Featured
“ไพรินทร์” ไฟเขียวแอร์พอร์ตลิงก์ “เช่ารถ-ซื้ออะไหล่สต๊อก” แก้ปัญหาซ่อมช้ารถไม่พอให้บริการ บิ๊กแอร์พอร์ตลิงก์ ลั่นกลาง เม.ย. หมดปัญหาแออัด เมื่อวันที่ 30 มี.ค. นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เดินทางไปตรวจเยี่ยมการให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ที่มีปัญหาร้องเรียนเรื่องความแออัดและขบวนรถเสียบ่อย โดยได้ทดลองใช้บริการจากสถานีมักกะสันไปยังสถานีลาดกระบัง จากนั้นได้ทดลองใช้บริการรถไฟดีเซลราง ขบวนเสริมพิเศษรอบปฐมฤกษ์ เส้นทาง ลาดกระบัง-กรุงเทพ-ลาดกระบัง เพื่อบรรเทาปัญหาความแออัดรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์ โดยนั่งจากสถานีลาดกระบังไปยังสถานีหัวลำโพง นายไพรินทร์ กล่าวว่า ยอมรับว่า แอร์พอร์ตลิงก์มีปัญหาซ่อมบำรุงทำให้นำรถมาวิ่งให้บริการได้เพียง 4 ขบวน ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาระยะสั้น ได้สั่งการให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดขบวนรถพิเศษดีเซลรางโดยสาร ในชั่วโมงเร่งด่วนช่วงเช้าจาก ลาดกระบัง-กรุงเทพ และช่วงเย็นจากกรุงเทพ-ลาดกระบัง นั่งปรับอากาศ จำนวน 2 ตู้ และรถพัดลมอีก 4 ตู้ มาให้บริการในวันจันทร์-ศุกร์ วันละ 2 ขบวน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน และแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในเขตพื้นที่ชั้นใน ซึ่งขบวนรถสามารถ
แม่ฮ่องสอน เป็นอีกจังหวัดทางภาคเหนือตอนบนที่ประกอบด้วยประชากรหลายชาติพันธุ์ มีพื้นที่เป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อน มีอาชีพเกษตรกรรม ทั้งปลูกพืช ทำนา เลี้ยงสัตว์ พร้อมกับส่งเสริมให้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลายชนิด แต่เนื่องจากการคมนาคมของพื้นที่บางแห่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมของชาวบ้าน จนทำให้กระทบต่อรายได้ครัวเรือน อย่างที่ ตำบลหมอกจำแป่ ซึ่งมีสภาพพื้นที่เป็นภูเขา สลับกับบางส่วนเป็นที่ราบเชิงเขา และที่ราบแอ่งกระทะ ชาวบ้านมีอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ การทำนา ปลูกงา ปลูกกระเทียม ฯลฯ แต่ยังขาดการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมอย่างดีพอ ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านและคนในท้องถิ่นจึงร่วมแรงใจกันหาแนวทางเพื่อพัฒนาคุณภาพผลผลิต ไม่ว่าจะเป็นการทำนา ปลูกพืชไร่ รวมถึงยังแสวงหาพืชเศรษฐกิจอีกหลายชนิดมาปลูกเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง พระอติเทพ จิตตฺมโน จากสำนักสงฆ์บ้านทบศอก ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นอีกผู้หนึ่งที่มีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือชาวเขาที่อาศัยในหมู่บ้านห้วยโป่งอ่อน กับหมู่บ้านทบศอก ที่ประสบปัญหารายได้จากอาชีพเกษตรกรรมไม่สอดคล้องกับรายจ่าย ด้วยการนำวิถีการทำเกษตรแบบดั้งเดิมผสมผสานกับการปลูกพืชเศรษฐกิจพร้อม
คุณอุบลรัตน์ หลักหาญ หรือ คุณหนิง อายุ 47 ปี หนึ่งในพนักงานที่เจอพิษฟองสบู่แตก โดนเลิกจ้างงานแบบกะทันหันเมื่อปี 2543 จนทำให้เธอต้องหาธุรกิจทำ โดยการเปิดร้านขายขนมครกเศรษฐี 9 หน้า “หลังโดนเลิกจ้างงาน ช่วงแรกยังไม่รู้จะทำอะไร พอดีคุณยายที่สุราษฎร์ฯ ท่านมีสูตรทำขนมครก เป็นสูตรโรยน้ำตาลแบบคนใต้ทาน พี่ก็เลยไปเรียนกับแก” เรียนจนความรู้แน่น คุณหนิงเปิดร้านขายทันที โดยเริ่มจากเข็นรถเข็นขาย แต่ยังไม่ถูกปากลูกค้าเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนไม่เคยกินขนมครกแบบโรยน้ำตาล จึงกลับมาปรับสูตรใหม่ ใส่กะทิแบบขนมครกทั่วไป เพิ่มหน้าขนมครก แรกเริ่มแค่ 2-3 อย่าง เช่น ข้าวโพด ฟักทอง แต่ถึงอย่างนั้น ผลตอบรับก็ยังไม่ดี คุณหนิง เล่าต่อ กลับมาปรับสูตรกันอีกรอบ คราวนี้เพิ่มหน้าขนมครกมากถึง 9 หน้า เช่น ฟักทอง ข้าวโพด มันม่วง แปะก๊วย งา ต้นหอม ฝอยทอง เผือก ข้าวบาร์เลย์ และมีหน้าอื่นๆ อีกสลับกันไปวันละ 9 หน้า รวมทั้งหมด 9 หน้า (ที่มาของชื่อขนมครกเศรษฐี 9 หน้า) ใช้ข้าวไรซ์เบอร์รี่แทนแป้ง นอกจากกรอบอร่อยแล้ว คนกินยังได้รับประโยชน์อีกด้วย หลังปรับสูตรจนเป็นขนมครกเศรษฐี 9 หน้าฉบับสมบูรณ์ ยอดขายดีขึ้นทันตาเห็น จากเข็นรถขาย
เลม่อนกับมะนาวเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่สุดแสนจะสำคัญในการทำอาหารเลยก็ว่าได้ ด้วยรสชาติเปรี้ยวที่กินแล้วรู้สึกสดชื่น จนเป็นส่วนผสมหนึ่งที่มักจะใส่เมนูอาหารหลายชนิด หลายคนอาจจะเป็นเหมือนกันคือ มะนาวที่ซื้อมาบางครั้งก็น้ำน้อย บางครั้งก็เป็นมะนาวแข็งๆ บีบยาก ทำให้ต้องใช้มะนาวหลายลูก ถ้าเป็นช่วงที่มะนาวถูกก็คงจะไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นช่วงมะนาวแพงก็คงจะไม่ไหว อยากจะกินน้ำมะนาวให้ชื่นใจหรือบีบมะนาวใส่ต้มยำให้แซ่บๆ ก็คงต้องคิดแล้วคิดอีก การจะบีบมะนาวให้ได้น้ำ วิธีแบบไทยๆ ของเราก็คงนวดๆ คลึงๆ ลูกมะนาวก่อนแล้วค่อยหั่นแล้วบีบ แต่ต่างประเทศเขาก็มีอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้ได้มะนาวมากขึ้นด้วยเช่นกัน นิตยสาร Good Housekeeping สหราชอาณาจักร เผยทริคเล็กๆ น้อยๆ ไว้ว่า วิธีการที่จะได้น้ำมะนาวมากขึ้นก็คือ “การนำเข้าไมโครเวฟ” โดยโมนาซ ดูมาเซีย ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงอาหาร กล่าวกับนิตยสารดังกล่าวว่า การนำมะนาวหรือเลม่อนเข้าไมโครเวฟ 20 วินาที ก่อนจะนำมาหั่นและบีบ ซึ่งการนำเข้าไมโครเวฟก่อนจะทำให้มะนาวคลายตัวและทำให้มีน้ำออกมามากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้มะนาวนุ่มขึ้น ทำให้ง่ายต่อการบีบ ดังนั้น นี่จะเป็นวิธีที่
การออกกำลังกาย คือ ยาชั้นดี วลีนี้คงเป็นสิ่งคุ้นหูใครหลายคน วันนี้ข่าวสดออนไลน์ อยากจะนำเสนอเรื่องราวของคุณลุงแก้ว หรือนายวัชรศักดิ์ เดชาเสถียร อายุ 68 ปี นักวิ่งมาราธอนรุ่นเก๋า แม้อายุเกือบ 70 ปี ก็ยังลงสนามแข่งวิ่งอยู่เสมอ ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคน หันมาใส่ใจสุขภาพ และแสดงให้เห็นว่า การออกกำลังกายไม่เกี่ยวกับอายุ ไม่ว่าวัยไหนก็ทำได้ คุณลุงแก้ว เปิดเผยว่า เริ่มวิ่งเมื่ออายุ 53 ปี หรือ พ.ศ.2546 ช่วงแรกเป็นการวิ่งออกกำลังกายปกติ ต่อมาทางชมรมวิ่งของอำเภอได้ชักชวนไปร่วมวิ่งด้วย จึงลองลงดู สนามแรกลงที่ อ.หนองสองห้อง ตอนนั้นก็คิดว่าประสบผลสำเร็จ จึงเริ่มวิ่งอย่างจริงจัง จากมินิมาราธอน (10.5 กิโลเมตร) ฮาล์ฟมาราธอน (21 กิโลเมตร) และมาราธอน (42 กิโลเมตร) โดยเพิ่มระดับมาเรื่อยๆ จนมาถึงการวิ่งเทรล (คือการวิ่งแบบผจญภัยบนพื้นที่ธรรมชาติ เช่น ป่า, ภูเขา, ทุ่งหญ้า ตามภูมิประเทศของสถานที่จัดงาน ที่แตกต่างกันออกไป) ตอนที่เริ่มวิ่งมาราธอนนั้น ตนอายุ 56 ปี จากนั้นก็ยังหาสนาม และโปรแกรมลงวิ่งอยู่เสมอ ทุกๆ วันก็จะหาเวลาออกไปวิ่ง เช่น ช่วงเช้า หรือช่วงเย็น โดยไม่ได้ออกกำลังกายชนิดอื่นเลย เพร
อาชีพเกษตรกรรมยังคงเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อย่างรายนี้ แต่ก่อนเคยทำงานในกรุงเทพฯ ไม่นานเริ่มอิ่มตัว เธอเลือกผันชีวิตมาทำเกษตรเปิดฟาร์มด้วง เริ่มต้นจากเลี้ยงแค่ 50 กะละมัง ปัจจุบันมีมากถึง 500 กะละมัง คุณทิติยา คำเถื่อน หรือ คุณญา วัย 29 ปี เจ้าของธุรกิจด้วงสาคูฟาร์มมาดี เล่าให้ฟังว่า หลังเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้ย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ยึดอาชีพขายหมูกระทะอยู่นานถึง 8 ปี ด้วยระยะเวลาขนาดนี้ ตนรู้สึกว่างานที่ทำอยู่มันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว อยากลองหาสิ่งใหม่ๆ ทำดูบ้าง คุณญา เล่าต่อว่า ตอนนั้นตนยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี กระทั่งมีโอกาสลงไปเที่ยวภาคใต้ ได้ทานด้วงสาคู เกิดติดใจในรสชาติ เห็นว่าน่าจะนำมาทำเป็นธุรกิจได้ จึงซื้อพ่อแม่พันธุ์มาเพาะขาย “วิธีการเลี้ยงด้วงสาคูเรียนรู้จากคนที่เลี้ยงด้วงทางภาคใต้ ช่วงแรกเลี้ยงด้วยต้นสาคู จากนั้นปรับสูตรอาหารเองให้เหมาะกับวัตถุดิบในพื้นที่” โดยเริ่มแรกคุณญาเลี้ยงแค่ 50 กะละมังเท่านั้น ผลผลิตที่ได้ออกมาตามต้องการ จาก 50 กะละมัง ก็ขยายมาเรื่อยๆ เปิดเป็นฟาร์ม เพิ่มจำนวนเป็น 500 กะละมัง วิธีการเพาะพันธุ์ด้วงสาคูฟาร์มมาดี คุณญาจะใช้กะล
วันที่ 29 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียน จากครูโรงเรียนบางขุนเทียนศึกษา แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เรื่องความเดือดร้อนที่ร้านค้าแผงลอย เปิดพื้นที่ขายของริมรั้วโรงเรียน บนฟุตปาธ จนไม่มีพื้นที่ให้นักเรียน หรือคนแถวนั้นใช้เดินไปมา ร้านค้าที่มาเปิดส่วนใหญ่จะนำรถมาจอดพร้อมเปิดท้าย และจัดพื้นที่ขายของเป็นแถบยาวตลอดแนวรั้วโรงเรียน ในช่วงเวลาเปิดเรียน นักเรียนต้องลงมาเดินริมถนน ซึ่งเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ คุณครูท่านหนึ่งของโรงเรียนแห่งนี้เปิดเผยว่า ร้านค้าบางส่วนมาตั้งเกือบถาวร คือไม่เก็บของกลับเลย พอร้องเรียนไปที่เจ้าหน้าที่ ก็ถูกพ่อค้า แม่ค้า บุกมาข่มขู่หน้าบ้าน ทั้งนี้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ระแวกนั้น ได้ทราบข่าวว่า ร้านค้าเหล่านี้ได้จ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับเจ้าหน้าที่ในพ้นที่ เพื่อให้ขายของได้ต่อไป โดยครูคนดังกล่าวได้ส่งข้อความระบุว่า “ประชาชนซึ่งพักอยู่ บนถนนพระราม 2 ซอย 69 ส่งคลิป ร้องเรียน พ่อค้า-แม่ค้า จอดรถตั้งวางขายของบนทางเท้า หน้าโรงเรียนบางขุนเทียนศึกษา ทำให้ต้องลงมาเดินบนถนน เสี่ยงกับการถูกรถชน ซ้ำร้ายคนขับรถบางคนก็มักง่ายจอดรถซื้อกันแบบไม่เกรงใจรถคันอื่น อยากฝาก
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือและภาคกลางยังคงมีอุณหภูมิสูง ทำให้มีอากาศร้อนกับมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น ขอให้ประชาชนระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในระยะนี้ไว้ด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงกับมีอากาศร้อนประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้ ส่วนลมตะวันออกพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น อนึ่ง ความกดอากาศสูงอีกระลอกหนึ่งได้ปกคลุมประเทศจีนตอนใต้แล้ว คาดว่าจะเคลื่อนลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ในวันพรุ่งนี้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้น พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะ
ที่บริเวณแยกรามา ถนนราชดำเนิน เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการจัดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี หรืองานย่าโม ประจำปี 2561 โดยภายในงานมีการออกร้านขายสินค้า และอาหารต่างๆ มากมาย และมีร้านชื่อว่า เจ๊แดง ตำมะม่วงซาดิสม์ อยู่ตรงบริเวณแยกดังกล่าว โดยลีลาการทำยำของเจ๊แดง ได้ดึงดูดลูกค้าให้แห่ไปอุดหนุนกันมาก โดยลีลาการปรุงยำมะม่วงของเจ๊แดง ต้องออกท่าทางลีลาแอ็คชั่น ด้วยการเคาะชามที่ใช้ปรุงยำอย่างแรง และเสียงดัง จนกะละมังที่ใช้ปรุงยำบุบเป็นรอยทัพพีจำนวนมาก ลูกค้าที่ยืนรอซื้อยำถึงกับจะต้องสะดุ้งกันเลยทีเดียว แต่ก็เพราะท่าทางที่ดูดุดัน กลับทำให้ดึงดูดเรียกลูกค้าให้ไปยืนดูลีลา และอุดหนุนยำมะม่วงของเจ๊แดงกันเป็นจำนวนมาก โดยร้านเจ๊แดงจะขายยำมะม่วงใส่ปูม้า ปลากรอบ ปลาร้า และน้ำปลาหวาน ขายในราคาชุดละ 40-80 บาท ขายทุกคืนภายในงานย่าโม ตั้งแต่คืนนี้ไปจนถึงคืนวันที่ 3 เมษายนนี้ จากนั้นเจ๊แดงก็จะตระเวนไปเปิดร้านขายยำตามงานกาชาดจังหวัดต่างๆ ในพื้นที่ภาคอีสานต่อ.
ถึงวันนี้อาจจะกล่าวได้ว่า สถานการณ์ของอุตสาหกรรมกุ้งไทยอยู่ในช่วงที่ไม่สดใสนัก จากข้อมูลของกรมประมงที่เผยแพร่ภายในงานวันกุ้งไทยครั้งที่ 28 ที่โรงแรมวังใต้ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พบว่า ผลผลิตกุ้งไทยลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552 และเสียอันดับการส่งออกหลังจากโรคระบาด EMS เมื่อช่ วงปี 2555 ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตกุ้งไทยลดต่ำสุดในปี 2557 เหลือเพียง 2 แสนกว่าตัน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหลังวิกฤต โรค EMS จะผ่านไป และกุ้งไทยก็เริ่มฟื้นตัวในปี 2558 และมีผลผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2559 เป็น 310,979 ตัน แต่ในปี 2560 ผลผลิตกุ้งของไทยกลับลดลงอีกครั้งเหลือเพียง 297,111 ตัน นายสรพัศ ปณกร ตัวแทนบริษัท โนโวไซม์ ไบโอโลจิคอล จำกัด ประมาณการในปี 2560 ว่าผลผลิตกุ้งในหลาย ๆ ประเทศมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้น เช่น อินเดีย มีปริมาณผลผลิต 560,000 ตัน เอกวาดอร์ 430,000 ตัน และเวียดนาม 420,000 ตัน อินโดนีเซีย 280,000 ตัน ละตินอเมริกา 300,000 ตัน จีน 400,000 ตัน ด้าน น.สพ.ปราการ เจียรคงมั่น ตัวแทนจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด บอกว่า ปัจจุบันการเลี้ยงกุ้งไทยมีคู่แข่งที่น่ากลัวหลายประเทศ อาทิ เวียดนาม อินเดีย ซึ่งขณะนี้ท
