Featured
วันที่ 15 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระที่แตกต่างจากร้านอื่นๆ ชื่อว่า ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ บุฟเฟต์ ตั้งอยู่ข้างเส้นทางหลักกลางทุ่งนา ระหว่าง บ.ท่าสว่าง-เมืองสุรินทร์ บริเวณหน้าหมู่บ้านท่าสว่าง ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เปิดให้ลูกค้าสามารถตักเลือดต้มกับเอ็นข้อไก่ตุ๋นใส่ชามก๋วยเตี๋ยวไปนั่งรับประทานได้อย่างไม่อั้น ในราคาเพียงชามละ 30 บาท ส่วนมะระที่เป็นผักเครื่องเคียงทางร้านได้ปลูกไว้ บริเวณสวนหลังร้านไว้เพื่อเก็บมาหั่นซอยให้ลูกค้าได้กินกันแบบสดๆ อีกด้วย โดยมีนายโอภาส เสียงวังเวง อายุ 37 ปี เป็นเจ้าของร้าน อยู่บ้านเลขที่ 298 ม.1 บ.ท่าสว่าง ต.ท่าสว่าง นายโอภาส เจ้าของร้าน กล่าวว่า เมื่อก่อนทำงานบริษัทแถว จ.ชลบุรี จุดเริ่มต้น ตนชอบกินก๋วยเตี๋ยวอยู่แล้ว พอเบื่องานอยากกลับมาอยู่บ้าน จึงลองเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวดู โดยมีภรรยาคอยช่วยกันขาย เปิดขายมาได้เกือบปีแล้ว ส่วนสาเหตุที่ต้องเปิดบุฟเฟ่ต์ เพราะอยากให้ชาวบ้านได้ทานกันอิ่มๆ ในราคาที่ถูก จับต้องได้ ชามละ 30 บาท ส่วนเด็กๆ คิดแค่ 20 บาท ซึ่งลูกค้าสามารถตักเลือด กับเอ็นข้อไก่ กินได้อย่างไม่อั้น ถ้าวันเสาร์-อาทิตย์ เราจะมีไข่แถมให
รายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2561 ที่ผ่านมา การบินไทยได้ประกาศบังคับใช้กฎพิเศษเกี่ยวกับการจำหน่ายตั๋วโดยสารบนที่นั่งชั้นธุรกิจ Business Class ของเครื่องบินแบบโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลเนอร์รุ่นล่าสุด โดยได้แจ้งไปยังตัวแทนจำหน่าย และแผนกสำรองที่นั่งขอให้ทำการสงวนสิทธิ์ ในการรับสำรองที่นั่งและจำหน่ายบัตรโดยสารสำหรับผู้โดยสารที่มีรอบเอวมากกว่า 56 นิ้ว หรือผู้โดยสารที่อ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน (Obese Passenger) ซึ่งไม่สามารถคาดเข็มขัดนิรภัยรุ่นใหม่แบบมีแอร์แบ็ก (Airbag Seatbelt) ที่ติดตั้งมากับที่นั่งชั้นธุรกิจได้ รวมไปถึงผู้โดยสารที่มีทารกเดินทางพร้อมกันแบบนั่งตัก (Infant Lap-held) ส่วนที่นั่งชั้นประหยัดยังไม่ได้มีกฎห้ามแต่อย่างใด สำหรับเหตุผลที่การบินไทยห้ามจำหน่ายที่นั่งชั้นธุรกิจให้คนอ้วนที่มีรอบเอวเกิน 56 นิ้วและผู้โดยสารที่เดินทางพร้อมทารกนั่งบนตัก เนื่องจากเป็นการปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยด้านการบินของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐ (เอฟเอเอ) เพราะที่นั่งในชั้นธุรกิจของ เครื่องบินโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลเนอร์มีการเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารชั้นธุรกิจ
วันที่ 15 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับทราบว่ามีหนุ่มดีกรีรัฐศาสตร์ ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรปลูกคะน้าไซซ์ยักษ์ รายได้ปีละกว่า 1 ล้านบาท จึงเดินทางไปพบกับ นายยอดชาย รังสีธนกุล หรือ คุณยอด อายุ 35 ปี ชาว ต.มดแดง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ การปกครอง จากมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดัง หลังจากเรียนจบก็ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรแบบเต็มตัว เพื่อสืบสานอาชีพของครอบครัวที่ทำนากว่า 50 ไร่ มาหลายสิบปี แต่ช่วงระยะหลังประสบปัญหาเรื่องน้ำ ศัตรูพืช และราคาข้าวตกต่ำ เลยคิดลองไปเรียนรู้ศึกษาการทำเกษตรกรในรูปแบบอื่นดูบ้าง เลยตัดสินใจเลิกทำนา และหันมาทำเกษตรแบบผสมผสาน และตั้งใจเรียนรู้อย่างจริงจัง ใช้พื้นที่กว่า 50 ไร่ ปลูกคะน้าเป็นหลัก ส่วนรอบๆ ก็ปลูกผักชีและพริกเสริมรายได้อีกทาง โดยลองผิดลองถูกมานับไม่ถ้วน นายยอดชาย เปิดเผยว่า หลังเรียนจบมาแม่ก็ขอให้มาช่วยกิจการของครอบครัว โดยเริ่มต้นจากการมาเป็นชาวนาก่อน แต่ตอนนั้นราคาข้าวก็ตกต่ำ และทำได้เพียงปีละ 2 ครั้ง อีกทั้งยังประสบปัญหาเรื่องน้ำอีก ตนจึงคิดว่าน่าจะลองหันไปปลูกผักชนิดอื่นดูบ้างที่ให้ราคาดี และลงทุนไม่มาก จึงได้ไปศึกษาเรียนรู้ด้
อรพรรณ พงษ์วิบูลย์ หรือ คุณนัท อยู่บ้านเลขที่ 135 หมู่ที่ 3 ตำบลซับสนุ่น อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี คุณนัท สาวมวกเหล็ก วัย 27 ปี เล่าถึงประสบการณ์ชีวิตสมัยเด็กว่า เกิดมาในครอบครัวเกษตรกรเลี้ยงโคนม แต่ตอนนั้นไม่ได้สนใจอาชีพของครอบครัวเท่าไร พ่อแม่ส่งให้เรียนก็เรียนตามปกติ ไม่ได้รู้สึกอยากที่จะมาช่วยงานตรงนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปตนเองได้เข้าเรียนระดับปริญญาตรี ก็มีเรื่องราวเข้ามาในชีวิต ติดเพื่อนเกเร ทำให้พ่อแม่เสียใจ เมื่อคิดได้จึงอยากรีบเรียนให้จบ แล้วกลับมาช่วยพ่อกับแม่พัฒนาธุรกิจของครอบครัวให้ดี เพราะตอนที่รุ่นพ่อแม่ทำ ต้องเป็นหนี้เป็นสิน น้ำนมที่ขายราคาเท่าเดิม แต่ค่าอาหารกลับมีท่าทีจะสูงขึ้นๆ ทำมาจึงไม่เหลือ หลังจากนั้น จึงใช้ความคิดและประจวบเหมาะกับความที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ค่อนข้างที่จะหัวไวเรื่องเทคโนโลยี จึงเริ่มคิดหาข้อมูล สูตรลดต้นทุนเพื่อนำมาพัฒนาครอบครัวชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น คุณอรพรรณ พงษ์วิบูลย์ หรือ คุณนัท คุณนัท เล่าว่า ที่บ้านทำฟาร์มเลี้ยงโคนมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 อย่างที่บอกว่าตอนเด็กไม่ได้สนใจงานด้านนี้เลย คิดเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่ไม่อยากทำงานหนัก ขลุกอยู่กับขี้
ถ้าพูดถึง ข้าวเปียก หลายคนอาจจะงง แต่ถ้าบอกว่า เป็นกวยจั๊บญวน ก็อาจจะเห็นภาพมากขึ้น เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสไปพบกับ ร้านบ้านข้าวเปียก ที่ อ.เมือง จ.บึงกาฬ และพบว่าเป็นร้านที่ ลูกค้าให้การตอบรับมากทีเดียว เรียกว่าได้ลูกค้าทั้งคนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยว หากร้านใด ขายอาหารพื้นเมือง ที่ได้รับความนิยมจากคนทั้งสองกลุ่มนี้ ก็นับว่าประสบความสำเร็จแล้วระดับหนึ่ง คุณมุกดากร อ่อนสูงเนิน เจ้าของร้าน เล่าให้ฟังว่า ลูกค้าจะมาตั้งแต่เช้า 6 โมงเช้าอะไรแบบนั้นเลยทีเดียว บางคนมาวิ่งออกกำลังกาย มาชมพระอาทิตย์ขึ้นริมแม่น้ำโขง แล้วก็แวะมาทานกัน ในขณะที่บางคนก็พิเศษกว่านั้นคือ นอกจากกินที่ร้านแล้วยังซื้อใส่บาตรยามเช้ากันอีกด้วย ข้าวเปียก ของที่ร้านนี้ เด่นที่เส้นเหนียวนุ่มกำลังดี น้ำซุปร้อนๆ อร่อยคล่องคอ ในขณะที่ทานกับหมูยอ และกลิ่นหอมเจียว เข้ากันดีทีเดียว สนนราคาชามละ 30-40 บาท นอกจาก ข้าวเปียก อาหารขึ้นชื่อ อาหารหลักของที่ร้านแห่งนี้แล้ว ยังมีไข่กระทะ อาหารเช้าตัวเด่นอีกตัวหนึ่ง รวมทั้งโจ๊ก ขนมปัง กาแฟ คุณมุกดากร บอกว่า ช่วงเช้าลูกค้าจะเยอะมาก ขายได้ถึงราวบ่าย 2 มีลูกน้อง 6 คน ยอดขายวันหนึ่ง หมื
หลังจากละคร บุพเพสันนิวาส ออนแอร์ไปเมื่อคืนที่ผ่านมา (14 มีนาคม) ในตอนที่พระเอก พี่หมื่นเดช ฝนไพล ทำยาให้การะเกด จังหวะนี้เอง ชาวเน็ตที่มีความรู้ทางด้านสมุนไพร โดยใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า เภสัชจิก ก็ออกมาโพสต์ว่า ที่หั่นนั่นไม่ใช่ไพล แต่เป็น ขมิ้นชัน แล้วการะเกดจะหายได้ยังไง โดยโพสต์ดังกล่าวระบุไว้ว่า ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ ก็มีฉาก การช่วยชีวิต โดยวิธีการ CPR และในฉากนี้เอง สนช. ได้มอบรางวัลพิเศษให้กับสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เนื่องจากในฉากดังกล่าวได้มีการสอดแทรกวิธีการช่วยชีวิตด้วยการผายปอดลงไปในละคร ซึ่งถือเป็นการประชาสัมพันธ์เรื่องของการกู้ชีพฉุกเฉินอีกทางหนึ่งด้วย (อ่านข่าว)
ไม่ต้องเรียนจบสูงก็สามารถเป็นเจ้าของกิจการ หรือเป็นนายตัวเองได้ หากมีไอเดีย และลงมือทำ เหมือนกับ คุณเก่ง-อารีรัตน์ ราโพธิ์ วัยเพียง 23 ปี สาวสิงห์บุรี เจ้าของร้าน ถั่วปั่น 5 สี ธุรกิจเล็กๆ แต่สร้างรายได้ได้จริง เธอเล่าว่า เรียนจบเพียงชั้น ม.3 ทำงานมาหลากหลายอาชีพ จนรู้สึกว่าอยากมีกิจการเป็นของตัวเอง จึงหันมาค้าขายปรับเปลี่ยนจนเป็นร้านถั่วปั่น 5 สี ขายมานานร่วม 2 ปี “ตอนแรกทำน้ำถั่วปั่นกินเองอยู่เป็นประจำ อีกอย่างมีแฟรนไชส์น้ำถั่วปั่นค่อนข้างเยอะ แต่เราไม่ได้ซื้อมา เห็นว่าน่าสนใจและดีต่อสุขภาพ ลองมาทำกินเอง หาสูตรจนลงตัวแล้วยึดเป็นอาชีพ” เจาะกลุ่มลูกค้ารักสุขภาพ แก้วละ 30 บาท รายได้ต่อวันประมาณ 3-4 พันบาท ตื่นแต่เช้าเตรียมวัตถุดิบออกขายราว 6 โมงเช้า จนถึงบ่ายโมงโดยประมาณ ใช้ถั่วซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก 5 ชนิด วันละ 5 กิโลกรัม นำไปนึ่ง 8 ชั่วโมง โดยถั่วแต่ละชนิดจะมีสรรพคุณ ดังนี้ ถั่วเหลือง – ป้องกันการขาดแคลเซียมในกระดูก และบำรุงระบบประสาทในสมอง ถั่วแดง – ช่วยขับปัสสาวะ แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ แก้ลมพิษ บรรเทาอาการปวดข้อและบวม ถั่วดำ – มีสารช่วยบรรเทาอาการปวดลำไส้เล็ก บำรุงโลหิต ถั่วเขียว – แ
วันที่ 14 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านกาแฟ ลอฟต์แอนด์โรลล์ (Loft and Rolls) ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 252/2 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ติดกับหอ 9 หลัง ด้านหลังมหาวิทยาลัยขอนแก่น กำลังเป็นร้านกาแฟที่ชื่นชอบในพระเครื่อง ด้วยเหตุเพราะร้านแห่งนี้มีการจัดโปรโมชั่นทันทีโดยไม่ต้องรอ ด้วยการมอบพระเครื่องให้กับลูกค้า 1 องค์ ต่อกาแฟ 1 แก้ว ไม่จำกัดรุ่นหรือราคา นายอนุพงษ์ เชื้อสระพัง อายุ 33 ปี เจ้าของร้าน กล่าวว่า ด้วยความชื่นชอบในการดื่มกาแฟ จึงศึกษาวิชากาแฟทั้งระบบ ก่อนตัดสินใจเปิดร้านกาแฟ ซึ่งร้านแห่งนี้เป็นการเปิดดำเนินการเป็นครั้งที่ 2 หลังจากหยุดให้บริการไประยะหนึ่งด้วยเหตุเพราะต้องไปศึกษาวิชากาแฟให้ได้รับความชำนาญมากยิ่งขึ้น ประกอบกันครอบครัวที่นิยมพระเครื่องและในวันเปิดร้านมีผู้ใหญ่ รวมทั้งเพื่อนๆ ต่างนำพระเครื่องและวัตถุมงคล มามอบให้เพื่อความเป็นสิริมงคลจำนวนมาก จึงตัดสินใจจัดทำโปรโมชั่นเพื่อมอบความเป็นมงคลให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการที่ร้านของเรา ด้วยการมอบพระเครื่องให้กับลูกค้าทันที 1 องค์ต่อ 1 คน ต่อการสั่งกาแฟ 1 แก้ว โดยหลังจากเปิดร้านมาได้ 3 สัปดาห์ และมีการจัดทำโปรโมชั่นดังกล่าวเผยแพร่
ด้วยคุณสมบัติพิเศษของปลากะพงที่อยู่ได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อย ทำให้มีผู้ที่สนใจนำไปเลี้ยงแบบปลาตามธรรมชาติที่บ่อในบริเวณบ้านมากขึ้น เมื่อปลามีขนาดใหญ่ก็สามารถจับจำหน่ายเป็นรายได้เสริมได้ คุณนรินทร์ศักดิ์ พัวตระกูล อยู่บ้านเลขที่ 11/3 หมู่ที่ 6 ตำบลพันลาน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลาที่มากด้วยประสบการณ์ โดยที่เขาเห็นถึงช่องทางการทำตลาด จึงได้นำปลากะพงมาเลี้ยงภายในฟาร์ม จึงทำให้สามารถจำหน่ายได้ราคา เพราะสามารถกำหนดในเรื่องของต้นทุนได้ ซึ่งเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณนรินทร์ศักดิ์ พัวตระกูล ทำอาชีพประมง จากรุ่นสู่รุ่น คุณนรินทร์ศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวมีอาชีพทำการประมงมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อ โดยท่านเป็นผู้ริเริ่มทางสายงานนี้ให้กับครอบครัว เมื่อเขาได้เห็นหลายๆ สิ่งตั้งแต่ยังเป็นเด็ก อาชีพทางประมงจึงเป็นอาชีพที่อยู่ในสายเลือด ทำให้ตัดสินใจเรียนต่อทางด้านการประมงโดยเฉพาะ เพื่อจะได้นำวิชาความรู้มาพัฒนาธุรกิจของครอบครัวต่อไป “ผมจบเกี่ยวกับการประมง ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้รับความรู้มากมายมาปรับใช้ ในสิ่งที่เราคิดและสงสัย
ดร.รุ่งเรือง พัฒนากุล นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า “ถั่งเช่า” เป็นสมุนไพรที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในประเทศจีนนานนับศตวรรษ มีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศทิเบต สรรพคุณใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงอวัยวะภายใน เช่น ปอด ตับ และไต นอกจากนี้ ยังช่วยชะลอความแก่ชรา ลดคอเลสเตอรอล บรรเทาและรักษาอาการโรคหอบหืด เป็นต้น ถั่งเช่าทิเบตเป็นที่ต้องการสูงในกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการอาหารเสริมสุขภาพ ประกอบกับเป็นของหายาก จึงทำให้ถั่งเช่าทิเบตมีราคาแพง ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการหลายประเทศเพาะเลี้ยงถั่งเช่าธรรมชาติสายพันธุ์อื่นๆ (มีมากกว่า 350 สายพันธุ์) เพื่อให้ได้สารสำคัญมาทดแทนแต่ยังคงคุณสมบัติการออกฤทธิ์ทางยาเช่นเดิม สำหรับในประเทศไทย พบว่า มีบริษัท เซโก้ฟาร์ม และกลุ่มผู้ประกอบการ OLINTA จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถเลี้ยงถั่งเช่าสีทอง จากด้วงสาคูที่เป็นวัตถุดิบที่มีอยู่ในชุมชนได้ ทั้งนี้ บริษัท เซโก้ฟาร์ม หนึ่งในกลุ่มธุรกิจ SME ของประเทศไทย ผู้เลี้ยงและพัฒนาวิธีการเพาะเลี้ยงถั่งเช่าสีทอง ได้เข้ามาหารือกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ถึงแนวทางการพัฒนากรรมวิธีในการเลี้
