Featured
“ผมมีเป้าหมาย ตั้งแต่เรียนจบทำยังไงก็ได้ ภายใน 5 ปี 7 ปี อยากมีเงินล้าน เพราะพนักงานประจำเก็บเงินล้านยากมากในมุมของผม เงินเดือนหมื่นห้า สองหมื่น กว่าจะเก็บได้ ใช้เวลาตั้ง 10 ปี เพราะฉะนั้น ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองมีรายได้เข้ามามากกว่านี้ ผมเป็นคนไม่อายทำกิน เป็นคนกล้า อยากทำนู่นทำนี่ เลยเริ่มขายน้ำเป็นงานเสริม กับมอเตอร์ไซค์ 1 คันหลังเลิกงาน” คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ เล่าย้อนถึงเป้าหมายชีวิต ก่อนเป็นเจ้าของธุรกิจ “พาสต้า อาม่า” ร้านอาหารที่ตั้งเป้าเติบโต 300 ล้านบาทในปีนี้ จุดเริ่มต้น พาสต้า อาม่า คุณจี เป็นหนุ่มเชียงใหม่ เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ในสายงาน HR Business Development ประจำบริษัทแห่งหนึ่ง ยาวนาน 7-8 ปี สลับกับย้ายไปประจำออฟฟิศที่เชียงใหม่ จังหวัดบ้านเกิดของตัวเอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาเริ่มขายน้ำผลไม้เป็นอาชีพเสริม จนสร้างรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน แม้จะสร้างรายได้ดี แต่เขามองว่า การหาปลาในเชียงใหม่ ต่อให้ขยายธุรกิจ ขยายลูกค้าไปมากแค่ไหน ก็มีอยู่แค่นั้น ประกอบกับมีเป้าหมายใหม่ “อยากประสบความสำเร็จในธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนชีวิตให้ดีกว่าเดิม” เขาจึงหอบหิ้วโมเดลร้านน้ำผลไม้เข้
ยาดมหงส์ไทย ไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์สมุนไพรธรรมดา แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ของความสดชื่นและไอเทมคู่ใจที่ขาดไม่ได้สำหรับคนไทยในทุกเพศทุกวัย และยังเป็นเสมือน Soft Power ไทย ที่ดังไกลไปทั่วโลก ด้วยกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณเก่ง-ธีระพงศ์ ระบือธรรม เจ้าของกิจการ “หงส์ไทย” โดยเล่าเรื่องราวความเป็นมาให้ฟังว่า 17 ปี ในการทำธุรกิจ ไม่เคยโฆษณา ไม่เคยจ้างแม้แต่เพจหนึ่ง แม้แต่อินฟลูฯ คนหนึ่ง ข้อความทุกข้อความที่เกิดขึ้นในโลกของออนไลน์ ไม่เคยมีหน้าม้า ไม่เคยไปสั่งการอยู่เบื้องหลังให้เชียร์ ให้พูดแต่เรื่องดีๆ สิ่งเหล่านี้เขาไม่เคยเสียเงินแม้แต่บาทเดียว หงส์ไทย ไม่ได้เติบโตมาแบบที่หลายธุรกิจเป็นกัน ที่จาก ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ร้านส่ง ไปโมเดิร์นเทรด แต่หงส์ไทย เติบโตมาจากพ่อค้า-แม่ค้า ในตลาดผู้สนใจ พนักงานตามโรงงาน ที่ซื้อใช้เอง แล้วผันตัวเองกลายเป็นผู้ขาย เรียกว่าเป็นธุรกิจที่โตมาจากรากหญ้าจริงๆ แต่ถึงแม้จะออกตัวว่าเติบโตจากตลาดล่างสุด ทว่าตัวเลขยอดขายปีล่าสุดของแบรนด์ “หงส์ไทย” ทะยานไปถึง 300 ล้านบาท เป็นสัดส
คุณธนดล พิทยานุวัฒน์ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ไอเดียแล็บ จำกัด (IdeasLabs) MarTech สัญชาติไทย กล่าวว่า ปรากฏการณ์ “เจนนี่ ไลฟ์” ที่เป็นกระแสอยู่ในช่วงนี้ตอกย้ำแนวโน้มที่เกิดขึ้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในวงการ Influencer Marketing นั่นคือ Live Commerce ไม่ใช่แค่การขายของผ่านจอมือถือ แต่เป็นสนามแข่งขันเชิงกลยุทธ์ ที่วัดกันด้วย Conversion (อัตราการเปลี่ยนผู้ชมเป็นผู้ซื้อ), ROI (Return on Investment หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุน) และ Data-Driven Value (มูลค่าที่วัดผลได้จริงจากข้อมูล) ส่งผลให้โมเดลการประเมินมูลค่า KOL ในยุคใหม่กำลังเปลี่ยนผ่าน จากการวัดด้วยยอดผู้ติดตาม มาสู่การวัดด้วย ยอดขายต่อบาทที่แบรนด์ลงทุน ซึ่งชี้วัดศักยภาพเชิงธุรกิจได้ชัดเจนกว่าเดิม “โมเดลค่าตัวแบบ Fixed Rate บวก Commission กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ KOL เพราะสร้างแรงจูงใจที่เป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และเปิดโอกาสให้แบรนด์ได้เห็นผลลัพธ์แบบวัดได้จริง สะท้อนให้เห็นภาพ Influencer และ KOL จากความดัง สู่ความคุ้มค่า” ทั้งนี้ Influencer และ KOL ต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้แนะนำสินค้า เป็น นักขายมืออาชีพ ที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค เลื
อัปเดต #คำต้องห้าม TikTok ห้ามพูดในคลิป และ ในไลฟ์ ถ้าไม่อยากโดนปิดกั้น ยุคดิจิทัลที่ธุรกิจออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้แพลตฟอร์มต่างๆ ต่างแข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Shopee, Lazada และ TikTok ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม TikTok ในประเทศไทย ข้อมูลจาก SEASIA STATS เผยว่า สถิติผู้ใช้งานติ๊กต็อกในไทย เมื่อเดือนมกราคม 2024 มีผู้ใช้งานกว่า 44.38 ล้านบัญชี ซึ่งไทยตกเป็นอันดับ 9 ของโลก ถ้าหากพ่อค้าแม่ค้าคนใดที่กำลังขายของออนไลน์ แล้วพบว่ายอดไม่ขึ้น คนดูน้อย อาจจะลองดูคำเหล่านี้ ว่าเราเข้าเกณฑ์ที่ทำผิดกฎหรือไม่ โดยต้องทำความเข้าใจกฎระเบียบและคำต้องห้ามบน TikTok ก่อน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการออนไลน์ ที่ต้องการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ปลอดภัยและเป็นไปตามกฎ เพราะการละเมิดกฎเหล็กเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลให้ช่องของคุณโดนแบนได้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงมี คำต้องห้ามใน TikTok ที่ห้ามพูดเวลาขายของทั้งในคลิปและเวลาไลฟ์สตรีม โดยสามารถหลีกเลี่ยงคำเหล่านี้ได้ และนำไปปรับใช้ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่โดนใจลูกค้าและปลอดภัยจากการโดน
ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการแต่งตั้ง ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ในฐานะ “Amazing Thailand Ambassador” เพื่อเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดเสน่ห์ของไทยสู่สายตาชาวโลก โดยการร่วมงานกับลิซ่าในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ ททท. มุ่งหวังจะนำเสนอภาพลักษณ์ของประเทศไทย ช่วยนำเสนอเสน่ห์ ความหลากหลายและความมหัศจรรย์ของเมืองไทยในมุมมองใหม่ ที่จะกระตุ้นให้ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติร่วมกันค้นพบไปพร้อมกับ Amazing Thailand คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิใจต้อนรับ “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ในบทบาท Amazing Thailand Ambassador ตัวแทนส่งต่อเสน่ห์ ความมหัศจรรย์ และเอกลักษณ์ของประเทศไทยสู่สายตานักท่องเที่ยว ลิซ่าจะถ่ายทอดเรื่องราวของความงดงามและเอกลักษณ์ของเมืองไทย ในฐานะที่เมืองไทยคือจุดหมายปลายทางคุณภาพระดับโลก (Quality Leisure Destination) ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่น และวัฒนธรรมไทยที่งดงามเหนือกาลเวลา ททท. เชื่อว่า การร่วมงานในครั้งนี้คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่จะท
เมื่อเอ่ยถึงตระกูล “แซ่ลี” เชื่อว่าชื่อของ คนสันต์ แซ่ลี เจ้าของ Flash Express ต้องเข้ามาอยู่ในห้วงความคิดของใครหลายๆ คน อาจจะเป็นเพราะด้วยซีรีส์เรื่อง “สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn)” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงซึ่งเป็น Startup ไทยรายแรกที่ก้าวสู่ยูนิคอร์น แต่ยังมีอีกหนึ่งนักธุรกิจไฟแรง นั่นคือ คมชัย แซ่ลี น้องชายแท้ๆ ของคมสันต์ ที่เดินตามรอยความมุ่งมั่นของพี่ชาย แต่ต้องแลกมาด้วยบทเรียนราคาแพง เพราะเป็นหนี้ 100 ล้านบาทในวัย 26 ปี นับว่าเป็นการท้าทายอย่างมากในชีวิต คมชัย แซ่ลี ผู้ก่อตั้งอาณาจักรแฟรนไชส์พัสดุ MySave ที่วันนี้ไม่ได้มีแค่หลักร้อย แต่มีสาขาทั่วประเทศรวมกันกว่า 7,000 แห่ง กวาดรายได้ถึง 435 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี เรียกได้ว่าเป็นการตั้งหัวแถวใหม่ได้อย่างสมศักดิ์ศรีและพิสูจน์ให้เห็นว่า จากชีวิตติดลบเป็นหนี้ 100 ล้าน สามารถกลับมายืนได้อย่างมั่นคงได้ภายในเวลาไม่นาน ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ ได้เล่าถึงเรื่องราวของคมชัย แซ่ลี ไว้ว่า ความสำเร็จของเขาที่กว่าจะมีอย่างทุกวันนี้ได้ก็ผ่านอะไรมาไม่น้อยไปกว่าคนอื่นๆ หลังจากคมชัยเรียนจบปริญญาตรี คณะวิทยาการจัดการ สาขาโลจิสติกส์
นีเวีย เปิดเผยผลการศึกษา NIVEA CONNECT Compass 2025 ชี้ “ความเหงา” ภัยเงียบในโลกยุคใหม่ที่คืบคลานเข้าสู่ชีวิตของผู้คนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประเทศไทยที่มีระดับความรู้สึกเหงาสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมสานต่อโครงการ NIVEA CONNECT: Together We Fight Social Isolation มุ่งสร้างความตระหนักรู้และร่วมต่อสู้กับปัญหาความเหงาและความรู้สึกโดดเดี่ยวในสังคม สะท้อนจุดยืนของนีเวียที่เป็นมากกว่าแบรนด์สกินแคร์ แต่คือพลังแห่งการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้คน ผ่านการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย เข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมที่ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งอย่างแท้จริง นีเวีย ได้เผยผลการวิจัย NIVEA CONNECT COMPASS เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการศึกษาระดับโลกว่าด้วยความเหงาและการแยกตัวออกจากสังคม งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นใน 13 ประเทศ ครอบคลุม 5 ทวีป พบว่าความเหงาเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนนับล้าน และกำลังกลายเป็นวิกฤติที่สร้างผลกระทบลึกซึ้งทั้งต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายมากกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (56%) ยอมรับว่ามีความรู้สึกเหงาอย่างน้อยเป็นบางครั้ง 57% ระบุว่ามีช่วงเวลาที่รู้สึ
ย้อนกลับไปเมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว อำเภอบางบ่อ สมุทรปราการ อาจยังดูเหมือนย่านชายขอบปริมณฑล ไม่มีห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าขนาดใหญ่ อาหารการกินเน้นเป็นร้านในท้องถิ่น เมนูบางอย่างจึงอาจหารับประทานยากอยู่สักหน่อย ดังเช่นอาหารเส้นสัญชาติญี่ปุ่นอย่างราเมน คุณพีซ-ธนริศย์ กิตติ์เกษมวัฒน์ กับคู่ชีวิต คุณรินทร์ลิตา ที่มีความนิยมชมชอบราเมนอยู่แล้ว จึงอาศัยความชอบบวกกับไลฟ์สไตล์ส่วนตัวมาเปิดร้าน “มากินจิราเมน” ซึ่งนับว่าเป็นร้านราเมนร้านแรกๆ ของย่านบางบ่อ ด้วยความเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับผู้คนที่อาศัยในย่านนั้น ณ เวลานั้น ทำให้ขายดีจนปัจจุบันได้ขยายสาขาไปยังอำเภอพนัสนิคมและอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ด้วย “ผมเป็นคนชอบกินราเมน แต่สมัยเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ถ้าจะกินทีต้องเดินทางเข้าไปในเมือง ซึ่งผมเองไม่ชอบรถติด เลยตัดสินใจเปิดร้านราเมนกับแฟนเสียเลย” คุณพีซ เผยที่มา อาจฟังเป็นเรื่องชวนขำขันที่ร้านนี้เปิดขึ้นมาจากความชอบกินบวกกับความเบื่อหน่ายรถติดล้วนๆ ไม่ได้มาจากแรงบันดาลใจใดๆ เลย แต่ด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้นี่แหละที่ทำให้คุณพีซจับจุดถูก จนกลายเป็นร้านที่ตอบโจทย์คนย่านนี้ “เปิดสาขาแรกที่บางบ่อนี้เป็นร้านเล็ก
โรงเรียนพระดาบส สังกัดมูลนิธิพระดาบส ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2519 เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ดำเนินการสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระประสงค์จะช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้เยาวชนได้มีวิชาชีพติดตัว และทำมาหารายได้เลี้ยงตนเองได้ มุ่งเน้นการเรียนการสอนในรูปแบบการศึกษานอกระบบ ด้วยหลักสูตรประจำระยะเวลา 1 ปี เน้นการฝึกทักษะวิชาชีพควบคู่กับการฝึกวินัยและคุณธรรม ใช้ชีวิตแบบอยู่ประจำ และไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ผู้เรียนได้รับพระราชทานทุนการศึกษาครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียน อุปกรณ์การเรียน อาหาร และที่พักอาศัย ปัจจุบัน โรงเรียนพระดาบส มี 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนพระดาบส อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา ที่ต่อยอดจากโรงเรียนพระดาบสในส่วนกลาง สู่พื้นที่ห่างไกลและเปราะบาง เปิดรับนักเรียนจาก 5 จังหวัดชายแดนใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ได้แก่ เทพา สะบ้าย้อย จะนะ และนาทวี โรงเรียนพระดาบส เปิดสอนหลากหลายสาขาอาชีพที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ประกอบด้วยหลักสูตรช่าง 7
ในทุกเส้นทางชีวิต ต่างมีเป้าหมายและแรงบันดาลใจเป็นของตัวเอง สำหรับ “โอปอ–ธภัทรวัฒน์ โจสรรค์นุสนธิ์” ศิษย์เก่าสาขาการเงินและการลงทุน วิทยาลัยบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เรื่องราวของเขาเปรียบเสมือนการเดินทางที่หลอมรวมความฝัน ความรับผิดชอบ และความรักที่มีต่อครอบครัว ไว้ในเส้นเดียวกัน จากอดีตนักกีฬาเจ็ตสกี ผู้คว้าแชมป์โลก สู่บทบาทใหม่ในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการศูนย์รับน้ำนมดิบที่ดำเนินสะดวกและจอมบึง จังหวัดราชบุรี นับเป็นก้าวสำคัญของการเติบโต ที่สะท้อนพลังของการเลือกเดินตามฝันและหน้าที่ในเวลาเดียวกัน โอปอ ย้อนเล่าถึงการตัดสินใจเลือกเรียนที่วิทยาลัยบริหารธุรกิจ ให้ฟังว่า หลักสูตรการบริหารธุรกิจเป็นศาสตร์ที่ยืดหยุ่นและสามารถนำไปใช้ได้จริงในทุกบริบทของชีวิต ช่วงวัยเรียนของโอปอไม่ธรรมดา เพราะนอกจากเรียนแล้ว เขายังเป็นนักกีฬาเจ็ตสกีควบคู่กับการช่วยคุณแม่ทำงาน เพื่อนๆ เรียกเขาว่า ‘โอปอคิวทอง’ เขาต้องจัดตารางชีวิตชัดเจน แพลนไว้ล่วงหน้าทุกอาทิตย์ว่าช่วงไหนเรียน ช่วงไหนซ้อมกีฬา หรือทำงาน ความมีวินัยและการบริหารเวลาอย่างเป็นระบบ เป็นทักษะสำคัญที่ติดตัวเขามาจนถึงทุกวันนี้ “การเรียนหลักสูตรนี้ เหมือนเป็
