Featured
หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี อยู่ห่างจากเมืองหลวงเพียง 36 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลดอนไก่ดี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ว่ากันว่าชุมชนเล็กๆที่มีสมาชิกทุกเกือบ 200 คนแห่งนี้ ได้รับการกล่าวขานและยอมรับในระดับโลก ยกย่องให้เป็นแหล่งผลิตถ้วย-ชาม ลายคราม รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ลายเบญจรงค์ ที่ฝีมือประณีตวิจิตรงดงาม อยู่ในลำดับต้นของประเทศ แถมยังมีรางวัลการันตีจากหน่วยงานต่างๆมากมาย อาทิ หมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น , สุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ระดับ 5 ดาว มาตรฐานระดับสากล , ชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว ฯลฯ แม้ปัจจุบันภาพแห่งความสำเร็จดูจะเด่นชัด น่าชื่นใจ แต่กว่าจะมาเป็น “หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี” ในวันนี้ได้ หลายท่านอาจทราบดีว่า…ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย คุณอุไร แตงเอี่ยม ประธานกลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี ให้ข้อมูลในฐานะผู้บุกเบิกจัดตั้งชุมชนแห่งนี้ ย้อนความทรงจำถึงความเป็นมาให้ฟัง เมื่อครั้งเพิ่งเรียนจบชั้นประถมฯ 4 คุณพ่อ-คุณแม่ เคยมีอาชีพทำไร่ไถนา แต่ฐานะทางบ้านไม่สู้จะดีนัก จึงพากันไปสมัครเป็นคนงานในโรงงานทำชามตราไก่ ชื่อ “เสถียรภาพ” ซึ่งช่วงเวลานั้นจัดว่าใหญ่สุดในย่านอ้อมน้อย
ดวงใครดวงมัน หมอทรัพย์ สวนพลู เมษมีโชคดีเกี่ยวกับเรื่องเพื่อนฝูง พฤษภท่านโชคดีเกี่ยวแก่เงินสดก้อนหนึ่ง มิถุนท่านที่มีผู้คนหายไปจากบ้าน หลังจากติดตามระยะหนึ่งจะหาพบ กรกฎท่านมีเรื่องตื่นเต้นตกใจเกี่ยวแก่ทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง สิงห์ญาติทั้งผู้ใหญ่และผู้น้อยจะให้โอกาสดีแก่ท่าน กันย์ญาติของคู่หมั้นคู่สมรสนำลาภมาให้ ตุลท่านควรระมัดระวังในการพูดจากับญาติมิตรที่เป็นสตรี พิจิกที่พูดถึงอาวุธปืนมีดไม้ต่างๆ อาจเป็นเหตุให้คู่สนทนาเข้าใจผิดได้โดยง่าย ธนูในระยะนี้พี่น้องของท่านรักใคร่ผูกพันกันเป็นอันดี มังกรญาติมิตรจำนวนมากไปมาหาสู่และนำลาภมาให้ กุมภ์มีโชคในทางการเงินดีเด่น มีนมีสตรีผู้ใหญ่ให้ลาภ ราศีเมษ เกิดตั้งแต่ 13 เม.ย.-14 พ.ค. ท่านได้พบเห็นเรื่องต่างๆ อย่างใกล้ชิด รวมทั้งทางบ้านญาติมิตรต่างๆ ที่อยู่ห่างไกลก็มีเรื่อง ตื่นเต้นไม่น้อย การเดินทางระยะใกล้หรือเดินทางกลับจากทำงาน จะพบเห็นการเกิดอาชญากรรม มีโชคดีเกี่ยวกับเรื่องเพื่อนฝูง ราศีพฤษภ เกิดตั้งแต่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย. ท่านโชคดีเกี่ยวแก่เงินสดก้อนหนึ่ง ทำของหายหรือลืมของไว้ที่ไหนจะหาได้ ถ้ามีสิ่งของหายจะได้คืนในไม่ช้า มีผู้นัดหมายไว้ในเรื่องสำคัญโปรด
ศูนย์การเรียนรู้ M academy เตรียมเผย “เคล็ดไม่ลับสู่ความสำเร็จ “Thai SME to Global Success” ในงาน The Roundtable ครั้งที่ 11 เพื่อสาย SMEs OTOP และ Start Up ไทยโดยเฉพาะ เผยหมดเปลือกวิธีปั้นแบรนด์ให้เกิด ช่องทางเพิ่มยอด วิธีหาตลาดส่งออก และลู่ทางแหล่งเงินทุนช่วยสนับสนุน ถือเป็นงานเสวนาใหญ่ เพื่อ SMEs OTOP และ Startups ในไตรมาสแรกของปี 2018 โดยจะมี 3 ผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและเอกชนที่พร้อมให้การสนับสนุนวงการ SMEs ไทย ได้แก่ ดร. ธนันท์ อภิวันทนาพร ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจต่างประเทศและการตลาด สถาบันพัฒนาพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) คุณสรกิจ มั่นบุปผชาติ รองเลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ คุณสุธีรพันธุ์ สักรวัตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดการตลาดธนาคารไทยพาณิชย์ ทั้ง 3 Big วิทยากรรับเชิญจะมาร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนทัศนะพร้อมให้คำแนะนำเด็ด งัดทุกกลเม็ดและวิธีการมาช่วยดัน SMEs และ Start up ไทยให้ไปรุ่ง พร้อมตอบทุกประเด็นทุกข้อสงสัยที่ SMEs และ Start up ควรรู้หรือแนวโน้มเศรษฐกิจและการเตรียมธุรกิจเพื่อนำพาผู้ประกอบการ SME สู่ความสำเร็จในระดับสากล โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นใน
ที่โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มี.ค นายธนพัฒน์ วัชรฐิติเปรมชัย อายุ 61 ปี ประธานบริหาร ผู้ก่อตั้ง “ศักดิ์สิทธิ์ อัลลอย” และเป็นเจ้าของ “ศักดิ์สิทธิ์อัลลอย” เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจ คุณลุง จรูญ มีพันธ์ ลุงซาเล้ง ที่ถูกวัยรุ่นทำร้ายร่างกาย ที่ห้องอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน ชั้น 3 ตึกฉุกเฉินและอุบัติเหตุ หลังมีกระแสข่าวว่า คุณลุงจรูญ เคยเป็นอดีตผู้ก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์อัลลอย แต่ชีวิตพลิกผันช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่แตก จนต้องมาขับซาเล้งเก็บของเก่าขาย โดย นายธนพัฒน์ เปิดเผยว่า หลังจากได้ดูคลิปวิดีโอ ก็รู้สึกสงสารและไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับคนสูงอายุ ในวันนี้จึงเดินทางมาให้กำลังใจคุณลุงจรูญ และครอบครัว โดยจะมีการพูดคุยพร้อมหาแนวทางช่วยเหลือในบางส่วน “ส่วนจากกระแสข่าวที่ออกมาว่า นายจรูญ คือผู้ก่อตั้ง ศักดิ์สิทธิ์อัลลอย ก่อนจะถูกเทคโอเวอร์กิจการจนทำให้ต้องมาประกอบอาชีพขับซาเล้งหาของเก่านั้น ซึ่งได้มีผู้สอบถามเข้ามามาก จึงทำการตรวจสอบไม่พบว่าคุณลุงจรูญเป็นผู้ก่อตั้งแต่อย่างใด หากแต่อาจจะเคยร่วมงานกับทางบริษัทก็เป็นได้ ซึ่งยังไม่ทราบช่วงเวลาที่แน่ชัด จึงอยากมาพูดคุยกับทางครอ
อีกหนึ่งอาหารยอดฮิตที่กำลังได้รับความนิยมทานกันทั้งชาวไทย และต้นตำรับ “หม่าล่า” อย่างชาวจีน ทว่าล่าสุดตำรวจที่ประเทศจีนได้บุกจับร้านขาย “หม่าล่า” ร้านหนึ่ง หลังถูกตรวจพบว่าได้ใส่ “ผิ่น” ให้ลูกค้าทาน China Xinhua News รายงานว่า ที่เมืองอู๋ซี มณฑลเจียงซู เจ้าหน้าที่ตำรวจพบผลการตรวจปัสสาวะของสามี-ภรรยาคู่หนึ่งพบว่ามีสารเสพติด แต่รู้สึกแปลกใจที่นอกจากสามี-ภรรยาแล้ว ยังพบสารเสพติดในปัสสาวะลูกสาว และ หลานสาวของพวกเขาด้วย จึงคิดว่าน่าจะเกิดจากสาเหตุอื่น ที่ไม่ใช่การเสพสารเสพติดด้วยตัวเอง หลังเจ้าหน้าที่สอบสวนพบว่า ครอบครัวนี้ได้ไปกินต้มหม่าล่า (ผักและเนื้อสัตว์ที่นำมาต้มในน้ำแกงที่ผสมเครื่องเทศรสเผ็ดชา) ที่ร้านแห่งหนึ่ง จึงคาดว่าอาหารที่ทานอาจเป็นแหล่งที่มาของสารเสพติด ตำรวจจึงเดินทางไปที่ร้านดังกล่าวเพื่อตรวจสอบถึงภายในครัวของร้าน และได้พบหม้อต้มมีถุงสีน้ำตาลน่าสงสัย เจ้าของร้านยอมรับว่า นอกจากเครื่องแกงทั่วไปแล้ว ตนยังซื้อผงเปลือกฝิ่นมาต้มในน้ำแกงด้วยเพราะมีคนบอกว่าจะทำให้หอมมากขึ้น โดยผงเปลือกฝิ่นเหล่านี้มีราคากิโลกรัมละประมาณ 100 หยวน (500 บาท) ตำรวจจึงจับกุมตัวเพื่อดำเนินคดีในขั้นต่อไป ท
ขึ้นชื่อเป็นพ่อคน-แม่คน ร้อยทั้งร้อย ต้องอยากเห็นลูกของตัวเอง เป็นเด็กดี มีคุณภาพ และหากให้ “แอดวานซ์” ไปกว่านั้น คงหวังให้ไปถึงขั้น ไม่เป็นภาระให้กับสังคม ทั้งยังควรช่วยเหลือผู้อื่นได้ แต่จะว่าไป แค่ “อยาก” อย่างเดียว คงไม่พอ คงต้องลงมือก่อร่างสร้างแบบอย่างที่ดีให้บุตรหลาน ได้เรียนรู้และซึมซับ จนกลายเป็น “จิตสำนึก” ติดตัวของพวกเขาไปจนตลอดด้วย ความปรารถนาดังว่า จึงจะบรรลุผล “ฟาร์มตาเล็ก อยากเป็นทางเลือกให้กับเด็กที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในเมือง เดินแต่ห้าง เคร่งเครียดกับการเรียนพิเศษกวดวิชา นั่งหน้าคอมพ์ เล่นเกมอยู่ในห้องแอร์ทั้งวัน ได้ออกมาใช้ชีวิตและสัมผัสกับธรรมชาติกันบ้าง คุณเก๋-เปรมฤดี พันธุ์รัตน์ เจ้าของกิจการ Farm de Lek (ฟาร์ม เดอ เล็ก) หรือชื่อภาษาไทย ว่า “ฟาร์มตาเล็ก” เริ่มต้นบทสนทนา ก่อนย้อนความเป็นมาให้ฟัง ที่ดินขนาด 44 ไร่ บริเวณคลอง 15 รังสิต-นครนายก ผืนนี้ เป็นของ “คุณตาเล็ก” คุณตาแท้ๆ ของเธอเอง โดยเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว ทำเป็นสวนมะม่วงหลากหลายพันธุ์ สามารถส่งขายได้เป็นตันต่อปี ก่อนเปลี่ยนไปปลูกไม้เศรษฐกิจ อย่าง สน และ ยูคาลิปตัส แต่โชคไม่ดีถูกไฟไหม้แทบหมด เหลื
“ตำหลาย” เป็นชื่อของร้านอาหารอีสาน อายุกิจการกว่าสิบปี ทุกวันนี้มีสาขาหลักบริการลูกค้าอยู่ที่โครงการปิ่นทองพลาซ่า ติดกับศูนย์การค้าเมเจอร์ ปิ่นเกล้า และยังมีแฟรนไชส์ขยายไปแล้วหลายสาขา ทั้งแบบสแตนด์อะโลนและรถโมบาย มี คุณเอ๋-ณัฐรดา บุญชุ่ม สาวหน้าใส บุคลิกดี วัยสี่สิบเศษ เป็นเจ้าของ เริ่มต้นให้ฟัง พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ จบปริญญาตรี นิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสยาม เคยทำงานมาหลายอย่าง ทั้งเป็นเซลส์ขายยา ขายรถนำเข้า เปิดผับ ฯลฯ กระทั่งเมื่อสิบปีก่อน หวังทำธุรกิจซื้อขายโทรศัพท์มือถือ จึงไปเรียนรู้กับเพื่อนสนิทคนหนึ่งจนทราบว่าทำเลใกล้กับเมเจอร์ ปิ่นเกล้า นี้จะมีตลาดมาเปิดใหม่ ซึ่งก็คือโครงการปิ่นทองพลาซ่าในปัจจุบัน จึงเข้ามาจับจอง แต่โซนยังว่างอยู่อนุญาตให้ขายสินค้าประเภทอาหารเท่านั้น ด้วยความอยากได้ทำเลค้าขาย เลยระบุไปก่อนว่าจะขายอาหารอีสาน ประเภท ส้มตำ ลาบ น้ำตก ทั้งที่ตัวเธอเองไม่มีความชำนาญด้านอาหารประเภทนี้เลย แถมตัวเธอยังมีเชื้อสายจีนไหหลำ จึงเป็นคนไม่ทานส้มตำมาแต่ไหนแต่ไร การเริ่มต้นอาชีพใหม่ครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องน่าหนักใจไม่น้อย “ทำร้านนี้ด้วยความหนักใจ เพราะไม่เคยกินส้มตำ แต่คิดว่าอาหาร
นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่าเนื่องจากระหว่างวันที่ 15 มี.ค. 61 – 8 เม.ย. 61 ตรงกับช่วงเทศกาลเช็งเม้ง คาดว่าตั้งแต่ ปลายเดือนมีนาคม จนถึงต้นเดือนเมษายน จะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปไหว้บรรพบุรุษในเทศกาลดังกล่าวตามจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและอำเภอบ้านบึง ซึ่งอาจส่งผลให้การจราจรติดขัดหนาแน่นในเส้นทางสายหลักได้ อาทิ ทางหลวงหมายเลข 344 สายชลบุรี-แกลง ทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) เป็นต้น ขณะนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกรมทางหลวงประกอบด้วยสำนักงานทางหลวงและแขวงทางหลวงในพื้นที่ เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเดินทาง โดยปรับปรุงดูแลผิวทางให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานและจัดการจราจรบริเวณงานก่อสร้าง เพื่อให้การจราจรคล่องตัวยิ่งขึ้น ทั้งนี้ขอแนะนำให้ประชาชนใช้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี ซึ่งถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดและลดระยะเวลาในการเดินทาง เพื่อไปยังอำเภอบ้านบึงและตัวเมืองจังหวัดชลบุรี โดยประชาชนที่ต้องการเดินทางไปยังอำเภอบ้านบึงให้ใช้ทางออกที่ด่านบ้านบึงและเข้าสู่ ทล. 344
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 20-23 มีนาคม 2561) ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2561 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 20-23 มีนาคม 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ในวันที่ 20 มีนาคม 2561 ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะเริ่มได้รับผลกระทบในวันถัดไป (วันที่ 21 มีนาคม 2561) จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน โดยจะเริ่มแผ่เข้ามาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในวันที่ 20 มีนาคม 2561 ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด &n
ไส้กรอก เป็นอาหารนานาชาติที่มีกันทุกมุมโลก แต่ละแห่งต่างมีไส้กรอกสูตรของตนเอง ไส้กรอกเป็นการถนอมอาหารและแปรรูปส่วนต่างๆ ของเนื้อสัตว์ให้เกิดประโยชน์ ในอาเซียนเองก็มีไส้กรอกอยู่หลายชนิด ทั้งแบบเปรี้ยวและไม่เปรี้ยว ไส้กรอกอีสานของไทยและลาวนั้นเดิมเรียกว่า “ไส้อั่ว” (ໄສ້ອັ່ວ) คำว่า “อั่ว” ในภาษาไทยลาว แปลว่า “ยัด” สมัยก่อนจึงเรียกว่าไส้อั่วกันทั้งอีสานและเหนือ ไส้กรอกอีสานและลาวจะใส่ข้าวสุกแล้วแขวนผึ่งลมทิ้งไว้ให้เปรี้ยวก่อนที่จะนำไปย่างให้สุก ส่วนไส้อั่วแบบล้านนาและลาวเหนือ เช่น ไส้อั่วหลวงพระบางจะใส่สมุนไพรต่างๆ ลงไปมากและไม่ได้ผ่านกระบวนการหมักให้มีรสเปรี้ยว ไส้กรอกหลวงพระบางไม่ได้รสจัดและมีสมุนไพรมากเท่าไส้อั่วล้านนา ไส้อั่วอีสานนั้น ส่วนผสมไม่ได้มีอะไรมาก หลักๆ คือ หมูบด กระเทียม ข้าวเหนียวนึ่งหรือข้าวสวย และเกลือ ข้าวสุกจะเป็นอาหารให้จุลินทรีย์ทำให้เกิดรสเปรี้ยว นอกจากนี้ยังแตกไลน์ไปเป็น “หม่ำ” ซึ่งมีทั้งหม่ำหมู หม่ำวัว การทำหม่ำจะใช้เนื้อล้วนๆ ไม่ติดมันแล้วใส่ตับลงไปด้วยจึงมีรสมันแตกต่างจากไส้กรอกอีสาน นอกจากจะยัดใส่ในไส้หมูแล้วยังยัดใส่ถุงน้ำดีด้วยแบบที่เห็นเป็นลูกกลม แขวนผึ่งลมไว
