สุขภาพ
กรมอนามัย วอน คนกลับบ้านต่างจังหวัดกักตัวเอง 14 วัน ลดแพร่เชื้อ COVID-19 กรมอนามัย – กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ขอให้ประชาชนที่เดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ กักตัวเองอยู่กับบ้าน 14 วัน เพื่อเฝ้าระวังอาการ พร้อมเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดเพื่อลดการแพร่เชื้อ COVID-19 แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากมาตรการที่รัฐบาลได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนปรับพฤติกรรมการอยู่ร่วมกัน ให้ความสำคัญกับการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) งดกิจกรรมทางสังคม เน้นอยู่บ้านให้มากที่สุดตามนโยบาย “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” แต่ก็ยังปรากฏว่า มีประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด ทำให้เสี่ยงที่จะแพร่เชื้อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ไปยังครอบครัว และผู้คนในชุมชนได้ จึงขอให้ประชาชนที่เดินทางกลับต่างจังหวัดงดการเดินทาง หากมีไข้ และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการเมื่อเดินทางถึงภูมิลำเนา ด้วยการเฝ้าระวังอาการอยู่กับบ้าน 14 วัน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค โดยขอให้ปฏิบัติตนดังนี้ 1) วัดอุณหภูมิ
ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย แนะ 9 ขั้นตอนดูแลสุขภาพจิต ช่วงไวรัสโควิด-19 ดูแลสุขภาพจิต – ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่ประกาศ 9 ขั้นตอน ในการดูแลสุขภาพจิต ช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยระบุว่า คำแนะนำในการดูแลจิตใจช่วงการระบาดของไวรัส COVID-19 สิ่งที่ควรทำ 1. การรับข้อมูล ควรรับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุข มีการใคร่ครวญไตร่ตรองโดยไม่ใช้ความรู้สึกตัดสิน จะช่วยลดความรู้สึกวิตกกังวลโดยใช่เหตุจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง 2. ลดการเสพข้อมูล การเสพข้อมูลข่าวสารการระบาดของโรคทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ หากเสพข้อมูลข่าวสารเหล่านี้มากเกินไป จะยิ่งกระตุ้นให้คิดมาก เกิดความรู้สึกเครียด วิตกกังวล หวาดกลัวตื่นตระหนกมากขึ้น โดยไม่เกิดประโยชน์ในการดูแลตนเองครอบครัวและสังคม การเสพข้อมูลควรเป็นไปเพื่อทราบแนวทางในการป้องกัน ระมัดระวัง ดูแลตนเองตามหลักอนามัย และปฏิบัติตนกับคนในสังคม ได้ถูกต้องเหมาะสม 3. ใช้ชีวิตให้สมดุลเหมาะสมในการดูแลสุขภาพ เช่น การรับประทาน การนอน การออกกำลังกาย การป้องกันการรับเชื้อ/การแพร่เชื้อ ช่วยให้มีพื้นฐานของร่างกาย
อภัยภูเบศร แจกสูตร “น้ำมะขามป้อม” ทางเลือกดูแลตัวเอง ช่วงไวรัสโควิด-19 น้ำมะขามป้อม – เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ สมุนไพรทางเลือกอย่าง “มะขามป้อม” ที่มีสารเกี่ยวข้องกับการยับยั้งไวรัส ซึ่งสามารถทานเพื่อช่วยดูแลตัวเองในช่วงสถานการณ์ไวรัสระบาดได้ โดยได้แจกสูตร “น้ำมะขามป้อม” ไว้ดังนี้ ส่วนผสม -มะขามป้อม 10 ผล -เกลือ 1/2 ช้อนชา -น้ำเปล่า 1 ลิตร วิธีการทำ 1.นำมะขามป้อมมาต้มกับน้ำจนเดือด 2.จากนั้นลดไฟลงแล้วเคี่ยวต่อ จนน้ำเหลือประมาณครึ่งหนึ่ง (ถ้าเป็นมะขามป้อมแห้ง ให้แช่น้ำทิ้งไว้ก่อน 1 คืน) 3.กรองเอาแต่น้ำ และเติมเกลือลงไป (ผู้ป่วยโรคไต ไม่ควรเติมเกลือ) 4.ยกขึ้นตั้งไฟและคนจนเกลือละลาย 5.สามารถเติมน้ำตาลทราบแดงหรือน้ำผึ้งได้ตามชอบ สามารถจิบหรือดื่มแก้หวัด แก้อาการไอ และทำให้ชุ่มคอ
เปิด 4 วิธี ทำความสะอาดเครื่องใช้ ป้องกันไวรัสโควิด-19 โควิด-19 – เข้าสู่ช่วงเดือนที่ 3 ของปี แต่สถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 ก็ยังคงน่าเป็นห่วง และดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้น จากข้อสันนิษฐานของหลายๆ คนที่เชื่อว่า เจ้าไวรัสโควิด-19 นี้ไม่ทนความร้อน อาจเรียกได้ว่าเป็นข่าวดีของบ้านเรา ที่กรมอุตุฯ ได้พยากรณ์อากาศว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูร้อน ตั้งแต่วันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าหลายๆ คนรู้สึกยินดีกับการเข้าสู่ฤดูร้อนของบ้านเรากว่าครั้งไหนๆ เพจ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้แชร์ภาพ อินโฟกราฟิก ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยเรื่องการทำความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้และสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ไวรัสโควิด-19 โดยมี 4 วิธี ดังนี้ 1. สิ่งของเครื่องใช้ที่สัมผัสบ่อย อาทิ โทรศัพท์มือถือ แท็บเลต – วิธีทำความสะอาด : ให้เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70 – 90% แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง 2. พื้นผิวที่สัมผัสบ่อย เช่น เตียง โต๊ะ เก้าอี้ ของใช้รอบตัว รวมไปถึงห้องน้ำ – วิธีทำความสะอาด : ให้ใช้น้ำยาฟอกผ้าขาว ( 3 – 6% โซเดียมไฮโปคลอไรท์) ผสมกับน้ำ
เด็กม.หอการค้าเจ๋ง! ปลูกผักออร์แกนิก ผลิตน้ำสมุนไพรเตย-กระเจี๊ยบ-บัวบก หวังสู้โควิด-19 ปัจจุบันสินค้าออร์แกนิกแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยและชาวต่างประเทศทุกคนเริ่มตระหนักและให้ความสำคัญกับสารเคมีที่มาจากอาหารทุกชนิดที่มีผลทำให้ร่างกายเกิดโรคร้ายต่างๆ มากมาย เช่น โรคภูมิแพ้ โรคมะเร็ง ฯลฯ ที่สำคัญช่วงเวลานี้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากคนสู่คน โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็น “การระบาดใหญ่” หรือ pandemic หลังจากเชื้อลุกลามไปใน 118 ประเทศและดินแดนทั่วโลก การที่ทุกคนหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพร่างกาย รับประทานอาหารผักผลไม้ที่มีประโยชน์และปลอดสารพิษแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับใครหลายๆ คน น้ำดื่มสมุนไพร Aroma Drink ออร์แกนิกแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่การปลูกใบเตย กระเจี๊ยบ ใบบัวบก และตะไคร้ที่ปลูกเองทั้งหมดบนพื้นที่จังหวัดนนทบุรี โดยปลูกเป็นแบบออร์แกนิกปลอดสารพิษ ใช้กรรมวิธีในการปลูกแบบชาวบ้านดั้งเดิมเลย ปุ๋ยที่ใช้ในการปลูกนั้นส่วนใหญ่มาจากมูลของสัต
กรมควบคุมโรค แนะ 10 วิธีปฏิบัติตัว เมื่อต้องกักตัวอยู่ในบ้าน 14 วัน ยังเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด สำหรับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ล่าสุด องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้เชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นโรคระบาดทั่วโลก (pandemic) อย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 11 มี.ค. 2563 ที่ผ่านมา โดย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้แนะนำ 10 ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ที่ต้องกักตัวเองอยู่ในบ้าน 14 วัน ดังนี้ อยู่ที่บ้าน จำกัดคนเยี่ยม รายงานตัว (โทร. 1422 กรมควบคุมโรค) 2. ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา 3. ควรแยกขยะติดเชื้อ เช่น หน้ากากอนามัย และกระดาษทิชชู 4. ควรปิดฝาชักโครกทุกครั้งที่กดล้าง เพื่อลดการฟุ้งกระจายของเชื้อไวรัส 5. ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลล้างมือทันที 6. เปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท 7. งดรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น และแยกของใช้ส่วนตัว 8. ล้างจานด้วยน้ำยาล้างจานก่อนใช้เสมอ 9. ยืนห่างจากผู้อื่นมากกว่า 4 เมตร 10. หากต้องออกจากบ้านไม่ควรใช้รถโดยสารสาธารณะ
กรมอนามัย แนะสร้างสุขอนามัย เน้น 3 ล ‘ลด – เลี่ยง – ดูแล’ ป้องกัน COVID-19 กรมอนามัย – กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เน้น ประชาชนยึดหลัก 3 ล “ลด เลี่ยง ดูแล” สร้างสุขอนามัยส่วนบุคคล ช่วยป้องกันและลดการแพร่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พร้อมย้ำหมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้เจลล้างมือ ทั้งก่อนกินอาหารและหลังจากเข้าส้วม สวมหน้ากากอนามัยเมื่อป่วย แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า การป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจาก โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ขอให้ประชาชนยึดหลักสร้างสุขอนามัยด้วย 3 ล คือ 1) ลด : ลดความเสี่ยงจากการสัมผัสด้วยการล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ให้บ่อยขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะและ ก่อนรับประทานอาหาร และหากรู้สึกไม่สบาย ไอ จาม ให้สวมหน้ากากอนามัย 2) เลี่ยง : เลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค และเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีคนหนาแน่น รวมทั้งเลี่ยงใช้มือสัมผัสหน้า และ 3) ดูแล : ดูแลสุขภาพตนเองและสังคม รักษาสุขภาพด้วยการกินร้อน ใช้ช้อนกลาง ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ ในกรณีที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง ต้อง
นักวิทยาศาสตร์ไทยแนะ 9 ข้อปฏิบัติตัวป้องกันไวรัส-ฝุ่น เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ข้อปฏิบัติตัวป้องกันไวรัส – นอกจากสถานการณ์ทางการเมืองอันร้อนระอุที่ประชาชนต่างตื่นตัวและให้ความสนใจกันแล้ว สถานการณ์การแพร่ระบาดของ ‘ไวรัสโควิด-19′ เอง ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องตามติดกันอยู่ เพราะถือเป็นโรคทึ่ต้องคอยเฝ้าระวังอย่างมากเลยทีเดียว ผู้รู้หลายๆ ท่าน ต่างออกมาแนะมาตรการรับมือกับไวรัสดังกล่าวกันหลากหลาย จนผู้เสพข่าวบางคนเกิดอาการวิตกกังวล จนไม่กล้าออกนอกบ้านกันเลยทีเดียว นายนำชัย ชีววิวรรธน์ ผู้อำนวยการฝ่ายเผยแพร่วิทยาศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Namchai Chewawiwat” ถึงประเด็นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยแนะนำ 9 ข้อปฏิบัติตัวท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า “ผมไม่ตระหนก แต่เข้าโหมดปรับตัวรับความเสี่ยงจากโควิด-19 และฝุ่นอย่างเต็มที่ 1.ไม่เอาฝ่ามือเปล่าๆ จับลูกบิด ที่จับประตู แต่ใช้ท่อนแขนหรือตัวผลักประตู
หวั่นโควิด-19! สถานทูตไทย ณ กรุงโตเกียว เตือนนักท่องเที่ยว เลี่ยงกินปลาดิบ เมื่อวันที่ 27 ก.พ.เพจ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น – 在東京タイ王国大使館 โพสต์แจ้งเตือนเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ไว้ ซึ่งต่อมามีชาวเน็ตพากันแชร์ข้อความต่อกันเป็นจำนวนมาก ว่า “เชื้อไวรัส COVID-19 ไม่ทนความร้อน และถูกทำลายได้ด้วยวิธีการประกอบอาหารที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงแนะนำให้ (1) หลีกเลี่ยงการบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์ที่ดิบหรือปรุงไม่สุก และ (2) จัดการกับเนื้อสัตว์ดิบ นมดิบ หรืออวัยวะของสัตว์ด้วยความระมัดระวังเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเข้าสู่ผลิตภัณฑ์อาหารที่รับประทานสด ญี่ปุ่นมีการรับประทานปลาดิบ เนื้อสดกันเยอะ ช่วงนี้เลี่ยงการรับประทานปลาดิบ เนื้อสด ของดิบไปก่อนนะคะ”
NIA เผย 8 ปัจจัยเสี่ยงชีวอนามัยที่ต้องจับตา พร้อมหนุน “อนาคตศาสตร์” เตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงโลก NIA – สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA โดยสถาบันการมองอนาคตนวัตกรรม (IFI) ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะด้านอนาคตศาสตร์ และช่วยคาดการณ์ทิศทางอนาคตของประเทศไทยในมิติต่างๆ ได้ทำการสำรวจข้อมูลจากหัวข้อการสัมมนา “Biosecurity in ASEAN 2030” ในงานประชุมนานาชาติ “Asia-Pacific Future Network Conference” ครั้งที่ 5 และวิเคราะห์แนวโน้มความปลอดภัยด้านชีวอนามัยของอาเซียนในปี 2030 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวอาเซียนจะมีปัจจัยหลักสำคัญ 8 ประการที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยทั้งทางด้านสุขภาพและสาธารณสุข และเป็นสิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การแพทย์และสุขภาพ ภาคสังคมต้องสรรหาแนวทางรับมือ ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และการสรรหาพลังงานทดแทนจากสิ่งใหม่ๆ จะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะการระบาดของเชื้อโรค เช่น การนำขยะมาพัฒนาเป็นของใช้ที่อาจมีการปนเปื้อนของสารเคมีและเชื้อโรค การใช้ทรัพยากรที่เกินความจำเป็นจนขาดความหลากหลายทางชีวภาพและความไม่สมดุล การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอา
