาคตใหม่ แจงชัด แจกขนมวันเด็ก ก่อนมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง จากกรณีที่ นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้สมัครเขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. ร้องเรียนการหาเสียงของ น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ผู้สมัครเขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม จากพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ว่าฝ่าฝืนระเบียบ กกต. ว่าด้วยการหาเสียงเลือกตั้ง แต่อย่างไรก็ตาม บ่ายนี้ดิฉันก็ได้ทราบข่าวจากเว็บไซต์ข่าวว่า ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐที่คะแนนรองลงมาจากดิฉัน ได้ไปยื่นหนังสือร้องเรียนกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ตรวจสอบว่าดิฉันได้ทำผิดระเบียบการหาเสียงเลือกตั้ง มาตรา 8 (4) ซึ่งห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดหาเสียงเลือกตั้งในลักษณะ ช่วยเหลือเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ให้แก่ผู้ใด ตามประเพณีต่างๆ และมาตรา 9 จากการโพสต์ภาพลงบนเฟซบุ๊กว่าเป็นการหาเสียงทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ดิฉันขอยืนยันว่าดิฉันไม่ได้ทำผิด ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ในรายละเอียด 3 ข้อที่ผู้สม
ชูวิทย์ ทำนาย พปชร.+ปชป.+ภท. รัฐบาลเสียงหมิ่นเหม่ งานนี้ “งูเห่า” โผล่แน่! วันที่ 25 มี.ค. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต ส.ส. และหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับการจับขั้วตั้งรัฐบาล หลังการเลือกตั้ง โดย งูเห่ามาแน่ ผมไม่อยากจะพูด ไม่อยากจะวิเคราะห์การเมืองไทยช่วงนี้เลย เพราะสิ่งที่ผมพูดเริ่มจะชัดเข้าไปทุกที ก่อนหน้าเลือกตั้ง ผมวิเคราะห์ว่า 1.ประชาธิปัตย์คะแนนจะลด (ดันลดอย่างเหลือเชื่อ) 2.อนาคตใหม่มาแน่ (มาอย่างล้นหลาม) 3.เพื่อไทยจะไม่ได้มากเท่าเก่า (สะดุดแผน ทษช. และ ส.ส. ที่พึงมี ปาร์ตี้ลิสต์เลยไม่ได้สักที่นั่ง) 4.นายกฯ “ตาอยู่” (คงต้องดู เร็วๆนี้ อย่ากระพริบตา เตรียมปลูกกัญชากันหรือยัง?) 5.พลังประชารัฐ + ประชาธิปัตย์ สูสีกับ เพื่อไทย + อนาคตใหม่ + เครือข่าย (คมเฉือนคม ใครเร็วกว่า ตกลงได้ก่อน ได้เป็นรัฐบาล) 6.พรรคกลางๆจะมีราคา (ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน มีสง่าราศี หากแพ็คกันได้เป็นมัด ต่อรองได้กระทรวงสำคัญ) 7.จะมีนักการเมืองพูดว่า “จำเป็นต้องร่วมรัฐบาล เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้” (ต้องมีคนพูดประโยคนี้แน่นอน เร็วๆนี้) ตอนนี้ถึงส่วนสำคัญ
