Featured
ในยุคที่เทคโนโลยี AI กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น หลายแบรนด์มีการนำ AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยในการทำงาน หรืออย่างในวงการไลฟ์ขายของก็ได้มีการนำ AI มาใช้เช่นกัน โดยล่าสุด SUNSU แบรนด์ไทยชื่อดัง ที่มีขนมยอดฮิตอย่าง เยลลี่ ซันซุ และหมึกกรุบ เจ้าของคือ คุณซารต์-ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช และ คุณกานต์-อรรถกร รัตนารมย์ ที่เขานั้นได้สร้างความฮือฮาครั้งใหม่บนโลกโซเชียล ด้วยการเปิดตัว AI Avatar จำลองตัวตน “ซารต์” มาทำหน้าที่ไลฟ์ขายของแทนคนจริงเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ผ่านช่องทางติ๊กต็อก Sunsuofficial ซึ่งการไลฟ์ครั้งนี้เป็นการทดลองครั้งแรก จึงเป็นความท้าทายและอะไรใหม่ๆ ให้กับทางแบรนด์เป็นอย่างมาก รับชมคลิปเต็มของ AI ซารต์ได้ที่ : https://www.instagram.com/reel/DNFNwQmTFU4/?igsh=MWgweDN1cDZwMDd1MA== แม้ว่าหลายคนจะเคยเห็นเทรนด์ AI ไลฟ์ขายของจากที่จีนมากันบ้างแล้ว โดยใช้ AI Avatar จำลองร่างเสมือนจริงที่มาไลฟ์ขายของแทนคนจริงๆ และสามารถสร้างยอดขายอย่างถล่มทลายในเวลา 6 ชั่วโมงเลยทีเดียว เบื้องหลังการสร้าง “AI ซารต์” ในคลิปเบื้องหลังที่คุณซารต์ได้โพสต์บน TikTok ช่อง Sunbeary นั้น
มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเปิดตำราโบราณ ใช้ศาสตร์แห่งอโรมาเทอราปี โดยการนำสมุนไพรหลากชนิดช่วยบรรเทากลิ่นศพ ที่กำลังเป็นปัญหากับทหารและชาวบ้านบริเวณชายแดนหลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเฉพาะที่ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ที่เผชิญปัญหารุนแรงที่สุด ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า กลิ่นมีผลต่อระบบประสาทโดยตรงมากกว่ารูป รส หรือเสียง และส่งผลรวดเร็วที่สุด ด้วยกลไกเฉพาะที่เรียกว่า เส้นทางการประมวลผลกลิ่นที่ไม่ผ่านสมองส่วน Thalamus (โดยสมองส่วนนี้จะเป็นตัวแปลงสัญญาณของอายาตนะไปสู่ระบบประสาทส่วนอื่น) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของระบบประสาทรับกลิ่นเข้าสู่สมองส่วนลิมบิกโดยตรง (Limbic System) จึงมีพลังสูงต่ออารมณ์และความทรงจำ โดยกลิ่นไปมีผลต่อสมองส่วนควบคุมอารมณ์และความกลัว ส่วนที่เกี่ยวกับความทรงจำ ส่วนที่ควบคุมฮอร์โมน “กลิ่นส่งผลรวดเร็วแบบสะท้อนอารมณ์ทันที เช่น กลิ่นสามารถกระตุ้นอารมณ์ เช่น ความสุข ความเศร้า หรือความกลัวได้ โดยไม่ต้องใช้เหตุผล กลิ่นเชื่อมโยงความทรงจำ ซึ่งเป็นสมองส่วน Hippocampus ที่ประมวลกลิ่น เป็นศูนย์กลางของความทรงจำระยะยาว กลิ
ซูกิชิ แบรนด์ปิ้งย่างสไตล์เกาหลี อันดับ 1 ของไทย ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เมืองนวัตกรรมอาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดงานแถลงข่าวการแข่งขันออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อสังคมที่ยั่งยืน ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2568 ภายใต้แนวคิด สานต่อพลัง “นิสิต นักศึกษา” สู่ “นิสิต นักศึกษา มืออาชีพ” ภายใต้การผนึกกำลังในครั้งนี้ ทั้ง 6 หน่วยงานมุ่งหวังที่จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนทุกภาคส่วนให้ตระหนัก และเห็นความสำคัญของสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของทุกคนบนโลกใบนี้ โดยมุ่งเน้น 4 ด้าน 1. การศึกษา : เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และพัฒนาผลงานที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการนำหลักการออกแบบ เพื่อความยั่งยืน (Sustainable Design) อย่างสร้างสรรค์ใช้ประโยชน์ได้จริงในภาคอุตสาหกรรมและปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีร่วมกัน 2. สังคม สิ่งแวดล้อม : สนับสนุนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่คำนึงถึงการลดปริมาณขยะอันส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน และกระตุ้นให้ตระหนักถึงผลกระทบของบรรจุภัณฑ์ที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อม รวมถึงเน้นการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ 3. อุตสาหกรรม : ผลักดันธ
เมื่อเร็วๆ นี้ เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาปลด นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากมีพฤติกรรมปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่อเจตนาเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนกัญชาบางกลุ่ม และสร้างความเสียหายแก่ประชาชนในวงกว้าง จากการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 สาระสำคัญของหนังสือแถลงการณ์ระบุว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้ลงนามออกประกาศฉบับใหม่ โดยปราศจากความเป็นธรรมและขาดการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างทั่วถึง มีการปรับแก้สาระสำคัญจากประกาศเดิม (ปี 2565) ซึ่งใช้มานานกว่า 3 ปี โดยเฉพาะในประเด็นที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง อาทิ ตัดข้อกำหนดการคุ้มครองบุคคลที่ควรคุ้มครอง เช่น เยาวชนออกไปจากประกาศเดิม เปิดช่องให้เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงกัญชาได้ง่ายขึ้น แม้จะมีการอ้างว่าต้องมีใบรับรองแพทย์ก็ตาม กำหนดมาตรฐานการปลูกและจำหน่ายใหม่ โดยไม่แจ้งรายละเอียดต่อสาธารณะอย่างชัดเจน โดยระบุว่าต้องมาจากแหล่งเพาะปลูกที่ได้รับการรับรองจากกรมการแพทย์แ
จากเรื่องราวของวัยรุ่นสร้างตัวที่เดินตามความฝัน “อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง” ทำให้ ซันนี่–วีรสรณ์ ลิ้มเจริญ และ ไอซ์–จักรภัทร มุ่งจิตภิญโญ ตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาปั้นธุรกิจสมูทตี้ดีลิเวอรี ที่เริ่มต้นจากยอดขายเพียง 1 แก้ว สู่การเปิดหน้าร้านในซอยสาทร 11 ภายใต้ชื่อ WOOPS ถึงปัจจุบันธุรกิจของพวกเขาเติบโตครบ 1 ปี สามารถขยายสาขาได้ถึง 4 แห่ง และยังได้ร่วม Collab กับแบรนด์ระดับพรีเมียมมากมาย พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า WOOPS ไม่ใช่แค่แบรนด์สมูทตี้ที่ขายน้ำผลไม้ปั่นธรรมดา แต่คือแบรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่มีเป้าหมายชัดเจน กับความฝันที่ใหญ่กว่าเดิม คือการเป็น “Global Thai Smoothie Brand” ที่คนทั่วโลกรู้จัก และในวันนี้ WOOPS สามารถสร้างรายได้หลักล้านต่อเดือน เปิด 4 สาขา ใน 1 ปี บน “ทำเลที่ใช่” WOOPS เป็นแบรนด์สมูทตี้ที่คุณซันนี่และคุณไอซ์ร่วมกันเปิดบนแพลตฟอร์มดีลิเวอรี แม้จะเป็นธุรกิจเล็กๆ แต่ทั้งคู่กลับมองเห็นศักยภาพในการเติบโต และพร้อมที่จะมีหน้าร้านสาขาแรกที่ตึกเอ็มไพร์ แต่เพราะขาดประสบการณ์และความรู้ ทำให้มีปัญหาหลายอย่างตามมา ทั้งโดนรื้อแบบ มีปัญหากับผู้รับเหมา จึงได้ขยับมาเปิดสาขาแรกในซอยสาทร
ก้าวเข้าสู่เดือนสิงหาคม สำหรับใครที่กำลังมองหาเเฟรนไชส์น่าลงทุน วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ รวมมาให้ทั้งหมด 6 แฟรนไชส์ ประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น คืนทุนไว กำไรดี เหมาะกับเศรษฐกิจในยุคนี้ ที่ต้องคิดก่อนใช้ สามารถขายหน้าร้านหรือออนไลน์ก็ได้ แม้ไม่มีประสบการณ์ก็ทำได้ TOKYO HAUS โตเกียวเฮ้าส์ (TOKYO HAUS) ก่อตั้งโดย คุณอีฟ-ณัชชา ธนกุลบุรานนท์ และ คุณแพรว-กาญจนาพร เข้าใจการ ที่ทั้งคู่เริ่มต้นธุรกิจนี้จากความชื่นชอบในการทานโตเกียวตามรถเข็น จึงมีความตั้งใจอยากจะยกระดับเมนูนี้สู่กลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น จนเกิดเป็นขนมโตเกียวโฮมเมดที่มีสูตรเฉพาะตัว โดยมีให้เลือกมากกว่า 12 ไส้ ไม่ว่าจะเป็น วานิลลาคัสตาร์ด, เลม่อนเคิร์ด, ไข่ หมูสับ ฯลฯ ราคาเริ่มต้น 18 บาท รูปเเบบการลงทุน Package Take Away ราคา : 99,000 บาท เหมาะกับพื้นที่ขนาด : 4-15 ตร.ม. Package Cafe ราคา : 350,000 บาท เหมาะกับพื้นที่ขนาด : 30-50 ตร.ม. อุปกรณ์ที่ได้รับ 1. สิทธิ์การใช้เครื่องหมายการค้า “โตเกียวเฮ้าส์ (TOKYO HAUS)” 2. ชุดอุปกรณ์ภายในร้านตามแพ็กเกจ พร้อมเปิด 3. วัตถุดิบสำหรับขายคิดเป็นม
เมื่อวันก่อน กรุณาสละเวลาเป็นเงินเป็นทอง มาพูดคุยแบบกันเอง กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สำหรับ เชฟหนุ่มคนดัง-เจ้าของตำแหน่งเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย อย่าง เชฟอาร์-ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ ที่ได้วิเคราะห์สถานการณ์ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในบ้านเรา ในอีก 1-2 ปี ข้างหน้า ให้ฟังว่า ถ้าพิจารณาในเรื่องของ Cuisine คาดว่าจะกลับไปสู่ Traditional หรือ ความดั้งเดิม ส่วน ความทันสมัย โมลิกูลาร์หรือความเป็นวิทยาศาสตร์ จะหายไป ผู้บริโภคจะแสวงหาสิ่งเดิมๆ ซึ่งนับเป็นวงจรปกติ ที่เคยเป็นแบบนี้มาแล้ววงหนึ่ง แล้วกลับไปเป็นอีกวงจรหนึ่ง อีก 5-10 ปี ความนิยมความดั้งเดิมจะค่อยๆ หายไป ความทันสมัยในรูปแบบใหม่กลับมาอีก เชฟอาร์ บอกต่อ สำหรับในส่วนของพืชพันธุ์นั้น โปรตีนทางเลือก จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ที่จริงพวกโปรตีนเกษตร โปรตีนทดแทน หรือ เทรนด์ Food Waste เข้ามาในตลาดอาหารก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังโตช้ามาก หากนับจากนี้ ความต้องการจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ อีกประมาณ 3-5 ปี กระแสจะยิ่งแรงขึ้น เพราะโลกจะไม่ไหวแล้ว เมื่อพูดคุยมาถึงในแง่ธุรกิจอาหาร เชฟอาร์ ชี้ว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีแซงคน ไปแล้ว อีกไม่นาน ร้านอาหาร โรงแรม หรือธุรกิจที่เป็น B2
ในยุคที่การดูแลสุขภาพกลายเป็นไลฟ์สไตล์ระดับโลก กระตุ้นให้วงการ SMEs ไทย โชว์พลังคิด พลังทำ! หนึ่งในนั้นคือผลิตภัณฑ์ พาสต้าถั่วเขียวออร์แกนิก จาก ข้าวดินดี ที่ช่วยยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดบ้านเกิด พร้อมใส่นวัตกรรมยกระดับคุณค่าทางอาหารให้ผู้บริโภค และยกระดับถั่วพื้นบ้านสู่ซูเปอร์ฟู้ดระดับโลก จนสามารถคว้ารางวัลสุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards 2025 ด้านสังคม มาครองได้สำเร็จ คุณวัชรากร กิจตรงศิริ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริษัท ข้าวดินดี จำกัด เล่าว่า พื้นเพเป็นคนอุบลราชธานีที่ย้ายไปอยู่อำเภออำนาจเจริญตั้งแต่ยุคที่ยังไม่แยกตัวออกมาเป็นจังหวัด ได้มีโอกาสเห็นปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ เนื่องจากไม่มีชลประทาน จึงทำนาน้ำฝนได้เพียงปีละครั้ง ปีไหนฝนดีก็ได้ผลผลิตดี ปีไหนฝนไม่ดีก็ได้ผลผลิตไม่ดี แถมราคาข้าวก็ถูกกำหนดโดยผู้ส่งออกว่าจะรับซื้อที่ราคาเท่าไหร่ เขาจึงอยากหาวิธีช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการทำสินค้าแปรรูป และรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร โดยไม่ต้องอิงราคาที่ใครสั่งมา “แรกเริ่ม เราเริ่มด้วยพาสต้าจากข้าว จากนั้นค่อยๆ นำนวัตกรรมมาจับ แล้วพัฒนาเป็นพาสต้าถั่วเขียวออร์แกนิกในปี 2561 เพราะเรามองว่าถั่วเขี
บทความโดย : อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูแห่งวงการแฟรนไชส์ ในโลกของธุรกิจแฟรนไชส์ มีหลักการอยู่ข้อหนึ่งที่ทุกคนรู้ดี “แฟรนไชส์ทำงานได้ดีในพื้นที่สงบ” เพราะระบบนี้ต้องการเสถียรภาพ ความน่าเชื่อถือ และการควบคุมคุณภาพแบบเหมือนกันทุกที่ แต่เมื่อเกิดความขัดแย้ง แฟรนไชส์ กลับกลายเป็นสิ่งแรกๆ ที่สั่นสะเทือน และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกได้เห็นกรณีตัวอย่างชัดเจนที่สุด Starbucks ในรัสเซีย : เมื่อแบรนด์ใหญ่ตัดสินใจถอยปี 2022 หลังรัสเซียรุกรานยูเครน โลกตะวันตกเริ่มคว่ำบาตรอย่างหนัก Starbucks แบรนด์กาแฟจากสหรัฐอเมริกา ประกาศถอนตัวจากรัสเซียโดยสมบูรณ์ แม้จะมีสาขากว่า 100 แห่ง และพนักงานกว่า 2,000 คน บริษัทแม่เลือกที่จะปิดกิจการ หยุดใช้แบรนด์ และจ่ายเงินชดเชยให้พนักงาน ถือเป็นการแสดงจุดยืนทางจริยธรรมในฐานะองค์กรระดับโลก แต่ความว่างเปล่าในธุรกิจไม่เคยอยู่นาน ไม่กี่เดือนถัดมา แบรนด์ใหม่ชื่อ Stars Coffee ก็ถือกำเนิด ดำเนินกิจการในสถานที่เดิม ใช้ระบบเดิม คล้ายชื่อเดิม และแม้แต่โลโก้ ก็ยังคล้ายอย่างตั้งใจ ทุกอย่างเหมือนเดิม ยกเว้นสิ่งเดียว ไม่มี Starbucks อีกต่อไป Café Amazon ในกัมพูชา : เมื่อแฟรนไชซีกลายเป็นฝ่
บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด ผู้ให้บริการ gettgo แพลตฟอร์มเปรียบเทียบประกันออนไลน์ ร่วมกับ 1:2 Coffee Company ร้านกาแฟขวัญใจชาวออฟฟิศ ที่เริ่มต้นจากจังหวัดเชียงรายและเติบโตสู่เมืองกรุง พร้อมชวนคนทุก Generation มาดื่มกาแฟชิลๆ รับสิทธิ์ส่วนลดผ่านแคมเปญ “ประกันสักแก้วมั้ย?” และทำความรู้จักกับประกันในบรรยากาศสบายๆ ผ่านประสบการณ์การดื่มกาแฟที่ร้าน 1:2 Coffee กาแฟที่พรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้กับประกันที่อยากให้ทุกคนเข้าถึงได้เช่นกัน คือจุดร่วมสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ระหว่าง gettgo และ 1:2 Coffee Company แม้จะมาจากคนละวงการ แต่ทั้ง 2 แบรนด์มีแนวคิดเดียวกัน คือ การทำให้สิ่งที่เคยดูซับซ้อน กลายเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นประกันหรือกาแฟแก้วโปรดของคุณ การจับมือกันครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การข้ามจาก “วงการประกันสู่วงการกาแฟ” แต่ยังเป็นการเปลี่ยนภาพจำ ของประกันให้กลายเป็นเรื่องง่าย เหมือนการเลือกเมนูที่ชอบในร้านโปรด ดัง Key Message ที่ว่า “เปรียบเทียบประกันออนไลน์ ง่าย เหมือนเลือกเมนูที่ชอบ” ซึ่งสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ “Everyday Coffee” ที่ 1:2 Coffee Company ยึดถือมาโดยตลอด เม
