อรรถกร ซัด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทำคนไทยเป็นหนี้คนละกว่า 6 พันบาท อัดรัฐบาลผิดคำมั่นประชาธิปไตย-ธรรมาภิบาล ถามโครงการปรับโครงสร้างพลังงานเร่งด่วนจริงหรือ เหน็บเหมือน‘เมนูยัดไส้’ ซ่อนรายละเอียดในกฎหมายกู้เงินฉบับเดียว

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาญัตติขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หลังผู้เสนอญัตติอภิปรายเสร็จสิ้น ได้เปิดให้มาชิกแสดงความคิดเห็น

จากนั้น นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม อภิปรายว่า การออกพ.ร.ก.ดังกล่าวจะทำให้คนไทยกว่า 67 ล้านคนต้องแบกรับภาระหนี้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยคนละกว่า 6,000 บาท แม้จะทราบดีว่ารัฐบาลมีเสียงข้างมากเพียงพอที่จะผลักดันกฎหมายให้ผ่านความเห็นชอบของสภาฯได้ก็ตาม

รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เคยแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9-10 เมษายน 2569 ที่ผ่านมาว่าจะยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม แต่พฤติกรรมของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาโดยเฉพาะการยุติการทำประชามติทั้งที่ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 9,000 ล้านบาท กลับสะท้อนให้เห็นถึงการเดินสวนทางกับคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับประชาชน

นายอรรถกร กล่าวต่อว่า ก่อนออก พ.ร.ก.กู้เงิน ประเด็นที่สังคมกำลังจับตาอย่างหนักคือโครงการแลนด์บริดจ์ แต่รัฐบาลกลับเปลี่ยนฉากทางการเมืองอย่างรวดเร็ว ด้วยการผลักดัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทขึ้นมาแทน จนเกิดคำถามว่ารัฐบาลกำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่องทางการคลังหรือไม่

สำหรับวงเงิน 2 แสนล้านบาท ที่นำไปใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัสนั้น แม้ตนจะเข้าใจถึงความจำเป็นในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ระหว่างประเทศ

แต่ยังมีข้อกังวลสำคัญเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การเข้าถึงสิทธิ์ว่าจะเป็นธรรมกับกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อยจริงหรือไม่ เพราะหากคนจนไม่ได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือ แต่กลับต้องแบกรับภาระหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ก็จะยิ่งซ้ำเติมผู้ที่เดือดร้อนอยู่แล้ว

นายอรรถกร กล่าวอีกว่า สิ่งที่กังวลมากที่สุดคือ วงเงินอีกส่วนหนึ่งที่รัฐบาลจะนำไปใช้ในโครงการปรับโครงสร้างพลังงาน ขอตั้งคำถามว่าโครงการดังกล่าวมีความเร่งด่วนและเข้าข่ายสถานการณ์ฉุกเฉินถึงขนาดต้องบรรจุอยู่ใน พ.ร.ก.กู้เงินหรือไม่

การปรับโครงสร้างพลังงานอาจเป็นนโยบายที่สำคัญ แต่ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จนไม่สามารถดำเนินการผ่านกระบวนการงบประมาณปกติได้ อีกทั้งรายละเอียดของโครงการยังไม่ชัดเจนเพียงพอ ทั้งที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งอาจใช้เวลาดำเนินการนานหลายเดือนหรือหลายปี

ทุกวันนี้ อาหารหนึ่งจานยังต้องระบุราคาและส่วนผสมให้ผู้บริโภคทราบ แต่โครงการมูลค่ามหาศาลที่คนไทยทุกคนต้องร่วมกันใช้หนี้ กลับไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนให้ตรวจสอบได้

“การนำโครงการปรับโครงสร้างพลังงานมารวมไว้ใน พ.ร.ก.กู้เงินฉบับเดียวกับมาตรการช่วยเหลือประชาชนว่า เป็นลักษณะของเมนูยัดไส้ ที่นำหลายเรื่องมารวมกันไว้ในจานเดียว โดยที่ประชาชนยังไม่รู้ชัดเจนว่าภายในมีส่วนผสมอะไรซ่อนอยู่บ้าง” นายอรรถกร กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน