ETC.
การงาน การลงทุนเริ่มที่จะผลิดอกออกผล สิ่งใดๆ ที่ได้สร้างได้ทำมาและรอเวลาเก็บเกี่ยวในสิ่งนั้นอยู่กำลังจะประสบความสำเร็จ อีกทั้งการลงทุนจะแปรเปลี่ยนย้อนคืนกลับมาในรูปของทรัพย์สินเงินทองให้คุณได้ชื่นใจสมกับที่คุณได้รอคอยมานาน อีกทั้งการเดินทางไปติดต่อเจรจาในเรื่องผลประโยชน์จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เรียกว่าได้ทั้งเงินได้ทั้งกล่อง แต่ทั้งนี้คุณต้องวิ่งต้องบู๊ ห้ามอยู่เฉยเป็นอันขาด นี่คือเคล็ดลับสู่ช่องทางการเพิ่มทรัพย์เพิ่มสินให้สอดคล้องกับดวงชะตาของคุณ การทำงานต้องทำด้วยความรวดเร็วจึงจะแก้ไขสถานการณ์ได้ แต่ทั้งนี้ให้คุณเตรียมตัวได้เลยที่จะมีงานเร่งงานด่วนเข้ามาให้ต้องเหนื่อยเป็นพิเศษ รวมถึงการค้าขายจะต้องใช้รอยยิ้มและอารมณ์ที่ดีเพื่อให้กระแสการเงินคืนกลับมา ยิ่งดวงความรักจะมีเรื่องประหลาดใจให้คุณมีความสุขในเดือนที่ร้อนอบอ้าวแบบนี้ ร่างกายที่ควรระวังคือโรคไขมันและโรคเกี่ยวกับปอด เพลาการอยู่ห้องแอร์นานๆ และอยู่ในที่ชื้นตลอดเวลา จะพอช่วยได้ครับ เลขมงคลประจำเดือนนี้ เลข 3 เลข 5 และเลข 7 ควรเว้น เลข 9 สิ่งมงคลที่ควรกราบไหว้บูชาประจำเดือนนี้ พระสังกัจจายน์ และ หลวงปู่ทวด เรื่องที่ควรระวังเป
การเปลี่ยนแปลงในชีวิตตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเริ่มจะคล่องตัวขึ้นเรื่อยๆ มีโครงการจะทำงานใหม่ๆ ขึ้นมาและทำท่าจะสำเร็จเป็นอย่างดีโดยเฉพาะงานที่สัมพันธ์กับผลประโยชน์ที่เป็นรูปของตัวเงินจะดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด การพูดคุยการประสานงานร่วมกันคือวิธีที่คุณควรทำห้ามหนีปัญหาหรือปล่อยให้ใครแก้ไขแทนเป็นอันขาดจะเสียหายเพิ่มมากขึ้น ในส่วนของเพื่อนร่วมงานจะนำเอาความลับของคุณไปเปิดเผยต้องระวังหน้าต่างมีหูประตูมีตา สิ่งที่ต้องระวังในช่วงนี้คือเรื่องของคนใกล้ตัวจะแทงข้างหลังต่อหน้าอย่างลับหลังอีกอย่างดังนั้นการที่คุณจะทำสิ่งใดให้สำเร็จในช่วงนี้จึงจำเป็นต้องหาพรรคพวกเพื่อนฝูงคนสนิทเพื่อเป็นที่ปรึกษาอีกประการทำงานสิ่งใดจะต้องละเอียดรอบคอบให้มากกว่าเดิมสักหน่อยเนื่องเพราะหัวหน้าแอบเมียงมองดูวิธีการทำงานของคุณอยู่ตลอดเวลา การเงินหมุนได้ไม่ถึงกับเดือดร้อนความรักนี่สิต้องระวังวาจาจะทำให้กระทบความสัมพันธ์ต่อกัน สุขภาพจะมีปัญหาเรื่องสายตา เลขมงคลประจำเดือนนี้ เลข 3 เลข 5 และเลข 7 ควรเว้น เลข 9 สิ่งมงคลที่ควรกราบไหว้บูชาประจำเดือนนี้ พระสังกัจจายน์ และ หลวงปู่ทวด เรื่องที่ควรระวังเป็นพิเศษในเดือนนี้ ระวังอุบัติเ
เป็นอีกหนึ่งโพสต์ที่ให้กำลังใจคนที่มีความคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการลุกขึ้นมาออกกำลังกาย เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kanrawee Suwanwichanee โพสต์ภาพลงในกลุ่ม วิ่งไหนดี : พูดคุยภาษาวิ่ง บอกเล่าเรื่องราวการวิ่งจนทำให้สามารถเปลี่ยนตัวเองจากเด็กผู้หญิงที่มีรูปร่างสมบูรณ์ มาเป็นคนที่รูปร่างและสุขภาพดี พร้อมเขียนข้อความบรรยายว่า สวัสดีค่ะ เราชื่อแน๊ต เราแวะมาส่งการบ้านและมีกำลังใจมาฝาก เราเป็นเด็กอ้วนและน้ำหนักเยอะมาโดยตลอด รูปร่างเราคือส่วนบนเล็ก ก้นและขาใหญ่ เริ่มแรกเราลดน้ำหนักโดยการอดอาหาร น้ำหนักจาก 70 กก. เหลือ 58 กก. ใช้เวลา 6 เดือน สุดท้าย เราโยโย่ จิตตกสุดๆๆๆ เลยเริ่มศึกษาและเล่นเวทอย่างจริงจัง (ตอนนั้นไม่ชอบการวิ่งมากๆ) น้ำหนักลดเหลือ 53 กก. ใช้เวลา 4 เดือน หลังๆๆเริ่มหันมาสนใจวิ่ง พอลองวิ่งดูแล้วก็เริ่มติด ติดบรรยากาศ ติดเพื่อนร่วมอุดมการณ์ สังคมรันเนอร์น่ารักมากๆ จนตอนนี้…ทั้งเวท ทั้งวิ่ง สลับกันไป เราแค่จะบอกว่า ใครก็ตามที่กำลังจะลดน้ำหนัก และเริ่มมาออกกำลังกาย คุณมาถูกทางแล้ว พยายามและอดทน เพราะผลลัพธ์มันสวยงามมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณต้องทำเพราะคุณรักตัวเอง ไม่ใช่เพราะคุณเกลียดมัน เ
ในหนังสือ “กินเปลี่ยนชีวิต ด้วยอาหาร 100 ชนิดจากธรรมชาติ” จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ให้รายละเอียดของอาหารเพื่อสุขภาพตำรับ “ไต้หวัน” ไว้อย่างน่าสนใจ โดยเป็นการรวบรวมความรู้จากผู้เชี่ยวชาญทั้งนักโภชนาการ แพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนจีนไต้หวัน จัดเรียงเป็นอันดับสุดยอดอาหารไว้อย่างเข้าใจง่าย ลองมาดูกันว่า อาหารเพื่อสุขภาพยอดนิยม 10 อันดับที่ต้องกินให้ได้ มีอะไรกันบ้าง อันดับ 10 ปลาทูน่า มีโปรตีนที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ไขมันต่ำ มีกรดไขมัน EPA และ DHA ที่ช่วยในการทำงานของเซลล์สมอง หากกินคู่กับผักผลไม้สีเขียวและสีเหลืองที่มีแคโรทีนจะช่วยบำรุงสมองและป้องกันมะเร็ง ไม่ควรกินปลาทูน่าคู่กับธัญพืชหรืออาหารจำพวกถั่วที่มีกรดไฟติก เพราะสารทั้ง 2 ชนิดนี้จะจับตัวกันกลายเป็นสารที่ละลายยาก ขัดขวางการดูดซึมโปรตีนของร่างกาย อันดับ 9 ไข่ไก่ มีสารอาหารที่ร่างกายต้องการเกือบทุกชนิด โปรตีนในไข่ให้กรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการ นอกจากนี้ ยังมีดีเอ็นเอเลซิทิน วิตามินเอและบี การกินไข่ไก่ที่มีวิตามินอีคู่กับผักผลไม้สดที่มีวิตามินซี ช่วยเสริมสร้างการทำงานของแอนติออกซิแดนต์ ป้องกันโรคมะเร็ง ชะลอความแก่ได้
“แป๊ะก๊วย” เมล็ดสีเหลืองๆ คล้ายหยดน้ำ เป็นพืชพรรณดึกดำบรรพ์ ที่มีมาตั้งแต่ 270 ล้านปีในยุคเพอร์เมียน ก่อนไดโนเสาร์ครองโลก ในยุคมีโซโซอิก (Mesozoic)เสียอีก คนจีนกับ “ แป๊ะก๊วย ” ชาวจีนผูกพันกับต้นแป๊ะก๊วยมายาวนานไม่ต่ำกว่า 2,800 ปี โดยนำเมล็ดแป๊ะก๊วยที่เรียก เป๋ยกัว (Bai Guo) หรือ หยิน ซิง (Yin Xing) มารับประทานและใช้เป็นยาสมุนไพรรักษาโรคบางอย่าง เช่น โรคหืด โรคจากความหนาวเย็นที่เกิดตามนิ้วมือ นิ้วเท้า ส่วนชาวญี่ปุ่นนิยมอบเมล็ดแป๊ะก๊วยเพื่อรักษาอาการลมพิษ แป๊ะก๊วย มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น กิงโก้ (Gingko) ต้นเฟิร์นก้านดำ (Maidenhair tree) ต้นบ๊วยสีเงิน Japanese silver apricot, ต้นคิว (Kew tree) เนื่องจากต้นแป๊ะก๊วยจะออกดอกตกผลใช้เวลานาน คนปลูกไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ปลูก จึงถูกเรียกว่า ต้นปู่-หลาน (Kung Sun Shu) ในศตวรรษที่ 17 ในภาษาอังกฤษ ต้นแป๊ะก๊วย ถูกเรียกว่า กิงโกะ หรือ เฟิร์นก้านดำ (maidenhair tree) เนื่องจาก รูปทรงของใบแป๊ะก๊วย เหมือนกับใบเฟิร์นก้านดำที่มีลักษณะคล้ายพัด เนื่องจากต้นแป๊ะก๊วยตามธรรมชาติอยู่ในสภาวะเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์เช่นเดียวกับ แพนด้ายักษ์ ทำให้แป๊ะก๊วยได้สมญาอีกอย่า
นายสรวิศ ธานีโต โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยเปิดตลาดส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีน ด้วยวิธีการซื้อขายผ่านออนไลน์ ส่งผลให้ราคาทุเรียนรับซื้อปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลดีแก่เกษตรกรผู้ผลิตทุเรียนในภาคตะวันออก โดยในปีนี้ราคาทุเรียนเหมาสวนสูงถึง 110 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาที่สูงมากกว่าทุกปี ทำให้มีข้อกังวลว่าเมื่อราคาทุเรียนสูงขึ้น อาจส่งผลให้ชาวสวนเร่งตัดผลผลิต ซึ่งทำให้คุณภาพของทุเรียนลดลงนั้น ทางกระทรวงเกษตรฯได้ติดตามสถานการณ์และมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตรเข้าไปกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด อาทิ ด้านคุณภาพของทุเรียนส่งออกไปจีน กรมวิชาการเกษตรได้มีพิธีสารกำกับดูแล โดยกำหนดให้การส่งออกทุเรียนคุณภาพมาจากแหล่งผลิตที่ได้รับรอง GAP โรงคัดบรรจุที่ได้รับรอง GMP และตรวจสอบออกใบรับรองสุขอนามัยพืช โดยข้อกำหนด GAP กำหนดให้มีการเก็บเกี่ยวในช่วงเวลาที่เหมาะสม นอกจากนี้ ได้ดำเนินการตรวจสอบในประเด็นทุเรียนอ่อนเพิ่มเติม โดยการทวนตรวจสอบที่โรงคัดบรรจุว่ามีการรับวัตถุดิบที่เหมาะสมเพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพอีกทางหนึ่ง เพิ่มเติมจากมาตรการควบคุมตรวจสอบระดับจังหว
หลังๆ ข่าวคนเสียชีวิตเพราะทำงานหนักเริ่มหนาหูขึ้น ล่าสุด แพทย์หญิงชาวจีนซึ่งทำงานต่อเนื่องนานกว่า 18 ชั่วโมง ถึงกับหมดสติขณะเดินเยี่ยมผู้ป่วย และเสียชีวิตลงด้วยโรคเลือดออกในสมองเฉียบพลัน เรื่องนี้มีประเด็น วารสาร Lancet รายงานว่า ผู้ที่ทำงานเกินกว่า 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในระบบหลอดเลือดอย่างเฉียบพลัน ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือหลอดเลือดหัวใจ โดยมีโอกาสมากถึง 33% เมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่ทำงาน 35-40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทีมนักวิจัยจาก University Collage London วิเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัยกว่า 42 ฉบับ โดยมีฐานข้อมูลประชากรจากประเทศในยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย ถึงความสัมพันธ์กันระหว่างชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์ กับความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง พบว่า ทำงานมากกว่า 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยง 33%, ทำงานมากกว่า 49-54 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยง 27%, ทำงานมากกว่า 41-48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยง 10% สำหรับสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคนั้นยังไม่สามารถสรุปแน่ชัด แต่มีปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญคือ “การขาดการพักผ่อน” ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะเครียดในร่างกายและท
มุ่ย-สลิลาพร กองทองมณีโรจน์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มี อินฟินิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย จึงแนะนำวิธีเริ่มต้นดูแลสุขภาพง่ายๆ ด้วยการกินอาหารตามธาตุเจ้าเรือน ตามเดือนเกิดของแต่ละคน ซึ่งเชื่อว่า อาหารที่เหมาะกับธาตุเดือนจะช่วยปรับสมดุลของธาตุในร่างกาย ทำให้แข็งแรง พร้อมต่อสู้โรคภัย โดยแบ่งออกเป็น 4 ธาตุ ดังนี้ “ธาตุไฟ” คนที่เกิดในเดือนมกราคม-มีนาคม อารมณ์ของคนธาตุนี้จะขี้ร้อน ขี้หงุดหงิด มักจะปวดหัวและท้องผูกง่าย เพราะมีระบบเผาผลาญดีจนร่างกายไม่เก็บกักน้ำ จึงควรเลี่ยงเมนูหวาน-มันจัด และอาหารปิ้งย่าง ที่จะไปเพิ่มความร้อนในร่างกาย ทำให้เป็นร้อนในได้ง่าย ทำให้ควรจะเลี่ยงผลไม้อย่างลำไย ทุเรียน ไปด้วย เปลี่ยนมาดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ อย่างเก๊กฮวย น้ำอัญชัน น้ำมะระ ก็จะดีกว่า แคร์รอต “ธาตุลม” คนที่เกิดในเดือนเมษายน-มิถุนายน ซึ่งจะมีลมอยู่ในร่างกายเยอะ ทำให้ท้องอืด ปวดหัว นอนไม่หลับ วิงเวียนศีรษะ ส่วนใหญ่จะเป็นคนผอมบาง รับประทานเท่าไรก็ไม่อ้วนจึงไม่ระวังเรื่องการกิน จึงอาจเสี่ยงเป็นโรคไขมันในเลือดสูง ต้องเลี่ยงน้ำอัดลม อาหารหวาน มัน นมเ
เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักข่าวเอเอฟพี อ้างรายงานของ US Preventive Services Task Force หรือสำนักงานบริการด้านป้องกันของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า การพลัดตก หกล้ม ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ของการบาดเจ็บที่นำไปสู่การเสียชีวิตของคนชราอายุ 65 ปีขึ้นไป สามารถป้องกันได้ด้วยการออกกำลังกาย ไม่ใช่พึ่งการกินอาหารเสริมต่างๆ อย่างเช่น วิตามินดี เพราะล่าสุดมีผลการศึกษาออกมาแล้วว่า การกินวิตามินดีและแคลเซียมไม่ได้ช่วยป้องกันผู้สูงอายุจากการหกล้ม คำแนะนำใหม่จากสำนักงานบริการด้านป้องกันของสหรัฐมีขึ้นหลังจากที่เมื่อปี 2555 มีกลุ่มที่ปรึกษาทางการแพทย์อิสระกลุ่มหนึ่งออกมาเสนอแนะว่า การบริโภคอาหารเสริมที่มีวิตามินดีเป็นส่วนประกอบ สามารถช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่เกิดจากการหกล้มได้ แต่ในผลสำรวจล่าสุดของสำนักงานบริการด้านป้องกันของสหรัฐไม่พบข้อดีดังกล่าวในผู้สูงวัย ทั้งยังพบความเสี่ยงที่จะเป็นนิ่วในไตสูงขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุที่รับประทานวิตามินดี และอาหารเสริมที่มีแคลเซียมด้วย “สำนักงานบริการด้านป้องกันของสหรัฐพบหลักฐานที่เพียงพอที่จะกล่าวว่า อาหารเสริมที่มีวิตามินดี ไม่ได้มีประโยชน์ในการช่วยป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ” ข้อความหนึ่
ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ (Dyslipidemia) คือ ระดับไขมันในเลือดที่มีคอเลสเตอรอล มากกว่า 200 มิลลิกรัม ต่อเดซิลิตร ระดับไตรกลีเซอไรด์ มากกว่า 150 มิลลิกรัม ต่อเดซิลิตร ระดับ HDL-cholesterol (HDL-C) หรือไขมันดี น้อยกว่า 40 มิลลิกรัม ต่อเดซิลิตร ระดับ LDL-cholesterol (LDL-C) หรือไขมันเลวมากกว่า 130 มิลลิกรัม ต่อเดซิลิตร โดยยิ่งหากมีไขมันตัวร้ายมาก ก็ยิ่งก่อปัญหาหลอดเลือดอุดตันได้มาก ส่งผลกระทบให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดส่วนปลาย หลอดเลือดสมองตีบ แตก ตัน ในทางกลับกันหากยิ่งมีปริมาณไขมันตัวดีสูง ก็จะส่งผลดีกับร่างกายมากขึ้น เพราะไขมันตัวดีจะทำหน้าที่เก็บไขมันส่วนเกินจากผนังหลอดเลือดกลับไปทำลายที่ตับ ในการรักษาแผนปัจจุบันเหมือนกับการใช้ยาสมุนไพรในการรักษา ตรงที่ยาไม่ได้มีผลลดไขมันได้ 100% จำเป็นต้องอาศัยการควบคุมอาหารร่วมด้วยเสมอเป็นอันดับแรก คือลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ของมันของทอด กะทิ เครื่องในสัตว์ หรือแม้กระทั่งขนมจุกจิก น้ำอัดลม เครื่องดื่มน้ำผลไม้ กาแฟ หากมีการใส่น้ำตาลปรุงรสในปริมาณมาก ก็จะเพิ่มพลังงานให้กับสิ่งที่เรารับประทาน ซึ่งหากร่างกายเรามีการใช้พลังงานน้อยกว่าพลั
