สุขภาพ
ในปัจจุบันเรียกได้ว่า ‘เทรนด์สุขภาพ’ มาแรงมาก สังเกตได้จากการที่คนรุ่นใหม่แต่งชุดออกกำลังกายไปวิ่งหรือเข้าฟิตเนสกันอย่างคึกคัก ซึ่งจากผลสำรวจพบว่า คนไทยมีแนวโน้มออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ โดยในปี 2025 ผู้ที่ออกกำลังกายในฟิตเนสมีจำนวน 60.2% ขณะที่ 39.8% ออกกำลังกายในสถานที่อื่นๆ อีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงในตอนนี้นั่นคืออีเวนต์กีฬาระดับโลกอย่าง ‘HYROX Bangkok 2026’ สนามแข่งขันฟิตเนสที่ครองไทม์ไลน์ในช่วงนี้ โดยเป็นการจัดขึ้นครั้งที่ 2 ของประเทศไทย สำหรับการแข่งขันในปีนี้มียอดผู้ลงทะเบียนเข้าแข่งขันกว่า 17,500 คน โดยมีคนดารา-อินฟลูเอนเซอร์เข้าแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก อาทิ ณเดชน์ , แอน ทองประสม, ชมพู่ อารยา, เจมส์ จิรายุ, หมาก ปริญ และครีเอเตอร์สายอาหารชื่อดัง อย่าง KP ตะลอนแหลก หรือจะเป็นคุณรวิศ CEO แบรนด์ศรีจันทร์ & Mission To The Moon ก็เข้าร่วมกิจกรรมนี้เช่นกัน นอกจากนี้ ภายในงานไม่ได้รวมแต่คนรักการออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังมีหลายแบรนด์ที่เข้าร่วมอีเวนต์นี้กันอย่างคึกคัก และอีเวนต์นี้มีการเปิดขายบัตรให้บุคคลทั่วไป สามารถเข้ามาชมได้ในราคาเพียงหลักร
ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯ และหลายพื้นที่ของประเทศไทยพุ่งสูงเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง โดยบางจุดวัดได้ถึง 60–90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หน่วยงานรัฐจึงออกคำเตือนให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงหนัก ขณะเดียวกันองค์การอนามัยโลก (WHO) ย้ำชัดว่า ไม่มีระดับของฝุ่น PM2.5 ที่ “ปลอดภัยจริง” ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นของการเลือกสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในการออกกำลังกาย วินัยยุคฝุ่น คือการบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่การฝืน แนวโน้มนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อ HYROX Bangkok เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย และสามารถดึงผู้เข้าร่วมการแข่งขันและผู้ชมรวมราว 15,000 คนภายใน 2 วัน สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคต่อการออกกำลังกายแบบอินดอร์ที่มีโครงสร้างชัด วัดผลได้จริง และอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ ผู้บริโภคจำนวนมากจึงหันมาใส่ใจ “วินัยการออกกำลังกาย” ที่ยืดหยุ่นและปลอดภัย มากขึ้น โดยเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับสภาพร่างกายและคุณภาพอากาศในแต่ละวัน เช่น โอกาสทางธุรกิจฟิตเนส จาก “สถานที่” สู่ “โซลูชันสุขภาพ” การย้ายจาก Outdoor สู่ Indoor ทำให้อุปสงค์ด้านฟิตเนสในร่ม เติบโตควบคู่กับการใช้จ่ายด้านสุขภาพ ข้อมูลล่
พอเข้าหน้าฝุ่นหรือวันที่ค่า PM2.5 พุ่งสูง หลายคนมักกลัวว่ามันจะทำร้ายปอดและระบบทางเดินหายใจจนไอ จาม หรือหอบหืดกำเริบ แต่จริงๆ แล้ว ฝุ่นพิษ PM2.5 อันตรายกว่าที่คิด โดยงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส พบว่าฝุ่น PM2.5 มีอนุภาคที่เล็กมาจนสามารถหลุดเข้าไปใน “สมอง” ได้ และหากสูดฝุ่นอยู่ทุกวันโดยไม่ป้องกัน ในระยะยาวอาจทำให้เป็นโรคร้ายอย่างอัลไซเมอร์หรือพาร์กินสันได้ตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อให้เราป้องกันตัวเองจากฝุ่นร้ายได้ นพ.ภีมณพัชญ์ ธนชาญวิศิษฐ์ อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการด้านประสาทวิทยา ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลวิมุต จะมาตอบคำถามว่าฝุ่น PM2.5 เล็ดลอดเข้าไปทำร้ายสมองได้อย่างไร พร้อมแชร์เคล็ดลับดูแลสมองให้รอดจากฝุ่นพิษที่ทำตามได้ทันที รู้จัก 2 เส้นทางที่พาฝุ่น PM2.5 เข้าสมอง ความน่ากลัวของฝุ่น PM2.5 คือขนาดที่เล็กกว่าเส้นผมคนเราถึง 20–30 เท่า ทำให้มันเล็กพอที่จะเล็ดลอดเข้าสู่ร่างกายและเดินทางไปถึงสมองผ่าน 2 เส้นทางหลัก โดยเส้นทางแรกคือผ่าน “ปอด” เมื่อสูดอากาศเข้าไป ฝุ่นจะลงสู่ถุงลมและซึมเข้าสู่กระแสเลือด ก่อนถูกลำเลียงไปยังอวัยวะต่างๆ รวมถึงสมองซึ่งต้องพึ่งพาเลือดปริมาณม
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และบริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวนวัตกรรม “เรเชล (Rachel)” ชุดบอดี้สูทเพื่อสังคมสูงวัยที่ช่วยเสริมการเคลื่อนไหวและป้องกันการบาดเจ็บ โดยเป็นความร่วมมือถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์ ด้วยเป้าหมายผลักดันให้เข้าสู่ชุดสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ในอนาคต รศ.ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. กล่าวว่า ในฐานะขุมพลังหลักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ มุ่งมั่นที่จะนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่การปฏิบัติจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชน ซึ่งนวัตกรรม “เรเชล” เป็นเทคโนโลยีเอ็กโซสูท (Exosuit) ที่วิจัยพัฒนาเพื่อตอบโจทย์การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ของประเทศไทย เป้าหมายหลักคือการยืดช่วง Active Aging หรือช่วงเวลาที
เมื่อเร็วๆ นี้ จังหวัดปราจีนบุรี จัดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา “ทวารวดีเกมส์” การแข่งขันนักเรียน–นักศึกษา แห่งชาติ ครั้งที่ 45 รอบคัดเลือกนักกีฬาตัวแทนระดับเขตการแข่งขัน เขต 6 ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี อำเภอเมืองปราจีนบุรี บรรยากาศคึกคักด้วยนักกีฬา เขตภาคตะวันออก 9 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี, นครนายก, สระแก้ว, ระยอง, ชลบุรี, จันทบุรี, ตราด, สมุทรปราการ และ ฉะเชิงเทรา ที่ทยอยเดินทางเข้าร่วมตั้งแต่เช้า ไฮไลต์สำคัญในปีนี้คือการเข้าร่วมของ ทีมหมอนทอง จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ทีมกีฬาชื่อดังของภาคตะวันออก ที่ได้รับเกียรติเป็นผู้เปิดการแข่งขัน พร้อมเดินพาเหรดร่วมกับนักกีฬาจากจังหวัดต่างๆ เพื่อแสดงพลังและความสามัคคีของเยาวชนไทย พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นางจารุณี กาวิล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธาน พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน และผู้บริหารสถานศึกษาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี ก็เดินหน้าตอกย้ำบทบาทการเป็นผู้นำสมุนไพรไทยและการแพทย์แผนไทยเชิงวิทยาศาสตร์ ได้ร่วมสนับสนุนสุขภาพนักกีฬาในงานแข่งขันในครั้งนี้ด้วย
ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) เต็มรูปแบบในไม่กี่ปีข้างหน้า โดยปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้สูงวัย หรือคนอายุมากกว่า 60 ปี เกิน 20% ขณะเดียวกัน ครัวเรือนไทยมีภาวะหนี้สินสูงที่สุดในรอบ 4 ปี แบกหนี้เฉลี่ยครอบครัวละ 740,596 บาท อีกทั้งปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เกิดกับวัย 40+ ไปจนถึงผู้สูงอายุ และปัญหาล้มที่บ้านของผู้สูงอายุ ที่สูงถึง 82.9% รวมทั้งสัดส่วนผู้สูงวัยที่ตกเป็นเหยื่อออนไลน์ก็พุ่งขึ้นถึง 23.12% ทั้งหมดนี้คือแรงกดดันที่ทำให้ “อิสระ” ของคนทุกวัยถูกบีบไปพร้อมกัน ด้วยเหตุนี้ The Cloud, Superjeew Event, AIS Academy, CentralwOrld และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ด้วยการชวนคนไทยทุกวัย ทั้งวัย 40+ และยังไม่ 40 มาเตรียมความพร้อมสู่ชีวิตที่มีอิสระผ่านงาน “Life Fest 40+ รู้ก่อน ดีกว่า” เทศกาลรวม How to เพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับการวางแผนเพื่อชีวิตที่เป็นอิสระสำหรับคนทุกวัย ด้วยความรู้ทั้ง 5 ด้าน ผ่านเวทีเสวนา เวิร์กช็อป และโซนกิจกรรมลงมือทำจริง วันที่ 17–19 ตุลาคม 2568 ที่ CentralwOrld PULSE ชั้น 7 (เข้า
จากสิ่งที่ “วัยเดอะแบก” อายุ 30-40 ปี หรือกลุ่ม Gen Y ต้องเผชิญมากขึ้นคือ ความเสี่ยงโรคหัวใจ อันเกิดจากพฤติกรรมและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป โรงพยาบาลวิมุตจึงเปิด ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ภายใต้คอนเซ็ปต์ Heart to Heart หัวใจที่ดูแลด้วยหัวใจ เพื่อเร่งรับมือกับวิกฤตสุขภาพนี้ นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “โรคหัวใจและหลอดเลือด ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของโลกและประเทศไทย ซึ่งนับเป็นโรคซับซ้อนที่ต้องอาศัยทั้งความชำนาญเฉพาะทางและเทคโนโลยีขั้นสูง ปัจจุบัน เราพบว่า กลุ่มวัยทำงาน โดยเฉพาะ Gen Y มีอัตราการป่วยจากโรคนี้เพิ่มขึ้น จากทั้งความเครียด การทำงานหนัก และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำลายสุขภาพ การเปิดศูนย์หัวใจและหลอดเลือด จึงเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับการดูแลโรคหัวใจอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การป้องกัน การคัดกรองความเสี่ยง การวินิจฉัย ไปจนถึงการรักษาที่ผสานเทคโนโลยีทางการแพทย์ ข้อมูลสุขภาพเชิงลึก และการดูแลที่ปรับให้ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Care)” ข้อมูลจากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ปี
แพทย์หญิงชนิดา สยุมภูรุจินันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ หัวข้อ “ภูมิปัญญาไทย ซอฟต์พาวเวอร์ไทย สร้างเศรษฐกิจไทย” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ปีนี้อภัยภูเบศร เน้นแนวคิดอาหารเป็นยา โดยเฉพาะในบริบทของสังคมสูงวัยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การดูแลสุขภาพด้วยสิ่งใกล้ตัว เช่น สมุนไพรในอาหาร เป็นทางเลือกสำคัญ หนึ่งในไฮไลต์คือหนังสือแกงส้ม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงองค์รวมของการดูแลสุขภาพจากอาหารพื้นบ้านที่มีผัก ผลไม้ เครื่องเทศ เนื้อสัตว์ และความหลากหลายของสูตรเฉพาะแต่ละภาค ด้าน ดร.ภญ.สุภากรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ผู้เขียนหนังสือบันทึกของแผ่นดิน กล่าวว่า แนวคิดเริ่มต้นจากการที่ “แกงส้ม” เคยถูกบูลลี่ในโลกออนไลน์เมื่อปี 2566 ว่าเป็นอาหารยอดแย่ จึงเริ่มค้นคว้าอย่างจริงจัง โดยใช้เวลากว่า 3 ปี ในการสัมภาษณ์คนไทย 73 ราย ศึกษาหนังสือ 37 เล่ม และเก็บข้อมูลตำรับแกงส้มถึง 173 สูตร เพื่อถอดรหัสคุณค่าทางยาและวัฒนธรรมของเมนูพื้นบ้านจานนี้ กระทั่งพบว่า แกงส้มไม่ใช่แค่อาหารอร่อย แต่คือศาสตร์แห่งสมดุลทางสุขภาพ โดยเฉพาะรสเปรี้ยวที่ถือ
หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่พยายามรักษาริดสีดวงทวารมาหลายวิธี ไม่ว่าจะใช้ยาเหน็บ ยาทา หรือยาสมุนไพรรักษาริดสีดวงต่างๆ แต่ก็ยังไม่หายขาด หรือกลับมาเป็นซ้ำอีกครั้ง อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ เพราะริดสีดวงทวารไม่ได้เกิดจากแค่การท้องผูกหรือนั่งนานเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย ที่สำคัญคือ หลายคนอาจไม่รู้ว่าสมุนไพรใกล้ตัวบางชนิดสามารถช่วยบรรเทาอาการได้อย่างดีเยี่ยม เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก ยาสมุนไพรรักษาริดสีดวงใกล้ตัว ที่หลายคนมองข้าม นอกจากยารักษาริดสีดวงแผนปัจจุบันแล้ว ยาสมุนไพรรักษาริดสีดวงก็เป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความนิยม ด้วยสรรพคุณช่วยลดการอักเสบ บรรเทาอาการปวด และปรับสมดุลระบบขับถ่าย ที่น่าสนใจคือ มีสมุนไพรใกล้ตัวหลายชนิดที่สามารถช่วยรักษาอาการริดสีดวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น 1. ว่านหางจระเข้ มีฤทธิ์เย็นช่วยลดการอักเสบ บรรเทาอาการเจ็บปวด และสมานแผล โดย 2. ขลู่ สมุนไพรที่ช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม และบรรเทาการอักเสบของริดสีดวงทวารและริดสีดวงจมูก 3. เพชรสังฆาต สมุนไพรที่ขึ้นชื่อในการรักษาริดสีดวงภายในและภายนอก 4. โกฐกักกรา มีฤทธิ์ช่วยให้ชาเฉพาะที่ จึงช่วยบรรเทาอา
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา เวลา 10.30 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ ภายในงาน Thailand Healthcare 2025 มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ภายใต้ธีม ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ บนเวที Health Talk ไขมันพอกตับ เสี่ยงตับแข็งไม่รู้ตัว โดย พญ.วริษฐา วรเพียรกุล อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน พญ.วริษฐา กล่าวว่า ไขมันพอกตับ เป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในคนไทยจำนวนมาก โดยหลายคนไม่รู้ตัว เพราะในระยะแรกแทบไม่มีอาการใดๆ แสดงออกเลย หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจลุกลามจนกลายเป็น ตับแข็ง หรือ มะเร็งตับ ซึ่งปัจจุบัน “โรคมะเร็งตับ” เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย โดยเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมามีผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็งเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการดื่มแอลกอฮอล์ แต่ปัจจัยที่เจอนั่นคือ น้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วน และคนไทยกว่า 20-25% เป็นไขมันพอกตับ ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ 17 เท่า พฤติกรรมที่ทำให้ตับเสื่อมเร็วขึ้น ได้แก่ การดื่มแอลกอฮอล์ จะทำให้ไขมันพอกตับเร็วขึ้น เกิดโรคตับแข็ง ต่อมา การสูบบุหรี่ จะเพิ่มโอกาสในการเป็นมะเร็งตับ หรือแม้กระทั่งยา
